CBOX เสรีชน

17 มกราคม, 2552

ผลประกอบการอินเทลต่ำลง 90%

ไม่ได้พิมพ์ผิด หรืออ่านผิดหรอกครับ เพราะการประกาศผลประกอบการไตรมาสที่สี่ปี 2008 ของอินเทลแถลงยอดกำไรสุทธิเป็นเงิน 234 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เทียบกับ 2.27 พันล้านดอลลาร์ในปี 2007

อย่างไรก็ตาม รายงานผลประกอบการนี้ยังมียาหอมให้นักลงทุนด้วยการคาดการรายได้ไตรมาสแรกว่า น่าจะอยู่ที่ 7 พันล้านดอลลาร์ และตัวเลขกำไรน่าจะกลับมาเป็นปรกติภายในปลายปีนี้

ตลาดหุ้นไม่หวั่นไหวเท่าใหร่นัก โดยราคาหุ้นหลังแถลงการนี้ขึ้นไปอีก 1.6% และมีการเปลี่ยนแปลงหลังจากนั้นเพียงเล็กน้อย

Sony Ericsson เผยขาดทุนกว่า 73 ล้านยูโร

ในวันศุกร์ที่ผ่านมา Sony Ericsson ได้ออกมาประกาศว่า ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2008 บริษัทขาดทุนไปกว่า 187 ล้านยูโร (8,700 ล้านบาท) โดยการขาดทุนนี้เกิดขึ้นจากการขายที่ลดลงเนื่องจากวิกฤตเศรษฐกิจ ทำให้โดยรวมแล้วในปี 2008 บริษัทขาดทุนไปกว่า 73 ล้านยูโร (3,400 ล้านบาท) เมื่อเทียบกับปีที่แล้วที่ได้กำไรกว่า 1.1 พันล้านยูโร (51,000 ล้านบาท)

Hideki Komiyama ประธานบริษัทได้ให้สัมภาษณ์ว่า ปี 2008 นั้นเป็นปีที่โกลาหลมาก และในปี 2009 ตลาดยังน่าจะซบเซาอยู่โดยเฉพาะในช่วงครึ่งปีแรก

เพื่อแก้ปัญหาที่อาจเกิดขึ้น บริษัทจึงกำลังจะเพิ่มมาตรการจำกัดค่าใช้จ่ายด้านการประกอบการอีกกว่า 180 ล้านยูโร อย่างไรก็ดียังไม่เป็นที่เปิดเผยว่ามาตรการนี้จะประกอบด้วยอะไรบ้าง

ดีใจไหมครับ รัฐอนุมัติงบ 325 ล้านบาทจากเงินภาษีของพวกท่าน ให้กระทรวงต่างประเทศเดินสายกอบกู้ภาพลักษณ์

http://www.thairath.com/news.php?section=p...;content=119524

พันธมิตรทำชื่อเสียงประเทศเสียหาย
แต่รัฐบาลเอาเงินภาษีของพวกท่านไปจ่ายเพื่อเดินสายกอบกู้ภาพลักษณ์ที่พันธมิตรทำไว้
แถมพันธมิตรยังคงพาเหรดเข้ามากินเงินเดือนในรัฐบาลนี้อีกหลายคน

ส่วนภายในประเทศ
รัฐบาลก็กำลังหาทางเพิ่มบทลงโทษกฎหมายหมิ่นฯ
เพื่อใช้กำจัดคนที่มีความเห็นตรงข้ามกับรัฐบาล

ศาล ตุลาการ ก็ใช้สองมาตราฐานจัดการกับฝ่ายตรงข้ามรัฐบาล

แต่กลับใช่เงินภาษีของท่าน
ออกเดินสายตอแหลที่ต่างประเทศว่า
รัฐบาลนี้เน้นเรื่องการเปิดกว้างเสรีประชาธิปไตย
และการบังคับใช้กฎหมาย อย่างเท่าเทียม

ดีใจไหมครับ



แหมถ้ามีเงินสักหน่อย
จะเดินสายประจานเรื่องกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ
และความไม่มีมาตราฐานของตุลาการไทย
ประกบตามแม่งทุกประเทศเลย

พระพยอมเปรียบรบ. มาร์ค ลูกหนี้!!

พระพยอม แจงเหตุโดดร่วมวง ดีทีวี เพราะโดนพันธมิตรโจมตีต่อเนื่อง เปรียบรัฐบาล มาร์ค เสมือนรัฐบาลลูกหนี้ โดนเพื่อนเนวิน-พันธมิตร ทวงคืน

พระพิศาลธรรมพาที หรือพระพยอม กัลยาโณ เจ้าอาวาสวัดสวนแก้ว กล่าวว่า สาเหตุที่ตัดสินใจร่วมออกรายการสถานีโทรทัศน์ดีทีวี เพราะก่อนหน้านี้ถูก นายประพันธ์ คูณมี แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย โจมตีอย่างต่อเนื่อง จึงขอออกรายการทีวีเพื่อชี้แจงบ้าง

นอกจากนี้ ที่ผ่านมาสถานีโทรทัศน์เอเอสทีวีได้ออกมาโจมตี แต่ไม่เคยเชิญให้ไปชี้แจง เปรียบเสมือนตีหัวพระแล้ววิ่งหนีเข้าบ้าน และการออกรายการก็ไม่ใช่เรื่องเสียหาย เพราะพันธมิตรฯ ยังเชิญท่าน ว.วชิรเมธี หรือแม้แต่หลวงปู่พุทธะอิสระ ไปร่วมรายการได้ นอกจากนี้ยังกล่าวถึงรัฐบาลชุดนี้ว่า เปรียบเสมือนรัฐบาลลูกหนี้ เพราะถูกพันธมิตรฯ และกลุ่มเนวินคอยทวงบุญคุณ จึงต้องหาการตอบแทนให้อยู่ตลอดเวลา การบริหารประเทศก็ทำไปแบบวันๆ

นานาชาติประนามมาร์ค ตระบัดสัตย์จับคนท่องอินเตอร์เน็ต "สุวิชา"ผวาหนักถูกขู่แรง

โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
ที่มา กลุ่มเสรีภาพต่อต้านการเซ็นเซอร์แห่งประเทศไทย
16 มกราคม 2552



องค์กร สื่อไร้พรมแดน ซึ่งเป็นองค์กรเอกชนนานาชาติประนามมาร์คตระบัดสัตย์ รับปากดิบดีกับเอ็นจีโอที่เข้าพบว่าจะส่งเสริมเสรีภาพในการสื่อสารกับสื่อ และประชาชน พอข้ามวันสั่งจับนักเล่นอินเตอร์เน็ต"สุวิชา ท่าค้อ" เรียกร้องให้แสดงความจริงใจด้วยการปล่อยตัวให้ไวที่สุด ส่วนกลุ่มเสรีภาพต่อต้านการเซ็นเซอร์แห่งประเทศไทยเข้าสืบสวนกรณีนี้แล้ว เผยผู้ต้องหาถูกขู่ให้หวาดผวาอย่างหนัก เจ้าหน้าที่กดดันข่มขู่จะนำตัวไปพบผู้ทรงอิทธิพลในประเทศ รมต.ยุติธรรมสวมบทเกสตาโปอยากให้จัดการเงียบๆ อายข่าวจะแพร่ไปยังต่างประเทศ


กลุ่ม เสรีภาพต่อต้านการเซ็นเซอร์แห่งประเทศไทย (FACT)ซึ่งเป็นเครือข่ายของผู้ไม่เห็นด้วยกับการปิดกั้นข้อมูลข่าวสารโดยรัฐ และเป็นองค์กรสมาชิกในการรณรงค์เพื่ออินเทอร์เน็ตเสรีของโลก (GILC) และมีองค์กรพันธมิตรมากกว่า 50 องค์กรทั่วโลก ได้เข้ามาสอบสวนกรณีนายสุวิชา ท่าค้อ หรือนุ้ยนครพนม ถูกทางการไทยจับกุมตัว โดยกล่าวหาว่าเขียนข้อความหมิ่นเบื้องสูงในอินเตอร์เน็ตแล้ว ขณะที่รัฐมนตรียุติธรรมของไทยแสดงความโกรธเคืองตำรวจที่เผยแพร่ข่าวดังกล่าว โดยรัฐมนตรียุติธรรมต้องการทำให้เรื่องเงียบที่สุด

ขณะเดียวกัน องค์กรผู้สื่อข่าวไร้พรมแดนได้ออกแถลงฉบับหนึ่งกล่าวตำหนินายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะว่า เหมือนกับตระบัดสัตย์ที่รับปากกับเครือข่ายพลเมืองไทยว่าจะให้เสรีภาพแก่ สื่อและประช
าชน พอข้ามวันก็เกิดการจับกุมนายสุวิชา และเรียกร้องให้ปล่อยตัวโดยไวที่สุด

แหล่ง ข่าวใดล้ชิดของนายสุวิชาเปิดเผยว่า ผู้ต้องหาตกอยู่ในอาการหวาดกลัวมากในการถูกดำเนินคดีดังกล่าว เพราะถูกเจ้าหน้าที่พูดเป็นทำนองว่าอาจนำตัวเขาไปยังสถานที่บางแห่ง ไปพบบุคคลผู้ทรงอิทธิพลในประเทศบางคน

"สุวิชาเป็นเพียงนักกีฬาร่วม บิน เขาเล่นกีฬาร่มบิน(พารามอเตอร์)จนมีชื่อเสียงด้านนี้ นิสัยโดยส่วนตัว เหล้าไม่ดื่ม บุหรี่ไม่สูบด้วยซ้ำ
เขาไม่เคยเป็นโจร ห้าร้อย โหดเ*****้ยม แค่โดนจับ คนในครอบครัวก็เสียขวัญกันไปหมดแล้ว"แหล่งข่าวกล่าว และว่าตำรวจได้อนุญาตให้เข้าเยี่ยมผู้ต้องหาได้ในวันนี้ หลังจากเขาถูกจับกุมตัวเข้ากรุงเทพฯเมื่อค่ำวันก่อน

FACTระบุว่าสุ วิชาเป็นผู้ต้องหารายที่สามต่อจากนักเล่นอินเตอร์เน็ตที่ใช้นามแฝงว่า"พระยา พิชัย"และ"ท่อนจัน"ที่โดนจับกุมตัวดำเนินคดีฐานความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ และมีพฤติการณ์ทำนองเดียวกันคือเมื่อเข้าจับกุมตัวแล้วเจ้าหน้าที่พยายามปิด เงียบไม่
ให้เป็นข่าว โดยกรณีของสุวิชาถูกดำเนินคดีจากการแกะรอยIPที่เขาไปเขียนตามเวบบอร์ ดสาธารณะ ซึ่งFACTจะติดตามกรณีของสุวิชาต่อไป รวมทั้งสืบสวนว่าเขาเขียนอะไรลงไปในเวบบอร์ด จนนำไปสู่การถูกจับกุมดำเนินคดี และจะนำเสนอเรื่องนี้ในเวบไซต์ของFACT

ขณะเดียวกันกลุ่มนักข่าวไร้พรมแดน ซึ่งเป็นองค์กรรณรงค์เรื่องสื่อในระดับนานาชาติได้ออกมากล่าวตำหนิทางการไทยในกรณีจั
บกุม นายสุวิชาด้วยฐานความผิดหมิ่นสถาบันกษัตรยิ์ทางอินเตอร์เน็ต ทั้งที่กลุ่มเครือข่ายพลเมืองไทยเพิ่งเข้าพบนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีไทย และได้หารือในเรื่องเสรีภาพของสื่อและประชาชนผ่านทางอินเตอร์เน็ต เพื่อหาทางผ่อนเบาการเข้มงวดเสรีภาพในการแสดงความเห็นทางอินเตอรืเน็ต รวมทั้งกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ แต่หลังจากนั้นแค่วันเดียวก็เกิดกรณีนี้ขึ้น

"เราหวังว่ารัฐบาลไทยจะ ปล่อยตัวนายสุวิชาโดยไวที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ หากเขาไม่ได้กระทำการรุนแรงใดกว่าบรรทัดฐานของประชาธิปไตย"องค์กรสื่อไร้ พรมแดนกล่าว"นี่เป็นโอกาสที่รัฐบาลไทยจะได้แสดงความจริงใจต่อการหารือกับ องค์กรต่างๆที่ว่าจ
ะส่งเสริมเสรีภาพของประชาชน และสื่อสารมวลชน"

ก่อน หน้านั้นนายพีรพันธุ์ สาลีรัฐภวิภาค ออกมาแสดงความเกรี้ยวกราดใส่กรมสอบสวนคดีพิเศษ(DSI)ที่ปล่อยให้มีข่าวจับ กุมออกมา โดดยเขาอยากให้เรื่องเงียบที่สุดเท่าที่จะเงียบได้ ทั้งนี้นักสังเกตการณ์ทางการเมืองกล่าวว่า เพราะทางการไทยอ่อนไหวต่อประเด็นที่จะถูกขยายวงไปสู่การรณงค์เรื่องนี้ไปยัง นานาชาติ และนำความเสื่อมเสียมายังสถาบันฯ

http://thaienews.blogspot.com/2009/01/blog-post_2953.html

รมว.ยธ.ฉุน"ดีเอสไอ"ให้ข่าวจับเว็บหมิ่นขยายผลยาก

http://www.matichon.co.th/news_detail.php?...01&catid=17

รมว.ยธ.ฉุน"ดีเอสไอ"ให้ข่าวจับเว็บหมิ่นขยายผลยาก

รม ว.ยุติธรรมกำชับ "ดีเอสไอ "กำชับไม่ให้ข่าวหมิ่นสถาบันแพร่ออกไปอีก ชี้บางคดีต้องเป็นความลับเพื่อสอบสวนขยายผลเปิดเผยจะทำให้สอบสวนลำบากมาก ขึ้น

เมื่อวันที่ 15 มกราคม นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงกรณีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เข้าจับกุมเว็บไซต์ ที่มีเนื้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ว่า เรื่องดังกล่าวไม่ใช่เรื่องที่ควรจะเป็นข่าว ตนกำชับ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง อธิบดีดีเอสไอ ให้กำกับดูแลไม่ให้เป็นข่าว แต่กลับมีการเผยแพร่ข่าวออกไป ตนกำชับอธิบดีดีเอสไออีกครั้งแล้วว่า ขอให้กรณีนี้เป็นบทเรียน และให้ดูแลอย่าให้การจับกุมลักษณะนี้ถูกเผยแพร่ไปอีก เพราะคดีบางอย่างต้องเก็บไว้เป็นความลับเพื่อสอบสวนขยายผลต่อไป เมื่อข้อมูลถูกเปิดเผยทำให้แนวทางการสอบสวนลำบากมากขึ้น ดังนั้นความคืบหน้าในคดีนี้ดำเนินไปตามกระบวนการยุติธรรม ส่วนรายละเอียดตนไม่ขอเปิดเผย

นายพีระพันธุ์กล่าวว่า ก่อนหน้าที่จะเข้าจับกุมเมื่อวานนี้ (14 ม.ค.) ตนกำชับไม่อยากให้ข้อมูลถูกเผยแพร่ไป เพราะการกระทำที่หมิ่นพระบรมเดชานุภาพในลักษณะนี้ แบ่งได้ 3 ระดับ คือ 1.ทำโดยหลงผิด หรือเข้าใจผิด 2.ทำด้วยจิตใจมุ่งร้าย และ 3.มีการรับอามิสสินจ้าง หากหวังอามิสสินจ้างจะต้องดำเนินคดีเพื่อให้ศาลลงโทษสถานหนัก เพราะเป็นการให้ข้อมูลเท็จ ที่ส่งผลต่อความมั่นคงของชาติ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่การเข้าจับกุมมือทำเว็บไซต์หมิ่นเบื้องสูงของดีเอสไอถูกเผยแพร่เป็นข่าวออ
กไป สร้างความไม่พอใจให้กับนายพีระพันธุ์ มาก เพราะก่อนหน้านี้ได้กำชับให้เก็บเป็นความลับ และตั้งคณะกรรมการสอบสวนกรณีดังกล่าว จากการสอบถามนายพีระพันธุ์ ยืนยันว่า ยังไม่มีการตั้งกรรมการสอบสวนใดๆ เพียงแต่กำชับให้ระมัดระวังมากขึ้น

...........

นี่ผมอ่านไม่ผิดนะครับ คนให้สัมภาษณ์เป็น รมต ยุติธรรม คนให้สัมภาษณ์เป็นอดีตผู้พิพากษา คนให้สัมภาษณ์เป็นนักกฎหมาย

แหม ต้องขยี้ตาซ้ำแล้วซ้ำเล่า นึกว่าเป็นหัวหน้าเกสตาโป นึกว่าเป็นไฮน์ริช ฮิมเลอร์

อัศจรรย์วันตรุษจีน เกิด"สุริยุปราคา" วงแหวน



ตรุษ จีนปีนี้ชมสุริยุปราคาวงแหวน นักดาราศาสตร์ ระบุ ศูนย์กลางการเกิดอยู่ที่ทวีปแอฟริกาตอนใต้ มหาสมุทรอินเดีย และประเทศอินโดนีเซีย ส่วนในไทยเห็นได้บางส่วน โดยเฉพาะภาคใต้ กินพื้นที่เว้าแห่วงมากที่สุด ห้ามมองด้วยตาเปล่า

วันที่ 17 ม.ค. 52 นายวรวิทย์ ตันวุฒิบัณฑิต นักดาราศาสตร์ไทย เปิดเผยว่า ในวันตรุษจีนปีนี้ตรงกับวันจันทร์ที่ 26 มกราคม หรือวันชิวอิด คนไทยทั่วประเทศจะได้เห็นปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์ สุริยุปราคาบางส่วน และพร้อม ๆ กันนี้จะเกิดสุริยุปราคาวงแหวนศูนย์กลางอยู่ในประเทศอินโดนีเซีย มหาสมุทรอินเดีย และทวีปแอฟริกาตอนใต้

สุริยุปราคา หรือเรียกอีกอย่างว่า สุริยะคราส หมายถึง ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นขณะที่ดวงจันทร์หมุนรอบโลก แล้วโคจรมาบังดวงอาทิตย์ จึงทำให้โลกไม่ได้รับแสงสว่างจากดวงอาทิตย์ ช่วงขณะหนึ่ง โดยเงาของดวงจันทร์จึงตกมาบนโลก ทำให้บริเวณพื้นผิวโลกที่อยู่ใต้เงามืดของดวงจันทร์ เห็นดวงอาทิตย์มืดมิด เราเรียกว่า “สุริยุปราคาเต็มดวง” และบริเวณพื้นโลกที่อยู่ใต้เงามัวของดวงจันทร์ ก็จะเห็นดวงอาทิตย์มืดเป็นวงกลม โดยมีขอบสว่างล้อมรอบคล้ายวงแหวน เราเรียกว่า “วงแหวนสุริยุปาคา” ส่วนบางบริเวณก็เห็นดวงอาทิตย์มืดบางส่วนและสว่างบางส่วน เราเรียกว่า “สุริยุปราคาบางส่วน”

สำหรับประชาชนที่สนใจสามารถ ชมปรากฎการณ์ในวันดังกล่าว มีกำหนดระยะช่วงเวลาที่เห็นได้ในแต่ละพื้นที่ดังนี้

กรุงเทพฯ เริ่มเข้าคราส 15 นาฬิกา 53 นาที 1วินาที คราสลึกสุด 16 นาฬิกา 59 นาที 52วินาที โดยคราสจะสิ้นสุดเวลา 17 นาฬิกา 58นาที 54 วินาที ดวงอาทิตย์ ถูกบัง 33.1%

เชียงใหม่ เริ่มเข้าคราส 16 นาฬิกา 5นาที 24 วินาที คราสลึกสุด 17นาฬิกา 2 นาที 18 วินาที คราสสิ้นสุด 17นาฬิกา 53นาที 32 วินาที ดวงอาทิตย์ ถูกบัง 18.7 %

หนองคาย เริ่มเข้าคราส 16นาฬิกา 2นาที 1วินาทีคราสลึกสุด 17นาฬิกา 2นาที 24 วินาที คราสสิ้นสุด 17 นาฬิกา 56นาที 28วินาที ดวงอาทิตย์ ถูกบัง 25.3 %

อุตรดิตถ์ เริ่มเข้าคราส 16 นาฬิกา 02นาที 05 วินาที คราสลึกสุด 17นาฬิกา 1 นาที 58 วินาที คราสสิ้นสุด 17นาฬิกา 55นาที 25 วินาที ดวงอาทิตย์ ถูกบัง 22.8%

พิษณุโลก เริ่มเข้าคราส 16 นาฬิกา 0 นาที 8วินาที คราสลึกสุด 17นาฬิกา 1 นาที 36วินาที คราสสิ้นสุด 17 นาฬิกา 56นาที 28 วินาที ดวงอาทิตย์ ถูกบัง 24.9%

อุดรธานี เริ่มเข้าคราส 16 นาฬิกา 0นาที 58 วินาที คราสลึกสุด 17 นาฬิกา 2 นาที 12วินาที คราสสิ้นสุด 17นาฬิกา 56นาที 56 วินาทีดวงอาทิตย์ ถูกบัง 26.6 %

นครสวรรค์ เริ่มเข้าคราส 15 นาฬิกา 57 นาที 30 วินาที คราสลึกสุด 17 นาฬิกา 00นาที 58 วินาท คราสสิ้นสุด 17นาฬิกา 57นาที24 วินาที ดวงอาทิตย์ ถูกบัง 2725 %

นครราชสีมา เริ่มเข้าคราส 15นาฬิกา 55 นาที 48 วินาที คราสลึกสุด 17 นาฬิกา 00 นาที 54 วินาที คราสสิ้นสุด 17นาฬิกา 58 นาที 38 วินาที ดวงอาทิตย์ ถูกบัง 31.9%

อุบลราชธานี เริ่มเข้าคราส 15 นาฬิกา 56 นาที 16วินาที คราสลึกสุด 17 นาฬิกา 01นาที 17 วินาที คราสสิ้นสุด 17 นาฬิกา 55นาที 48วินาที ดวงอาทิตย์ถูกบัง 34.7%

ชลบุรี เริ่มเข้าคราส 15นาฬิกา 52นาที 19วินาที คราสลึกสุด 16 นาฬิกา 59 นาที 45 วินาที คราสสิ้นสุด 17 นาฬิกา 59 นาที 13 วินาที ดวงอาทิตย์ ถูกบัง 34.6 %

สุราษฎร์ธานี เริ่มเข้าคราส 15นาฬิกา 42นาที 45วินาที คราสลึกสุด 16 นาฬิกา 56 นาที 07 วินาที คราสสิ้นสุด 17 นาฬิกา 59 นาที 59วินาที ดวงอาทิตย์ ถูกบัง 43.6 %

ภูเก็ต เริ่มเข้าคราส 15 นาฬิกา 42 นาที 45 วินาที คราสลึกสุด 16 นาฬิกา 56นาที 07 วินาที คราสสิ้นสุด 17นาฬิกา 59 นาที 59วินาทีดวงอาทิตย์ ถูกบัง 43.6%

สงขลา เริ่มเข้าคราส 15นาฬิกา 39นาที 12วินาที คราสลึกสุด 16นาฬิกา 54 นาที 44 วินาที คราสสิ้นสุด 18นาฬิกา 00 นาที 11 วินาที ดวงอาทิตย์ ถูกบัง5028 %

ปัตตานี เริ่มเข้าคราส 15 นาฬิกา 38นาที 54 วินาที คราสลึกสุด 16 นาฬิกา 54นาที 37 วินาที คราสสิ้นสุด 18 นาฬิกา 00 นาที 14 วินาที ดวงอาทิตย์ ถูกบัง 52.7 %

ฉะเชิงเทรา เริ่มเข้าคราส 15นาฬิกา 52 นาที 56 วินาที คราสลึกสุด 16 นาฬิกา 59 นาที 51วินาที คราสสิ้นสุด 17 นาฬิกา 59นาที 05วินาที ดวงอาทิตย์ ถูกบังไป 33.94 %

หอดูดาวบัณฑิตจังหวัดฉะเชิงเทรา เริ่มเข้าคราส 15นาฬิกา 52นาที 46 วินาที คราสลึกสุด 16 นาฬิกา 59นาที 50วินาที คราสสิ้นสุด 17 นาฬิกา 59 นาที 11 วินาที ดวงอาทิตย์ ถูกบัง34.40 %

นัก ดาราศาสตร์ ยังระบุ ถึงการชมสุริยุปราคา ว่า ห้ามชมด้วยตาเปล่าต้องใช้แผ่นกรองแสงไมร่า หากไม่มี ให้ใช้กระดาษแข็งเจาะรูเล็กๆ แล้วส่องไปที่พื้น ถ้าบ้านเป็นหลังคามุงสังกะสี หรือ มุงกระเบื้องที่มีรูตะปูให้ดูแสงที่ลอดรูตะปูที่ตกทอดอยู่ที่พื้นเป็นดวงกลม เมื่อเกิดสุริยุปราคาแสงวงกลมจะแหว่งตามลักษณะที่สุริยุปราคาเกิดขึ้น หรือควรดูผ่านกระจกรมควันหนาๆ แบบโบราณ ส่องดูและห้ามส่องดูนานๆ เพราะจะมีผลต่อสุขภาพตาได้


แท็กซี่คนดีเก็บกระเป๋าคืนนักท่องเที่ยว

เมื่อ เวลา 10.00 น. วันที่ 16 ม.ค. ที่สถานีวิทยุพิทักษ์สันติราษฎร์(สวพ.เอฟเอ็ม 91) ถ.พหลโยธิน กทม. น.ส.ไจตนย์ ศรีวังพล รองกก.ผจก.สถานี พ.ต.ต.นภสินธ์ ภูมี สว.จร.สน.พหลโยธิน เป็นสักขีพยานส่งมอบกระเป๋าคืนน.ส.ลาริซ่า ฟาราโนโซว่า นักท่องเที่ยวชาวรัสเซีย ซึ่งนายสมบูรณ์ เสนาเหลา อายุ 45 ปี อยู่บ้านเลขที่ 41/131 ต.บึงคำพร้อย อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี เก็บได้บนรถแท็กซี่ โดยเมื่อเวลา 22.00 น.วันที่ 15 ม.ค.ที่ผ่านมา นายสมบูรณ์ คนขับรถแท็กซี่ สีเขียวเหลือง ทะเบียน มค-8599 กทม. โทร.แจ้งหมายเลข โทร. ฟรี 1644 สวพ.เอฟเอ็ม 91 ว่า เก็บกระเป๋าเงินของผู้โดยสารชาวรัสเซียได้ เมื่อเปิดดูพบเงินดอลลาร์จำนวนมาก จึงรีบนำมามอบสวพ.เอฟเอ็ม 91 เพื่อช่วยส่งคืนแก่เจ้าของ จากการตรวจสอบภายในกระเป๋าพบธนบัตร 100 ดอลลาร์ 9 ใบ ธนบัตรรัสเซียและเงินไทยอีกจำนวนหนึ่ง รวมประมาณ 50,000 บาท

นาย สมบูรณ์ แท็กซี่คนดี กล่าวว่า เห็นกระเป๋าเงินตกอยู่ที่เบาะนั่ง รู้แล้วว่าต้องเป็นของผู้โดยสารชาวต่างชาติอย่างแน่นอน ซึ่งในกระเป๋าสตางค์มีเงินจำนวนมากตอนแรกคิดอยากเก็บไว้เหมือนกันเพราะมี ภาระต้องส่งเสียลูกเรียนหนังสือ แต่เมื่อคิดดูแล้วส่งคืนเจ้าของดีกว่า เพราะเชื่อว่าความซื่อสัตย์ และความดีจะช่วยเกื้อหนุนชีวิตให้พบแต่สิ่งดีๆ และคนที่ทำเงินหายก็ต้องทุกข์ยากลำบาก อีกทั้งอยากเป็นตัวอย่างที่ดีแก่ลูกและเพื่อนร่วมอาชีพ ในฐานะเจ้าบ้านที่ดีให้การช่วยเหลือนักท่องเที่ยว

ขณะที่นักท่อง เที่ยวสาวรัสเซีย เจ้าของกระเป๋า กล่าวว่า รู้สึกแปลกใจมากไม่คิดว่าจะได้เงินคืน ตนทำงานเกี่ยวกับการท่องเที่ยวมาเมืองไทยเป็นครั้งแรก ประทับใจประเทศไทยและคนไทยมาก ขอบคุณมากและจะนำเรื่องนี้ไปเล่าให้เพื่อนๆ ที่บ้านเกิดฟังด้วย

"ค้อน"เซย์โนไม่ขายเบลลามี่

ทีม "ขุนค้อน"เวสต์แฮม ปฏิเสธข้อเสนอของแมนฯ ซิตี้ และสเปอร์ ที่ขอซื้อตัวเคร็ก เบลลามี่ กองหน้าทีมชาติเวลส์ไปร่วมทีมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลังจากทั้ง 2 สโมสรได้ยื่นข้อเสนอขอซื้อตัวเป็นครั้งที่ 3

เบลลามี่โชว์ฟอร์มได้อย่างโดดเด่นในฤดูกาลนี้ และทำให้แมนฯ ซิตี้ และสเปอร์ยื่นข้อเสนอขอซื้อตัวเป็นเงิน 9 ล้านปอนด์เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ก่อนจะเพิ่มข้อเสนอไปอีก 2 ครั้ง แต่เวสต์แฮมยังยืนยันว่าจะไม่ปล่อยตัวกองหน้าวัย 29 รายนี้ออกจากทีมอย่างแน่นอน โดยมีรายงานข่าวว่า ข้อเสนอครั้งล่าสุดของทีม "ไก่เดือยทอง" เป็นเงินถึง 12 ล้านปอนด์ แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จ และก่อนหน้านี้ "ขุนค้อน" แสดงความไม่พอใจต่อข่าวที่ว่านิวคาสเซิลได้แอบเจรจากับเอเยนต์ของลูคัส นีล ปราการหลังชาวออสซี่ โดยไม่ผ่านความเห็นชอบของสโมสร

ขณะเดียวกันมีรายงานข่าวว่า สเปอร์มีโอกาสที่จะประสบความสำเร็จในการคว้าตัววิลสัน พาลาซิออส มิดฟิลด์ทีมชาติฮอนดูรัสของวีแกนมาร่วมทีม โดยสตีฟ บรู๊ซ ผู้จัดการทีมวีแกนออกมายอมรับว่าการเจรจากำลังดำเนินไปได้ด้วยดี ขึ้นอยู่กับว่าจะได้ค่าตัวที่เหมาะสมแค่ไหน

กาก้าเตรียมเจรจา"เรือใบ"ต้นสัปดาห์หน้า แฉมีเงื่อนไขเล่นฤดูกาลเดียวถ้าชวดไปเตะชปล.

โฆษก ส่วนตัวของกาก้า ออกมายืนยันว่าสโมสรเอซี มิลาน อนุญาตให้ดาวเตะบราซิเลียนเจรจากับแมนฯ ซิตี้แล้ว หลังจาก "เรือใบสีฟ้า" จัดการเพิ่มข้อเสนอเป็น 243 ล้านปอนด์ (ราว 12,870 ล้านบาท) โดยคาดว่าจะได้ข้อสรุปในเร็ววันนี้

มิลานได้รับพิจารณาข้อเสนอจำนวนมหาศาลจากแมนฯ ซิตี้ และไฟเขียวให้กาก้า เจ้าของรางวัลนักฟุตบอลยอดเยี่ยมของยุโรป(บัลลงดอร์) และของฟีฟ่าปี 2007 พูดคุยกับเรือใบสีฟ้า โดยดิโก้ ค็อตส์โช่ โฆษกส่วนตัวของนักเตะเผยถึงเรื่องนี้ว่า "มิลานได้เจรจากับแมนฯ ซิตี้แล้ว และจากนี้ก็จะเป็นคุณพ่อของกาก้าที่จะคุยกับแมนฯ ซิตี้ ข่าวที่บอกว่าทีมจากอังกฤษใกล้บรรลุข้อตกลงเรื่องเซ็นสัญญาห่างไกลความจริง เยอะ เช่นเดียวกับข่าวที่ว่ากาก้าได้ปฏิเสธข้อเสนอจากพวกเขาแล้ว"

สำหรับข้อเสนอล่าสุดของแมนฯ ซิตี้แบ่งแยกได้ดังนี้ 108 ล้านปอนด์สำหรับเป็นค่าตัวของกาก้า ที่มิลานจะได้รับ และอีก 108 ล้านปอนด์สำหรับค่าเหนื่อยของกาก้า เมื่อหักภาษีแล้วดาวเตะวัย 26 ปี จะได้รับราว 13.28 ล้านปอนด์ต่อปี (ราว 703 ล้านบาท) หรือ 255,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ (ราว 13.5 ล้านบาท) ส่วนอีก 27 ล้านปอนด์ (ราว 1,430 ล้านบาท) จ่ายสำหรับนายหน้าซึ่งรวมถึงคุณพ่อของกาก้าด้วย

หนังสือพิมพ์ไทม์ส รายงานว่า กาก้าจะเจรจาอย่างเป็นทางการกับแมนฯ ซิตี้ในต้นสัปดาห์ นอกจากเจรจาเรื่องสัญญา รายได้ค่าเหนื่อยแล้ว และหนึ่งในเงื่อนไขสำคัญก็คือ กาก้าจะสามารถย้ายออกจากทีม "เรือใบสีฟ้า" ได้ในสิ้นสุดฤดูกาลหน้า หากว่าสโมสรไม่สามารถทำอันดับไปเตะยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีกได้

ทางด้านเปาโล มัลดินี่ กองหลังจอมเก๋าของเอซี มิลาน ออกมาเตือนว่าการปล่อยกาก้าออกไปจะเป็นเรื่องเสียหายสำหรับทีม เพราะไม่สามารถหาใครมาแทนที่ดาวเตะแซมบ้าวัย 26 ปีรายนี้ได้ "การตัดสินใจขึ้นอยู่กับสโมสร แต่ผมพูดได้คำเดียวคือ กาก้าเป็นผู้เล่นที่สำคัญมากสำหรับเรา และการจากไปของเขาจะสร้างผลกระทบในแง่ลบอย่างใหญ่หลวงสำหรับเรา" มัลดินี่กล่าว

ขณะเดียวกัน สื่ออิตาลีรายงานว่า "งูใหญ่"อินเตอร์ มิลาน แสดงความสนใจเซ็นสัญญาคว้าตัว คาร์ลอส เตเบซ ดาวเตะอาร์เจนไตน์ไปร่วมทีมในช่วงตลาดซื้อขายเปิดเดือนมกราคมนี้ หลังจาก "ผีแดง"แมนฯ ยู ยังลังเลที่จะเสนอสัญญาถาวรให้กับนักเตะ และเมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา ดิเอโก้ มาราโดน่า ผู้จัดการทีมชาติอาร์เจนตินาก็ออกมาแนะนำให้เตเบซย้ายไปอินเตอร์ฯ เพราะเชื่อว่าจะเล่นได้อย่างเข้าขากับซลาตัน อิบราฮิโมวิช

ส่วนหนังสือพิมพ์ เดลี่ สตาร์ ของอังกฤษเผยว่า เชลซี คู่อริร่วมลีกก็สนใจเตเบซเช่นกัน โดยวางแผนคว้าตัวกองหน้าอาร์เจนไตน์ในช่วงปิดฤดูกาล ซึ่งนักเตะจะหมดสัญญายืมตัวกับแมนฯ ยูพอดี รายงานข่าวระบุเพิ่มเติมว่าสิงห์บลูส์เริ่มหมดความอดทนกับดิดิเยร์ ดร็อกบา และหวังดึงตัวเตเบซไปล่าตาข่ายคู่กับ หลุยส์ ฟาเบียโน่ กองหน้าบราซิเลียน โดยเชลซีมั่นใจว่าจะเซ็นสัญญาฟาเบียโน่มาจากเซบีญ่าได้แน่นอน แต่กรณีของเตเบซต้องลุ้นหนัก

‘หมวดเจี๊ยบ’วอนกองทัพปล่อยร่วมงานดีทีวี

ร.ท.หญิงสุณิสา เลิศภควัต หรือหมวดเจี๊ยบ ผู้เขียนหนังสือ ทักษิณ Where are you ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการลับ ลวง พราง สถานีวิทยุเอฟเอ็ม 100.5 กรณีรับงานผู้ดำเนินรายการของสถานีโทรทัศน์ดีทีวี ว่า รายการที่จะไปดำเนินรายการคือรายการห้องเรียนประชาธิปไตย ช่วงวันเสาร์-อาทิตย์ รูปแบบรายการเป็นการโต้เถียงทางความคิด และเป็นช่องทางในการนำเสนอมุมมองที่แตกต่างเกี่ยวกับปรากฏการณ์ทางการเมือง และนโยบายต่างๆ ตนไม่มีปัญหาอะไรที่จะร่วมงานด้วย ไม่ใช่สิ่งเลวร้ายหากจะทำงานร่วมกับเขา
ร.ท.หญิงสุณิสา กล่าวว่า ส่วนกรณีที่กองทัพจะให้ตนไปชี้แจงในวันที่ 20 ม.ค.นี้ ตนจะเดินทางไปเขียนรายงานชี้แจงและพูดคุยรายละเอียดเกี่ยวกับรายการที่จะทำ ยืนยันว่า จะระมัดระวังไม่ให้กระทบในทางที่เสียหายต่อกองทัพ วันนี้กองทัพพัฒนามาสู่ยุคประชาธิปไตยมากขึ้น มีความเข้าในเรื่องเสรีภาพในการแสดงออกของกำลังพลมากขึ้น เชื่อว่า ผู้บังคับบัญชาจะเข้าในการแสดงความคิดเห็นทางการเมือง และมีความใจกว้าง อย่างไรก็ตามหากกองทัพไม่ต้องการให้ตนทำ ตนจะไม่ดื้อดึง แม้จะคิดว่าน่าจะเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น
เมื่อถามว่า ที่ผ่านมามีคนมองว่า รับเงินจากพ.ต.ท.ทักษิณมาทำหนังสือ ร.ท.หญิงสุณิสา กล่าวว่า การทำหนังสือไม่มีเบื้องหลัง และไม่ใช่การจ้างวาน และขณะนี้ยังไม่มีหลักฐานอะไรบ่งบอกว่ามีการรับเงินจากพ.ต.ท.ทักษิณ หากทำเช่นนั้นจริงทุกอย่างคงปรากฏออกมาแล้ว ยืนยันว่าไม่มีการรับเงินใดๆ ไม่มีบิ๊กทหารคนใดหนุนหลัง และยืนยันว่า ตนไม่มีความคิดจะไปเป็นภรรยาน้อยใครเพื่อแลกความก้าวหน้าในการทำงาน

ตะลึงกลางศาล หนุ่มสับนิ้วตัวเองแค้นใจผู้พิพากษา

เหตุเกิดที่โปรตุเกส

รอยเตอร์รายงานวันที่ 17 ม.ค. ว่า เกิดเหตุช็อกกลางศาลประเทศโปรตุเกส เมื่อหนุ่มนักธุรกิจชาวโปรตุเกสสับนิ้วตนเองต่อหน้าศาลด้วยความแค้นใจ หลังผู้พิพากษาตัดสินไม่รับข้อเสนอผ่อนผันหนี้ของชายคนนี้กับบริษัทแห่ง หนึ่งจำนวน 170,000 ยูโร หรือราว 7.8 ล้านบาท และสั่งให้ชายคนนี้ขายที่นาส่วนหนึ่ง


ชายคนดังกล่าวมีชื่อว่า โอริโก ซิลวา มีที่นาอยู่ 125 ไร่ ในเมืองฟิไกรา ดา ฟอซ ใจกลางประเทศ ถูกบริษัทฟ้องร้องเอาที่ดิน หลังชายคนนี้ติดหนี้บริษัท นายซิลวา กล่าวว่า ตนใจสลายเมื่อได้ยินศาลปฏิเสธข้อเสนอที่จะยอมจ่ายหนี้ แต่ไม่ยอมเสียที่ดินของตน ตนบอกแล้วว่า มีธนาคารค้ำประกันมูลค่า 1.2 ล้านยูโร ยืนยันว่าตนจ่ายหนี้ได้ แต่ผู้พิพากษาก็ไม่ฟัง จังหวะที่หยิบเอกสารธนาคารออกจากกระเป๋า เห็นมีดที่ซื้อไว้จากที่ตลาด จึงตัดสินใจใช้โต๊ะในศาลเป็นเขียง แล้วตัดนิ้วเป็น 3 ท่อน


"ความตั้งใจของผมก็คือจะฉีกกระดาษ เอกสารของคดีให้เป็นชิ้นๆ แล้วละเลงเลือดให้เลอะ เพื่อที่ผมจะได้ไม่เสียที่นาของผมไป ผมไม่รู้สึกอะไรทั้งนั้น ผมยอมตัดนิ้วทั้งหมดเลยก็ได้ เพราะมันทำไปด้วยความสิ้นหวัง" นายซิลวา กล่าว

"ถาวร"ฟื้นแจกสปก.40-1 ยันไม่ซ้ำรอยอดีตฉาวยุครบ.ชวน

นายถาวร เสนเนียม รมช.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณีที่มีข่าวว่ารัฐบาลเตรียมฟื้นการดำเนินการแจกเอกสารสิทธิ ที่ดินทำกินในพื้นที่ปฏิรูปที่ดินสปก.4-01 ที่ยังเหลือพื้นที่อีกประมาณ 16 ล้านไร่ ว่า เป็นนโยบายที่รัฐบาลต้องการจัดการที่ทำกินให้ประชาชนในเขตป่าและเขตที่ดิน ของหลวงซึ่งประกาศเป็นเขตปฎิรูปที่ดินแล้ว ได้มีที่ดินสำหรับทำกิน โดยรัฐบาลมีนโยบายและเป้าหมายที่ชัดเจนว่าจะออกเอกสารสิทธิ์ให้ประชาชนได้ จำนวนเท่าไหร่และอยู่ในพื้นที่ใดบ้าง อย่างไรก็ตาม ที่ยังไม่สามารถจัดการเรื่องสปก.4-01ได้แล้วเสร็จเพราะติดปัญหาการทำงานที่ ล่าช้าของระบบราชการ
ผู้สื่อข่าวถามว่าเกรงหรือไม่ว่าจะเกิดเหตุการณ์ อย่างเมื่อครั้งพรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาล และถูกอภิปรายจนต้องยุบสภาฯ นายถาวร กล่าวว่า ไม่คิดว่าเรื่องนี้จะเป็นเป้าให้ฝ่ายค้านโจมตีรัฐบาลได้ เพราะฝ่ายค้านก็รู้ว่าประชาชนอยากได้เอกสารสิทธิ์ที่ดินทำกินในที่ดินของรัฐ ซึ่งปล่อยว่างอยู่เพื่อแก้ไขปัญหาการเข้าไปอยู่ในที่ดินของรัฐโดยผิดกฎหมาย และรัฐบาลได้ประกาศว่าจะออกเอกสารสิทธิ์ให้ประชาชนอยู่แล้ว ยืนยันว่าไม่มีเจตนาขับไล่ประชาชนออกจากพื้นที่
เมื่อถามว่าก่อนหน้านี้ นายเนวิน ชิดชอบ เคยอภิปรายพรรคประชาธิปัตย์ เกรงหรือไม่ว่าจะมีปัญหาอีก นายถาวร กล่าวว่า นายเนวินคงจะรับรู้ขั้นตอนการดำเนินงานเป็นอย่างดี โดยเฉพาะที่จ.บุรีรัมย์และพื้นที่อื่นๆ ที่ต้องการให้รัฐบาลออกเอกสารสิทธิ์สปก.4-01 ในที่ดินที่ไม่สามารถออกโฉนดได้ ว่าจะต้องออกเป็นสปก.4-01แทน คิดว่าไม่น่ามีปัญหา
ด้าน นายธีระ วงศ์สมุทร รมว.เกษตรฯ กล่าวว่า สิ่งที่รัฐบาลต้องเร่งดำเนินการคือเรื่องธนาคารที่ดิน โดยดูว่าที่ดินตรงไหนที่ไม่ได้ทำกินแต่มีเอกสารสิทธิ์ รัฐจะไปซื้อและมาจัดการในรูปของสปก. รวมทั้งเรื่องโฉนดชุมชน เพราะก่อนประกาศเขตปฏิรูปที่ดินปรากฏว่ามีที่ดินบางส่วนเป็นที่ชุมชน ซึ่งรัฐบาลจะแยกเขตชุมชนออกมาให้ชัดเจนว่าส่วนใดที่ออกเอกสารสิทธิ์ได้

‘อดิศร’แรง-เล็งตั้ง‘พรรคเพื่อกู’ประชดกกต.

นายสุรพงษ์ โตวิจักษ์ชัยกุล ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี นางสดศรี สัตยธรรม คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ระบุว่าถ้าพรรคเพื่อไทยตั้งพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นที่ปรึกษาพรรค อาจส่งผลถึงถูกยุบพรรค ว่า ไม่มีกฎหมายระบุว่าต้องส่งรายชื่อที่ปรึกษาต่อกกต.จึงขอยืนยันว่าพรรคจะไม่ ถอดชื่อพ.ต.ท.ทักษิณ ออกจากตำแหน่งที่ปรึกษา ทั้งนี้ต้องถามกลับไปที่นางสดศรีว่าเหตุใดจึงไม่แสดงความคิดเห็นหรือจับผิด กรณีที่นายเนวิน ชอดชอบ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ และนายสมศักดิ์ เทพสุทิน อดีตกรรมการบริหารไทยรักไทย มีส่วนร่วมในการเปิดตัวพรรคภูมิใจไทย การที่นางสดศรีมุ่งประเด็นมาที่พรรคเพื่อไทยเพียงพรรคเดียวเหมือนเป็นการ เลือกปฎิบัติ
“ก่อนหน้านี้พรรคได้ทำหนังสือต่อกกต. ให้ตรวจสอบกรณีนายเนวิน นายสมศักดิ์ ที่อยู่เบื้องหลังการจับขั้วรัฐบาลและตั้งพรรคการเมือง โดยมีภาพนายเนวินกอดคอนายอภิสิทธิ์ ยืนยันได้ชัดเจน แต่กกต.ไม่ดำเนินการอะไร กลับพยายามโยงเรื่องพ.ต.ท.ทักษิณให้ประเด็นทางการเมือง เพื่อหวังให้เกิดการยุบพรรครอบ 3”
ด้านนายอดิศร เพียงเกษ อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย กล่าวว่า อยากเตือนไปยังกกต.และผู้อยู่เบื้องหลังว่า ถึงแม้ว่านางสดศรีจะมาจากเผด็จการก็ควรจะอ่านกฎหมายให้รอบคอบ ไม่ควรออกหน้าออกตาให้มากจนเกินไป และตนขอประกาศแทนกลุ่มคนเสื้อแดงว่า ถ้ามีการยุบพรรครอบ 3 เชื่อว่าจะมีคนไปตั้งพรรคชื่อพรรคเพื่อกูขึ้นมา

เผาพริกแทน"ปาไข่" บุกไล่มาร์ค เสื้อแดงลุยงานวันครู

ดีทวีประกบทวีนายกฯ จัดรายการโต้ทุกเม็ด! ก๊กเนวินโตซื้อสส.หัว3ล.




วันครู - นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ กราบคารวะคุณครูที่เคยสอนสมัยเรียนสาธิตจุฬาฯ ระหว่างเป็นประธานพิธีบูชาบูรพาจารย์และมอบรางวัลในงานวันครูแห่งชาติ ณ หอประชุมคุรุสภา กระทรวงศึกษาธิการ เมื่อวันที่ 16 ม.ค.

ม็อบ เสื้อแดงบุกไล่มาร์คในงานวันครู ใช้เผาพริกเผาเกลือสาปแช่งแทนปาไข่ทำเอาข้าราชการที่รอรับสำลักควันน้ำตาไหล ไปตามๆ กัน "เทือก"ขู่ดีทีวี-นปช.ถ้าปลุกระดมทำผิดกฎหมายเจอเล่นงานแน่ ขณะที่นิพิฏฐ์โผล่ค้าน อ้างสร้างความแตก แยก นายกฯชี้ไม่มีผลถ้าหากแม้วโฟนอินร่วมรายการ ส่วน"ณัฐวุฒิ"ลั่นจัดรายการประกบทีวีนายกฯทันทีหลังออกรายการ เตรียมโต้ทุกประเด็น ด้าน"ถาวร เสนเนียม" อ้างปชป.ไม่ใจแคบขออนุโมทนาสาธุยินดีด้วยกลุ่มเพื่อนเนวินตั้งพรรคสำเร็จ ส่วน"บุญจง วงศ์ไตรรัตน์" โต้วุ่นซื้อส.ส.เพื่อไทยหัวละ 3 ล้านดึงมาเข้าก๊วน ภูมิใจไทย อ้างไม่มีเงินมากมายขนาดนั้น ด้านกกต.พร้อมรับเรื่องตรวจสอบซื้อส.ส.-รัฐบาลแจกเงิน 2 พัน

เสื้อแดงเผาพริกเกลือไล่แทนปาไข่

เมื่อ เวลา 08.50 น. วันที่ 16 ม.ค. ที่หอประชุมคุรุสภา นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ เดินทางมาเป็นประธานงานวันครู พ.ศ. 2552 ครั้งที่ 53 ภายในงานนายกฯมีโอกาสคารวะ รศ.ลินจง อินทรัมพรรย์ ครูที่เคยสอนสมัยเรียนที่โรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยด้วย ระหว่างที่นายอภิสิทธิ์ร่วมงานวันครูอยู่นั้น ม็อบเสื้อแดงประมาณ 10 คน ซึ่งเป็นกลุ่มประชาธิปไตยสนามหลวง พร้อมรถขยายเสียง เดินทางมาปักหลักที่บริเวณประตูทางออกคุรุสภา บริเวณ ถ.ราชสีมา พร้อมนำเตาอั้งโล่มาทำพิธีเผาพริกเผาเกลือสาปแช่ง ขับไล่นายอภิสิทธิ์ออกจากตำแหน่งนายกฯ ประกาศว่าจากนี้ไปกลุ่มประชาธิปไตยสนามหลวงจะเลิกการปาไข่ เพราะเกรงว่าหากคนจำนวนมากที่ไม่ต้องการให้นายอภิสิทธิ์เป็นนายกฯ ใช้ไข่ไก่ขว้างปาจะส่งผลให้ราคาสูงขึ้นถึงฟองละ 10 บาท สร้างความเดือดร้อนให้ชาวบ้าน ทางกลุ่มจึงยกเลิกการปาไข่ แต่จะใช้วิธีเผาพริกเผาเกลือแทนและจะตามไปทุกจุดที่นายอภิสิทธิ์ไป

ผู้ สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่กลุ่มประชาธิปไตยสนามหลวงเผาพริกเผาเกลือและใช้พัดโบกให้กลิ่น เข้ามาบริเวณหอประชุมคุรุสภา สร้างความไม่พอใจให้กับกลุ่มครูที่ยืนเข้าแถวรอส่งและมอบดอกไม้ให้นายกฯเป็น อย่างมาก เนื่องจากกลิ่นพริกและเกลือรุนแรง จากนั้นกลุ่มครูประมาณ 20 คนจึงได้ร้องตะโกน "นายกฯ สู้ๆ" สวนกลับทางกลุ่มเสื้อแดง พร้อมแสดงอาการไม่พอใจที่กลุ่มดังกล่าวเคลื่อนไหว จนทำให้เสียบรรยากาศการจัดงานวันครู รวมทั้งไม่ได้ถ่ายรูปและมอบดอกไม้ตามที่ตั้งใจ

มาร์คใช้แผนลวงหลบม็อบไล่

เวลา 09.40 น. หลังจากนายกฯกล่าวสุนทรพจน์เสร็จ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย 20 คน ได้เดินล้อมตัวนายกฯแล้วกันตัวออกทางประตูด้านข้างหอประชุมเพื่อหลบกลุ่ม เสื้อแดง ก่อนขึ้นรถโฟล์กตู้ทะเบียน ฮค 2822 กรุงเทพมหานคร ของทำเนียบรัฐบาล ลัดออกมาทางประตูหน้าของกระทรวงศึกษาธิการ ถ.ราชดำเนินกลาง เข้ามายังทำเนียบ ส่วนรถยนต์ประจำตำแหน่งของนายกฯได้จอดลวงไว้ที่ประตูด้านหน้าของหอประชุม คุรุสภาแทน เมื่อกลุ่มเสื้อแดงสลายตัวไปแล้วจึงได้ขับกลับตามมาภายหลัง ทั้งนี้ ก่อนขึ้นรถกลับ นายกฯได้แวะทักทายน.ส.งามพรรณ เวชชาชีวะ พี่สาว ที่เดินทางมาร่วมงานและให้กำลังใจครูสอนภาษาฝรั่งเศสด้วย

เวลา 13.20 น. ก่อนเป็นประธานการประชุมนโยบายพลังงานแห่งชาติ ที่ตึกบัญชาการ นายอภิสิทธิ์ ตอบคำถามถึงกรณีนายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว. มหาดไทย ให้จับตาและติดตามความเคลื่อนไหวการออกอากาศของดีทีวี ว่า ตนไม่ทราบ เมื่อถามว่ารัฐบาลจะจับตาดูหรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ยังไม่เคยดูเลย

"เทือก"ลั่นดำเนินคดีดีทีวีถ้าผิดกม.

เวลา 10.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ให้สัมภาษณ์ถึงการตั้งสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมดีทีวีของกลุ่มนปช. ว่า อย่าเพิ่งไปมองว่าการเปิดสถานีโทรทัศน์ดังกล่าวจะสร้างปัญหา มองในแง่ดีว่าเป็นช่องทางให้กลุ่มนปช. สะท้อนปัญหาและความคิดทางการเมือง ข้อมูลข่าวสารต่างๆ ตราบใดที่กลุ่มนปช.ไม่ทำความเสียหายให้ประเทศหรือประชาชนก็อย่าไปมีอคติ ไม่ต้องจับตาเป็นพิเศษ เพราะธรรมดาก็เห็นอยู่ทุกวัน ส่วนที่รมว.มหาดไทยตั้งบุคคลขึ้นมาติดตามการดำเนินงานและรายละเอียดของสถานี โทรทัศน์ดีทีวีนั้น เป็นหน้าที่ของรมว.มหาดไทยที่จะต้องดูแลความเรียบร้อยเพื่อป้องกันไม่ให้ เกิดความเสียหายกับประชาชน

เมื่อถามว่ารัฐบาลจะเข้าไปควบคุมอย่าง ไรกับทีวีที่ออกอากาศโดยมีเนื้อหาปลุกระดมชาวบ้านทุกวัน นายสุเทพกล่าวว่า รัฐบาลเห็นว่าใครกระทำผิดก็ต้องดำเนินคดีต่อไป รัฐบาลที่แล้วก็ไม่ดำเนินคดีอะไร เขาไม่ทำเอง แต่รัฐบาลนี้ต้องบอกว่าใครทำผิดกฎหมายก็ต้องดำเนินคดี กฎหมายต้องเป็นกฎหมาย เมื่อถามว่าคณะกรรมการของสถานีโทรทัศน์หลายคนเป็นบุคคลที่ใกล้ชิดกับพ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ถือเป็นการส่งสัญญาณทางการเมืองหรือไม่ นายสุเทพกล่าวว่า คงไม่ใช่ เป็นเรื่องการต่อสู้ทางการเมืองปกติ อย่าไปกังวลอะไร อยากให้มองโลกในแง่ดีไว้ก่อน

"ถาวร"โวปชป.ไม่ใจแคบอิจฉาใคร

เมื่อ เวลา 11.00 น. ที่กระทรวงมหาดไทย นายถาวร เสนเนียม รมช.มหาดไทย กล่าวถึงข้อเสนอการนิรโทษกรรมกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย 111 คน ว่า คงเป็นเพียงข้อเสนอแนะขึ้นมาต้องเอามาดูว่าดำเนินการได้เพียงใด เพราะเป็นเรื่องของสภา ที่สำคัญจะต้องอยู่ที่ความพึงพอใจของประชาชนด้วย ดังนั้นจึงเร็วไปที่จะพูดถึงเรื่องนี้ เพราะ� ต้องอนุโมทนาสาธุให้เพื่อนที่ตั้งพรรคการเมืองได้ เพราะความจริงพรรคการเมืองควรจะเป็นสถาบัน เมื่อทำได้ก็ดีใจและคงไม่ไปคิดอิจฉาริษยาอะไร เพราะถ้าทำอย่างนั้นก็ถือว่าใจแคบ พรรคประชาธิปัตย์ไม่ใช่พรรคที่ใจแคบ

ผู้ สื่อข่าวถามว่าเกรงว่าหรือไม่ว่าหากพรรคภูมิใจไทยรวบรวมส.ส.ได้มากขึ้นจะนำ มาต่อรองกับพรรคประชาธิปัตย์ในเรื่องต่างๆ นายถาวรกล่าวว่า คงไม่มี และไม่ได้เกรงกลัวอะไร นโยบายของรัฐบาลก็ได้แถลงต่อรัฐสภาไปแล้ว การดำเนินการอะไรก็ต้องเป็นไปตามนโยบาย และตามความพึงพอใจของประชาชน ใครที่จะทำอะไรที่ประชาชนไม่ต้องการก็อยู่ไม่ได้

แกนนำพร้อมรับเรื่องร้องเรียนขรก.

นาย สุขุม วงประสิทธิ แกนนำกลุ่มรักประชาธิปไตยสนามหลวง (กปส.) กล่าวว่า ช่วงเช้าที่ผ่านมาได้นำสมาชิกในกลุ่มกว่า 10 คน เดินทางไปยื่นหนังสือต่อนายกฯที่หน้ากระทรวงศึกษาธิการ พร้อมทำพิธีเผาพริกเผาเกลือเรียกร้องให้นายอภิสิทธิ์ยุบสภาโดยเร็ว ยกเลิกการจัดการประชุมอาเซียนซัมมิท เพราะรัฐบาลชุดนี้ไม่เหมาะสมเป็นเจ้าภาพ นอกจากนี้ จะตั้งโต๊ะรับเรื่องราวร้องทุกข์จากข้าราชการที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม ถูกกลั่นแกล้ง โดยเฉพาะข้าราชการไม่เคยเข้าร่วมชุมนุมกับกลุ่มพันธมิตรบุกยึดทำเนียบรัฐบาล และสนามบินทั้ง 2 แห่ง แต่กลับถูกกลั่นแกล้ง ทั้งที่ทำงานดี อยู่ในระเบียบวินัย ตนจะนำข้อมูลที่ได้รับการร้องเรียนนี้มาเปิดเผยบนเวทีกปส.ข้างทำเนียบทุกวัน ให้นายอภิสิทธิ์ที่ทำงานข้างในได้ยินและรับทราบถึงปัญหาของข้าราชการเหล่า นี้ ทราบว่าหลายคนกำลังหวาดผวาและถูกกดดันอย่างหนัก จึงขอให้ข้าราชการเหล่านี้นำข้อมูลมาร้องเรียนตนได้ที่เวทีข้างทำเนียบ ตนจะเป็นกระบอกเสียงให้ในฐานะผู้แทนฯนอกทำเนียบ

"เฉลิมชัย"โอ่เลือกซ่อมภาคกลาง

วัน เดียวกัน นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ดูแลภาคกลาง กล่าวถึงการเลือกตั้งซ่อมเมื่อวันที่ 11 ม.ค. ที่พรรคได้ส.ส.เพิ่มมาอีก 7 คน ว่า ในฐานะที่ตนดูแลพื้นที่ภาคกลาง พรรคประชาธิปัตย์ส่งผู้สมัคร 6 คน ได้มา 5 คน ถือว่าน่าพอใจ ส่วนหนึ่งต้องยอมรับว่าทีมงานหาเสียงเราลงพื้นที่จริงๆ อีกทั้ง ยังได้แรงสนับสนุนในตัวของนายอภิสิทธิ์ สำหรับพื้นที่ที่แพ้ก็ไม่เสียใจเพราะแพ้นิดเดียว แต่จากนี้คงต้องมาหาสาเหตุเพื่อแก้ไขปัญหาต่อไป

ผู้สื่อข่าวถามว่า ในฐานะรองหัวหน้าดูแลภาคกลางการที่ตระกูลศิลปอาชา ถูกตัดสิทธิทางการเมือง จะทำให้ จ.สุพรรณบุรี มีโอกาสเป็นของประชาธิปัตย์หรือไม่ นายเฉลิมชัยกล่าวว่า ถ้าดูคะแนนที่สนับสนุนนายบรรหาร ศิลปอาชา อดีตหัวหน้าพรรคชาติไทย จะสะท้อนให้เห็นถึงความผูกพันในตัวบุคคล ซึ่งต่างกับที่คนใต้สนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์ เพราะมองว่าพรรคเป็นสถาบัน ถ้าให้ดูการเมือง ตราบใดที่นายบรรหาร ยังอยู่ คนสุพรรณบุรีก็ยังเลือกท่าน แต่ตามแนวทางการเมืองเราก็ต้องสู้

คุยเตรียมซิวซ่อมส.ส.นนทบุรีอีก

เมื่อ ถามว่าในฐานะที่เป็นขุนพลภาคกลาง จะเจาะจังหวัดที่เป็นฐานเสียงของพรรคชาติไทยพัฒนาอย่างไร นายเฉลิมชัยกล่าวว่า ก็เตรียมไว้ อย่างที่จ.นครปฐม ได้ส.ส.มาเขตหนึ่งก็พอจะเป็นเชื้อได้ แต่การเป็นส.ส.ไม่ได้หมายความว่าเลือกตั้งอีกจะได้เป็นอีก ได้บอกกับส.ส.ใหม่ไปว่าการเป็นส.ส.ครั้งนี้ง่ายกว่าการที่จะได้เป็นส.ส. ครั้งหน้า ดังนั้น จะให้พรรคไปการันตีทั้งหมดคงไม่ได้ โดยเฉพาะภาคกลางที่ตัวส.ส.กับชาวบ้านต้องสัมผัสกัน ต้องยอมรับว่า ที่คนสุพรรณบุรีเลือกนายบรรหาร เพราะพัฒนาท้องนาทั้งหมดให้กลายเป็นเมือง เป็นทอง และถ้าคนเป็นส.ส.ทำได้อย่างนี้ เอาความเจริญไปให้จังหวัด ลง 10 ครั้งก็ได้ 10 ครั้ง ตนก็บอกกับส.ส.ทุกคนเมื่อคิดจะเป็นส.ส.จะต้องสละความเป็นส่วนตัว จะมากจะน้อยก็แล้วแต่ก็ขึ้นอยู่กับการทุ่มเท

ส่วนวันที่ 25 ม.ค. ที่จะมีเลือกตั้งซ่อมที่ จ.นนทบุรี นายเฉลิมชัยกล่าวว่า น่าจะพอผ่านไปได้ แต่การเมืองต้องไม่ประมาท ปิดหีบแล้วถึงจะคุยกันว่าแพ้หรือชนะ เมื่อถามว่าทำผลงานพาส.ส.เข้าสภาอีก 7 คน แต่ไม่ได้ตำแหน่งรัฐมนตรีทำให้หมดกำลังใจหรือไม่ นายเฉลิมชัยกล่าวว่า สำหรับตนคงไม่ แต่คนอื่นไม่ทราบ เพราะถ้าวันไหนที่ตนหมดภารกิจที่ได้รับมอบหมายก็ต้องมีคนอื่นมาแทน แต่วันนี้ตนเป็นรองหัวหน้าพรรคก็ต้องทำงาน

"กระจง"โต้ข่าวซื้อส.ส.หัวละ3ล้าน

เมื่อ เวลา 10.00 น. ที่โรงแรมปรินซ์ตัน ปาร์ค ดินแดง นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รมช.มหาดไทย กล่าวถึงกระแสข่าวว่าพรรคภูมิใจไทยจะซื้อตัวส.ส.พรรคเพื่อไทยในราคา 3 ล้านบาทต่อหัว ว่า ข้อมูลดังกล่าวเป็นเท็จทั้งสิ้น พรรคภูมิใจไทยไม่มีนโยบายใช้เงินดึง ส.ส.พรรคอื่นเข้ามา เชื่อว่าข่าวดังกล่าวที่ออกมาเป็นข่าวที่มาจากทางพรรคเพื่อไทย ที่ต้องการเปิดประเด็นให้พรรคเพื่อไทยจ่ายให้ส.ส.ในพรรค เพื่อที่จะดึงลูกพรรคเอาไว้ และพรรคภูมิใจไทยก็ไม่มีเงินมากพอที่จะดูดส.ส. ในวันที่มีการเปิดตัวพรรคภูมิใจไทยที่ผ่านมา และมีส.ส.พรรคเพื่อไทยเดินทางมานั้นไม่ได้มีนัยยะอะไร เพียงแต่ส.ส.กลุ่มนี้ได้เดินทางมาร่วมยินดี

นายบุญจง กล่าวว่า ส.ส.คนใดที่ยังไม่มีสังกัดพรรคและต้องการที่จะเข้าเป็นสมาชิกพรรคภูมิใจไทย พรรคจะเปิดกว้างและจะพิจารณาเป็นรายคน ซึ่งส.ส. จะรู้ตัวว่าตัวเองมีคุณสมบัติหรือไม่ สำหรับการเลือกหัวหน้าให้รอดูวันที่ 20 ก.พ. จะมีการประชุมเลือกกรรมการบริหารพรรคก่อนแล้วจะเลือกหัวหน้าพรรคซึ่งจะให้ส. ส.เป็นคนเลือก ส่วนตัวเลข ส.ส.ในพรรคภูมิใจไทย น่าจะอยู่ประมาณ 32 คน โดยจะมีเพิ่มมาอีก 2 คน จากกลุ่มของมัชฌิมาธิปไตยเดิม

อ้างเปลี่ยนขั้วเพื่อกันไม่ให้ปฏิวัติ

นาย บุญจง กล่าวในการมอบนโยบายแก่กรมพัฒนาชุมชนตอนหนึ่งถึงการเปลี่ยนขั้วของกลุ่ม เพื่อนเนวิน ว่า ก่อนเปลี่ยนขั้วกลุ่มเพื่อนเนวินคิดว่าจะเอาแบบเดิมหรือไม่ คือเอาคนในพรรคเดิมเป็นผู้นำหรือไม่ แต่เมื่อมองดูแล้วเห็นว่าอาจสุ่มเสี่ยงกับการทำให้ประเทศเป็นเหมือนเดิมที่ มีแต่ความแตกแยก เพราะคนที่ถูกเสนอชื่อนั้นยังมีคดีอยู่ในป.ป.ช. ถ้ามีอุบัติเหตุขึ้นมาก็จะทำให้เกิดการชะงัก และเมื่อการเมืองถึงทางตัน คนแก้ก็คือนักการเมือง ตนและเพื่อนอีก 20 กว่าคน จึงเปลี่ยนขั้วทางการเมือง เพราะเชื่อว่าจะดีกว่าการปฏิวัติ หรือบุกยึดสนามบิน แม้จะถูกด่าก็ไม่เป็นไร เวลาและผลงานเป็นเครื่องพิสูจน์ และจะทราบว่าทุกคนทำเพื่อประเทศชาติ

นายบุญจง กล่าวต่อว่า ขอให้ข้าราชการในกรมพัฒนาชุมนุมทั่วประเทศรณรงค์สร้างความสมานฉันท์ใน พื้นที่ ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องใหญ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การทำความเข้าใจกับแกนนำผู้ชุมนุม ขอยืนยันว่าไม่ได้เป็นการสกัดกั้น ความจริงสถานการณ์ขณะนี้ยังไม่ปกติ แม้รัฐบาลชุดนี้จะเป็นไปตามประชาธิปไตย แต่ยังมีปัญหาแตกแยกทางความคิด ตนจึงต้องการขอความร่วมมือทั้งข้าราชการกรมพัฒนาชุมชน กรมการปกครอง และกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ร่วมมือกัน เพราะทั้ง 3 กรมมีความใกล้ชิดกับประชาชน และต้องทราบดีว่าประชาชนต้องการอะไร สำหรับการลงพื้นที่ของตน ขอรอดูสถานการณ์ไปก่อนเพราะตอนนี้ยังมีการปาไข่อยู่

ส.ส.ใหม่รับหนังสือรับรองจากกกต.

เมื่อ เวลา 09.00 น. ที่สำนักงานกกต. ภายหลังจากกกต.ประกาศรับรองผลการเลือกตั้งซ่อม 20 ส.ส. และกำหนดให้ส.ส.มารับหนังสือรับรองเพื่อไปรายงานตัวต่อสภาผู้แทนราษฎร ปรากฏว่ามีส.ส.เดินทางมารับหนังสือดังกล่าวทั้งหมด 17 คน โดยนายมารุต บุญมี ส.ส.��กาศรับรองผลการเลือกตั้งซ่อม 20 ส.ส. และกำหนดให้ส.ส.มารับหนังสือรับรองเพื่อไปรายงานตัวต่อสภาผู้แทนราษฎร ปรากฏว่ามีส.ส.เดินทางมารับหนังสือดังกล่าวทั้งหมด 17 คน โดยนายมารุต บุญมี ส.ส.นครปฐม พรรคประชาธิปัตย์ เดินทางมารับหนังสือเป็นคนแรก และยังมีส.ส.ที่ยังไม่ได้เดินทางมารับหนังสืออีก 3 คน ประกอบไปด้วย นายจักรกฤษณ์ ทองศรี พรรคประชาราช นายพีระพงษ์ เฮงสวัสดิ์ พรรคเพื่อแผ่นดิน ส.ส.บุรีรัมย์ และนายองอาจ วงษ์ประยูร พรรคประชาธิปัตย์ ส.ส.สระบุรี

ส่วนบรรยากาศที่รัฐสภา มีส.ส.ใหม่ที่กกต.รับรองแล้วทยอยมาแสดงตนเป็นวันแรกจำนวน 11 คน ได้แก่ นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ ส.ส.อุดรธานี พรรคเพื่อไทย นายณัชพล ตันเจริญ ส.ส.ฉะเชิงเทรา พรรคเพื่อแผ่นดิน นายสุตา พรมดวง และน.ส.จิรวดี จึงวรานนท์ ส.ส.ศรีษะเกษ พรรคประชาราช นายมารุต บุญมี ส.ส.นครปฐม พรรคประชาธิปัตย์ นางชนากานต์ ยืนยง ส.ส.ปทุมธานี พรรคประชาราช นายยศศักดิ์ ชีววิญญู ส.ส.ราชบุรี พรรคประชาธิปัตย์ นางอุดร จินตะเวช ส.ส.อุบลราชธานี พรรคชาติไทยพัฒนา น.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วานิช ส.ส.ลพบุรี พรรคชาติไทยพัฒนา น.ส.พัชรี โพธสุธน ส.ส.สุพรรณบุรี พรรคชาติไทยพัฒนา นายเจรจา เที่ยงธรรม ส.ส. สุพรรณบุรี พรรคชาติไทยพัฒนา

เพื่อไทยเข้ารายงานตัวสภาคนแรก

เวลา 10.20 น. ที่รัฐสภา ภายหลังสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เปิดให้ส.ส.ที่ได้รับการรับรองผลการเลือกตั้งจากกกต.เข้าแสดงตนต่อสำนักงาน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งวันนี้เป็นวันแรกของการแสดงตน ปรากฏว่านายเกียรติอุดม เมนะสวัสดิ์ ส.ส.อุดรธานี เขต 2 พรรคเพื่อไทย เดินทางมาถึงคนแรก พร้อมเผยว่าดีใจที่ได้รับความไว้วางใจจากพี่น้องประชาชน เหตุที่ได้รับเลือกเพราะนโยบายเดิมของพ.ต.ท.ทักษิณ อีกทั้งอดีตนายกฯสร้างคุณงามความดีช่วยเหลือคนอีสานไว้มาก คนอีสานยังสนับสนุน พ.ต.ท.ทักษิณไม่น้อยลงกว่าเดิม ส่วนกระแสข่าวการทาบทามให้ส.ส.ของพรรคย้ายไปสังกัดพรรคภูมิใจไทยนั้น ถ้ามาทาบทามตน ยืนยันว่าไม่ไปแน่นอน ตนเกิดที่พรรคเพื่อไทยก็จะขออยู่พรรคนี้ ขอทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาลที่เข้ามาอย่างไม่โปร่งใส

นายณัชพล ตันเจริญ ส.ส.ฉะเชิงเทรา พรรคเพื่อแผ่นดิน กล่าวภายหลังการแสดงตนว่า จะพัฒนาด้านการศึกษาและสิ่งแวดล้อมในจังหวัด ยืนยันว่าการลงเล่นการเมืองครั้งนี้ไม่ได้เป็นนอมินีใคร แต่มีความสนใจทางการเมือง รวมทั้งเคยช่วยเหลืองานการเมืองของนายพิเชษฐ์ ตันเจริญ อดีตรมช.พาณิชย์ บิดามาแล้ว

ชทพ.เปิดป้ายเตรียมประชุมใหญ่

ที่ พรรคชาติไทยพัฒนา ช่วงบ่ายมีการประชุมสมาชิกพรรคชาติไทยพัฒนาระดับแกนนำพรรค เพื่อเตรียมความพร้อมในการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2552 เพื่อเลือกหัวหน้าพรรค และกรรมการบริหารพรรคใหม่ โดยมีนายกฤต รัตนคามินี หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา นายชุมพล ศิลปอาชา รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา ในฐานะว่าที่หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนาคนใหม่ พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะแกนนำพรรคชาติไทยพัฒนาเข้าร่วมประชุมกันอย่างพร้อมเพรียง ที่ประชุมมีการเลือกรูปแบบป้ายชื่อพรรค โลโก้ ของพรรคชาติไทยพัฒนากันด้วย

พล. ต.สนั่นกล่าวภายหลังการประชุมว่า การหารือครั้งนี้เป็นการประชุมเพื่อเตรียมความพร้อมก่อนที่จะมีการประชุม ใหญ่สามัญประจำปี 2552 ที่จะมีขึ้นในวันที่ 24 ม.ค.นี้ โดยจะเป็นการประชุมเพื่อเลือกหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ ส่วนใครจะได้เป็นหัวหน้าพรรคนั้นก็แล้วแต่สมาชิกจะเป็นผู้เลือก

ผู้ สื่อข่าวรายงานว่า ในโอกาสเดียวกันนี้บรรดาแกนนำพรรคชาติไทย อาทิ นายบรรหาร ศิลปอาชา อดีตหัวหน้าพรรคชาติไทย นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล นายนิกร จำนง อดีตรองหัวหน้าพรรคชาติไทย เดินทางมายังที่ทำการพรรค เพื่อมาดูความเรียบร้อยในการทดลองติดตั้งป้ายชื่อพรรคชาติไทยพัฒนาแทนป้าย ชื่อพรรคชาติไทยด้วย

สำหรับป้ายชื่อพรรคชาติไทยพัฒนานั้นมีลักษณะ ตัวอักษร และใช้สีเดียวกับพรรคชาติไทยเดิมคือสีทอง ส่วนโลโก้ของพรรคเป็นรูปเปลวเทียน และอักษรย่อ "ชทพ." อยู่ด้านใน โดยได้ให้ความหมายโลโก้ดังกล่าวไว้ว่า "เราพร้อมที่จะเป็นเปลวเทียนที่พร้อมที่จะเผาไหม้ตัวเองเพื่อให้แสงสว่างกับ คนอื่น"

สดศรีเตือนสส.สมัครสมาชิกพรรค

ที่สำนักงานคณะกรรมการ การเลือกตั้ง (กกต.) นางสดศรี สัตยธรรม กกต.ด้านกิจการพรรคการเมือง กล่าวถึงการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบการยื่นขอเปลี่ยนแปลงคณะกรรมการ บริหารพรรคเพื่อแผ่นดิน ว่า ในสัปดาห์หน้ากกต. จะมีการพิจารณาตั้งอนุกรรมการ ขึ้นมาตรวจสอบการประชุมใหญ่ของพรรคเพื่อแผ่นดินว่าชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ โดยจะใช้เวลาประมาณ 15 วัน ส่วนตัวเชื่อว่า เรื่องดังกล่าวตรวจสอบไม่ยาก หากชอบด้วยกฎหมายแล้วนายทะเบียนพรรคการเมืองก็จะรับจดแจ้ง

นางสดศรี กล่าวว่า สำหรับกรณีส.ส.พรรคเพื่อไทยต้องการย้ายไปสังกัดพรรคภูมิใจไทย โดยอ้างว่าเอกสารการรับสมัครยังไม่สมบูรณ์ กรณีดังกล่าวเมื่อนายทะเบียนสมาชิกพรรคตอบรับเอกสารการสมัครแล้วทุกอย่าง ต้องถือว่าสมบูรณ์ ดังนั้นเมื่อใบสมัครส่งมาถึงกกต.แล้วจะมาอ้างว่ามีข้อผิดพลาดไม่ได้ แต่กกต.ก็มีอำนาจที่จะสอบสวนข้อเท็จจริง ซึ่งต้องมีผู้ร้องเรียนก่อนซึ่งขณะนี้ยังไม่มี แต่หากตรวจสอบพบว่าการเป็นสมาชิกไม่ถูกต้องนายทะเบียนก็จะคืนสิทธิให้

นาง สดศรี กล่าวว่า ส่วนที่มีการระบุอาจมีการปลอมเอกสารการสมัครเข้าเป็นสมาชิกพรรค จะถือว่ามีความผิดหรือไม่นั้น การจงใจปลอมลายมือชื่อเพื่อสมัครเป็นสมาชิกพรรค ผู้บริหารพรรค และนายทะเบียนพรรคต้องเป็นผู้รับผิดชอบและมีความผิด แต่เชื่อว่าทุกพรรคคงไม่อยากให้เป็นปัญหา ผู้ที่สงสัยว่าถูกปลอมเอกสารสามารถแจ้งต่อนายทะเบียนพรรคการเมืองให้ตรวจสอบ ได้ตามมาตรา 19 วรรค 2 และถ้าพิสูจน์แล้วพบว่ามีการแอบอ้างจริง นายทะเบียนพรรคการเมืองก็สามารถคัดชื่อออกจากการเป็นสมาชิกพรรคดังกล่าวได้

กกต.ขยับสอบซื้อส.ส.-แจก2พัน

เมื่อถามว่า ข่าวการซื้อตัวส.ส. 3 ล้านบาท เพื่อเข้าพรรคภูมิใจไทย กกต.สามารถเข้าไปตรวจสอบได้หรือไม่ นางสดศรี กล่าวว่า การเคลื่อนไหวของเงินในลักษณะมิชอบ กกต.เป็นองค์กรที่จัดตั้งขึ้นมาเพื่อดูแลพรรคการเมือง ดังนั้นถ้ามีการให้เงินซื้อขายตำแหน่งกัน หากใครมีข้อมูลดังกล่าวหรือใครทราบก็สามารถแจ้งมาให้กกต.ตรวจสอบได้ เพราะเป็นงานที่กกต.ต้องควบคุมดูแลพรรคการเมือง ตามมาตรา 94 ของ พ.ร.บ.พรรคการเมือง ซึ่งเป็นเหตุให้ยุบพรรคได้

นางสดศรี กล่าวถึงกรณีที่มีการโจมตีนโยบายแก้ปัญหาเศรษฐกิจของรัฐบาลว่า การแจกเงิน 2,000 บาทเป็นการซื้อเสียงล่วงหน้าว่า เรื่องนี้ต้องพิจารณาข้อมูลที่จะให้กับ กกต.ว่า เงินดังกล่าวเป็นการใช้งบประมาณเพื่อการเลือกตั้งครั้งหน้าหรือไม่ แต่ก็ต้องมีผู้ร้องเรียนเข้ามาก่อนจึงจะตรวจสอบได้ อีกทั้งต้องดูว่าพรรคการเมืองที่เป็นรัฐบาลได้แถลงนโยบายไว้อย่างไรและได้หา เสียงก่อนการเลือกตั้งไว้อย่างไร หากมีการร้องเรียนเข้ามา กกต.ก็จะดำเนินการตรวจสอบ

แจงภาษีเงินบริจาคให้พรรคการเมือง

นาง สดศรี กล่าวถึงกรณีการบริจาคเงินให้แก่พรรคการเมือง ผ่านการเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ว่า กรณีดังกล่าวเป็นไปตามพ.ร.บ.พรรคการเมือง มาตรา 58 และ 140 ถือเป็นเรื่องใหม่ เป็นกฎหมายที่ครบกำหนด 1 ปี และจะมีผลบังคับใช้ในปีนี้ ซึ่งเป็นการให้เงินภาษีแก่พรรคการเมืองในปี 2551 โดยมีแบบฟอร์มการแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา สำหรับผู้มีเงินได้กรณีทั่วไป (ภ.ง.ด.90) ซึ่งจะเพิ่มช่องประสงค์การแสดงเจตนาบริจาคภาษีที่ชำระให้แก่พรรคการเมือง

นาง สดศรี กล่าวว่า แบบฟอร์มดังกล่าวจะมีช่องไม่ประสงค์บริจาคภาษีให้พรรคการเมือง แต่หากบุคคลใดที่เสียภาษีต้องการบริจาคเงินให้กับพรรค ก็จะมีช่องประสงค์บริจาคภาษี 100 บาท โดยช่องถัดไปจะเป็นรหัสพรรคการเมืองที่บุคคลนั้นจะให้ ซึ่งกกต.ได้กำหนดรหัส พรรคการเมืองเป็นเลข 3 หลัก ไว้และจะแนบไปกับใบ ภ.ง.ด.90 ดังกล่าว ทั้งนี้การชำระเงินภาษี 100 บาทให้พรรคการเมืองใด เป็นเงินส่วนหนึ่งที่อยู่ในภาษีเงินได้ที่ต้องชำระให้แผ่นดิน แต่จะหักให้กับพรรคการเมืองนั้น ส่วนวิธีการส่งเงินนั้นเป็นขั้นตอนระหว่างกกต.กับกรมสรรพากร เมื่อส่งเงินภาษีให้กรมสรรพากรแล้ว สรรพากรก็จะเป็นผู้จัดเก็บเงินบริจาค และจากนั้นจะส่งมาให้กกต. เพื่อส่งให้พรรคการเมืองนั้นๆ ตามความประสงค์ผู้เสียภาษี

ระบุให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมด้วย

นาง สดศรี กล่าวว่า การบริจาคเงินดังกล่าว คนต่างด้าวที่ต้องเสียภาษีให้กับรัฐไม่สามารถบริจาคให้กับพรรคการเมืองได้ เพราะจะถือเข้าข่ายความผิดกฎหมายและจะมีโทษตามพ.ร.บ.พรรคการเมืองมาตรา 118 มี โทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี ปรับไม่กิน 2 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ สำหรับการชำระภาษีดังกล่าวให้พรรคการเมือง 100 บาทนั้น ไม่สามารถนำมาหักค่าลดหย่อนภาษีได้ เพราะเป็นเพียงเงินที่ประชาชนต้องการที่จะสนับสนุนพรรคการเมือง แต่เป็นเพียงการทำให้ประชาชนเข้าไปมีส่วนร่วมกับพรรคการเมือง และทำให้พรรคการเมืองมีความเข้มแข็ง นอกจากนี้ ทางรัฐบาลจะต้องเพิ่มเงินให้อีกร้อยละ 5 จากยอดเงินที่บริจาคทั้งหมด ตามมาตรา 76 ของพ.ร.บ. พรรคการเมือง ซึ่งพรรคการเมืองจะได้เงินจากบุคคลที่บริจาคทั้งสิ้น 105 บาท

นางสด ศรี กล่าวว่า การบริจาคเงินภาษีให้พรรคการเมืองนั้น กกต.ได้นำข้อปฏิบัติจากประเทศสหรัฐอเมริกามาเป็นต้นแบบ เพื่อให้ประชาชนมีส่วนร่วมต่อพรรคการเมืองนั้น การบริจาคให้แก่พรรคการเมืองจะไม่มีกำหนดวงเงินเหมือนกรณีที่นิติบุคคล บริจาคให้พรรคการเมืองต้องไม่เกิน 10 ล้านบาทต่อคนต่อปี

เมื่อถาม ว่ากรรมการบริหารพรรคของพรรคถูกยุบสามารถบริจาคภาษีให้พรรคการเมืองได้หรือ ไม่ เพราะถูกตัดสิทธิทางการเมือง นางสดศรี กล่าวว่า กรณีดังกล่าวคนที่ถูกเพิกถอนสิทธิสามารถบริจาคภาษี 100 บาท ให้กับพรรคการเมืองที่ชื่นชอบได้ เพราะไม่มีกฎหมายห้ามบุคคลเหล่านี้บริจาคเงินภาษีแบบดังกล่าวให้พรรคการ เมือง หากบุคคลเหล่านี้ต้องชำระภาษีก็สามารถบริจาคได้ อีกทั้งกฎหมายไม่ได้ห้ามบุคคลเหล่านี้เพียงแต่ห้ามไปใช้สิทธิเลือกตั้งจัด ตั้งพรรคการเมือง และเป็นกรรมการบริหารพรรคเท่านั้น นอกจากนี้ ประชาชนที่ไม่ได้เป็นสมาชิกพรรคการเมืองก็สามารถบริจาคภาษีดังกล่าวให้แก่ พรรคการเมืองที่ตนเองชื่นชอบได้

นางสดศรี กล่าวว่า ส่วนพรรคชาติไทย พรรคพลังประชาชน และพรรคมัชฌิมาธิปไตยที่ถูกยุบ ขณะนี้ได้ส่งเอกสารบัญชีต่างๆ มาให้ กกต.ตามที่กำหนดเวลา 30 วัน กำลังอยู่ในขั้นตอนการตรวจสอบงบบัญชีงบดุล ในส่วนของพรรคมัชฌิมาธิปไตยได้ส่งบัญชีงบดุลมาให้กกต.แล้วเมื่อวันที่ 26 ธ.ค. 2551 พรรคพลังประชาชน 29 ธ.ค.2551 พรรคชาติไทย 5 ม.ค.2552 ขั้นตอนต่อไปสำนักงานตรวจแผ่นดิน (สตง.) จะเข้าไปตรวจสอบงบดุลและทรัพย์สินของพรรคที่ถูกยุบภายในระยะเวลา 1 ปี

พม.เตรียมแจกเบี้ยผู้สูงอายุเดือนละ500

ที่ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ นายวิฑูรย์ นามบุตร รมว.การพัฒนาสังคมฯ กล่าวถึงความคืบหน้านโยบายสร้างหลักประกันรายได้แก่ผู้สูงอายุตามที่ครม. อนุมัติงบกลางปี 9,000 ล้านบาท สำหรับจ่ายให้ผู้สูงอายุ ว่าเบื้องต้นจะให้กระทรวงเป็นเจ้าภาพรวบรวมตัวเลขผู้สูงอายุ กระทรวงมหาดไทยเป็นผู้จ่ายเงินผ่านองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ดูแลการลงทะเบียนและตรวจสอบคุณสมบัติของผู้สูงอายุที่มีสิทธิ์ได้รับเบี้ย ยังชีพ โดยวันที่ 22 ม.ค. เวลา 14.30 น. จะมีการประชุมคณะกรรมการผู้สูงอายุแห่งชาติ มีนายกฯเป็นประธาน โดยกระทรวงและกระทรวงมหาดไทยจะร่วมหารือถึงข้อสรุปกำหนดเกณฑ์การจ่ายเบี้ย และการดูแลผู้สูงอายุ แก้ไขปัญหาการจ่ายเบี้ยยังชีพไม่ทั่วถึงหรือจ่ายไม่เท่ากัน การเลือกปฏิบัติตามที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นบางแหู่�ห้กับครม.ว่าจะมีการประเมินการทำงานรัฐมนตรีทุก 3 เดือน ดังนั้นใน 3 เดือนนี้การทำงานของตนจะบริหารงานได้ตามเป้าหมายของรัฐบาลที่วางไว้หรือไม่ จะต้องอาศัยความร่วมมือในการทำงานของข้าราชการประจำด้วย ดังนั้นจะไม่มีการขยับปรับเปลี่ยนโยกย้ายข้าราชการกระทรวงพม.หรือไปล้างบาง ตอนนี้แน่นอน แม้ตั้งแต่มีกระทรวงพม.พรรคประชาธิปัตย์จะไม่เคยเป็นรัฐบาลมาก่อน มีแต่พรรคอื่นๆ มาเป็นรัฐมนตรีก็ตาม โดยตนจะขอประเมินผลการปฏิบัติงานของข้าราชการในกระทรวงพม.ตั้งแต่ระดับ 8 ถึงระดับ 11 ภายในระยะเวลา 3 เดือนก่อน หลังจากสิ้นเดือนเม.ย.ก็จะต้องมาพูดคุยกันอีกครั้งว่าแต่ละหน่วยงานทำงานมี ประสิทธิภาพมากน้อยเพียงใด หากไม่มีผลงานใน 3 เดือนก็ต้องพิจารณากันอีกที

ที่ ทำเนียบรัฐบาล นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว. มหาดไทย ผู้ได้รับการคาดหมายให้เป็นหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวพรรคภูมิใจไทยดูแลส.ส.เดือนละ 2 แสนบาทว่า ไม่มี มีข่าวอย่างนี้ด้วยหรือ ผู้สื่อข่าวถามว่ามีเสียงวิจารณ์ว่าอนาคตพรรคภูมิใจไทยจะยิ่งใหญ่แข่งกับ พรรคประชาธิปัตย์ นายชวรัตน์กล่าวว่าทำไมมีแต่ข่าวลบ ไม่มีข่าวบวกบ้างหรือ ข่าวลือ ข่าวโคมลอยทั้งนั้น

เมื่อถามแสดงว่าพรรคภูมิใจไทยมีกระแสนิยมดี ไม่ต้องใช้เงินซื้อ นายชวรัตน์กล่าวอย่างอารมณ์ดีว่าเรตติ้งดีอยู่แล้ว

พท.อัดก๊กเนวินปั่นราคาตัวเอง

ที่ พรรคเพื่อไทย นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า วันที่ 18 ม.ค. แกนนำและทีมเศรษฐกิจของพรรค อาทิ นายสุนัย จุลพงศธร ร.ต.ท.เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ ส.ส.สัดส่วน จะแถลงข่าวภายหลังนายอภิสิทธิ์ออกรายการ "เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯอภิสิทธิ์" ส่วนข่าวการจ่ายเงิน 3 ล้านให้ส.ส.ของพรรคย้ายไปอยู่พรรคภูมิใจไทย พร้อมค่าดูแลอีกเดือนละ 2 แสนบาทนั้น เป็นกาละทีมเศรษฐกิจของพรรค อาทิ นายสุนัย จุลพงศธร ร.ต.ท.เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ ส.ส.สัดส่วน จะแถลงข่าวภายหลังนายอภิสิทธิ์ออกรายการ "เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯอภิสิทธิ์" ส่วนข่าวการจ่ายเงิน 3 ล้านให้ส.ส.ของพรรคย้ายไปอยู่พรรคภูมิใจไทย พร้อมค่าดูแลอีกเดือนละ 2 แสนบาทนั้น เป็นการปั่นราคาให้พรรคภูมิใจไทย หากใครออกจากพรรคเพื่อไทยจะสอบตกแน่นอน เพราะกระแสนิยมพ.ต.ท. ทักษิณยังดีอยู่ นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ แกนนำกลุ่มเพื่อนเนวินไม่ควรต่อรองทางการเมือง จะมองได้ว่า ส.ส.ซื้อหาได้เหมือนโสเภณี กลายเป็นการเมืองน้ำเน่า ไม่อยากให้กลุ่มเพื่อนเนวินใช้วิธีนี้เพื่อหวังประโยชน์เข้าตัว กดดันพรรคประชาธิปัตย์หลังตัดงบโครงการถนนไร้ฝุ่นจากที่เสนอไป 1.5 หมื่นล้าน แต่ได้มาแค่ 1.5 พันล้านบาท เท่าที่สอบถามส.ส.ที่มีข่าวอาจย้ายพรรคพบว่าไม่มีใครย้าย ยิ่งการย้ายพรรควันนี้ทำไม่ได้ เพราะจะขาดสมาชิกภาพทันที แต่การเลือกตั้งครั้งหน้าเป็นเรื่องอนาคต การเมืองไทยเปลี่ยนแปลงได้ตลอด

ท้าส.ส.ที่ย้ายแสดงตัวออกมาเลย

พ. ต.ท.สุรทิน พิมานเมฆินทร์ ส.ส.อุดรธานี พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า หากส.ส.อีสานบางส่วนของพรรคอยากไปอยู่กับกลุ่มเพื่อนเนวินก็เชิญตามสบาย เปิดตัวให้เห็นไปเลยว่ามีใครบ้าง อย่าทำเป็นอีแอบ หลบๆซ่อน ส.ส.ต้องมีอุดมการณ์โดยไม่ต้องสร้างภาพ ใครอยากไปก็ให้รีบไป ทางใครทางมัน ขณะนี้ผู้บริหารพรรคทราบหมดว่าส.ส.กำลังทำอะไรอยู่ คงมีมาตรการบางอย่างออกมาในเร็วๆนี้ แต่คงไม่ถึงขั้นขับออกจากพรรค นอกจากนี้ผู้ใหญ่ในพรรครวมถึงพ.ต.ท.ทักษิณกำชับตนว่า อย่าไปเคลื่อนไหวกับเสื้อแดง เพราะต้องการให้เสื้อแดงเป็นภาคประชาชนชนที่เคลื่อนไหวโดยอิสระไม่มีการชัก นำ จึงได้ยุติการขับเคลื่อนกับเสื้อแดงนับจากเหตุการณ์ปิดสภาเมื่อปลายปีที่ แล้ว แต่ก็อดห่วงไม่ได้กรณีที่รัฐบาลแต่งตั้งแกนนำพันธมิตรเป็นที่ปรึกษารัฐมนตรี และดำเนินคดีแบบ 2 มาตรฐานกับกลุ่มเสื้อแดง พยายามเอาผิดกับคนปาไข่ทั้งที่ไม่ดำเนินการกับพันธมิตรที่ยึดสนามบิน หากมี 2 มาตรฐานถือเป็นจุดล่อแหลมของประเทศ เพราะกลุ่มเสื้อแดงคุมยากเนื่องจากเป็นการรวมตัวโดยธรรมชาติ ไม่มีแกนนำคุมเหมือนเสื้อเหลือง จึงเกรงว่าหากมีอะไรจะห้ามไม่อยู่ ดังนั้นรัฐบาลต้องระวัง ยิ่งม�พราะกลุ่มเสื้อแดงคุมยากเนื่องจากเป็นการรวมตัวโดยธรรมชาติ ไม่มีแกนนำคุมเหมือนเสื้อเหลือง จึงเกรงว่าหากมีอะไรจะห้ามไม่อยู่ ดังนั้นรัฐบาลต้องระวัง ยิ่งมีข่าวว่ากลุ่มพันธมิตรจะมาชุมนุมกันที่จ.อุดรธานี ก็ไม่ควรมา คนอุดรฯวันนี้อยากอยู่อย่างสงบ หากจะมาก็ถือว่าเป็นการเหยียบจมูกกัน

เผยคนเสื้อแดงอุดรฯอยู่ข้างทักษิณ

เมื่อ ถามถึงจุดยืนของนายขวัญชัย ไพรพนา แกนนำชมรมคนรักอุดรธานี ว่ายืนอยู่ฝั่งนายเนวิน ชิดชอบ หรือพรรคเพื่อไทย พ.ต.ท.สุรทินกล่าวว่าคุยกับนายขวัญชัยแล้ว วันนี้เขายืนยันอยู่กับพรรคเพื่อไทย 100 เปอร์เซ็นต์ เพราะเขาต้องยึดประชาชน เมื่อประชาชนยังรักพ.ต.ท.ทักษิณอยู่ แล้วจะไปอยู่กับนายเนวินได้อย่างไร ส่วนกลุ่มเพื่อนเนวินที่มีทั้งอำนาจรัฐและอำนาจทุนนั้น พรรคเพื่อไทยไม่เคยกลัวเพราะผ่านจุดเลวร้ายมาแล้วหลังถูกยึดอำนาจ แต่ก็สามารถกลับมาชนะเลือกตั้งเป็นรัฐบาลได้อีก

ด้านนายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เผยถึงกรณีนางสดศรีระบุหากไม่มีผู้นำฝ่ายค้าน การยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลอาจทำไม่ได้ ว่ารัฐธรรมนูญมาตรา 158 และ 159 ไม่ได้บัญญัติไว้เรื่องของการยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลว่า ต้องยื่นโดยผู้นำฝ่ายค้าน เพียงแต่บัญญัติถึงจำนวนสมาชิกที่เข้าชื่อขอเปิดอภิปรายไว้เท่านั้น เพียงแต่หากมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกฯ ก็บัญญัติไว้ว่าผู้ยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายต้องเสนอชื่อนายกฯ สำรองเข้ามาในญัตติด้วยเท่านั้น ดังนั้น การที่ฝ่ายค้านยังไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้านจึงไม่เป็นปัญหาต่อการ ยื่นญัตติอภิปราย เพียงแต่ให้มีส.ส.เข้าชื่อครบตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดเท่านั้น

กก.ปฏิรูปการเมืองถกนัดแรก19มค.

นาย ชำนิ ศักดิเศรษฐ์ รองเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการเสนอให้มีกฎหมายนิรโทษกรรมอดีตกรรมการบริหารพรรคการเมืองที่ถูก เพิกถอนสิทธิทางการเมืองว่า คณะกรรมการปฏิรูปการเมืองจะเกิดขึ้นหลังจากการรายงานผลการศึกษาของคณะ กรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญเพื่อพิจารณาการแก้ไขรัฐธรรมนูญปี"50 เข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุมสภา เชื่อว่าจะทันสมัยประชุมนี้อย่างแน่นอน การเรียกร้องให้มีกฎหมายนิรโทษกรรมน่าจะเป็นเรื่องส่วนบุคคล พรรคประชาธิปัตย์ยังไม่ได้พูดถึงเรื่องนี้แต่อย่างใด เมื่อถามว่ามีการมองว่ากฎหมายนิรโทษกรรมเป็นข้อตกลงหนึ่งที่พรรคประชา ธิปัตย์ให้ไว้กับกลุ่มเพื่อนเนวิน ในช่วงที่เริ่มจัดตั้งรัฐบาล นายชำนิกล่าวว่า ในฐานะกรรมการบริหารพรรคซึ่งรู้เห็นการจัดตั้งรัฐบาลมาโดยตลอด ยืนยันว่าพรรคไม่ได้ยื่นข้อเสนอดังกล่าวเพื่อให้พรรคร่วมหรือกลุ่มเพื่อนเน วินเข้ามาร่วมจัดตั้งรัฐบาล และเขาก็ไม่ได้เสนอเงื่อนไขนี้ด้วย

นาย สาธิต ปิตุเตชะ กรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า นายอภิสิทธิ์ มอบหมายให้คณะกรรมการปฏิรูปการเมืองศึกษาเรื่องแก้รัฐธรรมนูญ ถ้าคณะกรรมการชุดดังกล่าวเห็นว่าควรแก้มาตรา 237 ก็ไม่จำเป็นต้องมีกฎหมายนิรโทษกรรม ตนมองว่ายังไม่ถึงเวลาออกกฎหมายนิรโทษกรรม ควรรอผลการศึกษาของคณะกรรมการปฏิรูปการเมืองที่จะตั้งขึ้นเร็วๆ นี้ก่อน ถ้าเห็นควรว่าต้องแก้มาตรา 237 ก็ปลดล็อกบุคคลที่ถูกตัดสิทธิทางการเมืองโดยอัตโนมัติ เชื่อว่าคณะกรรมการชุดนี้คงมีรูปแบบคล้ายๆ สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ที่เปิดโอกาสให้แต่ละภาคส่วนในสังคมเข้ามามีส่วนร่วม

นาย ทิวา เงินยวง ส.ส.กทม. คณะทำงานด้านกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ขณะนี้รอคำสั่งจากนายกฯตั้งคณะกรรมการปฏิรูปการเมืองอยู่ คาดว่าจะตั้งได้ภายในวันเดียวกันนี้ คณะกรรมการชุดดังกล่าวจะดูแลเรื่องปฏิรูปการเมืองเป็นหลักว่าจะปรับปรุงหรือ ปฏิรูปอย่างไร มีนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รมต. ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานโดยตำแหน่ง ส่วนกรรมการมาจากอาจารย์ด้านกฎหมายจาก 4 มหาวิทยาลัย คือ ธรรมศาสตร์ จุฬาฯ รังสิต และรามคำแหง เป็นรองประธาน ส่วนตนไม่มีตำแหน่งเพราะเป็นส.ส.แต่ก็มาช่วยงานคณะกรรมการ โดยจะ ประชุมนัดแรกวันที่ 19 ม.ค. เวลา 16.00 น. ที่ตึกบัญชาการ ทำเนียบรัฐบาล

"ปชป.อัด"ดีทีวี"เพิ่มความขัดแย้ง

นาย ทิวา กล่าวว่า การประชุมสภา 2 สมัยที่ผ่านมา กฎหมายแทบจะไม่ได้ผ่านสภาเลย ครั้งนี้จะมีกฎหมายสำคัญต้องเร่งดำเนินการ 3 กลุ่ม คือ 1.กฎหมายที่ต้องอนุมัติให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญปี 2550 2.กฎหมายที่ต้องดำเนินการให้เป็นไปตามคำแถลงของรัฐบาล และ3.กฎหมายที่ค้างอยู่ทั้งในอดีตและปัจจุบัน คืออยู่ในชั้นสภาผู้แทนราษฎร อยู่ในชั้นครม. และอยู่ในชั้นคณะกรรมการกฤษฎีกา ทั้งนี้ 2 กลุ่มแรกยังมีกฎหมายที่ต้องดำเนินการให้เป็นไปตามนโยบายเร่งด่วนด้วย คณะกรรมการชุดนี้จะเข้ามาช่วยดูแลให้

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ส.ส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงนปช.เปิดตัวสถานีโทรทัศน์ดีทีวี พร้อมประกาศก่อตั้งขึ้นเพื่อเป็นศัตรูกับนายอภิสิทธิ์ว่า ไม่เห็นด้วยตั้งแต่แรกแล้ว หากใครจะเปิดสถานีข่าวทางการเมือง 24 ชั่วโมง 100 เปอร์เซ็นต์ เพราะจะทำให้เกิดการแบ่งฝักแบ่งฝ่าย หรือเกิดความขัดแย้งในสังคมมากกว่าความสมานฉันท์ การประกาศตัวเป็นทีวีที่ศัตรูกับนายกฯ ก็เป็นการสร้างความขัดแย้งมากขึ้น หากต้องการจะตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลก็มีสิทธิ์ทำได้ตามกฎหมายแต่ไม่ใช่ ประกาศตัวเป็นศัตรูแบบนี้

เมื่อถามถึงมองอย่างไรที่ร.ท.หญิงสุณิสา เลิศภควัตร นายทหารสังกัดสำนักงานเลขานุการกองทัพบก ร่วมเป็นหนึ่งในผู้ดำเนินรายการด้วย นายนิพิฏฐ์ กล่าวว่า ต้องรอดูบทบาทก่อน เพราะข้าราชการมีสิทธิ์ที่จะดำเนินรายการได้ แต่ถ้าทำในลักษณะวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลในสิ่งที่ไม่เป็นความจริงนั้นทำไม่ได้ และเป็นเรื่องไม่เหมาะสม เพราะจะเป็นการสร้างความขัดแย้งในสังคมได้

"เพื่อไทยเล็ง 3 คนนอกนั่งหัวหน้า

นาย ศักดา คงเพชร ส.ส.ร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงความคืบหน้าการเลือกคณะผู้บริหารชุดใหม่ โดยเฉพาะตำแหน่งหัวหน้าพรรคว่า แกนนำของพรรคและส.ส.เห็นตรงกันว่าหัวหน้าพรรคคนใหม่ควรเป็นคนที่สังคมยอมรับ มีบทบาททางการเมือง จิตใจเข้มแข็ง สามารถถือธงนำให้พรรคได้หากต้องมีการเลือกตั้งใหญ่อีกครั้ง ขณะนี้อยู่ในระหว่างที่พรรคกำลังพิจารณาบุคคลภายนอกอยู่ 3 คน แต่ยังไม่ขอเปิดเผยรายชื่อ เพราะเชื่อว่ายังมีฝ่ายการเมืองที่จ้องทำลายล้างพรรคเพื่อไทยยังจับตามอง เพื่อรอจังหวะที่จะทำลายพรรคเพื่อไทยให้สิ้นซาก คาดว่าไม่เกิน 2 สัปดาห์จะสามารถเปิดเผยได้ เมื่อถามว่านายยงยุทธ จะไปทำอะไรต่อหลังจากไม่รับตำแหน่งหัวหน้าพรรค นายศักดาตอบว่า นายยงยุทธยังเป็นบุคลากรที่สำคัญอยู่ช่วยงานพรรคต่อไป

นายศักดา กล่าวถึงข่าวส.ส.ของพรรคจำนวนหนึ่งเตรียมย้ายไปอยู่พรรคภูมิใจไทย เพราะได้รับการสนับสนุนด้านการเงิน ว่า จิตใจของมนุษย์ยากจะหยั่งถึง ยอมรับว่าสาเหตุที่ทำให้ส.ส.บางคนของพรรคย้ายไปอยู่พรรคภูมิใจไทย อาจมีเรื่องเงินเรื่องทองเข้ามาเกี่ยวข้องบ้าง แต่ถ้าส.ส.ไปรับเงินจากพวกกินบ้านโกงเมืองจะปิดสังคมและสื่อมวลชนไม่ได้ อยากให้ทุกฝ่ายช่วยกันขจัดนักการเมืองชั่วให้หมดไปจากวงการเมือง ส.ส.ที่คิดจะย้ายพรรคจึงควรตัดสินใจให้ดี

"ดีใจ"เนวิน"ซบภูมิใจไทยไม่เข้าปชป.

นาย ฉลาด ขามช่วง ส.ส.ร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า จากที่มีข่าวว่าส.ส.ภาคอีสาน พรรคเพื่อไทย 30-40 คน จะย้ายไปอยู่กับส.ส.กลุ่มเพื่อนเนวินที่ไปสังกัดพรรคภูมิใจไทย แต่ฝากเลี้ยงไว้ที่พรรคเพื่อไทยก่อน ว่า ไม่ทราบว่าเป็นเรื่องจริงหรือไม่ แต่ส.ส.กลุ่มเนวินเดิมมีอยู่ประมาณ 80 คน ย้ายออกไปอยู่พรรคภูมิใจไทยเพียง 23 คนเท่านั้น และยังอยู่ที่พรรคเพื่อไทยเกือบ 60 คน จึงมองว่าถ้าส.ส.จะย้ายพรรคต้องดูกระแสก่อนย้ายพรรคในช่วงเลือกตั้งใหญ่ ถ้าเห็นว่ากระแสพรรคเพื่อไทยไม่ดีและพ.ต.ท.ทักษิณไม่เล่นด้วย ก็คงจะย้าย เพราะไม่มีใครจะเป็นแกนนำทำพรรค ดังนั้น ให้รอดูหลังจากเปิดประชุมสภาสมัยสามัญ พรรคเพื่อไทยคงจะมีการปรับตัว สร้างบุคลากรใหม่ๆ เพื่อมาทำงานให้กับพรรคต่อไป

นายประชา ประสพดี ส.ส.สมุทรปราการ กล่าวถึงข่าวมีการดึงตัวส.ส.อีสาน พรรคเพื่อไทย ไปอยู่กับพรรคภูมิใจไทย โดยเสนอเงื่อนไขด้านการเงิน ว่า ตนไม่ทราบเรื่องนี้ แต่ที่ดีใจคือส.ส.เพื่อนเนวินไม่ย้ายไปอยู่กับพรรคประชาธิปัตย์ ถ้าจะมีส.ส.ย้ายไปอยู่กับพรรคภูมิใจไทยถือว่าเป็นสิทธิของส.ส.แต่ละคน ซึ่งการเชื่อมโยงไปถึงเรื่องประโยชน์ เรื่องการเติมกระสุนคิดว่าคงจะมีบ้างแต่ไม่ใช่เป้าหมายหลัก เพราะจุดประสงค์คือส.ส.ทั้ง 2 พรรคยังมีความเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันมากกว่า

"อย่าวิตก"ดีทีวี"จนเกินไป

นาย ประชา กล่าวถึงกรณีหลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตว่าการเปิดสถานีโทรทัศน์ดีทีวี ของกลุ่มนปช. ที่มีบุคคลใกล้ชิดพ.ต.ท.ทักษิณ เข้ามาเป็นผู้บริหาร มีนัยยะทางการเมืองบางอย่าง ว่า คิดว่าคงไม่เกี่ยวข้องกัน แต่มองว่าการเปิดสถานีโทรทัศน์ดังกล่าว เพราะผู้จัดต้องการที่จะนำเสนอข้อมูล ข่าวสาร ที่เป็นไปตามแนวทางประชาธิปไตยให้เข้าถึงประชาชนอย่างถูกต้องมากกว่า ส่วนข้อกังวลว่าจุดประสงค์แฝงของการเปิดทีวีดังกล่าว เพราะต้องการปลุกมวลชนและหาแนวร่วมคนเสื้อแดงนั้น เชื่อว่าเป็นการวิตกจนเกินไป เพราะเท่าที่ทราบสถานีโทรทัศน์ดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อนำเสนอข่าวสารทางการ เมืองมาให้ประชาชนได้ทราบข้อเท็จจริงมากกว่า

น.ส.ทิพย์วรรณ ปริญญาศิริ ผู้อำนวยการกองควบคุมอาหาร กล่าวกล่าวถึงกรณีที่รายการความจริงวันนี้ได้นำผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มผสม กาเฟอีนยี่ห้อ ความจริงวันนี้ว่า จากการตรวจสอบข้อมูลผลิตภัณฑ์ที่นำมาขึ้นทะเบียนขออนุญาตผลิตอาหารพบว่า เครื่องดื่มผสมกาเฟอีนยี่ห้อ ความจริงวันนี้มีการนำมาขอขึ้นทะเบียนจริง และได้รับอนุญาตแล้วที่จ.สมุทรปราการ โดยมีบริษัทผู้ผลิตคือ บริษัทกรุงสยาม จ.สมุทรปราการ โดยได้รับเลขสารบบ 11-2-01042-2-0031 โดยได้รับอนุญาตเมื่อวันที่ 12 ธ.ค.2551

"ทั้งนี้อยู่ระหว่างการ ตรวจสอบข้อมูลว่ามีการขึ้นทะเบียนกับผลิตภัณฑ์อื่นๆ อีกหรือไม่ ซึ่งอย.จะต้องปฏิบัติหน้าที่เพื่อคุ้มครองผลิตภัณฑ์ทางสุขภาพของประชาชนไม่ ว่าจะเป็นของผู้ใด หากพบว่ามีการฝ่าฝืนจำหน่ายอาหารโดยไม่ได้รับอนุญาตจะมีโทษตาม พ.ร.บ.อาหารฯ จำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 3 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ" น.ส.ทิพย์วรรณ กล่าว

เผยเสี่ย"มิตซูชิต้า"นายทุนดีทีวี

นาย ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ อดีตโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แกนนำนปช. กล่าวว่า ขณะนี้ผู้บริหารสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม ดี สเตชั่น กำลังเร่งดำเนินทุกอย่างเพื่อให้เข้าสู่ระบบทั้งหมด ช่วงแรกของการออกอากาศตั้งแต่วันที่ 19 ม.ค. อาจตะกุกตะกักและไม่มีรายการข่าว เนื่องจากทีมข่าวเรายังไม่สมบูรณ์ แต่ก็จะเป็นรายการวิเคราะห์ข่าวและสถานการณ์การเมืองต่างๆ ไปพลางก่อน แต่ทั้งหมดจะเข้าสู่ระบบอย่างสมบูรณ์ภายในวันที่ 1 มี.ค.แน่นอน ล่าสุดได้ข้อสรุปรายการสำคัญของสถานี ซึ่งจะออกอากาศต่อจากรายการ "เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯอภิสิทธิ์" โดยตนและนายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย จะเป็นผู้ดำเนินรายการด้วยตัวเอง จะเป็นการวิพากษ์วิจารณ์ทุกประเด็นที่นายอภิสิทธิ์พูดในรายการด้วยเวลา 1 ชั่วโมงเท่ากัน

นายณัฐวุฒิกล่าวถึงกรณีนายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย ระบุว่าจะตั้งหน่วยงานขึ้นมาติดตามความเคลื่อนไหวของสถานีโทรทัศน์ดีทีวี ว่า ไม่มีปัญหา หากกระทรวงมหาดไทยจะเห็นว่าการติดตามความเคลื่อนไหวของสถานีโทรทัศน์เป็น ภารกิจสำคัญเร่งด่วนกว่าการแก้ไขปัญหาของประชาชนที่กำลังเดือดร้อน สถานีก็กำลังจะตั้งทีมงานเฉพาะกิจขึ้นมาติดตามการปฏิบัติงานของนักการเมือง ที่หักหลังประชาชน คือนอกจากสถานีดี สเตชั่น จะติดตามถ่ายทอดสดความเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดงแท้ในการชุมนุมต่างๆ แล้ว จะติดตามการเคลื่อนไหวของเหล่าเสื้อแดงทรยศเหมือนกัน

นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า ผู้สนับสนุนหลักของสถานีซึ่งมาจากเครื่องดื่มชูกำลังความจริงวันนี้นั้น ผลิตโดยบริษัท กรุงสยาม เครื่องดื่ม จำกัด ซึ่งเป็นของนายสมหวัง อัสราษี ประธาน บริษัท สแกนเนอร์ อิเลคทริค อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เจ้าของเครื่องใช้ไฟฟ้า "มิตซูชิต้า" ซึ่งรู้จักกับตนมานานนับ 10 ปี นายสมหวังเป็นผู้ติดตามสถานการณ์การเมืองอย่างใกล้ชิดมาตลอด และมีความเห็นว่าจากสถานการณ์การเมืองที่เกิดขึ้นควรเลือกสนับสนุนฝ่ายความ จริงวันนี้ถึงจะเหมาะสม

นายกฯแจงรูปแบบรายการทีวี

เวลา 17.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ ให้สัมภาษณ์ถึงการจัดรายการ "เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯอภิสิทธิ์" วันอาทิตย์ที่ 18 ม.ค. ซึ่งเป็นการออกอากาศครั้งแรกผ่านสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย และสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย ว่า เป็นการเล่าให้ประชาชนทราบถึงการทำงานและแนวคิดในการทำงาน เป็นรูปแบบที่ตนได้พูดกับประชาชน แต่สัปดาห์ต่อๆ ไปจะไม่ยึดติดกับรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง มีความหลากหลายมากขึ้น อาจมีพิธีกรมาสัมภาษณ์หรือออกไปพบปะประชาชนบางพื้นที่หรือบางกลุ่มที่มี ปัญหา ไปนั่งล้อมวงสนทนาหรือรูปแบบอื่นๆ ต่อไป ทั้งหมดขึ้นอยู่กับสถานการณ์และการทำงานในแต่ละสัปดาห์ของรัฐบาลด้วย

เมื่อ ถามว่าการจัดรายการครั้งแรกที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล เพื่อเลี่ยงกลุ่มเสื้อแดงตามไปกดดันที่สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทยใช่ หรือไม่ นายกฯกล่าวว่า เขาก็มาที่นี่แหละ เพียงแต่ครั้งนี้เป็นครั้งแรกก็จะเริ่มต้นที่ทำเนียบ อยากจะคุยจากที่ทำงานแต่ไม่ใช่ตลอดไป สำหรับเนื้อหาของรายการวันแรกจะเล่าถึงการทำงานที่ผ่านมา เน้นเรื่องแผนเศรษฐกิจเพราะเป็นเรื่องที่ประชาชนห่วงใย จำเป็นต้องทำความเข้าใจมากที่สุด ต่อข้อถามกลุ่มนปช.เตรียมออกรายการตอบโต้รัฐบาลต่อทันทีโดยผ่านสถานีดีทีวี นายกฯกล่าวว่า เป็นเรื่องประชาธิปไตย ไม่จำเป็นต้องวิตกกังวลอะไร ตนเคยประกาศเองว่าเมื่อได้พูดคุยและตกลงกับฝ่ายค้านในเรื่องของรูปแบบอะไร ต่างๆ ก็จะเปิดโอกาสให้ แต่ขณะนี้การประสานงานยังไม่เรียบร้อย ต้องเปิดประชุมสภาก่อน คงไม่ยากเพราะอย่างไรก็ได้พบกันอยู่แล้ว แต่วันนี้ยังไม่ได้หารือกัน เขายังไม่ชัดเจนเรื่องผู้นำฝ่ายค้าน

ไม่หวั่น"ทักษิณ"โฟนอินออกดีทีวี

เมื่อ ถามถึงข่าวที่พ.ต.ท.ทักษิณจะโฟนอินเข้ามาในรายการของกลุ่มเสื้อแดงด้วย นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า "คงไม่ใช่ในรายการผมมั้ง ถ้ามีการโฟนอินจากพ.ต.ท. ทักษิณเข้ามาจริง ก็คงไม่มีผลกระทบอะไร" เมื่อถามว่ามองอย่างไรที่นายวีระ มุสิกพงศ์ แกนนำนปช. ประกาศยอมตายไปพร้อมสถานีโทรทัศน์ดีทีวี นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า เป็นธรรมดา เขาต้องการประชาสัมพันธ์สถานีใหม่ ต้องพูดอย่างนั้น เมื่อถามว่าคิดว่าจะสามารถล้มรัฐบาลได้หรือไม่ นายกฯกล่าวว่า ทั้งหมดอยู่ที่การทำงานของรัฐบาลเองมากกว่า เมื่อถามว่ารัฐบาลจะจับตาความเคลื่อนไหวและการทำงานของดีทีวีหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ทุกอย่างถ้าอยู่ภายใต้กรอบของกฎหมายก็สามารถทำได้

เมื่อ ถามว่าดีทีวีเป็นสื่อมวลชนหรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ทั้งโทรทัศน์ที่บอกรับสมาชิก วิทยุชุมชน หรือโทรทัศน์ผ่านสัญญาณดาวเทียม ยังไม่มีความชัดเจนในเรื่องการกำกับดูแล ขณะนี้ยังเป็นคดีความกันอยู่ ฉะนั้นเราต้องรอจนกว่าจะได้ความชัดเจนจากศาลว่ามาตรฐานและอำนาจหน้าที่ในการ ดำเนินการ การกำกับดูแลคืออะไร

นายอภิสิทธิ์ ยังกล่าวถึงการตั้งคณะกรรมการปฏิรูปการเมืองว่า ตนจะหารือกับฝ่ายค้านในเรื่องนี้ด้วย เมื่อถามถึงความคืบหน้าของการแต่งตั้งบุคคลเข้ามาทำหน้าที่กลไกพิเศษพิจารณา การดำเนินการเกี่ยวกับคดีที่เป็นความขัดแย้งทางการเมือง นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า คนที่ตนทาบทามยังไม่ตอบกลับมา คาดว่าคงตอบกลับภายใน 1-2 วันนี้

มาร์คส่งยิ้มโบกมือให้ม็อบเสื้อแดง

ส่วนกรณี กระทรวงคมนาคมยังต้องการงบกระตุ้นเศรษฐกิจมาดำเนินโครงการถนนไร้ฝุ่นนั้น นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า กำลังให้รมว.คลังช่วยดูช่องทางที่เหมาะสม เมื่อถามว่าเกรงหรือไม่ว่าเมื่อร่างพ.ร.บ.งบกลางปีเข้าสู่การแปรญัตติ จะส่งผลต่อโครงการที่รัฐบาลต้องการกระตุ้นเศรษฐกิจหรือไม่ นายกฯกล่าวว่า ตนไม่ห่วง เป็นหน้าที่ของคณะกรรมาธิการ รัฐบาลมีหน้าที่ชี้แจงถึงเป้าหมายการทำงบครั้งนี้ ดูแลไม่ให้มีการทุจริตในการใช้งบดังกล่าว จะไม่มีทางรั่วไหล จ่ายถึงมือประชาชนได้อย่างแน่นอน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังการให้สัมภาษณ์ นายกฯได้เดินจากตึกบัญชาการกลับไปยังตึกไทยคู่ฟ้า ระหว่างนั้นได้ส่งยิ้มและยกมือโบกทักทายไปยังกลุ่มเสื้อแดงที่ปักหลักอยู่ ริมรั้ว บริเวณประตู 4 ตรงข้ามก.พ. ที่ตะโกนขับไล่และด่านายกฯ ก่อนที่จะขึ้นไปยังห้องทำงานบนตึกไทยคู่ฟ้าทันที

ตะลึงแวดวงสงฆ์ พระเกย์อื้อ เที่ยวบาร์-ออฟชาย

เปิดกุฏินัวเนียหนุ่มคู่ขา สำนักพุทธรุดสอบด่วน "องค์กรเกย์"จี้จัดการ! แฉเชียงใหม่-มาก20%




พระเกย์ - ภาพ พระเกย์นอนนัวเนียจีวรหลุดลุ่ยอยู่ในกุฏิ และโอบกอดพลอดรักเด็กหนุ่ม ซึ่งกลุ่มเกย์การเมืองเตรียมนำภาพพฤติกรรมไม่เหมาะสมอีกจำนวนมาก ร้องเรียนมหาเถรสมาคมจัดการพระเณรที่ทำให้ศาสนามัวหมอง

แปด เปื้อนแวดวงพระสงฆ์เชียงใหม่ กลุ่มเกย์การเมืองแฉพระร้อยละ 20 เป็นเกย์ กะเทย บางรูปถอดผ้าเหลือง ใส่ชุดฆราวาสเข้าบาร์เกย์ สปาชายรักชาย ใช้บริการเด็กออฟ โทร.เรียกเด็กหนุ่มคู่ขาเข้านัวเนียในกุฏิ แม้กระทั่งสามเณรยังถูกพระผู้ใหญ่เรียกไปใช้งานแล้วลวนลาม เรียกร้องหยุดพฤติกรรมทำให้พุทธศาสนามัวหมอง เตรียมยื่นมหาเถรฯ ปราบ "พระตุ๊ด เณรแต๋ว" ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาฯ ทำหนังสือแจ้งเจ้าคณะผู้ปกครอง สั่งพระสังฆาธิการตรวจสอบ หากพบทำผิดขั้นร้ายแรงให้จับสึกทันที ชี้บางคนก่อนบวชปกติ แต่พอเป็นพระแล้วกลับแสดงกิริยาตุ้งติ้ง

เมื่อวันที่ 16 ม.ค. นายนที ธีระโรจนพงษ์ ประธานกลุ่มเกย์การเมืองไทย และในฐานะกรรมการสภาวัฒนธรรม จ.เชียงใหม่ เปิดเผยว่า ปัจจุบันมีพระสงฆ์ในวัดต่างๆ ทั่วเมืองเชียงใหม่ ไม่น้อยกว่าร้อยละ 20 เป็นพระเกย์ โดยมีพฤติกรรมสลัดผ้าเหลือง แล้วเปลี่ยนชุดเป็นฆราวาส เข้าไปใช้บริการในบาร์เกย์ สถานบริการนวดสำหรับชายรักชาย และที่น่าตกใจคือ พระเกย์เหล่านี้เรียกใช้บริการเด็กออฟจากบาร์เกย์กันมากมาย ด้วยการโทรศัพท์เรียกเด็กหนุ่มให้ไปหาถึงกุฏิวัด หลังเสร็จกิจแล้วนำเงินใส่ซองขาวเป็นค่าบริการ นอกจากเรียกใช้บริการทางเพศจากบาร์เกย์แล้ว ยังมีพระเกย์บางส่วนนำชายหนุ่มคู่ขาขึ้นกุฏิเป็นประจำ

กรรมการสภาวัฒนธรรม จ.เชียงใหม่ กล่าวต่อว่า ส่วนการออฟเด็กตามบาร์เกย์มีบ่อยครั้ง รวมไปถึงเด็กที่ขายตัวตามสวนสาธารณะ มีตัวอย่างเกิดขึ้น สาม เณรอายุ 10 ปี ถูกพระหลวงพี่ใช้เข้าไปนวดที่กุฏิ และพระเปิดหนังเอ็กซ์ให้ดู จากนั้นพระลวนลามจับอวัยวะเพศ อีกทั้งยังใช้ปากสำเร็จความใคร่ จนสามเณรโตขึ้นและสึกจากสมณเพศออกไป ต่อมากลับมายังวัดอีกครั้ง แต่พระรูปนั้นทำเป็นไม่รู้จัก ไม่เคยสนิทสนม เพราะกลัวการเปิดเผย ทำเป็นเหมือนคนไม่คุ้นเคย

"ได้พูดคุยกับน้องๆ หลายๆ คน ที่ถูกพระระดับเจ้าอาวาส หรือพระระดับสูง ที่มีพฤติกรรม พระตุ๊ด พระแต๋ว เรียกไปใช้งานและถูกลวนลาม ส่วนใหญ่จะถูกปิดปากให้เรื่องเงียบด้วยเงิน หรือการให้โอกาส รวมถึงได้รับการดูแลคุ้มครองมากกว่าคนอื่น เด็กที่เป็นเณรไม่กล้าออกมาพูด เพราะกลัวถูกไล่จากวัด การถูกกระทำไม่ใช่แค่ก้นอย่างเดียว แต่อาจบังคับให้ร่วมกับอวัยวะอื่น เรื่องที่เกิดขึ้นหลายคนมองว่าเป็นเรื่องที่น่าอาย ไม่กล้าเปิดเผย และเกินความสามารถของเด็กที่ลุกขึ้นมาปกป้องตัวเอง ขณะเดียวกัน คนนอกก็ไม่สามารถเข้ามาข้องแวะได้ เพราะสถานที่เกิดเหตุส่วนใหญ่อยู่ในกุฏิ" ประธานกลุ่มเกย์การ เมืองไทยกล่าว

นายนที กล่าวอีกว่า พฤติกรรมพระที่ชอบมีอะไรกับเด็กอายุไม่เกิน 18 ปี เรียกว่า "Pedophile" และเรียกคนกลุ่มนี้เป็นโรค "Pedophilia" จึงอยากขอเตือนผู้ที่มีพฤติกรรมอย่างนี้ ขอให้หยุด เพราะนำมาสู่รอยบาดแผลร้าวลึกในใจเด็กๆ ยังทำให้ผู้ถูกกระทำบางคนเกลียดชังกะเทย นำไปสู่เป็นความเคียดแค้น เมื่อหลายคนโตเป็นหนุ่มใหญ่ทำให้อยากทำร้าย อยากฆ่ากะเทย หรือเกย์ ซึ่งเป็นผลพวงมาจากการฝังใจทางลบ เคยมีตัวอย่างหนึ่ง ชาวต่างชาตินำหลานชายเป็นเด็กหน้าตาดี ลูกครึ่งไทย-สวีเดน อายุ 11-12 ปี มาบวชเป็นสามเณรทางภาคเหนือ ตอนที่ชาวต่างชาติเข้าไปเยี่ยม สามเณรบอกว่าไม่อยากอยู่วัด เพราะถูกพระผู้ใหญ่แทะโลม ลวนลาม ทำให้ต้องรีบสึกออกไป และเสื่อมศรัทธาต่อพระศาสนา

ประธานกลุ่มเกย์การเมืองไทย กล่าวว่า ในสัปดาห์หน้าทางกลุ่มจะแถลงเรื่อง "พระตุ๊ด เณรแต๋ว กับพฤติกรรมการทำลายศาสนา" และในวันรุ่งขึ้นจะร่วมกับกลุ่มเกย์การเมืองไทย และเครือข่ายองค์กรอัตลักษณ์ทางเพศ กลุ่มเชียงใหม่อริยะ ซึ่งเป็นแกนหลัก รวมถึงสมาชิก จะยื่นหนังสือถึงมหาเถรสมาคม เพื่อพิจารณาถึงพฤติกรรมพระตุ๊ด เณรแต๋ว ที่ก่อให้พุทธศาสนามัวหมองจากพฤติกรรมที่ไม่ถูกต้อง นอกจากนี้ ยังส่งผลถึงกลุ่มชายรักชาย ทำให้คนที่มองพวกเราอยู่เกิดอคติ ถูกมองในมุมลบ ทำให้เกย์ซึ่งมีพื้นที่ยืนอยู่น้อยนิดอยู่ในสังคมถูกลิดรอนพื้นที่ กลุ่มเกย์การเมืองไทยเห็นว่าเป็นผลกระทบโดยตรงที่เกิดขึ้น จึงอยากขอปรามคนเหล่านี้ไม่ให้อยู่ในร่มผ้ากาสาวพัสตร์อีกต่อไป

ด้าน นายจำลอง กิติศรี ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนา จ.เชียงใหม่ กล่าวว่า สำนักพุทธฯ มีความเป็นห่วงในปัญหาพระเกย์เป็นอย่างมาก โดยล่าสุดได้ประชุมร่วมกับสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด สภาวัฒนธรรมจังหวัด รวมถึงกองบังคับการตำรวจภูธร จ.เชียงใหม่ เพื่อหามาตรการแก้ไข ยอมรับว่าในช่วงที่ผ่านมาพระผู้ใหญ่ในแต่ละพื้นที่ ทั้งเจ้าคณะตำบล และเจ้าคณะอำเภอ อาจดูแลพระสงฆ์ในปกครองไม่ทั่วถึง เพราะไม่มีหน้าที่ที่จะต้องออกไปตรวจสอบ ปัญหาที่เกิดขึ้นจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่สื่อมวลชนและประชาชนชาว เชียงใหม่จะร่วมกันเป็นหูเป็นตา แจ้งพฤติกรรมที่พบเห็นให้สำนักงานพระพุทธศาสนา เพื่อแจ้งไปยังพระผู้ใหญ่ให้จัดการในทันที

ขณะที่ นายวัลลภ นามวงค์พรหม คณะกรรมการวัฒนธรรม จ.เชียงใหม่ กล่าวว่า ทางคณะสงฆ์ใน จ.เชียงใหม่ คุมเข้มจับตาดูพฤติกรรมตลอด และมีกฎระเบียบคณะสงฆ์ออกมาควบคุม คิดว่าไม่มีปัญหาอย่างที่มีข่าวออกมา ซึ่งพระกะเทยหรือพระเกย์ตามวัดต่างๆ มีอยู่แล้ว แต่จะไปปรักปรำก็ไม่ได้ อาจจะไม่ใช่ หรืออาจจะใช่ อีกอย่างเรื่องนี้มักจะเป็นกระแสให้แก่ผู้ที่อยากจะมีชื่อเสียงนำมาเป็นจุด สร้างชื่อเสียงให้ตนเอง ถือว่านำเอาศาสนามาเป็นจุดขาย ถือว่าไม่ถูก

คณะกรรมการวัฒนธรรม จ.เชียงใหม่ กล่าวต่อว่า ส่วนที่ระบุว่ามีพระเกย์ออฟผู้ชายไปมั่วในกุฏินั้น คงไม่ถึงขนาดนั้น ซึ่งพระรู้ดีว่าหากชาวบ้านหรือพระผู้ใหญ่จับได้จะอับอายแค่ไหน และกฎของพระก็เข้มอยู่แล้ว ก็เหลือแต่พวกที่ชอบแต่งกายนำจีวรมาดัดแปลงเป็นชุดกิโมโน และชุดเกาะอก เรื่องนี้ทางคณะสงฆ์ออกมาตักเตือนแล้ว และสั่งให้เจ้าอาวาสแต่ละวัดช่วยกันดูแลพระลูกวัดและสามเณรให้แต่งกายเหมาะ สม รวมทั้งการออกไปข้างนอกวัดต้องให้สำรวม อีกทั้งมีเจ้าหน้าที่สำนักพระพุทธศาสนาดูแลอยู่ หากประชาชนพบเห็นพระสงฆ์มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม สามารถแจ้งสำนักงานพระพุทธศาสนาได้ทันที หรือไม่ก็แจ้งตำรวจ รวมทั้งพวกพระเรี่ยไร หรือพระปลอม ก็ให้แจ้งตำรวจจัดการได้

วันเดียวกัน นางจุฬารัตน์ บุณยากร ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ กล่าวว่า มิได้นิ่งนอนใจ ถ้าเป็นเรื่องจริงถือว่าสร้างความเสียหายให้แก่คณะสงฆ์ ดังนั้น ทางสำนักงานพระพุทธศาสนาฯ จะทำหนังสือแจ้งไปถึงเจ้าคณะผู้ปกครองในเขตพื้นที่ จ.เชียงใหม่ สั่งกำชับไปยังพระสังฆาธิการในเขตปกครองให้ตรวจสอบข้อเท็จจริง และคอยดูแลพฤติกรรมของพระลูกวัดอย่างเข้มงวด หากพบพฤติกรรมไม่เหมาะสมให้พระสังฆาธิการสอบสวนในทันที ถ้าความผิดไม่ร้ายแรงให้ตักเตือน หรือทำทัณฑ์บน แต่ถ้าถึงขั้นร้ายแรงต้องสึกออกจากความเป็นพระภิกษุทันที โดยสำนักงานพระพุทธศาสนาฯ จะประสานไปยังสำนักงานพระพุทธศาสร้องเรียนมาเป็นระยะ สร้างความเสื่อมเสียแก่พระพุทธศาสนา ตรงนี้คงจะไปโทษพระอุปัชฌาย์ที่พิจารณาคนที่เข้ามาขออุปสมบทเป็นพระภิกษุไม่ ได้ เพราะบางคนตอนเข้ามาขอบวชก็ไม่มีความผิดปกติแต่อย่างใด แต่พอเข้ามาอยู่ในเพศบรรพชิตก็แสดงพฤติกรรมออกมา แม้ในปัจจุบันเราจะยอมรับสถานะของเพศที่สามแล้วก็ตาม แต่คนที่จะเข้ามาขอบวชเป็นพระเพื่อทดแทนคุณบุพการี หรือบวชตามประเพณีอันดีงาม คงต้องขอร้องว่าเมื่อเข้ามาเป็นพระภิกษุแล้วจะต้องวางตัวให้เหมาะสม อย่าแสดงกิริยาตุ้งติ้ง เพื่อให้คนที่เข้ามาในวัดเกิดความเลื่อม�บวชตามประเพณีอันดีงาม คงต้องขอร้องว่าเมื่อเข้ามาเป็นพระภิกษุแล้วจะต้องวางตัวให้เหมาะสม อย่าแสดงกิริยาตุ้งติ้ง เพื่อให้คนที่เข้ามาในวัดเกิดความเลื่อมใสศรัทธา จนกว่าจะถึงเวลาสึกออกมาเป็นฆราวาส" ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาฯ กล่าว

ด้านนายอำนาจ บัวศิริ ผอ.สำนักเลขาธิการมหาเถรสมาคม สำนักงานพระพุทธศาสนาฯ กล่าวว่า ได้ทราบถึงปัญหานี้แล้ว ทางสำนักเลขาธิการมหาเถรฯ และส่วนคุ้มครองพระพุทธศาสนา สำนักงานพระพุทธศาสนาฯ จะลงไปตรวจสอบในพื้นที่จ.เชียงใหม่ภายในสัปดาห์หน้า พร้อมทั้งจะประสานไปยังสภาวัฒนธรรม จ.เชียงใหม่ และเจ้าคณะผู้ปกครองสงฆ์ในพื้นที่ เพื่อขอรับทราบข้อมูลเรื่องที่เกิดขึ้น และจะแก้ไขให้ดีขึ้น

'พระพยอม'เปรียบ'มาร์ค1'ทาสพันธมาร!'ยะใส'ป้ายสีผ้าเหลืองแนบแน่นคนเสื้อแดง

'พระพยอม' จวกม็อบมารปอด 'ตีหัวพระแล้วหนี้' ขอแจงความจริงผ่าน 'ดีทีวี' ย้ำไม่ใช่เรื่องเสียหาย ลั่นตั้งสมยา 'รบ.ลูกหนี้' ถูกม็อบโกเต็กซ์ ทวงบุญคุณ สูบเลือดเนื้อ นั่งเป็นสากทำงานไปวันๆ 'สุริยะใส'ไม่กลัวนรกกินกบาลป้ายสี'พระพยอม'ห่มจีวรแดง

พระพิศาลธรรมพาที (พระพยอม กัลยาโณ) เจ้าอาวาสวัดสวนแก้ว เปิดเผยกับสำนักข่าวไอเอ็นเอ็นในวันนี้ (17 ม.ค.) โดยยอมรับถึงการตัดสินใจร่วมออกรายการสถานีโทรทัศน์ดีทีวี ด้วยสาเหตุเพราะก่อนหน้านี้ ได้ถูกนายประพันธ์ คูณมี แกนนำกลุ่มพันธมิตร ออกมาโจมตีอย่างต่อเนื่อง ซึ่งทำให้สังคมเข้าใจผิดว่าพระทำตัวไม่ดี เปิดวัดรับโจร หรือที่กลุ่มพันธมิตรฯหมายความถึงคือกลุ่มเสื้อแดง ดังนั้นจึงขอออกรายการทีวี เพื่อชี้แจงบ้าง อีกทั้งที่ผ่านมา สถานีโทรทัศน์เอเอสทีวี ได้ออกมาโจมตี แต่ไม่เคยเชิญให้ไปชี้แจง เปรียมเสมือนตีหัวพระแล้ววิ่งหนีเข้าบ้าน

ทั้งนี้พระพยอมยังกล่าวเสริมว่าการที่ออกรายการนั้นไม่ใช่ เรื่องเสียหาย เพราะพันธมิตรฯยังสามารถเชิญท่าน ว.วชิรเมธี หรือ แม้แต่ หลวงปู่พุทธะอิสระ ไปร่วมรายการได้แล้วหากตนไปร่วมรายการเช่นเดียวกันจะมีความผิดตรงไหนที่ พระจะออกรายการเพื่อพูดความจริงบ้างไม่ได้

อย่างไรก็ตามพระพยอมยังทิ้งท้ายโดยกล่าวถึงรัฐบาลชุดนี้ว่า เปรียมเสมือนรัฐบาลลูกหนี้ มีสภาพน่าน่าสงสาร เพราะถูกพันธมิตรฯทวงบุญคุณ จึงต้องหาการตอบแทนให้อยู่ตลอดเวลา การบริหารประเทศก็ทำไปแบบวัน ๆ

ด้านนายอดิศร เพียงเกษ ประธานคณะกรรมการบริหาร บริษัท ดีสเตชั่น จำกัดหรือ DTV ยืนยันว่า สถานีโทรทัศน์ ดีทีวีไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ส่วนเงินทุนสนับสนุน ถือว่าเป็นประเด็นเล็ก ๆ ในการทำสื่อ ถ้าประชาชนโดยเฉพาะฝ่ายประชาธิปไตยเห็นด้วยจะมีเงินทุนไหลเข้ามา ส่วนข้อครหาว่าเป็นสื่อเทียมเป็นเรื่องที่คิดมากกันไปเอง พร้อมย้ำว่า จะออกอากาศครั้งแรก ในวันจันทร์หน้า แน่นอน

นรกกินกบาล!!'ยะใส'โต้'พระพยอม'สัมพันธ์เสื้อแดง

นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย กล่าวถึงกรณีที่พระพิศาลธรรมพาที หรือ พระพยอม กัลยาโณ เจ้าอาวาสวัดสวนแก้ว ระบุว่ารัฐบาลเป็นลูกหนี้กลุ่มพันธมิตรฯ ว่า พันธมิตรฯไม่มีผลประโยชน์ส่วนตัว และไม่เคยทวงบุญคุณกับรัฐบาล และการต่อสู้ของกลุ่มพันธมิตรฯอย่างยืดเยื้อเพื่อเอาการเมืองออกมาจากระบอบ ทักษิณคืนสู่ประชาชน ส่วนการที่พระพยอมจัดรายการสนทนาธรรมทางดีทีวี มาถึงวันนี้ก็มีความชัดเจนว่าความสัมพันธ์ของพระพยอมกับขบวนการเสื้อแดง เครือข่ายระบอบทักษิณมีความใกล้ชิดกันมาก่อน ส่วนบนเวทีพันธมิตรฯ ที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ถึงบทบาทของท่านนั้น ก็วิจารณ์เป็นบางครั้ง ซึ่งอยากให้ท่านไตร่ตรองดูว่าการวางบทบาทในบางสถานการณ์ทำให้สังคมเข้าใจผิด และเป็นเรื่องที่เหมาะสมหรือไม่

"ผมเป็นห่วงพระพยอมท่านเป็นพระผู้ใหญ่ ท่านมีสิทธิที่จะพูดเรื่องการเมือง แต่ท่านต้องไม่พูดเท็จหรือพูดความจริงเพียงครึ่งเดียว เพราะท่านเป็นพระห่มผ้าเหลือง และอยากให้ท่านยอมรับสัจธรรมว่าการเข้ามาคลุกคลีการเมืองต้องพร้อมที่จะถูก วิพากวิจารณ์ ส่วนการ เชิญท่าน ว.วชิรเมธี หลวงปู่พุทธะอิสระ หรือท่านจันทร์มาร่วมรายการทางเอเอสทีวีนั้น อยากให้พระพยอมไปดูเนื้อหาการเทศนาธรรมของพระเหล่านี้ด้วยว่าไม่ได้บิดเบือน หรือมุ่งโจมตีเสื้อแดง แต่เป็นความพยายามเตือนสติสังคมหรือแม้แต่คนเสื้อเหลืองของพันธมิตรฯ เองก็ตาม” นายสุริยะใส กล่าว

อย่า...ทำนาบนหลังคน!

ผมเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง กรณีที่ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี แสดงความเห็นเกี่ยวกับรายการ “คุยข่าว” หรือ “เล่าข่าว” ทางสถานีโทรทัศน์ว่าเป็นรายการที่ “อันตราย” เนื่องจากมีการชี้นำผู้ชม และองค์กรวิชาชีพควรหารือกันในเรื่องนี้

ปัจจุบันรายการเล่าข่าวมีอยู่หลายช่องที่ ผู้ประกาศข่าว พิธีกรจะหยิบยกหนังสือพิมพ์ หรือ ภาพข่าว ขึ้นมาวิพากษ์วิจารณ์กันสนุกปาก

หากเป็นเรื่องที่ทั่วๆ ไปก็พอให้อภัยได้ แต่ถ้าเป็นเรื่องการเมืองก็ต้องบอกว่า คนเหล่านี้ “เสียมารยาท” อย่างยิ่งที่จะวิพากษ์วิจารณ์ แสดงความคิดเห็นเกินขอบเขต

เพราะสังคมไทยที่มีความขัดแย้งเรื่องการเมืองอย่างสูงนั้น ไม่สมควรที่จะชี้นำประชาชนไปทางใดทางหนึ่ง

ช่วงหลังๆ ผมเห็น นายกนก รัตน์วงศ์สกุล พิธีกรรายการ "ข่าวข้นคนข่าว" ทางโมเดิร์นไนน์ ทีวี มักจะแสดงตัวตนว่า “เก่ง” เป็นผู้รู้ทุกเรื่อง

ไม่รู้ว่าเจ้าตัวจะทราบบ้างหรือไม่ว่า ประชาชนที่นั่งดูข่าว กำลังหมั้นไส้ ในความอวดรู้ อวดฉลาด ของเขาที่ระยะหลังมักมีมากเกินความพอดี
รวมทั้ง นายวิศาล ดิลกวณิช ที่อวดฉลาดจนกระทั่งโดน นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ฟันศอกใส่หน้ามาแล้ว

นอกจากนี้ยังมี นางอัญชลี ไพรีรัก นักเล่าข่าวจากค่ายพันธมิตรฯ เธอคนนี้ดีกรีร้อนแรง เป็นนักเล่าข่าวหญิงที่น่าสมมาคุณด้วยอวัยวะบางส่วนมากที่สุด

หันไปดูข่าวในแวดวงอินเตอร์เนท บล็อกโอเคเนชั่น ได้นำบทความเรื่อง นักเล่าข่าวกับการ “ทำนาบนหลังคน” ที่เขียนโดยผู้สื่อข่าวรัฐสภากลุ่มหนึ่งจากหลายสำนักพิมพ์ ในบล็อกชื่อ “สนามข่าวสภา” มาเผยแพร่เป็นเรื่องแนะนำ

โดยบทความดังกล่าว วิพากษ์วิจารณ์รายการประเภทเล่าข่าวว่า การที่รายการเล่าข่าว(บางช่อง)พึ่งพาข่าวของหนังสือพิมพ์เป็นวัตถุดิบส่วน ใหญ่ในรายการ นับว่าน่าเสียดายอย่างยิ่งที่มีโอกาสในการที่จะได้เสพข่าวที่มีคุณภาพ ครบทุกมิติ

เพราะสถานีโทรทัศน์แต่ละแห่งมีเครื่องไม้ เครื่องมือ ที่ทันสมัยราคาหลายสิบล้าน มีบุคลากรที่มีฝีมืออยู่จำนวนมาก ขณะที่เจ้าของสถานีถือหุ้นร่ำรวยอันดับต้นๆของประเทศ ถ้าใช้ทรัพยากรเหล่านั้นให้เป็นประโยชน์จริงๆชาวบ้านจะได้ประโยชน์มาก

แต่นักเล่าข่าวเหล่านั้นกลับมานั่งรอข่าวหนังสือพิมพ์ที่มีการลงทุนน้อยกว่า ทีวีหลายเท่านัก จากนั้นก็มาเล่าเรื่องเป็นฉากๆ ราวกับว่า ได้ไปทำข่าวและเขียนขึ้นมาเองกับมือ

แต่สุดท้ายก็ไม่ได้อ้างอิงว่า ตัวอักษรที่ร้อยเรียงให้ตนเองหากินอยู่นั้นอยู่ในหนังสือพิมพ์อะไร เป็นข่าวจากสำนักข่าวไหน หลายครั้งหลายหนยังทำตนเยี่ยงศาสดาแห่งข่าวสาร สั่งสอนนักข่าวที่เขียนข่าวว่า ทำไมไม่ทำอย่างนั้นอย่างนี้ ทำไมไม่ถามแบบนั้นแบบนี้

บทความชิ้นนี้ ระบุว่า ข้อเขียนนี้มิได้มุ่งหมายให้นักเล่าข่าวเลิกเอาหนังสือพิมพ์มาอ่าน หรือต้องให้เครดิตหนังสือพิมพ์ที่หยิบขึ้นมาอ่านเพื่อเป็นการโปรโมตหนังสือ พิมพ์ช่วยกระตุ้นยอดขายแต่ประการใด

แต่ที่เรียกร้องคือการเคารพในหน้าที่ บทบาทของคนที่อยู่ในแวดวงเดียวกัน ไม่ว่านักเล่าข่าวในจอโทรทัศน์ หรือนักข่าวภาคสนามล้วนแต่มีศักดิ์ศรี ไม่ใช่ว่าแต่งตัวดี เสนอหน้าอยู่ในจอทีวีมีคนรู้จักมาก แล้วจะใช้กระดาษหนังสือพิมพ์รองเดินเพื่อปูทางไปสู่ความสำเร็จอยู่ร่ำไป
ไม่อยากให้สังคมข่าวมีชนชั้น วรรณะ มีเทพ มีทาส หรือมีคนทำนาบนหลังคนอีกต่อไปเท่านั้นเอง
บทความชิ้นนี้ เขียนขึ้นเพื่อเตือนสติ “นักเล่าข่าว” อย่าเป็นแค่นักฉวยโอกาส มีความสุขกับการ “ทำนาบนหลังคน”
มุ่งหน้าโกยรายได้ เหยียบอุดมการณ์ “คนทำข่าว” ไว้อย่างนี้อีกเลย!

'อดิศร'ชี้'ทักษิณ'ไม่เอี่ยวDTV

นายอดิศร เพียงเกษ ประธานคณะกรรมการบริหาร บริษัท ดีสเตชั่น จำกัดหรือ DTV ยืนยันว่า สถานีโทรทัศน์ ดีทีวีไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ส่วนเงินทุนสนับสนุน ถือว่าเป็นประเด็นเล็ก ๆ ในการทำสื่อ ถ้าประชาชนโดยเฉพาะฝ่ายประชาธิปไตยเห็นด้วยจะมีเงินทุนไหลเข้ามา ส่วนข้อครหาว่าเป็นสื่อเทียมเป็นเรื่องที่คิดมากกันไปเอง พร้อมย้ำว่า จะออกอากาศครั้งแรก ในวันจันทร์หน้า แน่นอน

คดีแชร์น้ำมันโคตรแพง'ดีเอสไอ'เผยยอดเสียหายเหยียบ100ล.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (17 ม.ค.) พ.อ.ปิยะวัฒก์ กิ่งเกตุ ผู้บัญชาการสำนักคดีอาญาพิเศษกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ได้กล่าวเปิดเผยถึงความคืบหน้า การสอบสวนคดีแชร์น้ำมัน โดยระบุว่าภายหลังจากตรวจสอบหลักฐานที่เจ้าหน้าที่สามารถยึดมาได้จาก บริษัท บริษัท เอฟ.เอ.เอส.ที.จำกัด ได้พบรายชื่อผู้ที่มาร่วมทุนเก็งกำไรการซื้อขายน้ำมันล่วงหน้า อีกจำนวน 50 ราย ทำให้มีมูลค่าความเสียหายเพิ่มจาก 50 ล้านบาท เป็นจำนวนกว่า 100 ล้านบาท ทั้งนี้พนักงานสอบสวนได้ทยอยเรียกผู้เสียหายทั้งหมดเข้าให้ปากคำแล้ว หากประชาชนที่เคยนำเงินไปร่วมทุนกับบริษัทนี้ สามารถร้องเรียน หรือสามารถให้ข้อมูลเพิ่มเติมกับพนักงานสอบสวนดีเอสไอได้

อย่างไรก็ตาม ตนได้ทำหนังสือถึงสถาบันการเงินทุกแห่งเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เพื่อให้อายัดบัญชีเงินฝากในทุกบัญชีของ บริษัท แฟคซิลิตี้ เอวิเอชั่น และ บริษัท ซี เอ็น อี รีซอร์ส จำกัด อีกทั้งบัญชีของผู้ต้องสงสัยและผู้ต้องหาตามหมายจับทุกรายด้วย

สตม.ยันไทยไม่เคยละเมิดสิทธิ์คนต่างด้าว

จากกรณีที่สื่อต่างประเทศรายงานข่าวว่า ผู้รอดชีวิตจากเรือบรรทุกผู้อพยพกลุ่มน้อยโรฮิงยาส์ซึ่งถูกจับกุมที่บริเวณ เกาะทางตอนใต้ของประเทศไทย และกล่าวหาว่ากองทัพไทยได้จับพวกเขาลงเรือที่ไม่มีเครื่องยนต์และอาหาร โดยถูกผลักลงไปในเรือที่ปราศจากเครื่องยนต์ ขณะที่ถูกมัดมือไว้ ทำให้ผู้อพยพหลายคนต้องตายลงเนื่องจากพยายามที่จะว่ายกลับเข้าหาฝั่ง

พล ตำรวจ โท ชัชวาล สุขสมจิตร์ ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง หรือ สตม. กล่าวถึงกรณีสื่อต่างประเทศเสนอข่าวทหารไทยกระทำการทารุณกรรมผู้อพยพชนกลุ่ม น้อยโรฮิงยาส์ ประเทศพม่าหลังหลบหนีเข้าประเทศไทยโดยผิดกฏหมายที่บริเวณชายฝั่งทะเลเกาะ ทรายแดง จังหวัดระนอง ว่า ในทางปฏิบัติหากมีการจับกุมตัวผู้ลักลอบเข้าเมือง ประเทศไทยไม่เคยละเมิดสิทธิ หรือใช้วิธีการทำให้เกิดความเสียหายกับคนต่างด้าว เมื่อมีการตรวจพบก็จะดำเนินการจับกุมโดยแจ้ง เจ้าหน้าที่ตำรวจ สตม.ให้ดำเนินการควบคุมตัวและประสานไปยังประเทศต้นทาง ในการส่งตัวกลับประเทศ ภายในเวลา 7 วันตามกฏหมายการส่งผู้ร้ายข้ามแดนทั้งนี้ตามมติของคณะรัฐมนตรี หากมีการจับกุมผู้อพยพชาวพม่า ลาว และกัมพูชา ทางรัฐบาลไทยไม่มีนโยบายดำเนินการฟ้องร้อง แต่ทาง สตม.จะกักตัวไว้และดำเนินการส่งกลับประเทศต่อไป เพราะหากมีการฟ้องร้องเกิดขึ้นทางรัฐบาลก็จะต้องแบกรับภาระในการดูแล พล ตำรวจ โท ชัชวาล สุขสมจิตร์

อย่างไรก็ตามผู้บัญชาการสตม. กล่าวเพิ่มเติมถึงตัวเลขผู้อพยพที่ลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฏหมายตามบริเวณแนว ชายแดน ที่มีการตรวจพบและจับกุมได้ประมาณ 2 แสนคนต่อปี และที่ไม่สามารถจับกุมตัวได้ก็มีจำนวนมากเช่นเดียวกัน

ด้านด้าน พล.ร.อ.กำธร พุ่มหิรัญ ผู้บัญชาการทหารเรือ ยืนยันข่าวทหารเรือไทย ทารุณกับผู้ลักลอบหลบหนีเข้าเมืองพร้อมนำภาพถ่ายการจับกุมชาวโรฮิงยาส์ มาแสดงโดยปฎิเสธ ทารุณกับผู้ลักลอบหลบหนีเข้าเมืองกลุ่มนี้ ด้วยการปล่อยลอยลำกลางทะเลให้เสียชีวิตเป็นข่าวที่ไม่เป็นความจริง และไม่จำเป็นต้องตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบ เพราะมีหลักฐานชัดเจนว่า ทหารเรือได้ดำเนินการอย่างมีมนุษยธรรม ส่วนภาพถ่ายที่สื่อมวลชนต่างประเทศนำมาแสดง อาจเป็นภาพจากนักท่องเที่ยวที่ไม่รู้ขั้นตอนการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่

'เสื้อแดงเชียงราย' เปิดวิทยุชุมชนต้านรบ.ปลดหนี้

ผู้ สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (17 ม.ค.) น.ส.จิระนันทร์ จันทวงศ์ แกนนำกลุ่ม 24 มิถุนา เพื่อประชาธิปไตย จ.เชียงราย กล่าวเปิดเผยว่า รัฐบาลชุดปัจจุบันที่มีนายอภิสิทธิ์ เวชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรี นั้นเป็นรัฐบาลที่มาด้วยความไม่ชอบธรรมและยังได้มีการแต่งตั้งบุคคลที่เคย ขึ้นเวทีกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ที่ผ่านมา ให้เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ทำให้ประชาชนหลายฝ่ายเกิดความไม่พอใจ

ทั้งนี้กลุ่มเสื้อแดงใน จ.เชียงราย ได้เตรียมที่จะรวบรวมสมาชิกมาเป็นแนวร่วมในการกดดันรัฐบาล โดยในเบื้องต้นจะได้มีการจัดตั้งคลื่นวิทยุชุมชนขึ้นภายในจังหวัดเพื่อที่จะ เป็นการประชาสัมพันธ์ ผลงานที่ได้กระทำมา พร้อมกับชี้แจงให้ประชาชนได้รับทราบว่ารัฐบาลได้กระทำอะไรบ้างที่ผ่านมา พร้อมกับจะได้มีการนำรถขยายเสียงประกาศ ไปทั่วจังหวัด ซึ่งกลุ่มแนวร่วมในจังหวัดนั้นจะมีการประชุมเพื่อวางมาตรการการต่อต้านในรูป แบบต่างๆต่อไป โดยตนขอยืนยันว่าอยากให้รัฐบาลชุดนี้ลาออก หรือยุบสภาไปเสียโดยเร็ว

'มหาเถื่อน'ทำซึ้งพันธมิตรฯแห่รับแนะต้องเกาะกลุ่มเข็มแข็ง

ผู้สือข่าวรายงานว่า วันนี้(17 ม.ค.)พล.ต.จำลอง ศรีเมือง แกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เดินทางจากโรงเรียนผู้นำจ.กาญจนบุรี ไปยังสนามกีฬาเทศบาลเมืองชลบุรี ซึ่งเป็นสถานที่จัดงานคอนเสิร์ตการเมืองครั้งที่ 1 แล้วท่ามกลางการต้อนรับของกลุ่มพันธมิตรฯเกือบ 2 หมื่นคนที่เข้าร่วมงาน โดยพล.ต.จำลอง ได้กล่าวถึงบรรยากาศของงานว่าเป็นไปด้วยความอบอุ่น และรู้สึกปลื้มใจที่เห็นความกลมเกลียวของกลุ่มพันธมิตรฯในพื้นที่ต่างๆ ที่เดินทางเข้าร่วม

อย่างไรก็ตามพล.ต.จำลอง ได้กล่าวเพิ่มว่า หากทุกคนคิดถึงผลประโยชน์ของประเทศชาติมากกว่าผลประโยชน์ส่วนตัวก็จะทำให้ ความขัดแย้งต่างๆ ลดน้อยลงได้ ที่สำคัญทุกคนจะต้องย้อนคิดถึงวันแรกของการรวมตัวที่ผ่านมาด้วยความยากลำบาก จนทำให้พันธมิตรฯ มีความแข็งแกร่งอย่างมากในวันนี้ ซึ่งหากพันธมิตรฯ ทุกคนเกาะกลุ่มกันอย่างเหนียวแน่นและรักษา ความสัมพันธ์ระหว่างกันไว้ให้ดีก็จะทำให้พันธมิตรฯ แข็งแรงขึ้นเรื่อยๆ