CBOX เสรีชน

04 เมษายน, 2552

โลโก NBT กับการสื่อความหมาย

ลักณะ เหมือนกับการขอ

"ขอ" ในที่นี้ เหมือนกับ "ขอทาน"

เพื่อไม่ให้น่าเกลียด เปลี่ยนเป็น "ยืม"

คำว่า ยืมไม่อินเทรนด์ เลยเปลี่ยนเป็น "กู้"






โลโกใหม่ NBT เหมือนไรน้า???

ทีวีหอยม่วง

****************************

ติดจานเถอะพี่น้อง ไม่เหลือแล้วความเป็นกลางในสังคมไทย 



ไร้กังวล

สอิ้ง:

ไร้กังวล คนประจาน นั้นจะเหลือ
คนหน้าเนื้อ แต่ใจ ไยแค่หมา
หลงประพฤติ ยึดเทียบ เทวดา
อยู่ข้างฟ้า ใกล้ดาว ไม่เข้าใจ
วิกฤตชาติ ดูโหดร้าย ไม่สิ้นสุด
คนจัญไร คอยฉุด สดุดไว้
ภาพที่ลวง กลวงโบ๋ โร่เนื้อใน
คือคนใกล้ เทียบฟ้า ที่พาจน


"โอ๊ค-เอม-อิ๊ง"เปิดความจริงผ่านหนังสือถึง"พ่อแม้ว" เฉลยความลับเจออะไรมาบ้าง ขอคนเสื้อทุกสีได้อ่าน

มติชนออนไลน์


3 พี่น้อง โอ๊ค-เอม-อุ๊งอิ๊ง เปิดตัวหนังสือ "คนอื่นเรียกนายกฯ แต่เราเรียก...พ่อ" บอกเล่าความจริงที่ไม่มีใครรู้ผ่านอักษร ลั่นทำก่อนเกิดวิกฤตการเมือง อยากให้คนใส่เสื้อทุกสีได้อ่าน ถามถ้าโดนอย่างนี้จะรู้สึกอย่างไร น้องเล็กหลั่งน้ำตา อยากให้พ่อกลับบ้าน รายได้ทั้งหมดยกเข้าการกุศล พ่อลิเดีย-เจ๊ดา ใส่เสื้อแดงให้กำลังใจ

คลิกชมวิดีโอ เปิดใจ 3 พี่น้อง ที่งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 4 เม.ย. โอ๊ค-พานทองแท้ เอม-พินทองทา และ อุ๊งอิ๊ง-แพทองธาร ลูกชายและลูกสาว พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้แถลงข่าวเปิดตัวหนังสือฉบับพิเศษ ชื่อ "คนอื่นเรียกนายกฯ แต่เราเรียก...พ่อ" ซึ่งเป็นการเรียบเรียงจากบทสัมภาษณ์จากใจเป็นครั้งแรกของทั้ง 3 คน จัดทำโดยสำนักพิมพ์ "ฏ ปฏัก" มี นายเฉลิมชัย มหากิจศิริ เป็นผู้ดำเนินรายการ

นายพานทองแท้ กล่าวถึงสาเหตุที่ ตนและน้องทั้ง 2 ออกมาบอกเล่าเรื่องราวความรู้สึก หลังเกิดเหตุการณ์ต่างๆ ว่า คิดว่า ถึง เวลาแล้ว เพราะสุกงอมเต็มที่จากความรู้สึก ไม่ใช่อารมณ์โกรธหรือเศร้าใจ เพราะมันผ่านระยะเวลาที่เครียดมาแล้ว ตอนนี้จึงเป็นเวลาที่เล่าด้วยความเป็นจริง ไม่ใช่อารมณ์ ขณะที่ เอม -พิณทองธา ระบุว่า มันมาจากที่เรา 3 คนคุยกัน ว่า เจออะไรมาบ้าง เลยคิดว่า จะมีคนนอกรู้บ้างไหม และควรจะแชร์ประสบการณ์ออกมา อยากให้มองพวกเราในอีกมุมหนึ่งที่พวกเขาไม่เคยมอง

ด้าน อิ๊ง แพรทองธาร น้องคนสุดท้อง กล่าวว่า เรื่องราวต่างๆ ที่เป็นความรู้สึกความในใจ แต่ก่อนจะมีแต่เพื่อนสนิทเท่านั้นที่รู้ แต่วันนี้ อยากจะให้คนอื่นได้ลองรับทราบบ้าง นายพานทองแท้ กล่าวเสริมว่า พวกเราไม่เคยเล่นการเมือง แต่รู้สึกว่าโดนการเมืองเล่นมาโดยตลอด อยากให้คนทั่วไปแยกให้ออกว่า อันไหนคือนักการเมือง อันไหน คือ ครอบครัวนักการเมือง ช่วยแยกบทบาทหนึ่ง อยากย้ำว่า พวกเราเป็นครอบครัวนักการเมือง ไม่ใช่นักการเมือง เมื่อผู้ดำเนินรายการถามว่า ทำไมหนังสือจึงออกมาในเวลานี้ ทั้ง 3 คน กล่าวว่า จริงๆ พวกตน คิดทำหนังสือเล่มนี้ตั้งแต่กลางปี51 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการเก็บเกี่ยวประสบการณ์มาจากหลายปีที่แล้ว ตั้งแต่ก่อนพ่อเป็นนายกฯ จนมาเป็นนายกฯ และกระทั่งถึงปัจจุบัน ความรู้สึกต่างๆ ที่เป็นผลกระทบกับชีวิตพวกเรา จนถึงวันนี้ ซึ่ง เป็นความพอดีกับทางวัฏฏะเสนอมาว่า จะมีงานหนังสือช่วงนี้ หนังสือจึงออกมาช่วงนี้พอดี โดยครั้งแรก ที่พ่อ (พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ) รู้ก็ช็อคไปนิดหนึ่ง และตกใจเหมือนกันว่าทำไมถึงเปิดตัว ซึ่งตอนแรกก็ไม่ค่อยเห็นด้วย แต่พอพวก ตนยืนยันว่าจะเขียนก็ไม่ได้ว่าอะไร เพราะมันคือ ความจริงใจของพวกเรา ขณะที่ หนังสือเล่มนี้ได้กำลังใจจากทั้งพ่อและแม่ แต่ยืนยันว่า ทั้งสองไม่เกี่ยวข้องกับหนังสือ เรื่องราวในหนังสือเป็นเรื่องของพวกเราทั้งหมด

เมื่อถามว่า แต่ละคนมีส่วนร่วมใน หนังสืออย่างไรบ้าง น.ส.แพรทองธา กล่าวว่า พี่เอม (พิณทองธา) จะดูแลภาพรวมของเนื้อหาทั้งหมด นัดคนที่มาสัมภาษณ์ เนื้อหาทั้งหมดจะเป็นการเล่าเรื่อง เล่าประสบการณ์จากพวกเรา 3 คน

ขณะที่ นายพานทองแท้ กล่าวว่า มันเป็นความลับที่ไม่เคยเปิดเผยที่ไหนมาก่อน เช่น อิ๊งกับเอม โดนอาจารย์รังแก หรือมีองค์กรเกือบอิสระบางองค์กรที่เรียกเข้าไปคุยแบบที่ไม่เคยพูดที่ไหนมาก่อน น.ส.แพรทองธา กล่าวเสริมว่า ต้องบอกก่อนว่า รายได้จากหนังสือทั้งหมดพวกตนจะบริจาคให้การกุศลทั้งหมด คนที่ซื้อหนังสือก็จะได้ร่วมกันทำบุญ เมื่อถามว่า ในตอนหนึ่งของหนังสือบอกว่า คิดตลอดว่า โชคดีที่มีพี่น้อง 3 คน ไม่ใช่ลูกคนเดียว หมายความว่าอย่างไร น.ส.แพรทองธา กล่าวว่า ทั้งพี่โอ๊ค พี่เอม เข้าใจทุกอย่างที่ตนรู้สึก ไม่ว่าจะแย่หรือดีที่สุด 2 คนนี้คือคนที่เข้าใจตนมากที่สุด เพราะพวกเราอยู่ที่จุดเดียวกัน น.ส.พิณทองธา เสริมว่า ประโยคนี้ก็เลยมาจากว่า เรา 3 คนนั่งคุยกันว่าดีที่เรายังมีพี่น้องไม่ใช่ลูกคนเดียว

ส่วนที่ว่า ชีวิตของคนที่เป็นลูกนายกฯ เป็นอย่างไร ทั้ง 3 คน บอกว่า ตอนนี้พวกตนไม่ใช่ลูกนายกฯ แล้ว แต่ถ้าเป็นเมื่อก่อนนั้น นายพานทองแท้ กล่าวว่า การเป็นลูกนายกฯ ลำบากขึ้นกว่าตอนเป็นลูกนักธุรกิจเยอะ ตอนเด็กๆ ทำอะไรก็ได้ไม่ต้องมีคนมาจับตามากมาย พอตอนหลังกลายมาเป็นลูกนายกฯ ทำอะไรก็อยู่ในสปอร์ตไลท์ ความส่วนตัวทุกอย่างหายไป แม้กระทั่งตอนที่พ่อไม่ได้เป็นนายกฯ ก็เป็นที่น่าจับตาหนักกว่าเดิม น.ส.พิณทองธา กล่าวว่า เข้าใจว่า พ่อเป็นบุคคลสาธารณะ ซึ่งมีทั้งแง่บวก แง่ลบ ฟีตแบคที่มาเจอพวกตน ก็มีทั้งคนชอบและไม่ชอบ พวกเราต้องพยายามดำรงชีวิตได้อยู่จนทุกวันนี้ พยายามตอบรับทั้งกระแสลบและบวกให้ได้
"การซื้อหนังสือเล่มนี้ ไป ว่า อยากให้คนที่อ่านลองทำใจนิ่งๆ ไม่ต้องเข้าข้างพวกเราก็ได้ ลองคิดดูว่า ถ้าท่านมีครอบครัว ลูกของท่านเจอเรื่องแบบนี้ รู้สึกแบบนี้ ท่านตัดสินพวกเราด้วยความยุติธรรม เพราะสิ่งที่เขียนมาทั้งหมดยืนยันว่า มาจากความเป็นจริง100 %" น.ส.พิณทองธากล่าว

ผู้ดำเนินรายการได้บอกให้ น.ส.แพรทองธา บรรยายความรักที่มีให้พ่อตอนนี้ น.ส.แพรทองธา อึ้งไปพักหนึ่ง แล้วกล่าวว่า พ่อในฐานะที่เป็นผู้นำครอบครัวจของลูกทั้ง 3 คน ทำหน้าที่ได้ดีที่สุดแล้ว จากนั้นอิ๊งก็หลั่งน้ำตาพร้อมกับสะอื้น หันหน้าไปมอง โอ๊ค และเอม และกล่าวต่อว่า ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับพ่อ ไม่ว่าจะสุขหรือทุกข์ พ่อก็ยังจะมีครอบครัวของเรา ไปตลอด ก่อนที่จะก้มหน้าลงไปซบโอ๊ค ซึ่งลูบหัวน้องสาวเป็นการปลอบ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พอ น.ส.แพรทองธาพูดมาถึงตรงนี้ บรรยากาศโดยรอบที่มีผู้คนให้ความสนใจมาร่วมฟังการแถลงข่าวจำนวนมากก็เงียบไป มีบางคนที่ยืนให้กำลังใจ 3 พี่น้องตระกูลชินวัตรถึงกับหลั่งน้ำตาพร้อมๆ กับน.ส.แพรทองธารไปด้วย
เมื่อผู้ดำเนินรายการถามต่อว่า ถ้าพ่ออยู่ที่นี่จะพูดอะไร น.ส.แพรทองธาร กล่าวว่า ถ้า พ่อกลับมาเมืองไทยตอนนี้พวกตนคงจะเข้าไปกอด และบอกว่า คงไม่มีที่ไหนดีเหมือนแผ่นดินที่พ่อเกิด ไม่มีที่ไหนอบอุ่นเท่าบ้านเรา พ่อยังคงมีคนที่รักพ่อเป็นประชาชนทั่วไป และคนในครอบครัวยังรักพ่ออยู่เสมอ เพราะฉะนั้นขอให้พ่อรู้สึกเหมือนอยู่บ้าน กลับมาที่บ้าน

เมื่อถามว่า ถ้าให้เกิดใหม่ จะมีชีวิตเหมือนเดืมหรือไม่ นาย พานทองแท้กล่าวว่า อยากให้เป็นลูกพ่อตลอดไป ยังไงก็ยืนยันอย่างนี้ ส่วน น.ส.พิณทองธา กล่าวว่า คงจะเกิดมาเป็นลูกพ่อแม่เหมือนเดิม แต่ถ้าเป็นไปได้เป็นนักธุรกิจเหมือนเดิมดีไหม เมื่อน.ส.พิณทองธาพูดจบ ผู้ชมในงานก็ได้ทำเสียงอื้ออึง และปรบมือให้กับทั้ง 3 คน เกรียวกราว

จาก นั้นนายพานทองแท้ พร้อมน้องสาวทั้ง 2 คน เปิดโอกาสให้สื่อมวลชนซักถามอีกครั้งหนึ่ง กรณีที่ว่า พ.ต.ท.ทักษิณ จะเดินทางกลับประเทศเมื่อใด เนื่องจากมีรายงานข่าวระบุว่า พ.ต.ท.ทักษิณ อาจจะเดินทางมาประเทศไทยเร็วๆนี้ นายพานทองแท้ กล่าวว่า จริงๆ ต้องบอกว่าเป็นการพูดกันเอง เหมือนถ้าถามว่า อยากให้พ่อกลับเมื่อไหร่ ตนก็จะตอบว่า อยากให้กลับพรุ่งนี้ จริงๆ แล้วทุกคนอยากให้พ่อกลับเร็ว พ่อก็อยากกลับเร็ว แต่ไม่ได้เฉพาะเจาะจงว่าเวลาไหน เมื่อไหร่จะกลับ

เมื่อถามว่า มีการวิพากษ์วิจารณ์กันว่า การออกหนังสือครั้งนี้เป็นช่วงนี้สอดคล้องกับการเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดง นายพานทองแท้ กล่าวว่า แล้วทำไม คือ มันเป็นช่วงที่พวกเรามองว่า ตรงกับงานสัปดาห์หนังสือมากกว่าการชุมนุม และ อย่างที่ทุกคนรู้กันเวลาตรงนี้ไม่ใช่เตรียมเมื่อวานแล้วจะออกวันนี้ได้ ดูหนังสือดูเนื้อหารูปมันต้องใช้เวลาซักระยะหนึ่ง คนจัดงานทางสำนักพิมพ์เองเขาก็กำหนดวันนี้มาเป็นเวลานาน ก่อนที่จะมีการชุมนุมแล้ว เมื่อผู้สื่อข่าวระบุว่า อยากให้ชี้แจงว่าทำไมถึงประจวบเหมาะกัน นส.พินทองทา กล่าวว่า อย่างที่แจ้งไปแล้ว คือเราตั้งใจจะทำไม่เกี่ยวกับการเมือง ทำในฐานะลูกทั้ง 3 คน อยากทำมานานแล้ว แต่บังเอิญสัปดาห์หนังสือเป็นช่วงนี้

ส่วนกรณีที่ พ.ต.ท.ทักษิณ บอกว่าจะไม่เจรจา และมีท่าทีเหมือนจะดับเครื่องชน สู้ทุกรูปแบบ ตรงนี้ในฐานะมองอย่างไร นายพานทองแท้ กล่าวว่า คุณพ่อคงตามหาความยุติธรรม และเราก็เป็นห่วงให้กำลังใจพ่อในทุกอย่างที่พ่อทำ แต่ว่าถ้าจะถามว่า จุดประสงค์ที่เราทำวันนี้ไม่ได้มีความคิดที่จะเกี่ยวหรือส่งเสริมตรงนี้เลย จริง แต่เรื่องคนวิพากษ์วิจารณ์พวกเราก็คงจะชินแล้ว จะทำอะไรก็โดนหมด โดนอีกซักเรื่องหนึ่งก็เป็นเรื่องธรรมดาแล้ว

ขณะที่ นส.พินทองทา กล่าวว่า อยาก จะบอกในฐานะลูกๆ พวกเราถูกเลี้ยงมาแบบให้เป็นนักธุรกิจ ไม่ใช่นักการเมือง แต่พวกเราเกิดมาในครอบครัวนักการเมือง และทุกวันนี้ที่พวกเราถูกการเมืองล่น ก็ไม่ค่อยแฟร์เท่าไหร่สำหรับพวกเรา ก็เลยอยากออกมาแชร์ว่า อาจจะมีเรื่องบางเรื่องที่พวกสื่อมวลชนอาจจะไม่ทราบก็ได้ว่า มีอะไรเกิดขึ้นกับพวกเราบ้าง เมื่อถามว่า หลังจากการเปิดตัวหนังสือไปแล้วคาดหวังไหมว่า จะทำให้สังคมเข้าใจเราหรือครอบครัวมากขึ้น น.ส.แพรทองธาร กล่าวว่า อย่างที่บอกไว้ แค่มีคนเข้าใจเราเพิ่มขึ้นซัก 1 คนเราก็จะดีใจมากและขอบคุณมาก ด้าน น.ส.พินทองทา กล่าวว่า ขอให้คนเสื้อทุกสีได้อ่านในฐานะถ้าพวกคุณมีลูกหรือมีกลุ่มเพื่อนที่โดนอย่างนี้จะรู้สึกอย่างไร เป็นอีกมุมหนึ่งที่แชร์กัน

เมื่อ ถามว่า อะไรที่ทำให้ทั้ง 3 คนผ่านพ้นมาได้ น.ส.แพรทองธาร กล่าวว่า คำตอบนี้ชัดเจน ครอบครัวเรามีครอบครัวที่เข้มแข็งจริงๆ นายพานทองแท้ เสริมว่า นอกจากนั้นยังมีประชาชนที่เข้าใจเรา ตนจะเติมพลังที่อีสาน เชียงใหม่ ตลอดเวลาไปดูว่า จริงๆนะยังมีคนรักยังมีคนเข้าใจครอบครัวพวกเราให้พวกเราได้อยู่มาถึง ปัจจุบันนี้

เมื่อถามว่า มองการระดมพลคนเสื้อแดงในวันที่ 8 เมษายนนี้อย่างไร นายพานทองแท้ (นิ่งไประยะหนึ่ง) อันนี้การเมืองมากไปนิดนึงครับ ก่อนที่ นส.พินทองทา จะพูดตัดบทว่า ขอขอบคุณทุกคนที่ให้กำลังใจคุณพ่อมาโดยตลอด ไม่ว่าคุณพ่อจะอยู่ในฐานะอะไร ไม่ว่าจะเป็นนายกฯหรือไม่ได้เป็นนายกฯ กำลังสู้ที่ห่างไกลบ้านขนาดนี้ ขอบคุณทุกคนที่เป็นกำลังใจให้พวกเรา สุดท้าย เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า อยากฝากอะไรไปถึงผู้ใหญ่ในบ้านเมืองบ้าง นส.แพรทองธาร กล่าวว่า ถ้าผู้ใหญ่ท่านใดอยากจะทำบุญ เรายินดีที่จะร่วมทำบุญด้วยกัน
ผู้ สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศในการแถลงข่าวดังกล่าวครั้งนี้ ได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก จากสื่อมวลชนหลายสำนัก รวมถึงประชาชนทั่วไป โดยภายหลังเสร็จสิ้นการแถลงข่าว มีบุคคลต่างๆ ขึ้นมามอบดอกไม้ให้กำลังใจกับ 3 พี่น้อง ได้แก่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร น้องสาว พ.ต.ท.ทักษิณ , พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ พี่ชายบุญธรรมของคุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ นางดารุณี กฤตบุญญาลัย ครอบครัวของ ลิเดีย-ศรัณย์รัชต์ วิสุทธิ ธาดา ซึ่งมากันครบทุกคน รวมถึง แมทธิว ฉันทวานิช แฟนหนุ่ม เป็นต้น

ทั้งนี้ พบว่า พ่อของลิเดียและนางดารุณีได้สวมเสื้อสีแดงมาร่วมงาน นอกจากนี้ ยังมีการเปิดโอกาสให้แจกลายเซ็น ซึ่งพบว่า มีคนสนใจซื้อหนังสือและต่อคิวขอลายเซ็นเป็นจำนวนมาก

อ้าว London Summit ทำกะนายกไทยได้ไง ประชุม จี-20 ไม่มีใครเชิญมาร์คไป

แบบนี้มันต้องถอน ไม่ช่วนเสือกไป
ที่มา : http://en.wikipedia.org/wiki/2009_G-20_London_summit

รถที่อภิสิทธิ์นั่งไม่มีธงชาติไทยประดับนะ ทำไมคันอื่นเขามี

คำถามของผมมีใครตอบได้บ้าง
ประเด็นคือขอไปเองหรือได้รับเชิญครับ

มาดูกันชัดๆ ว่าเขาชวนประเทศไหนบ้าง


ทองคำร่วง18$เทขายทำกำไร-โยกลงทุนหุ้น

ทองคำรูปพรรณวันนี้ขายออกบาทละ 15,650 บาท ร่วงตามตลาดโลก หลังปรับตัวลดลงกว่า 18.80 ดอลลาร์/ออนซ์ นักลงทุนเทขายทำกำไรโยกเงินลุยหุ้น

สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนมิ.ย.ปิดที่ 908.90 ดอลลาร์ ลดลง 18.80 ดอลลาร์/ออนซ์ หลังจากเคลื่อนตัวในช่วง เคลื่อนตัวในช่วง 931.80-896.10 ดอลลาร์

ทั้งนี้ สัญญาทองคำถูกกระหน่ำขายอย่างหนักหลังจากนายกอร์ดอน บราวน์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษกล่าวว่า กลุ่ม G20 จะเรียกร้องให้ IMF ขายทองในคลังสำรองเพื่อนำเงินไปช่วยเหลือประเทศที่ประสบปัญหาด้านการเงิน

นอกจากนี้ นักลงทุนยังเทขายสัญญาทองคำและแห่เข้าลงทุนในตลาดหุ้นนิวยอร์ก หลังจากกระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยยอดสั่งซื้อของโรงงานสหรัฐเพิ่มขึ้น 1.8% ในเดือนก.พ. ซึ่งมากกว่าที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเพียง 1.5% และหลังจากมีข่าวว่าที่ประชุมสุดยอด G20 เห็นพ้องที่จะอัดฉีดเงินทุนให้กับ IMF เพิ่มอีก 5 แสนล้านดอลลาร์ รวมกับเงินทุนเดิมเป็น 7.5 แสนล้านดอลลาร์ เพื่อช่วยเหลือประเทศที่เผชิญกับมรสุมทางเศรษฐกิจและการเงิน

สำหรับราคาทองคำในประเทศ ตามประกาศของสมาคมค้าทองคำ ราคาทองคำแท่งรับซื้อบาทละ 15,150 บาท ขายออก

ชัดเจนที่สุด พันธมารผ้าอนามัยเตรียมล้มราชวงศ์ สถาปนาเปรมเป็นเจ้า ?







ฟังคลิบจากยูทูปนี้ เราแทบช็อคตกเก้าอี้ ไอ้นี่มันเห่อเหิมคิดก่อการใหญ่แล้ว

มิน่าพลเอกเปรม ถึงทำตัวเสมอเจ้าทุกด้าน
1 เรียกบ้านตัวเองว่า บ้านไร้กังวล เสมอองค์พระประมุข
2 เวลาจะเดินเหินอะไร ทำตัวเหมือนเจ้า
3 พูดช้าๆ เนิบๆ เหมือนมันมีรับสั่งกับสมุนของมัน
4 ชอบให้คนมาเข้าหามันเหมือนเข้าเฝ้า
5 บริษัทบริวารในวังล้วนพวกพลเอกเปรม นึกจะเฝ้าตอนไหนก็เข้าได้ เที่ยงคืน พระองค์บรรทมแล้ว ก็ปลุกเพื่อให้ทหารปฎิวัติเข้าเฝ้ารายงานการยึดอำนาจ
6 มีการวางแผนยึดอำนาจเสร็จ ทีแรกเห่อเหิม ดีใจแก้มปริ น่าหยิกแก้มนุ้ย บอกกลับบ้านเหอะลูก เรื่องใกล้จะจบแล้ว ตรวจแถวทหารกบฎเสมือนมันบัญชาการ ตีตรายกย่องสุรยุทธ์เป็นเชอร์ชิลล์เมืองไทย ที่แท้ ก็พวกไอ้กร๊วก ทำตัวเป็นนอสตราดามุส เที่ยวทำนาย นายกเด็กเวรว่า นายกคนนี้ดี ประเทศไทยโชคดีที่ได้นายกคนนี้ ผลกู้แหลก โครงการทุกโครงการที่นายกคนดีของเปรม สติเฟื่องพังยับเยิน โอท็อปสนามศุภพินาศ แจกเช็คสองพัน คนด่าที่จัดระบบไม่ดีเอื้อประโยชน์นายทุน คนตกงานทั้งเมือง เศรษฐกิจไทยเลวร้ายทันตา การทูตมีแต่ศัตรูกับเพื่อนบ้านเพราะได้รัฐมนตรีปีสุนัขมาเจรจาให้วิวาทกัน
7 ใช้เจ้านายเป็นที่กำบังตน เวลาคนก่นด่า สมเด็จเปรมจะอ้างสถาบันพระมหากษัตริย์ทันที
8 ร่วมมือใกล้ชิดกับแก๊งค์ม็อบผ้าอนามัย และคนในวังบางคน สร้างอำนาจพวกพ้อง ยึดการปกครอง แบ่งทีมคุมประเทศ

เกิดอะไรกันขึ้นในประเทศนี้ มีอะไรลึกๆ ในวังหรือ หรือเป็นแผนเสี้ยมของเจ๊กไหหลำคลั่งดมผ้าอนามัยโสโครก ผมไม่ทราบ

แต่
ชาว เสื้อแดงต้องระแวดระวัง ประเทศนี้มีสถาบันที่เรายึดเหนี่ยวได้คือ สถาบันชาติ โชคดีศรีอยุธยา ชาวเสื้อแดงนับล้านคนมาเกิดทันกู้กรุงจากปีศาจอะแซหวุ่นกี้ของพม่าครองเมือง

และไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น วันที่ 8 เมษา ไปกันมากๆ ตระโกนมันให้กระหึ่มว่า

เปรมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม
ออกไปปปปปปปปปปปปปปปปปปปปปปปปปปปปปปปปปปปปปปปปปปปปปปปปปปปปปปป

หลอกให้สารภาพแลกปล่อยตัว สุดท้ายคุก10ปีสุวิชาคดีหมิ่นฯ


รูปที่มีอยู่ในบ้านสุวิชา-ภาพ ของสุวิชากับกิจกรรมร่มบินพารามอเตอร์ ซึ่งเขาเคยมีผลงานระดับแชมป์ของประเทศ ภาพนี้เป็นรูปที่ลูกๆของเขาวางไว้บนโต๊ะอ่านหนังสือที่บ้านยามที่พ่อไปอยู่ ในคุก ตอนนี้ชีวิตของเด็กๆ3คนลูกของสุวิชากำลังลำบากเพราะขาดพ่อ ซึ่งเป็นเพียงคนเดียวในบ้านที่หารายได้เลี้ยงคนในครอบครัว

โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
3 เมษายน 2552


เช้า วันนี้(3เม.ย.)ศาลอาญารัชดา อ่านคำพิพากษา ในคดีที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 1 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายสุวิชา ท่าค้อ อายุ 34 ปี เป็นจำเลยในความผิดฐานร่วมกันหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้าย พระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท และพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ว่า ระหว่างวันที่ 15 - 16 สิงหาคม 2551 จำเลยได้กระทำผิดกฎหมาย ด้วยการเผยแพร่ข้อมูลรูปภาพ ซึ่งเป็นการดูหมิ่นองค์พระมหากษัตริย์ องค์รัชทายาทโดยพนักงานติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหาได้ เมื่อวันที่ 14 มกราคม ที่ผ่านมา โดยบริเวณหน้าร้าน สุวรรณการช่าง อ.เมือง จ.นครพนม

โดย ศาลพิเคราะห์แล้ว เห็นว่า จำเลยมีความผิดตามฟ้อง พิพากษาจำคุกจำเลย เป็นเวลา20 ปี แต่จำเลยให้การรับสารภาพ มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุกจำเลยไว้เป็นเวลา 10 ปี

เมียสุวิชาสุดกลั้นสามีถูกหลอกให้สารภาพแลกปล่อยตัว

นาง ฐิติมา ท่าค้อ ภรรยาของนายสุวิชา วัย 36 ปี กล่าวภายหลังคำตัดสินว่า รู้สึกเสียใจอย่างยิ่ง และยังไม่รู้ว่าจะจัดการอย่างไรกับการเลี้ยงดูลูก 3 คนที่ต่างกำลังอยู่ในวัยเรียน เพราะตนเป็นแม่บ้านมาตลอด มีสามีเป็นผู้หารายได้หลัก อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ลูกชายคนโตอายุ 16 ปีได้บวชอยู่ที่วัดสระโบสถ์ จ.ร้อยเอ็ด ในโครงการถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี

" เขาบอกว่าถ้าเขาออกมาได้จะลาออกจากงานไปอยู่บ้านนอกกัน เราเป็นแค่ชาวบ้านธรรมดา มาบอกทำไมล่ะว่าให้ปากคำแล้วจะปล่อยแฟนหนูกลับบ้าน" นางฐิติมากล่าว

คุกไม่อาจขังความคิดของเสรีชน

ก่อนหน้านี้เมื่อ14มี.ค.ที่ผ่านมา สำนักข่าวบลูมเบิร์กนำ เสนอ ข่าวเรื่อง"นักเล่นอินเตอร์เน็ตไทยโดนขังคุกโดยไม่ได้รับสิทธิประกันตัวโทษ ฐานวิจารณ์สถาบันกษัตริย์" โดยระบุว่านายสุวิชา ท่าค้อ อายุ 34 ปี วิศวกรเครื่องจักร ของบริษัทขุดเจาะน้ำมันแห่งหนึ่ง ถูกขังคุกมาครบ2เดือนแล้วในเรือนจำของประเทศไทย เขาถูกตำรวจจับกุมตัวข้อหาหมิ่นพระราชวงศ์ โดยสุวิชากล่าวยืนยันว่า เขาควรได้รับอนุญาตให้แสดงออกความคิดเห็น "เราสามารถที่จะคิดได้อย่างเสรี"สุวิชากล่าวด้วยใบหน้าเปื้อนไปด้วยน้ำตา" พวกเขาไม่สามารถจะหยุดความคิดของใครได้ โดยส่งคนเข้ามาขังไว้ในคุก"


เขา ถูกจับกุมเมื่อ14มกราคมที่ผ่านมา โดยเชื่อมโยงกับหลักฐานที่โพสต์ในอินเตอร์เน็ต สุวิชามีอายุ34ปี มีอาชีพเป็นวิศวกรของบริษัทน้ำมันน้ำมัน เขาถูกขังคุกโดยพรากจากภรรยากับลูกๆอีก3คน

"เราสามารถที่จะคิดได้ อย่างเสรี"สุวิชากล่าวเมื่อ4มีนาคมที่เรือนจำคลองเปรม โดยที่ใบหน้าเปื้อนไปด้วยน้ำตา"พวกเขาไม่สามารถจะหยุดความคิดของใครได้ โดยส่งคนเข้ามาขังไว้ในคุก"

มีกรณีผู้ถูกจับกุมคุมขังจำนวนมากที่ถูก ส่งเข้าไปขังคุกภายใต้กฎหมายไทย สร้างความถกเถียงในทางการเมืองออกไปอย่างกว้างขวางในอนาคตของบทบาทของสถาบัน กษัตริย์ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯภูมิพลอดุลยเดช,พระชนมายุ 81 พระชันษา ซึ่งครองราชมานานกว่า6ทศวรรษ เกิดการรัฐประหารมากกว่า 10 ครั้งในช่วงที่ครองสิริราชสมบัติอย่างมั่นคง ภายหลังการยกเลิกระบบสมบูรณาญาสิทธิราชไปเมื่อพ.ศ.2475

ประเด็นการ สืบราชสันตติวงศ์"เป็นเรื่องที่เป็นความเสี่ยงที่ใหญ่ที่สุดสำหรับประเทศไทย "โรเบิร์ต บรอดฟุต กรรมการผู้จัดการบริษัทที่ปรึกษาด้านความเสี่ยงของการเมืองและเศรษฐกิจ ที่มีฐานอยู่ในฮ่องกงกล่าว กษัตริย์ภูมิพลมีความสำคัญพอๆกันทั้งในฐานะที่เป็นกษัตริย์ และการเป็นสถาบัน"ซึ่งก็เป็นข้อสมมุติฐานว่าจะถูกทดสอบในระยะของการเปลี่ยน ผ่าน"

รัฐธรรมนูญของประเทศไทยกำหนดไว้ว่ากษัตริย์"อยู่ในฐานะเป็นที่ สักการะเคารพเทิดทูน ผู้ใดจะล่วงละเมิดมิได้"ส่วนกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพกำหนดไว้ว่า ผู้ใดดูหมิ่น หมิ่นประมาท อาฆาตมาดร้ายกษัตริย์,ราชินี,รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการมีโทษจำคุกสูงสุด15ปี

การถวายอารักขาที่มีประสิทธิภาพ?
กฎหมาย ดังกล่าวมีความมุ่งหมายที่จะหยุดการแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับสถาบันกษัตริย์ ซึ่ง"อาจมีประสิทธิภาพมากในการอารักขาปกป้องราชอาณาจักรไทย"กษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีต่างประเทศของไทยกล่าวในการให้สัมภาษณ์เมื่อเดือนก่อน"ไม่รู้ว่า เกิดอะไรขึ้นในช่วงหลายปีมานี้ที่มีความไม่ลงรอยทางการเมืองในประเทศระหว่าง หลายกลุ่ม แล้วไปดึงเอาสถาบันกษัตริย์ลงมาสู่สมรภูมิทางการเมือง"

นอก จากการโพสต์ลงในอินเตอร์เน็ตแล้ว การออกหนังสือเล่มขนาดเล็กวิพากษ์พระราชวงศ์ก็เริ่มพบเห็นในเขตกรุงเทพฯ ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ไม่เคยมีมาก่อน ใจ อึ๊งภากรณ์ อดีตรองศาสตราจารย์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ถูกดำเนินคดีเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา โดยถูกกล่าวหาว่าหนังสือที่เขาเขียนหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ หนังสือนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับการรัฐประหารในปี2549ที่มีผลโค่นอดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตรพ้นอำนาจ ต่อมาใจหนีไปพำนักลี้ภัยยังสหราชอาณาจักร และเมื่อเดือนก่อนเขาออกมาเรียกร้องให้ประเทศก้าวไปสู่ระบอบสาธารณรัฐ

" กฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพก็ไม่ต่างไปจากกฎหมายห้ามหมิ่นศาล การปกป้องสถาบันก็ถือเป็นเรื่องปกติ เพราะหากไม่เช่นนั้นสถาบันไม่มีเครื่องมือที่จะป้องกันตัวเอง"นายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะกล่าวในการให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่31มกราคมที่ผ่านมา ต่อมาในวันที่6มีนาคมเขากล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า อาจพิจารณาทบทวนเพื่อให้"เกิดความชัดเจนขึ้น"

การรณรงค์บนท้องถนน

อภิสิทธิ์ ,วัย44ก้าวขึ้นสู่อำนาจได้3เดือนแล้ว หลังจากได้รับการหนุนหลังจากกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย(พธม.) กลุ่มเดินขบวนต่อต้านที่มีฐานอยู่ในกรุงเทพฯ โดยใช่เวลากว่า6เดือนบนท้องถนนเพื่อประท้วงขับไล่รัฐบาลที่นิยมและสนับสนุน อดีตนายกฯทักษิณ และได้ใช้สีเหลือง ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของวันจันทร์ ซึ่งเป็นวันพระราชสมภพของกษัตริย์ภูมิพลมาเป็นสัญลักษณ์ของพธม.

สุ วิชาสวมชุดนักโทษด้วยเสื้อเชิ้ตสีเหลืองซึ่งมีตราสัญลักษณ์ของในหลวงกล่าว ว่า ทัศนะของเขาต่อสถาบันกษัตริย์เปลี่ยนไปหลังเกิดการรัฐประหาร19กันยายน 2549เพื่อขับไล่ทักษิณ ตำรวจตามสะกดรอยเวบที่เขาโพสต์ ซึ่งเขาอาจจะไม่ได้อภิปราย และอ่านอีเมล์ของเขา โดยเขาโดนจับกุมตัวหลังจากส่งลูกไปโรงเรียน

"ในอดีตที่ผ่านมา ประชาชนพากันหนีเข้าป่าเพื่อต่อสู้ตามความเชื่อทางการเมือ"สุวิชากล่าว โดยหมายถึงขบวนการพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย(พคท.)ในยุคทศวรรษ2520ซึ่ง ต่อมาก็ถูกรัฐบาลปราบปรามลง"แต่ทุกวันนี้เรามีเวบไซต์ หากพวกเขาต้องการหยุดความเคลื่อนไหวนี้ พวกเขาก็ต้องหยุดเทคโนโลยีทั้งหมด"

บล็อกอินเตอร์เน็ต

รัฐบาล ได้ปิดกั้นเวบไซต์มากกว่า2,000เวบ โดยระบุว่าเป็นการหมิ่นกษัตริย์ในช่วง2เดือนแรกของปี ซึ่งเพิ่มขึ้นมากเป็นสี่เท่าจากปี2551 ทั้งนี้จากการเปิดเผยของอารี จิวรลักษณ์ ผู้อำนวยการฝ่ายสารสนเทศและเทคโนโลยีการสื่อสารของกระทรวงไอที

คณะ กรรมาธิการของสภาจัดสร้างเวบไซต์ขึ้นเมื่อเดือนกันยายนปีที่แล้วเพื่อให้ ประชาชนแจ้งรายงานการหมิ่นสถาบัน ในปี2550 ประเทศไทยเคยปิดกั้นเวบYOUTUBEเป็นเวลานาน5เดือนหลังจากมีการเผยแพร่วิดิโอ เกี่ยวกับกษัตริย์ภูมิพล

ในจำนวนผู้ต้องหาคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ จำนวนมากที่ถูกดำเนินคดีนั้น ก็รวมทั้งแกนนำการต่อต้านรัฐบาล และนักกิจกรรมชาวพุทธ ทั้งนี้จากการเปิดเผยของเวบไซต์นักโทษการเมืองในประเทศไทย(Political prisoners in Thailand) มีสตรี2คนที่ถูกขังคุกเช่นเดียวกับสุวิชา หลังจากไปกล่าวปราศรัยเพื่อต่อต้านการทำรัฐประหาร19กันยาฯ

เมื่อ สัปดาห์ก่อน ผู้อำนวยการหนังสือพิมพ์ออนไลน์ภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ประชาไทก็ถูกจับกุมดำเนินคดี โทษฐานไม่ไวพอที่จะลบการโพสต์กระทู้ที่ลงในบอร์ดของประชาไท ซึ่งถูกกล่าวหาว่าต่อต้านกษัตริย์

การต่อต้านของนักวิชาการ

นัก วิชาการปัญญาชนนานาชาติมากกว่า50คน ซึ่งรวมทั้งนักวิชาการจากฮาวาร์ด,เยล และมหาวิทยาลัยโคลัมเบียเขียนจดหมายเปิดผนึกถึงอภิสิทธิ์โดยระบุว่า"การ ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเข้มงวดกวดขันฉับไว"ภายใต้กฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ นั้น"เป็นการจำกัดสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานของพลเมือง"โดยพวกเขาได้เรียกร้อง ให้หยุดดำเนินคดีต่อผู้ต้องหาทุกราย เพราะการบังคับใช้กฎหมายดังกล่าวนำพาไปสู่"การวิพากษ์วิจารณ์ทั้งในและนอก ประเทศที่ยิ่งหนักข้อขึ้นต่อสถาบันกษัตริย์และเป็นผลเสียต่อประเทศไทย"

เมื่อ ปีที่แล้ว พธม.ปะทะกับกลุ่มเสื้อแดง ซึ่งเป็นกลุ่มที่สนับสนุนทักษิณ และต่อต้านทหาร จักรภพ เพ็ญแข แกนนำเสื้อแดง เผชิญกับข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพและถูกแจ้งความดำเนินคดีจากตำรวจคนหนึ่ง คือพ.ต.ท.วัฒนศักดิ์ มุ่งการดี โดยระบุว่าคำปราศรัยของจักรภพในปี2550ซึ่งได้เรียกร้องให้การต่อสู้ทางการ เมืองต้อง"ต่อสู้แตกหัก"ระหว่างฝ่ายประชาธิปไตยกับระบบอุปถัมภ์เพื่อ" เปลี่ยนแปลงประเทศไทยและวางรากฐานเสียใหม่"

"สังคมที่เข้มแข็งก็คือ สังคมที่ประชาชนสามารถแสดงออกและสำเหนียกถึงอุดมคติได้อย่างเต็มที่ และประชาชนต้องเข้มแข็งพอที่จะพึ่งพาลำแข้งของตนเอง"จักรภพกล่าวในการให้ สัมภาษณ์เมื่อวันที่4มีนาคมที่ผ่านมา ซึ่งเป็นหนึ่งวันหลังจากที่สำนักงานอัยการสูงสุดได้เลื่อนว่าจะสั่งฟ้องคดี หมิ่นฯของเขาหรือไม่ออกไปอีก30วัน

เสด็จพระราชทานเพลิงศพ

กษัตริย์ ภูมิพลไม่ได้ทรงมีพระราชวิจารณ์ใดต่อการเคลื่อนไหวประท้วงขับไล่รัฐบาลของ พธม.เมื่อปีกลาย ซึ่งอ้างกันว่ามีผู้เสียชีวิตไป5คน แต่สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ,พระชนมพรรษา76ได้เสด็จเป็นองค์ประธาน งานพระราชทานเพลิงศพพธม.ผู้หนึ่งซึ่งเสียชีวิตในการปะทะกับตำรวจ

รัฐ ธรรมนูญไทยอนุญาตให้พระราชโอรส หรือพระราชธิดาขึ้นสืบพระราชสันตติวงศ์ต่อจากษัตริย์ภูมิพลก็ได้ สำหรับพระราชโอรสคือสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามกุฎราชกุมาร,พระชันษา56ชันษา ทรงปฏิบัติพระราชภารกิจที่เป็นทางการแทนพระองค์ตลอดทั้งปี รวมทั้งทรงเป็นองค์ประธานเปิดการประชุมสภาเป็นครั้งแรกเมื่อปีที่แล้ว

ใน การที่ทรงมีพระราชกระแสดำรัสในวโรกาสเฉลิมพระชนมพรรษาเมื่อปี2548 กษัตริย์ภูมิพลมีพระราชดำรัสว่า ไม่มีพระราชประสงค์จะอยู่เหนือคำวิพากษ์วิจารณ์"เพราะว่าหากพูดว่าพระเจ้า อยู่หัวฯไม่สามารถวิพากษ์วิจารณ์ได้,ก็หมายความว่าพระเจ้าอยู่หัวไม่ใช่คน" พระองค์ตรัส พระองค์ทรงพระราชทานอภัยโทษผู้ต้องหาคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพเป็นบางกรณี รวมทั้งนักเขียนชาวออสเตรเลียที่ถูกตัดสินให้จำคุก3ปีเมื่อเดือนมกราคมที่ ผ่านมา ฐานหมิ่นพระราชวงศ์ในหนังสือที่เขาพิมพ์เองและขายได้เพียงไม่กี่เล่ม

สุ วิชา ซึ่งได้รับการปฏิเสธไม่ให้ประกันตัวออกไปสู้คดีถึง2ครั้งแล้วกล่าวว่า เขาหวังว่าจะมี"ปาฏิหาริย์" หากได้รับอิสระเขามีแผนจะทำงานในฟาร์มและใช้ชีวิตที่สันโดษ อย่างไรก็ตามเขาไม่ได้คิดว่าสิ่งที่เขาคิดและเชื่อนั้นเป็นเรื่องที่ผิดหรือ ต้องกล่าวโทษตัวเอง

"คนไทยจะต้องเริ่มคิดในสิ่งใหม่,มีความคิดใหม่" เขากล่าว"ผมคงไม่ต้องมาติดคุก หากพวกเราไม่ยอมรับกับการเมืองแบบนี้ เราจะต้องหาทางออกสำหรับปัญหา"

รายงานการชุมนุมคนเสื้อแดงจากพัทลุง

พัทลุง หนาวมาก

อย่าง ที่ทราบๆกัน วันนี้ที่จ.พัทลุง มีการตั้งเวทีของเสื้อแดงขึ้น นำโดยท่านอดีตผู้ว่า สมพงศ์ และอีกหลายๆท่าน แต่วันนี้ตั้งแต่เช้าอากาศไม่ดีเลย ฝนตกหนักมากๆ จนเที่ยงแล้วยังไม่หยุด ใจผมก็คิดว่าแย่แน่ๆ อากาศดีๆยังไม่รู้จะมีคนไปรึเปล่าเลย เพราะอย่างที่รู้ๆ ที่นี่ถิ่นปชป.และเสื้อเหลือง ใครที่เสื้อแดงก็จะไม่ค่อยได้แสดงออกนัก แฟนผมยังบอกว่า น่าสงสารจังสงสัยไม่มีคนแน่เลย

ช่วงประมาณบ่าย2โมง ไปทำธุระในเมือง ก็เลยผ่านไปดู ปรากฏว่าคนยังไม่มี ฝนก็ยังตกปรอยๆอยู่เลย พอดีผ่านรถแห่โฆษณา แจ้งว่างานเริ่ม 3โมง ส่วนตัววันนี้ก็ไม่แน่ใจว่าจะได้ไปรึเปล่า เพราะตอนเย็นต้องพาแม่ไปซื้อของเตรียมงานเช็งเม้ง พอประมาณ4โมงเศษ ก็ออกจากบ้านพาแม่ไปซื้อของที่ตลาด พอเสร็จก็ต้องไปซื้อของที่ห้างต่อ แต่แม่บอก ไหนลองวนไปดูซักหน่อยซิ ว่าเริ่มกันรึยัง มีคนมาไหม ก็เลยสนองแม่ซะหน่อย ไปกันเลย ตอนนี้ฝนหยุดแล้วครับ อากาศดีมาก

พอ ใกล้ๆจะถึงที่จัด ใจเริ่มชื้นหน่อย รถเริ่มติด ที่จอดรถเริ่มไม่มี เลยเลี้ยวรถไปโฉบใกล้ๆ รถติดมากเพราะถนนแคบมาก ที่จอดรถก็ไม่มี แม่เลยโวยเลย เอารถจอดแอบๆก่อน เดี๋ยวแม่ลงก่อน จะกลับแล้วจะโทรไปบอก อ้าวงั้นเลยแม่ตู ไม่ซื้อของแล้วเหรอครับแม่ลงเสร็จ เรามีหรือจะยอม อย่างน้อยเก็บภาพมาฝากพี่น้อง ราชดำเนินซักหน่อย แม้จะถ่ายไม่ค่อยเป็นก็เถอะ(กำลังหัด) วนรถ 2-3 รอบ กว่าจะหาที่จอดรถได้

พอ มาถึง ก็สังเกตดูรอบๆ คนเยอะทีเดียวครับ เยอะของผมคงไม่ถึงกับเป็นพัน แต่ ณ ที่นี่ จังหวัดที่เป็นถิ่นของ ปชป. มาขนาดนี้ ผมคาดไม่ถึงครับ มีรูปมาฝากไม่กี่รูปนะครับ เพราะได้อยู่ไม่นานครับ ถ้าไม่รีบกลับ แม่ติดลมแน่ๆ ของเขิงคงไม่ได้ซื้อ ภาพอาจดูงงงง เพราะไม่เคยถ่ายงานลักษณะนี้มาก่อน เลยมั่วๆเอาครับ

คนรอบๆที่จัดงาน




นี่เป็นอดีตตำรวจครับ มาบ่นเรื่องตำรวจโดนนายชวนหลอกตอนเป็นนายกฯ