CBOX เสรีชน

22 พฤศจิกายน, 2552

เขาเรียกผมว่า บร๊ะเจ้า โจ๊ก โซคูล

ก๊อปมาจากฟ้าเดียวกันครับ :bn40:
  • น้ำตาของ โจ๊ก โซคูล สามารถ รักษามะเร็งได้ แต่โจ๊ก โซคูล ไม่เคยร้องไห้
  • โจ๊ก โซคูล ไม่เคยใส่นาฬิกา เพราะขณะนี้เป็นเวลาเท่าไหร่ ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของ โจ๊ก โซคูล
  • การวิดพื้นของ โจ๊ก โซคูล ไม่ใช่การออกแรงดันตัวให้สูงขึ้นจากโลก แต่เป็นการออกแรงดันโลกให้ต่ำลงจากตัว
  • ทฤษฎี naturenal selection ไม่เป็นจริง เพราะสิ่งมีชีวิตจะดำรงเผ่าพันธุ์ได้หรือไม่ โจ๊ก โซคูล เป็นผู้อนุญาต
  • โจ๊ก โซคูล สามารถฆ่ากระสุนสองนัด ด้วยนกตัวเดียวได้
  • ทุกครั้งที่คุณฟังเพลงของ โซคูล คุณไม่ได้เลือกจะฟัง แต่ โจ๊ก โซคูลเป็นผู้เลือกให้คุณฟัง
  • โจ๊ก โซคูล สามารถวิ่งรอบโลกเพื่อต่อยหลังหัวตัวเองได้
  • คอมพิวเตอร์ของโจ๊ก โซคูล ไม่มีปุ่ม Ctrl เพราะ โจ๊ก โซคูล สามรถ ควบคุมทุกอย่างได้อยู่แล้ว
  • ถ้าโจ๊ก โซคูล มีเงินห้าร้อยบาท คุณมีเงินห้าร้อยบาท โจ๊ก โซคูลมีเงินมากกว่าคุณ!!!
  • โจ๊ก โซคูล มีดวงจันทร์บริวารอยู่ 12 ดวง หนึ่งในนั้น ชื่อว่า "โลก"
  • โจ๊ก โซคูล สามารถเล่นรัลเซี่ยน รูเร็ท โดยมีกติกาว่า "ใส่กระสุนเต็มทุกช่อง และโจ๊ก โซคูลเป็นฝ่ายเริ่มก่อน" ให้ชนะได้
  • โจ๊ก โซคูล สามารถฟังประกาศ คมช. เพียงครั้งเดียวได้
  • โจ๊ก โซคูล สามารเป่าลมใส่ไม้ไผ่จนหักโค่นได้
  • ถ้าคุณได้ก้าวเข้ามาสู่ความเป็น โซคูลเลี่ยน คุณจะไม่มีวันได้กลับไปอีก
  • ลี โอนาโด้ ดาร์วินชี่ เป็นผู้ให้กำเนิดศาสตร์และศิลป์มากมายที่มีคุณประโยชน์ต่อโลก แต่โจ๊ก โซคูล เป็นผู้ให้กำเนิด ลีโอนาโด้ ดาร์วินชี่
  • อักษร "เจ" ซึ่งเป็นตัวอักษรนำหน้าชื่อของ โจ๊ก โซคูล ได้ถูกนำไปใช้นำหน้าชื่อให้แก่ผู้มีชื่อเสียงทั่วโลก อาทิ จอร์ท วอชิงตัน, จอร์ท บุช, จอร์ท ลูคัส, จีน เกรย์, จอน แมคเคลน, แจ๊ค สแปโร่ว, แจ๊ค เดอะริปเปอร์ และ แจค แฮปทรีเฟรน
  • นักชีววิทยา ได้แบ่งสิ่งมีชีวิตตามความซับซ้อนของโครงสร้างร่างกาย ไว้เป็น 8 phylun โดยให้มนุษย์อยู่ใน phylum chordata แต่ โจ๊ก โซคูล อยู่ phylum "GOD"
  • คุณไม่สามารถค้นหาคำว่า "โจ๊ก โซคูล" ในกูเกิ้ลได้ เพราะ โจ๊ก โซคูล จะเป็นผู้ค้นหาคุณเอง
  • โจ๊ก โซคูล สามารถสั่งบิ้กแมค ที่เบอร์เกอร์คิง ได้
  • โจ๊ก โซคูล หากตกน้ำตัวจะไม่เปียก แต่น้ำจะเปียกโจ๊ก โซคูล
  • โจ๊กโซคูลสามารถ กิน เลย์เพียงชิ้นเดียว ได้ แต่คุณต้องอร่อยชิ้นเดียวไม่เคยพอ
  • สาเหตุของโลกร้อน ก้คือ โจก โซคูลหนาว เขาเลย ทำไห้พระอาทิตย์ร้อนขึ้น
  • จากทฤษฎีสัมพันธภาพของไอสไตน์ โจ๊ก โซคูล สามารถตบหัวคุณในเวลาเมื่อวานได้
  • การอุตสาหกรรม ไม่ใช่สาเหตุของการตัดไม้ทำลายป่าโจ๊ก โซคูล ต้องการไม้จิ้มฟัน
  • ในประเทศไทย มีการประหารชีวิต ที่ถูกกฎหมาย 3 วิธี นั่นคือ ฉีดยาพิษ ยิงเป้า และ โจ๊ก โซคูล
  • โนอาห์ เป็นคนเดียวในโลก ที่รู้ทัน ก่อนที่ โจ๊ก โซคูล จะกระโดดลงมหาสมุทร
  • โจ๊ก โซคูล เป็นคนเดียวที่สอบโทเฟล ได้คะแนนเต็มด้วยการตอบทุกคำถามว่า โจ๊ก โซคูล
  • บางคนเเต่งตัวตามศิลปินที่เค้าชอบ เเต่ศิลปินที่เค้าชอบเเต่งตัวตามโจ๊กโซคูล
  • โจ๊ก โซคูล สามารถจาม ในขณะที่ตาเปิด ได้
  • โจ๊ก โซคูล วิ่งรอบโลกอยู่ และเบรคที่อเมริกาเนื่องจาก ยีราฟเดินตัดหน้าผลคือทำให้เกิดรอยแยกบนโลกกลายเป็นแกรนด์แคนย่อนและ ยีราฟโดนแรงลมพัดปลิวไปอยู่ที่แอฟริกา
  • ฉายาของโจ๊ก โซคูล คือ "โจ๊ก โซคูล"
  • :bn40: :bn40: :bn40: :bn40: :bn40:


คำต่อคำ 2พยานแฉ “สุเทพ”กล่าวหาจ้างให้การเท็จ ยุบไทยรักไทย

ที่มา เวบไซต์ โลกวันนี้
17 พฤศจิกายน 2552

เมื่อ วันที่ 16 พฤศจิกายน 2552 พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี สมาชิกพรรคเพื่อไทย และอดีตรองผู้อำนวยการ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) ได้นำนายสุขสันต์ ไชยเทศ อดีตผู้อำนวยการพรรคพัฒนาชาติไทย และนายชวการ โตสวัสดิ์ อดีตผู้สมัคร ส.ส.พรรคพัฒนาชาติไทย ซึ่งเป็นพยานปากเอกคดียุบพรรคไทยรักไทย ร่วมแถลงข่าวถึงเบื้องหลังการยุบพรรคไทยรักไทย โดยระบุว่าได้ให้การเท็จในคดีดังกล่าว พร้อมทั้งกล่าวหาว่านายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคประชาธิปไตย์เป็นผู้จ้างวาน อย่างไรก็ตามเนื่องจากเป็นประเด็นทางการเมือง ผู้อ่านพึงใช้วิจารณญาณ และฟังการชี้แจงจากผู้ได้รับผลกระทบคือนายสุเทพ ประกอบการพิจารณาด้วย โดยมีรายละเอียดดังนี้


------ พล.อ.พัลลภ :
ต้อง ขอบคุณสื่อมวลชนที่มาตามคำเชิญเพื่อให้สังคมได้รับรู้ข้อเท็จจริง เพื่อคืนความเป็นธรรมให้กับคนพรรคไทยรักไทย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พล.อ.ธรรมรักษ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา อดีตรัฐมนตรีกลาโหม โดยสองพยานปากเอกที่จะนำมาชี้แจงในวันนี้ ทั้งสองคนได้ให้การเท็จต่อศาล จนนำมาสู่การยุบพรรคไทยรักไทย

แต่วันนี้เขาทั้งสองได้สำนึกผิด จึงได้มาพบเพื่อให้ประชาชนได้รับทราบ แม้ว่าตัวเองจะติดคุกโดยการเป็นพยานเท็จ หรือแม้จะตายเขาก็ยอม สองคนนี้คือ นายสุขสันต์ ไชยเทพ ผู้อำนวยการพรรคพัฒนาชาติไทย และนายชวการ โตสวัสดิ์ ผู้สมัครแบบเขต พรรคพัฒนาชาติไทย

------ นายสุขสันต์ :
ผม ทั้งสองคนสำนึกผิด อยากกราบขอโทษ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย 111 ท่าน และรวมถึงสมาชิกพรรคไทยรักไทยทุกคน

ตาม ที่ผมและนายชวการ ได้ให้การต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เป็นพยานให้กับอัยการสูงสุด (อสส.) และให้การกับตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ จนเป็นเหตุให้คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ มีคำวินิจฉัยยุบพรรคไทยรักไทยนั้น ผมขอเรียนว่า ผมและนายชวการ ถูกจ้างวานให้การเท็จ ถูกจ้างวานให้เป็นตัวละคร โดยผู้จ้างวาน คือ คุณสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งรายละเอียดผมจะขอเปิดเผยให้ทราบโดยทั่วกันดังนี้

เริ่มตั้งแต่ เมื่อเช้าวันที่ 4 มีนาคม 49 มีคนซึ่งผมรู้จักดี มาพบผมที่โรงแรมกานต์มณี โดยบอกว่า ถ้าอยากได้เงินสนับสนุนการเลือกตั้งให้พาหัวหน้าพรรคพัฒนาชาติไทย หัวหน้าพรรคเล็ก 2-3 พรรคไปพบนายสุเทพ ซึ่งในขณะนั้น ผมกับพวก กำลังจัดทำเอกสารให้กับผู้สมัครเขตวันสุดท้ายในการสมัคร คือวันที่ 8 มีนาคม 49

ต่อมาวันที่ 15 มีนาคม 49 หลังจากส่งผู้สมัครเรียบร้อยแล้ว ผมกับคุณชวการ ก็ได้เข้าไปพบกับคุณสุเทพที่พรรคประชาธิปัตย์ ตามที่นัดหมายกันไว้ ประมาณสี่ทุ่มกว่า โดยคนนำเข้าไปพบ ก็เป็นคนเดิมที่ติดต่อกับผมที่โรงแรมกานต์มณี

เมื่อพบกัน คุณสุเทพขอร้องขอความร่วมมือ ให้ผมช่วยทำงานร่วมกัน โดยเป้าหมายอยู่ที่การยุบพรรคไทยรักไทยเป็นหลัก แนวทางการทำงานนั้น

1.ให้ ร่วมแถลงข่าวว่า พรรคไทยรักไทย จ้างวานให้ส่งผู้สมัคร เหมือนกับพรรคประชาธิปไตยก้าวหน้า ที่คุณสุเทพได้นำแถลงข่าวไปก่อนหน้านี้ในวันที่ 8 มีนาคม 49
2.ให้ยืนยันต่อ กกต. อสส. และคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ว่า พรรคไทยรักไทยเป็นผู้จ้างวานพวกผม ส่งผู้สมัครลงสมัคร

โดยมีเงื่อนไขในการทำงานและข้อตกลงในสัญญาคือ

1.คุณสุเทพจะดูแลความปลอดภัยให้ผมและครอบครัว
2.จะช่วยเหลือในทางคดีไม่ให้ได้รับโทษใดๆทั้งสิ้น
3.จะให้เงินค่าจ้างคนละ 15 ล้านบาท เป็นเรื่องจริง และ
4.ถ้า มีการเลือกตั้งใหม่จะส่งสมัคร ส.ส. ให้ได้เป็น ส.ส. หรือถ้าหากพรรคได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งได้เป็นรัฐบาล ก็จะได้รับตำแหน่งทางการเมือง เหมือนกับคำให้การที่ คุณธติมา ภาวลี ได้ให้การไว้กับตุลาการรัฐธรรมนูญในการให้การในครั้งนั้น และถ้าหากไม่ให้ความร่วมมือ หรือเข้าทำงานร่วม พวกผมจะถูกดำเนินคดีอาญา เรื่องของการปลอมแปลงเอกสาร และการแก้ไขข้อมูลของ กกต. และพรรคประชาธิปัตย์ได้ให้คนไปแจ้งความไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

เรื่อง การแก้ไขข้อมูล ผมเรียนให้สื่อได้ทราบว่า พรรคของพวกผม ได้มีการแก้ไขตั้งแต่ปี 48 ที่มีการเลือกตั้ง ผมแก้ไขให้คุณทนง ศิริปรีชาพงษ์ กับคุณสุทีป นาแก เขต 4 ก็ส่งลงสมัคร ตอนนั้นผมกับคุณชวการไม่มีทางเลือกในขณะนั้น เพราะเข้าไปอยู่ในพรรคประชาธิปัตย์ คุยกันถึงตี 2 จึงยินยอมด้วยความจำเป็น และได้ต่อรองกับคุณบุญทวีศักดิ์ อมรสินธุ์ หัวหน้าพรรค ก่อน แต่คุณสุเทพบอกว่า ไม่ต้อง ผมไปด้วย ไปคืนนี้เลย คุณสุเทพให้เหตุผลว่า ผมกับคุณชวการไปพูด เขาไม่เชื่อหรอก ต้องให้ผมไปพูดเอง จึงนั่งรถโฟล์คตู้สีดำ เลขทะเบียนหมายเลข 7 กรุงเทพฯ

เมื่อถึงบ้าน คุณบุญทวีศักดิ์ ก็เป็นเวลาตี 2 ของวันที่ 16 มีนาคม 49 คุยกันอยู่ถึงตี 4 ผมจึงเชิญคุณบุญทวีศักดิ์ไปคุยกับคุณสุเทพในรถตู้ และผมกับคุณชวการก็อยู่ด้วย ในระหว่างการพูดคุยนั้น คุณสุเทพได้บอกคุณบุญทวีศักดิ์ว่า คุณสุขสันต์และคุณชวการได้รับปากทำงานร่วมกันกับคุณสุเทพไปแล้ว โดยข้อตกลงเงื่อนไขที่ผมได้เรียนไปแล้วว่า หากคุณบุญทวีศักดิ์ร่วมทำงานผม (สุเทพ) ก็จะยินยอมจ่ายเงินให้ 15 ล้านบาท ตามที่คุณบุญทวีศักดิ์ได้ให้การกับทาง กกต. และตุลาการศาลรัฐธรรมนูญไปแล้ว

แต่ คุณบุญทวีศักดิ์ได้บอกคุณสุเทพว่า เอาไว้คิดดูก่อน พรุ่งนี้เช้าจะให้คำตอบ หลังจากนั้น ไม่สามารถติดต่อคุณบุญทวีศักดิ์ได้เลย จนถึงวันที่ 18 มีนาคม 49 คุณสุเทพได้ให้ผมและคุณชวการไปพบด่วน ที่พรรคประชาธิปัตย์ และให้ไปรับเงินล่วงหน้าก่อนคนละ 1 ล้านบาท และรีบจัดให้มีการแถลงข่าวใส่ร้ายพรรคประชาธิปัตย์ว่า พล.อ.ธรรมรักษ์เป็นคนจ้าง ในวันนั้นเลย

หลังจากแถลงข่าวเสร็จ คุณสุเทพให้คนมารับผมและคุณชวการ เดินทางไปสุราษฎร์ธานี และทีนี้ในระหว่างพักอยู่ที่สุราษฎร์ธานี และภูเก็ต ผมกับคุณชวการอยู่ในความควบคุมของนายสุเทพโดยตลอด แม้กระทั่งการไปให้การกับ กกต. และตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ก็มีคนควบคุมไปตลอด ขณะนั้น ผมและคุณชวการไม่สามารถให้การเป็นอย่างอื่นได้

การ ที่ผมกับคุณชวการ มาเปิดเผยความจริงทั้งหมดในวันนี้ คุณสุเทพไม่ได้ดำเนินการตามสัญญาที่ให้ไว้กับพวกผม เรื่องเงิน เรื่องตำแหน่งทางการเมือง เรื่องเป็น ส.ส. ไม่ได้ไม่เป็นไร แต่พวกผมต้องมาโดนคดี ที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติและส่งศาลฎีกา และวันที่ 14 พฤศจิกายน 52 นี้ จะส่งศาลอาญาร่วมกับ พล.อ.ธรรมรักษ์

ซึ่งแสดงว่า พวกผมถูกหลอกใช้งาน ให้เป็นเครื่องมือ ซึ่งคนเราศักดิ์ศรียอมกันไม่ได้ เมื่อมาโกหกกัน พวกผมต้องอยู่ลำบากแบบหลบๆซ่อนๆ ติดต่อไม่ได้เลย

------ นายชวการ :
ประเด็น หลักๆ คือ การลงเลือกตั้งวันที่ 2 เมษายน 49 นั้น ทางพรรคพัฒนาชาติไทย ได้ดำเนินการตามแนวทางของพรรค เพราะเราเห็นเป็นโอกาส เมื่อพรรคฝ่ายค้านบอยคอต เมื่อสังคมไม่เอาพรรคไทยรักไทย โอกาสน่าจะตกอยู่กับพรรคเล็ก และก็เห็นได้ว่า พรรคคนปลดหนี้ได้ ส.ส. ในภาคใต้ ทั้งนี้ ไม่เกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้นในการส่งผู้สมัครจากพรรคไทยรักไทยเลย

ประการที่ 2 เป็นความจริง ที่คุณสุขสันต์ได้พูดว่า คนของผู้ใหญ่ในพรรคประชาธิปัตย์ ได้ติดต่อพร้อมเสนอตัวเลขค่าใช้จ่าย 7 หลักในวันที่ 4 มีนาคม 49 ซึ่งวันนั้น เรากำลังยุ่งอยู่กับการจัดตัว เราก็เลยขอผัดผ่อน

และ เป็นความจริงเช่นเดียวกัน ที่เราได้รับการติดต่ออีกครั้ง พร้อมกับนำข่าวภายใต้การนัดหมายของผู้ใหญ่ในพรรคประชาธิปัตย์ ในคืนวันที่ 15 มีนาคม 49 เพื่อเข้าไปพบคุณสุเทพที่พรรคประชาธิปัตย์

ที่เราเข้า ไป เพราะเราคิดว่า พรรคประชาธิปัตย์จะสนับสนุนภายใต้หลักการของการเลือกตั้งโดยปรกติ แต่เมื่อเข้าไปและพบข้อเท็จจริงว่า เป้าหมายที่แท้จริง คือการยุบพรรคไทยรักไทยให้ได้ โดยคาดหวังว่า เมื่อพรรคไทยรักไทยถูกยุบเลือกตั้งใหม่ พรรคประชาธิปัตย์จะมีโอกาสกลับเข้ามาเป็นรัฐบาล

เพราะฉะนั้นในคืนวัน ที่ 15 มีนาคม 49 ผู้ใหญ่ในพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมกับพวก ได้มีการวางแผนกำหนดเป้าหมาย และยื่นข้อเสนอจริงตามที่คุณสุขสันต์แจ้งให้ทราบแล้ว และยังไม่พอ ยังเดินทางไปพบกับหัวหน้าพรรคจริง เสนอค่าตอบแทนให้จริงด้วย ตัวของคุณสุเทพจริง ทั้งผมและคุณสุขสันต์ รวมทั้งคนของพรรคประชาธิปัตย์บางท่านรับรู้ด้วยตลอดเวลา

ในส่วนของผม นั้น ขอเรียนว่า ถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือเชื่อมโยง ตั้งแต่วันที่ 2 มีนาคม 49 โดยกล่าวว่า ผมได้ร่วมวางแผนกับ พล.อ.ธรรมรักษ์ เรื่องการตัดต่อพันธุกรรมนั้น ขอเรียนว่า ไม่เป็นความจริง ผมไม่เคยวางแผนร่วมกับ พล.อ.ธรรมรักษ์ ไม่เคยพบกับ พล.อ.ธรรมรักษ์ ไม่เคยเหยียบเข้าไปภายในพรรคไทยรักไทย ที่ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ ในคืนวันที่ 2 มีนาคม 49 เลย

ส่วนภาพวงจรปิดที่คุณสุเทพนำมาให้ผมดู ในเวลาที่ถูกควบคุมตัวที่ภูเก็ตนั้น เป็นภาพที่ผมไปปรากฏตัวจริง แต่ไปเพราะติดรถไปกับเพื่อนที่ชื่อทวี สุวรรณภัทร ซึ่งเป็นนักข่าว เข้าไปทำธุระส่วนตัวในกระทรวงกลาโหมเท่านั้น

ในวันนั้น ผมไม่ได้พบกับ พล.อ.ธรรมรักษ์ ผมไม่เคยรู้จักกับท่าน นอกจากผ่านสื่อ และที่สำคัญ คือไม่มีการรับเงินใดๆ จาก พล.อ.ธรรมรักษ์ เมื่อวันที่ 3 มีนาคม 49 เพื่อไปใช้ในการลงสมัครรับเลือกตั้ง

วันที่ 3 มีนาคม ถ้าไปตรวจสอบจะพบว่า วันนั้นเป็นการสมัครปาร์ตี้ลิสต์ พรรคพัฒนาชาติไทยส่งผู้สมัครปาร์ตี้ลิสต์ ที่มีคุณสมบัติครบถ้วนทุกประการ ไม่จำเป็นต้องมีการแก้ไข และเงินค่าใช้จ่ายในการสมัครปาร์ตี้ลิสต์ มันไม่มาก และเป็นเงินที่เรารวบรวมกันเอง
เพราะฉะนั้นภาพที่นำมาใช้ จึงเรียกว่า การตัดต่อข้อเท็จจริง เพื่อนำไปสู่การยุบพรรคไทยรักไทย

นี่ คือความจริงที่สังคมจะต้องรับรู้ และที่สำคัญ หลังยุบพรรคไทยรักไทยแล้ว ผมเองอยู่อย่างลำบาก ไม่ได้รับการดูแลเหลียวแล ตอนที่จะให้เราร่วมมือ เขาก็บอกว่า ทำเพื่อชาติเถอะ แม้สังคมจะเข้าใจผิดเราก็ต้องเสียสละเพื่อชาติ เพื่อให้วิกฤตมันจบ แต่ในความเป็นจริง เป็นการแก้ไขวิกฤตด้วยวิธีที่สกปรก บิดเบือนใส่ความ ให้การเท็จ เสริมแต่งข้อเท็จจริง จนนำไปสู่กระบวนการที่ทำให้กระบวนการยุติธรรมเบี่ยงเบนนั้น ผมเห็นว่าเป็นสิ่งไม่ถูกต้อง

สุดท้าย เมื่อเราขอให้ช่วยดูแลเรื่องคดีความ ที่เราถูกกล่าวหาจาก ป.ป.ช. เรากำลังถูกฟ้องคดีอาญา คนที่เคยบอกว่าช่วยชาติ กำลังจะติดคุก เพราะการช่วยชาติที่เกิดจากการไม่เอาใจใส่ดูแล ผมจำเป็นต้องออกมาบอกความจริงทั้งหมด ให้สังคมได้รับรู้ว่า กระบวนการที่เกิดขึ้น ตั้งแต่มีนาคม 49 จนสะสมเป็นวิกฤตขณะนี้ เกิดจากกระบวนการที่ไร้จริยธรรม ไม่ชอบด้วยกฎหมายของผู้มีอำนาจทางการเมืองในปัจจุบัน ภายใต้แผนสมรู้ร่วมคิดกับนักการเมืองอีสานบางคน และทหารบางกลุ่ม เพื่อทำให้พรรคไทยรักไทยถูกยุบ

เพราะครั้งนั้น เขาบอกแต่เพียงว่า ยุบพรรค กรรมการไม่ตัดสิทธิ แล้วเราก็มาลงเลือกตั้งกันใหม่ เข้าสู่ระบอบประชาธิปไตย แต่ผลที่เกิดมันไม่ใช่ ผมและคุณสุขสันต์ สำนึกเสียใจตลอดเวลา นี่คือทฤษฎีเสร็จนาฆ่าโคถึก เสร็จศึกฆ่าขุนพล เสร็จภารกิจเอามันไปไว้ไกลๆ อย่าให้มันเข้ามาใกล้ แล้วปล่อยมันให้ติดคุกซะ

ผม ยังไม่ทราบว่า การที่ผมมาเปิดเผย จะถูกคนของพรรคประชาธิปัตย์ฟ้องอีกกี่สิบคดี ผมยอมครับ ผมรู้ว่าผมมีส่วนผิด ผมจะพึ่งกระบวนการยุติธรรมที่ไม่ถูกเบี่ยงเบน และฝากประชาชนว่า วันหนึ่ง หากผมไม่สามารถประกันตัวได้ เพราะการแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมในขั้นตอนใดก็ตาม หากผมต้องถูกกระทืบตายในคุก ผมมีศัตรูอยู่แค่กลุ่มเดียว คือผู้ที่มีอำนาจรัฐในปัจจุบัน

ที่จำเป็นต้องมาเปิดเผยครั้งนี้ แม้รู้ว่าเสี่ยง แม้รู้ว่าเป็นอันตราย แม้รู้ว่าต้องเป็นศัตรู แต่ต้องการให้สังคมและประชาชนรู้ว่า แท้ที่จริงใครกันแน่ เป็นตัวการ และใครคือผู้ที่ต้องรับผลจากการกระทำที่ฉ้อฉล บิดเบือนข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น

ท้ายที่สุด ผมขอกราบขอโทษต่ออดีตสมาชิกพรรคไทยรักไทยทุกคนที่การกระทำของผมทำให้ท่าน ต้องได้รับผลกระทบ และขอเรียกร้องว่า อดีตสมาชิกไทยรักไทยทั้งหมด ควรออกมาเรียกร้องทวงสิทธิความเป็นธรรม ความชอบธรรมคืนจากระบบที่ถูกบิดเบือน

“ไทยรัฐ”รายงาน “แวดวงผู้จัดงาน”แฉ“รัฐบาลเทพประทาน”งาบค่าหัวคิว“งานฟ้าสดใสคนไทยยิ้มได้” 20-30%

“พาณิชย์”ผลาญงบพันล้านเกลี้ยง!

พาณิชย์ ใช้งบตามนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจรอบแรก 1,000 ล้านบาท หมดแล้ว ออร์กาไนซ์ แฉ ต้องจ่ายค่าหัวคิวให้บิ๊กในกระทรวง เพื่อจัดงานฟ้าสดใสคนไทยยิ้มได้ ฯ ...

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้กระทรวงพาณิชย์ได้รายงานผลการใช้เงินงบประมาณ 1,000 ล้านบาท ที่ได้รับมาตามนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจรอบแรกเสร็จสิ้นแล้ว โดยเป็นการดำเนินการระหว่างเดือน เม.ย.-ส.ค.52 แบ่งเป็นการจัดงานฟ้าสดใสคนไทยยิ้มได้ 5 ครั้ง และจัดงานมหกรรมธงฟ้า...มหาชน ในระดับภูมิภาคและระดับจังหวัด ครอบคลุม 76 จังหวัดทั่วประเทศ

ทั้งนี้ การจัดงานฟ้าสดใสคนไทยยิ้มได้ 5 ครั้ง ที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี, อิมแพค เมืองทองธานี, กรมทหารราบที่ 11, ไบเทค บางนา และศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ใช้งบในการจัดงานประมาณ 500 ล้านบาท หรือเฉลี่ยครั้งละ 100 ล้านบาท ถือเป็นการจัดงานที่ใช้งบประมาณสิ้นเปลืองมากที่สุดเพราะแค่ค่าเช่าสถานที่ ค่าจัดงานออร์กาไนซ์ ค่าจัด บูธไม่น่าเป็นเงินมากถึงขนาดนี้ ส่วนการจัดงานมหกรรมธงฟ้า...มหาชน ที่จัดทั่วประเทศและใช้เงินอีก 500 ล้านบาทนั้น เป็นการจัดงานโดยใช้ วิธีรวมกลุ่มหลายจังหวัด แล้วใช้ชื่อว่าเป็นงานระดับภูมิภาคระดับจังหวัด แบ่งกลุ่มการจัดงานทั้งสิ้น 10 กลุ่ม เฉลี่ยค่าจัดงานต่อกลุ่ม 50 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม มีการพูดกันในแวดวงผู้จัดงาน หรือออร์กาไนซ์ ว่า หากต้องการจะได้จัดงานฟ้าสดใสคนไทยยิ้มได้และมหกรรมธงฟ้า...มหาชนแต่ละครั้ง ต้องยอมจ่ายค่าหัวคิวให้ผู้มีอำนาจหรือคนใกล้ตัวผู้มีอำนาจในกระทรวงพาณิชย์ ครั้งละ 20-30% ของมูลค่างาน เมื่อตกลงกันได้แล้วก็จะบีบบังคับให้ข้าราชการเลือกบริษัทตามใบสั่ง หากคิดจากงบกระตุ้นเศรษฐกิจ 1,000 ล้านบาท หักเป็นค่าหัวคิวจะอยู่ที่ 200-300 ล้านบาท.

(ที่มา ไทยรัฐ ,2 พฤศจิกายน 2552)



เปรียบเทียบ ผลงานการคอรัปชั่นของรัฐบาลต่างๆ (มติชนออนไลน์)




มาดูข้อมูลคอรัปชั่น 8 ปีของเมืองไทย ตอกหน้า คมช.และพวกสนับสนุนรัฐประหาร


ก่อน รัฐประหาร แนวโน้มคือ ค่า CPI เพิ่มขึ้นโดยสม่ำเสมอทุกปี แสดงว่า คอรัปชั่นในสังคมไทยในสายตาโลกลดลงทุกปี แต่พอรัฐประหาร ผลคือ ค่า CPI แทนที่จะเพิ่มต่อ กลับลดลงฮวบฮาบ แปลว่าในสายตาโลก แนวโน้มคอรัปชั่นในไทยเปลี่ยนในทางเลวลงทันที คอรัปชั่นแทนที่จะน้อยลงตามเจตนาของคณะรัฐประหาร กลับมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น


โดย คุณหนูเอง
19 พฤศจิกายน 2552

จา กกร๊าฟที่พล็อตจากข้อมูลของ Transparency International พบว่า ขัดแย้งโดยสิ้นเชิงกับเหตุผลหนึ่งที่ คมช. นำมากล่าวอ้าง ว่า รัฐบาลทักษิณคอรัปชั่นกันทุกหย่อมหญ้า

ข้อมูลตามกร๊าฟกลับชี้ว่า ค่า CPI หรือ Corruption Perception Index (ค่าน้อย คอรัปชั่นมาก) มีค่าเพิ่มขึ้นตามลำดับจากปี ๒๕๔๕-๔๘ จนปี ๒๕๔๙ ปีทีถูกรัฐประหาร ค่านี้ก็ลดฮวบฮาบลงอย่างรวดเร็ว กล่าวคือ คอรัปชั่นกลับขยายตัวอย่างรวดเร็วหลังรัฐประหาร


ดิฉัน ขอให้ดูแนวโน้ม (trend) ค่ะ ก่อนรัฐประหาร แนวโน้มคือ ค่า CPI เพิ่มขึ้นโดยสม่ำเสมอทุกปี แสดงว่า คอรัปชั่นในสังคมไทยในสายตาโลกลดลงทุกปี แต่พอรัฐประหาร ผลคือ ค่า CPI แทนที่จะเพิ่มต่อ กลับลดลงฮวบฮาบ แปลว่าอะไรคะ ในสายตาโลก แนวโน้มคอรัปชั่นในไทยเปลี่ยนในทางเลวลงทันที คอรัปชั่นแทนที่จะน้อยลงตามเจตนาของคณะรัฐประหาร กลับมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น


ที่ แปลกคือ พอท่านสมัครและสมชายเป็นรัฐบาล ค่า CPI กลับหันหัวกลับใหม่ พอเปลี่ยนเป็นรัฐบาลอภิสิทธิ CPI กลับหล่นลงอีกไม่ต่างจากรัฐบาลทหาร(ตั้ง)

อย่างนี้ เราควรจะเชื่อรัฐบาลนี้ หรือ องค์กร Transparency International กว่ากันคะ?

*********
อ้างอิง
[1] http://en.wikipedia.org/wiki/Corruption_Perceptions_Index
[2] http://transparency.org/policy_research/surveys_indices/cpi/2009/cpi_2009_table


“บทนำมติชน”: ชี้ เหตุ“รัฐบาลเทพประทาน”โกงชาติ ร่วมกับ “องค์กรตรวจสอบ”เป็น“อัมพาต”ทำ“ไทย”รั้งท้ายอันดับคอรัปชั่นโลก !

"ชาจนไร้ความรู้สึก"

บทนำมติชน

"งามหน้า" อีกแล้ว สำหรับประเทศไทยเมื่อถูกองค์กรเพื่อความโปร่งใสในประเทศไทย (Transparency Thailand) เปิดเผยผลการจัดอันดับดัชนีชี้วัดภาพลักษณ์ปัญหาคอร์รัปชั่น ประจำปี 2552 (Corruption Perceptions Index 2009) พบว่า ประเทศไทยได้ 3.4 คะแนน จากคะแนนเต็ม 10 คะแนน (คะแนนมากเท่ากับมีความโปร่งใสมาก) อยู่อันดับที่ 84 เท่ากับประเทศเอลซัลวาดอร์ กัวเตมาลา อินเดีย และปานามา จากการจัดอันดับทั้งหมด 180 ประเทศทั่วโลก ยังดีกว่าประเทศอิรัก ซูดาน พม่า อัฟกานิสถาน โซมาเลีย ซึ่งกลุ่มประเทศรั้งท้ายเหล่านี้มีคะแนนระหว่าง 1.5-1.1 นอกจากนี้ ไทยยังอยู่อันดับที่ 10 จาก 23 ประเทศในภูมิภาคเอเชีย เมื่อเปรียบเทียบกับดัชนีชี้วัดตั้งแต่ปี 2538-2552 ปรากฏว่าอันดับของประเทศไทยแย่ลง

จะว่าองค์กรที่สำรวจปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่นมีอคติ หรือลำเอียงต่อประเทศไทยคงพูดไม่ได้และเป็นองค์กรที่ไม่มีความน่าเชื่อก็คง ไม่ได้เช่นกัน เพราะองค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ เป็นองค์กรอิสระนานาชาติที่ก่อตั้งขึ้นเพื่อรณรงค์แก้ไขปัญหาคอร์รัปชั่น มีเครือข่ายใน 120 ประเทศทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยด้วย การจัดทำดัชนีชี้วัดภาพลักษณ์คอร์รัปชั่นของประเทศต่างๆ ก็กระทำเป็นประจำทุกปีมาตั้งแต่ปี 2538 หรือเมื่อ 14 ปีก่อน โดยในปีนี้ (2552) ได้จัดอันดับจากประเทศต่างๆ จำนวน 180 ประเทศ โดยใช้ผลสำรวจของสำนักโพลต่างๆ รวม 10 แห่ง ที่ได้มีการตีพิมพ์เผยแพร่ในช่วงปี 2551 และ 2552

"งามหน้า" มิได้หมายถึงการมีใบหน้าสุดสวย งดงาม ไร้สิวไร้ฝ้าที่ใครเห็นต้องตะลึงพรึงเพริด หากทว่า เป็นอาการที่ควรได้รับความอับอาย ขายหน้าบ้านอื่นเมืองอื่น เพราะไทยที่เคยได้ชื่อว่า เป็นดินแดนที่อุดมไปด้วยการทุจริตคอร์รัปชั่น มาถึง พ.ศ.นี้กลับกลายเป็นดินแดนที่ภาพลักษณ์ตกต่ำย่ำแย่มากขึ้นกว่าเดิม ด้วยเหตุที่การกินสินบาทคาดสินบน จ่ายเงินใต้โต๊ะเป็นค่าน้ำร้อนน้ำชาแพร่กระจายไปทั่ว จากผลการจัดอันดับขององค์กรเพื่อความโปร่งใสในประเทศไทย พบว่า ปี 2549 ไทยได้ 3.6 คะแนน อยู่อันดับ 63, ปี 2550 ได้ 3.30 คะแนน อันดับที่ 84, ปี 2551 ได้ 3.50 คะแนน อันดับที่ 80 เมื่อพิจารณาเฉพาะการจัดอันดับของกลุ่มประเทศในภูมิภาคเอเชีย พบว่า ประเทศที่มีคะแนนเป็นอันดับที่ 1-10 ซึ่งได้ชื่อว่ามีความโปร่งใสมาก ได้แก่ สิงคโปร์ 9.2 คะแนน, ฮ่องกง 8.2 คะแนน, ญี่ปุ่น 7.7 คะแนน, ไต้หวัน 5.6 คะแนน, เกาหลีใต้ 6.5 คะแนน, มาเก๊า 5.3 คะแนน, ภูฏาน 5.0 คะแนน, มาเลเซีย 4.5 คะแนน, จีน 3.6 คะแนน และไทย 3.4 คะแนน ส่วนอันดับสุดท้ายคือ 20 ได้แก่ พม่า 1.4 คะแนน

โปรดอย่าได้แก้ตัวหรือถกเถียงเพื่อจะโยนความผิดไปให้คนอื่น สำหรับรัฐบาลในปัจจุบันที่บริหารประเทศมาเกือบครบ 1 ปีเต็ม การที่ไทยตกอันดับลงอีกในแง่ของภาพลักษณ์จากปัญหาคอร์รัปชั่นที่ไทยแทบจะ รั้งท้ายหรือเกือบจะโหล่สุดเมื่อเทียบกับประเทศในภูมิภาคเอเชียด้วยกัน และในระดับโลกที่ไทยก็ติดกลุ่มประเทศที่มีสถิติการจัดอันดับให้เป็นประเทศ ที่ปัญหาการทุจริตหนักหนาสาหัสเพิ่มขึ้นกว่าอดีต เพราะนอกจากรัฐบาลจะไม่ได้มีมาตรการที่จะป้องกันและปราบปรามการทุจริต คอร์รัปชั่น คนในรัฐบาลก็ตกเป็นข่าวอื้อฉาวในสื่อมวลชนเสียเองว่าเข้าไปหาเศษหาเลยจาก เงินงบประมาณแผ่นดิน ในส่วนขององค์กรตรวจสอบซึ่งมีอยู่หลายองค์กรก็ย่ำเท้าอยู่กับที่ ไม่เพียงแต่ขจัดปัญหาการคอร์รัปชั่นด้วยความอืดอาด ล่าช้า การตกอยู่ในวังวนของการถูกกล่าวหาโจมตีจากคนบางส่วนอันเนื่องมาจากปัญหาการ รัฐประหาร 19 กันยายน 2549 การให้ประชาชนเข้ามีส่วนร่วมก็มิอาจทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่นเป็นที่รับรู้กันทั่วไปว่า เป็นการร่วมมือกันแบบ 3 ประสาน ระหว่างนักการเมือง ข้าราชการประจำ และพ่อค้านักธุรกิจ โดยที่องค์กรตรวจสอบไล่ไม่ทัน การหาผลประโยชน์โดยมิชอบที่เกิดจากการสมคบกันของฝ่ายต่างๆ ได้กลายเป็นวัฒนธรรมอันเลวร้ายอยู่ในขั้น "วิกฤต" ซึ่งหาทางออกไม่เจอเช่นเดียวกับ "วิกฤตการเมือง" จากการนำเสนอผลการสำรวจขององค์กรเพื่อความโปร่งใสในประเทศไทยที่ไทยแย่กว่า เดิม คนไทยจำนวนไม่น้อยที่อาจบอกด้วยอาการปลงตกว่า หน้าชาจนไม่มีความรู้สึกใดๆ อีกแล้ว น่าช้ำใจก็ตรงที่คนที่ควรจะเอาปี๊บคลุมหัวเพราะมีหน้าที่และรับผิดชอบโดยตรง ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลหรือองค์กรตรวจสอบกลับรู้สึกเฉยๆ ไม่มีการกระตือรือร้นที่จะแก้ไขเลยแม้แต่น้อย

(ที่มา มติชนรายวัน , 20 พฤศจิกายน 2552)



ฮาลั่นเวบเสธ.แดง พธม.แหลใส่นางพยาบาลเล่นเน็ตกับDJแคมฟร็อกเป็นมือบึ้มM79ถล่มพันธมิตร


ผงะ-สนธิ ลิ้มทองกุล หัวโจกโจรก่อการร้ายหนีหมายเรียกคดียึดสนามบินถึงกับผงะในช่วงมีระเบิดM79ลง หลังเวที ขณะกล่าวปราศรัยปลุกความคลั่งชาติ เสธ.แดงระบุถูกบึ้มเพราะชอบดึงเบื้องสูงลงมาเกลือกกลั้วการเมืองโสโครกของ พันธมิตรเป็นประจำ


โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
19 พฤศจิกายน 2552

ฮา กันสนั่นเวบเสธ.แดง เมื่อนักท่องเน็ตที่เป็นนางพยาบาลรายหนึ่งต้องถูกมั่วนิ่มให้กลายเป็น ผู้ร้ายใจทมิฬ ร่วมมือกับดีเจห้องแคมฟร็อกเป็นคนคุมทีมยิงระเบิดM79สังหารใส่เวทีพันธมิตร ตามที่เวบไซต์ผู้จัดการกระบอกเสียงผู้ก่อการร้ายพันธมิตรใส่ไคล้แบบสะตอบอ แหลสดๆ


ผู้ที่ถูกพาดพิงจากเวบผู้จัดการASTVกระบอกเสียง ของผู้ก่อการร้ายพันธมิตรว่า เป็นขบวนการยิงระเบิดM79ใส่เวทีพันธมิตรในขณะที่หัวโจกโจรก่อการร้ายหนีหมาย จับ สนธิ ลิ้มทองกุล กำลังปราศรัย ได้ออกมาเขียนกระทู้โต้กลับในเวบเสธ.แดงด้วยความครื้นเครงว่า เวบไซต์กระบอกเสียงโจรก่อการร้ายมั่วนิ่มสุดขีด

ทั้งนี้เวบไซต์โจรก่อการร้ายพันธมิตรได้พาดหัวข่าวว่า ฟันธง “เสธ.แดง” ทาสรับใช้ “แม้ว” ยิงถล่มพันธมิตรฯ โดย อ้างแหล่งข่าวระดับสูง เปิดเผยถึงเหตุคนร้ายยิงระเบิดเอ็ม 79 ใส่หลังเวทีชุมนุมพันธมิตรที่สนามหลวง เมื่อคืนวันที่ 15 พ.ย.ที่ผ่านมาว่า
ทางข่าวเชิงลึกตนรู้ตัวบุคคลที่ยิงระเบิดเอ็ม 79 ก่อความรุนแรงกับพันธมิตรฯมาตลอด ซึ่ง พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล หรือ เสธ.แดง เป็นผู้ก่อเหตุทั้งนั้น

แหล่งข่าวระดับสูง กล่าวต่อว่า คนคุมทีมยิงระเบิดเอ็ม 79 ถล่มพันธมิตรฯ ทุกครั้งคือ "เค ทอง" กับฉายาหมวกขาว และฉายากำลังไม่ทราบฝ่าย โดยทุกครั้งที่มีการก่อเหตุ เค ทอง จะไปแชตยังห้องแชตรูมของ เสธ.แดง ซึ่งการข่าวทุกครั้งจะดักจับและดักฟังได้


ทั้งนี้คน ในเวบเสธ.แดงต่างวิพากษ์วิจารณ์ว่า เวบไซต์ผู้จัดการASTVมั่วตลอดทั้งข่าว เนื่องจากเวบเสธ.แดงไม่มีห้องแช็ต(chat room) มีแต่กระดานสนทนา(webboard)จึงไม่มีการแช็ตหรือสนทนาสดๆ จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะมีเหตุการณ์ตามที่เวบผู้จัดการมั่วข่าว และยิ่งเป็นไปไม่ได้ที่ว่าจะดักฟังได้ เพราะไม่มีห้องchat roomแบบที่คุยกันทางเสียงในเวบเสธ.แดงเลย

ผู้ใช้นามว่า"หมวกขาว"ได้เขียนในกระทู้เกี่ยวกับข่าวนี้(ดูลิ้งค์)ด้วยความตลกขบขันว่า
"ตื่น นอนมา กลายเป็น"ผู้นำ" ของ "กองกำลังไม่ทราบฝ่าย "ค่ะ กับคู่หู "อ.เคทอง "...พากันไปถล่ม พันธมิตร แหล่งข่าวระดับสูงของ "ควายเหลือง " รายงานมาว่าง้านนน เฮ้อ...ข่าว...ควายๆ..ไม่แปลกใจเล๊ยยย ทำไม "เหลือง " จึงดักดานกันจริงๆ...เฮ้อ..."


ผู้ใช้นามแฝง"หมวกขาว"ซึ่งทราบกันดีว่าเป็นผู้หญิง และเป็นนางพยาบาล( ดูลิ้งค์ ) กล่าวในกระทู้อย่างขบขันด้วยว่า
"ฮือๆๆๆ...แงๆๆๆๆ....เสธ.แดงช่วยนู๋ด้วย พานู๋ไปฟ้องหมิ่นประมาทมันที ไอ้พวกนี้...ทำนู๋ฮา...ขี้แตกขี้แตน...!!!"


ขณะเดียวกันเสธ.แดงได้ตั้งกระทู้หัวข้อเรื่อง ถึง ไอ้เจ็กลิ้ม-สาวกควายเหลืองและไอ้การ์ดพันธมิตร มหาจำลองช่วยชีวิตมึงไว้ที่เอาเด็กนั่งตักตลอด พวกมึงซ้อมประชาชนทำไม มึงปิดเวทีช้าอีก 10 นาที ตายเรียบ! เมื่อวันที่ 16 พ.ย.ที่ผ่านมา โดยปฏิเสธว่า เขาไม่ได้เกี่ยวข้องกับกรณีนี้

มึง ยังเหี้ยเหมือนเดิมแต่กูไม่เกี่ยวงานนี้ กูเตือนมึงเหมือนปีที่แล้วที่ทำเนียบ+สนามบิน แต่ทำคุณบูชาโทษ เสือกหาว่ากูยิง แถมเนรคุณให้เบอร์โทรศัพท์พวกควายเหลืองโดยเฉพาะพวกผู้หญิงมาด่ากูอีก หน้าหนังxxx หนังxxx ทั้งคืน จนกูต้องลุกมาส่องกระจก ดีที่ผิด 2 ตัวหลัง ไม่งั้นกูคงไม่ได้นอนทั้งคืน คอยแต่ลูบหน้าว่าเหมือนxxxหรือเปล่า วันนี้กูเลยนอนหลับไม่ต้องมาด่ากับพวกควายโง่ อย่างพวกมึง


ส่วนรายละเอียดของกระทู้มีดังต่อไปนี้


ไอ้เจ็กลิ้ม...ณ บนเวที 15 นาที เดี๋ยวนี้กลัวตาย

มึงพูดอ้างแต่ในหลวงตลอดเวลา ปราสาทแดกซิพอมีเสียงบึ้ม...หลังเวที มึงโดดลงเวทีแทบไม่ทัน แล้วย่องขึ้นมานั่งใหม่กลัวสะเก็ดลงกระบาลที่เดิมใช่ไหม

ดูคำพูดมึงแต่ละคำทำไมจะไม่โดนอาวุธสงคราม ถ้ามึงยังปากดีแบบนี้และยังไม่เข็ดเดี๋ยวพวกกระเทยก็ยิงกระบาลมึงอีก ให้กูเดาล่วงหน้า

หนึ่ง...มึงบอกว่าในหลวงมีพวกเราเท่านั้นเป็นที่พึ่งสุดท้าย!
(มีแต่ท่านเป็นที่พึ่งสุดท้ายของพวกเรา สมองมึงตั้งแต่ถูกยิงเป็นหัวพลาสติก มึงคิดกลับทางหมด)

สอง...มึงบอกว่ามึงยอมเอาหัวที่ถูกยิงเพื่อรักษาในหลวงไว้
(มีคนในวังเขาขอมึงไว้กับพวก 3 ป. ว่าขอแค่นี้อย่าทำเลย เขาสู้เราไม่ได้หรอก มึงยังไม่รู้สึกตัวอีก)

สาม...ใครต้องการปกป้องในหลวงให้มาอยู่หลังมึง (แสดงว่าทั้งประเทศมีมึงคนเดียวที่ปกป้องในหลวง ไอ้เหี้ย)

ไอ้สัตว์..ตกลงคนอื่นทั้งประเทศที่ไม่ใช่สาวกควายเหลืองของมึง ไม่รักในหลวงใช่ไหม มึงควรจะพูดให้ไกลๆในหลวง ทำไมมึงต้องพูดถึงแต่ในหลวง ปีหนึ่งผ่านไปไม่เข็ด ยังดึงฟ้าต่ำเหมือนเดิม

สี่...มึง ก็รู้แก่ใจพวก 3 ป. ยิงกระบาลมึง เพราะด่าองคมนตรีเรื่องเขายายเที่ยง เรื่องเอาโกเต๊กทาฐานพระรูป ร.5 และไปอเมริกาท๊อคโชว์เสือก พูดคำว่า แม่ง...กับสถาบัน นี่คำพูดมึงอยู่ในยูทูป

"แม่งง...พวกในวังโทรมาถามกันใหญ่ผ่านท่านผู้หญิงบุษบาว่า.....ฝากอะไรให้สนธิ คิดถึงสนธิกันใหญ่ อยากรู้แม่ง..."


มึงมันเหิมเกริมเกินความเป็นคนไทยไอ้เจ็กก๊กมินตั๋ง มึงลืมดอยแม่สลองกำพืดมึงที่คนไทยให้ข้าวมึงกินหมดแล้ว

งานเมื่อคืน...มึงต้องก้มลงกราบตีนมหาจำลองไว้ทุกชั่วโมงจากนี้ไป ที่เอาเด็กมานั่งตักตลอดบนเวที...มึงปิดเวทีช้าอีก 10 นาที มึงทำคนตายเป็นเบือ มหาจำลองเขาเป็นทหารอาชีพ เขาอ่านออก แบบทหารปืนใหญ่ เขารู้เรื่องการปรับการยิง...จากนี้ไป ลูก 2 กลางเวที แน่นอน จึงต้องรีบเลิกตามที่มหาจำลองแนะนำ

"ควายโง่ๆอย่างพวกมึง อยู่ไปก็รกแผ่นดิน ควรตายเรียบ..ตายแล้วอย่าเสือกไปเกิดเป็นหมาก็แล้วกัน

มึงยังเหี้ยเหมือนเดิมแต่กูไม่เกี่ยวงานนี้ กูเตือนมึงเหมือนปีที่แล้วที่ทำเนียบ+สนามบิน แต่ทำคุณบูชาโทษ เสือกหาว่ากูยิง แถมเนรคุณให้เบอร์โทรศัพท์พวกควายเหลืองโดยเฉพาะพวกผู้หญิงมาด่ากูอีก หน้าหนังxxx หนังxxx ทั้งคืน จนกูต้องลุกมาส่องกระจก ดีที่ผิด 2 ตัวหลัง ไม่งั้นกูคงไม่ได้นอนทั้งคืนคอยแต่ลูบหน้าว่าเหมือนxxxหรือเปล่า วันนี้กูเลยนอนหลับไม่ต้องมาด่ากับพวกควายโง่ อย่างพวกมึง

ขอให้พวกมึงนอนหลับฝันดี...ฝันเห็นสะเก็ดระเบิดเอ็ม 79 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจะตายดับกันไปข้างไอ้พวกส้นตีน เสือกกระทืบคนบริสุทธ์อีก ทำกรรมเข้าไป คนยิงเขาจะได้ไม่สงสารมึงเวลาเหนี่ยวไก...
คริ... คริ


เปิดตัว"เคทอง"ดีเจห้องแคมฟร็อกโดนลากไปมั่วด้วย

ส่วน ที่เวบผู้จัดการASTVอ้างถึงอีกรายคือ"เคทอง"ว่าเป็นคนคุมยิงM79ทุกครั้งนั้น คาดว่า น่าจะมั่วจากการที่นักจัดรายการวิทยุทางอินเตอร์เน็ตของฝ่ายต่อต้านเผด็จการ คนหนึ่งใช้ชื่อแฝง"เคทอง"ซึ่งเป็นคนที่มีบุคลิกสนุกสนาน ถ้าใครเคยเข้าห้องแคมฟรอก การเมือง ห้องVoice_of_change จะเห็นเคทอง จัดรายการคู่กับ เสธ.แดง จัดรายการวิจารณ์การเมือง สดๆใช้คำพูดสไตล์แรงๆ ด่าแป๊ะลิ้ม ด่าพัธมิตร ทำให้เวบผู้จัดการมั่วส่งไปว่าดีเจออนไลน์รายนี้ เป็นคนคุมทีมสังหาร


กลต.จ่อเชือดเนชั่นสุมหัวโบรกเจ้ามือปั่นหุ้นNBC


เย้ยกฎหมายซ้ำซาก-ภาพ สุทธิชัย หยุ่นกดปุ่มวันเปิดซื้อขายหุ้นเนชั่นบรอดแคสติ้ง(NBC)เป็นวันแรกเมื่อ11พ.ย. ที่ผ่านมาในเวบไซต์เครือเนชั่น โดยทำผิดกฎหมายซ้ำซากออกข่าวให้บริษัทโบรกเกอร์ที่เป็นเจ้ามือขายหุ้นจองตัว นี้เชียร์แมงเม่าลุยซื้อ ให้เป้าหมายสูงลิ่ว ล่าสุดกลต.รับเรื่องร้องเรียนจะเข้าตรวจสอบการกระทำผิดแล้ว(ดูหลักฐาน คลิ้กลิ้งค์)

โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
18 พฤศจิกายน 2552


ข่าว สืบสวนเนชั่นปั่นหุ้นNBCที่ไทยอีนิวส์ตามสาวไส้มาถึงจุดสำคัญอีกครั้ง เมื่อกลต.เปิดเผยว่าได้รับเรื่องร้องเรียนพฤติการณ์ฉาวโฉ่ใช้สื่อในเครือ ร่วมทำผิดปั่นหุ้น แถมให้โบรกเกอร์ที่เป็นเจ้ามือขายหุ้นจองและรับประกันการขายหุ้นออกออกบท วิเคราะห์เชียร์ให้เป้าหมายสูงลิบลิ่ว โดยไม่ยอมระบุว่ามีส่วนได้เสียตามที่กฎหมายกำหนด ฮึ่มจะพิจารณาดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องกับอำนาจหน้าที่ของกลต. นี่เป็นบทเรียนครั้งสำคัญของพวกฐานันดรสี่ที่ดีแต่จิกหัวคนอื่น แต่พอเป็นเรื่องหม้อข้าวของตัวเองทำผิดทั้งกฎหมาย ผิดจรรยาบรรณ ทำตัวน่าเกลียด ไร้ธรรมาภิบาลที่ชอบแหกปากหาจากคนอื่นมาตลอด..



เนชั่นเย้ยกฎหมายซ้ำซาก กลต.รับเรื่องล่าสุดใช้โบรกเจ้ามือปั่นหุ้นผ่านสื่อโล้น

สำนัก งานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ซึ่งเป็นหน่วยงานกำกับตรวจสอบการกระทำผิดกฎหมายเกี่ยวกับการซื้อขายหุ้น ได้เปิดเผยว่า มีประชาชนจำนวนมากร้องเรียนพฤติการณ์เครือเนชั่น ของนายสุทธิชัย หยุ่นว่าอาจกระทำผิดกฎหมายการซื้อขายหลักทรัพย์ โดยมีข้อร้องเรียนเรื่องการใช้สื่อของเครือเนชั่นทั้งโทรทัศน์ วิทยุ สิ่งพิมพ์ และเวบไซต์เพื่อจูงใจให้นักลงทุนในตลาดหลักทรัพย์เข้าซื้อหุ้นเนชั่นบรอดแค สติ้ง(NBC)ซึ่งเป็นหุ้นใหม่เข้าซื้อขายเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 11 พ.ย.ที่ผ่านมา

โดยหลักฐานจำนวนมากที่มีผู้ร้องเรียนก.ล.ต.เข้ามาเป็นเรื่องที่เวบไซต์กรุงเทพธุรกิจ ในเครือเนชั่น นำเสนอข่าวเรื่อง โบรกปรับกำไรNBCใหม่เป้าราคาปีหน้า4.30บ. ซึ่งผู้ที่ร้องเรียนเข้ามายังสำนักงานร้องเรียนว่า การที่เวบไซต์เครือเนชั่นนำเสนอข่าวบทวิเคราะห์ของบริษัทหลักทรัพย์ ซีไอเอ็มบี (ประเทศไทย) จำกัด ปรับเป้าหมายราคาของNBCเป็น4.30บาท เนื่องจากบล.ซีไอเอ็มบี เป็นแกนนำการจัดจำหน่ายหุ้นจองNBC แม้ซีไอเอ็มบีจะได้แจ้งความมีส่วนได้เสียในบทวิเคราะห์ฉบับนี้แล้วก็ตาม แต่เวบไซต์กรุงเทพธุรกิจนำเสนอข่าว โดยไม่ระบุการมีส่วนได้เสียดังกล่าว อาจเข้าข่ายความผิดตามกฎหมายของกลต.

กลต.ได้รับเรื่องร้องเรียนจำนวน มากในช่วงวันที่ 11 พ.ย.ที่ผ่านมา อันเป็นวันทำการเข้าซื้อขายในตลาดหุ้นเป็นครั้งแรกของหุ้นNBC และหลังจากได้ตรวจสอบแล้ว ก็มีหนังสือแจ้งไปยังประชาชนที่ร้องเรียนเรื่องดังกล่าวเข้ามา ต่อไปนี้เป็นหนังสือฉบับหนึ่งที่ท่านผู้อ่านของไทยอีนิวส์ได้ส่งมาให้เรา เป็นหลักฐานว่ากลต.ได้รับเรื่องร้องเรียนพร้อมเข้าดำเนินการแล้ว


16 พฤศจิกายน 2552

เรียน คุณอรวรรณ ...
ที่ ล. 105/2552
เรื่อง การตอบรับเรื่อง

ตามที่ท่านได้มี e-mail เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2552 ชี้เบาะแสกรณีการเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับ บมจ. เนชั่น บรอดคาสติ้ง คอร์ปอเรชั่น ผ่านสื่อเว็บไซต์ ความละเอียดแจ้งแล้ว นั้น

สำนักงาน ขอขอบคุณเป็นอย่างมากที่ท่านได้แจ้งข้อมูลดังกล่าวไปยังสำนักงาน โดยสำนักงานจะพิจารณาดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องกับอำนาจหน้าที่ของสำนัก งานต่อไป

จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ


ขอแสดงความนับถือ

(นางจารุพรรณ อินทรรุ่ง)
ผู้อำนวยการฝ่ายงานเลขาธิการ


ศูนย์รับเรื่องร้องเรียน
ฝ่ายงานเลขาธิการ
โทรศัพท์ 0-2263-6000
โทรสาร 0-2256-7755
E-mail : info@sec.or.th


ทั้งทำผิดกฎหมายทั้งน่าเกลียด ดีแต่ตรวจสอบคนอื่น สื่อโล้นแหกกฎเสียเอง

ก่อน หน้านั้นกลต.เคยเข้าไปตรวจสอบเครือเนชั่นมาแล้วอย่างน้อย 2 เรื่อง เรื่องแรกมีผู้ร้องเรียนว่านายกนก รัตน์วงศ์สกุล พิธีกรเล่าข่าวชื่อดังเครือเนชั่นพูดออกสื่อในเครือแนะนำให้คนจองซื้อหุ้น NBCพร้อมย้ำว่า"เฉพาะเงินปันผลก็รวยไม่รู้เท่าไหร่แล้ว ซื้อไว้แล้วรวยเละ รวยไม่รู้เรื่อง"ซึ่งนายกนกยังมีตำแหน่งเป็นผู้บริหารNBC ผิดทั้งเรื่องธรรมาภิบาล ผิดกฎหมายเรื่องการซื้อขายหุ้นไม่เป็นธรรม ซึ่งมีบทระวางโทษถึงจำคุก 2 ปี

อีกเรื่องคือการขึ้นป้ายโฆษณาขายหุ้น จองNBCในเนชั่นทีวี โดยไม่ขึ้นป้ายคำเตือน"การลงทุนย่อมมีความเสี่ยง นักลงทุนพึงศึกษาจากหนังสือชี้ชวน"ตามกฎหมาย

ต่อมาเมื่อNBCเข้าซื้อ ขายในตลาดหุ้นวันแรกเมื่อ11พ.ย.เนชั่นก็ได้ผนึกโบรกเกอร์เจ้ามือหุ้น ทำน่าเกลียดทุกทาง เพื่อเข็นหุ้นพ้นจองแบบหืดจับ ทั้งถ่ายทอดสดผ่านทีวีก่อนเข้าเทรดตลอด1ชั่วโมงหวังล่อแมงเม่าซื้อเต็มพิกัด ทั้งโกหกหน้าตายขายหุ้นเกลี้ยงนักเลงหุ้นจองล้น แต่ข้อมูลจริงที่แจ้งต่อตลาดหุ้นโกหกไม่ได้ พบขายไม่ออกกลุ่มสุทธิชัยหยุ่นต้องรับหลังแอ่น105ล้านหุ้น เพราะกลุ่มจึงรุ่งเรืองกิจที่เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ไม่ยอมจองซื้อซักหุ้น ทั้งให้โบรกเกอร์CIMBซึ่งเป็นเจ้ามือในการขายหุ้นและรับประกันการขายหุ้น ออกบทวิเคราะห์สดๆเชียร์ให้เป้าสูงลิ่วกลางภาคบ่ายผ่านเวบไซต์กรุงเทพธุรกิจ ในช่วงราคาใกล้ร่วงลงไปหาราคาจอง โดยเป็นการทำผิดกฎหมายกลต.ที่กำหนดให้ต้องระบุว่าเป็นโบรกเกอร์ที่มีส่วนได้ เสียเป็นผู้ออกบทวิเคราะห์

คนจองซื้อหุ้นNBCหวาดเสียวลงเฉียดราคาจอง

ห้น น้องใหม่ของบริษัท เนชั่น บรอดแคสติ้ง คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)-NBCเข้าทำการซื้อขายเป็นวันแรกเมื่อ11พ.ย.มีราคาจอง2.90บาท/หุ้น โดยเปิดเหนือจองที่ราคา3.18บาท ขึ้นไปสูงสุด3.22บาท หรือขึ้นไปราว10%จากราคาจอง แต่ก็แค่เพียงครึ่งวัน จากนั้นมีแรงขายทำกำไรลงมาลึกสุดที่2.98บาท และปิดทำการที่3.02บาท สูงกว่าราจอง4.13%

ต่อมาเมื่อวันศุกร์ 13 ผู้ที่จองซื้อไว้ก็แทบช็อกเมื่อหุ้นNBCที่เข้าซื้อขายได้แค่3วัน ก็ร่วงลงมาลึกถึง2.92บาท หวุดหวิดหลุดราคาจอง2.90บาท ก่อนกระเตื้องฟื้นขึ้นตามตลาดหุ้นที่ฟื้นตัวขึ้นในต้นสัปดาห์นี้

ส่วนการซื้อขายช่วงเช้าวันนี้(18พ.ย.)หุ้นNBCลงมาที่3.02บาท

นัก วิเคราะห์หุ้นจากโบรเกอร์ใหญ่แห่งหนึ่งกล่าวว่าเป็นไปตามคาดว่าราคาNBCจะ เหนือจอง(2.90บาท/หุ้น)ได้ เนื่องจากหุ้นส่วนใหญ่คือ105ล้านหุ้นจากทั้งหมด120ล้านหุ้นอยู่ในมือของผู้ บริหารเครือเนชั่น มีในมือรายย่อยที่จองซื้อน้อยมาก หากเครือเนชั่นไม่ถล่มขายออกมาเสียเองก็จะทำให้การพยุงราคาในวันทำการซื้อ ขายช่วงแรกๆ ยืนเหนือจองได้ เป็นเรื่องง่าย

เจ้ามืออกบทวิเคราะห์เชียร์สดกลัวหุ้นหลุดจอง ฝืนประกาศกลต.

ในวันเข้าซื้อขายครั้งแรกเมื่อ11พ.ย.นั้น เวบไซต์กรุงเทพธุรกิจ ในเครือเนชั่น ได้เสนอข่าวออนไลน์หัวข้อ โบรกปรับกำไรNBCใหม่เป้าราคาปีหน้า4.30บ.โดย เสนอข่าวในช่วงเวลา15.30น. ในตอนที่กำลังมีแรงเทขายหุ้นใหม่NBCหลุด3บาท โดยระบุว่า ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ซีไอเอ็มบี (ประเทศไทย) จำกัด ได้ออกบทวิจัยปรับประมาณการกำไรสุทธิหุ้นNBC ใหม่ และได้ประเมินราคาที่เหมาะสมของ NBC ณ สิ้นปี 2553 ที่ 4.30 บาท โดยอิงระดับพีอีที่ 10 เท่า

อย่างไรก็ตามกรุงเทพธุรกิจไม่ได้ทำตาม กฎหมายที่กลต.กำหนดไว้ว่า ในกรณีบริษัทที่ออกบทวิเคราะห์เป็นแกนนำและผู้รับประกันการจัดจำหน่ายนั้น จะต้องแจ้งข้อมูลต่อผู้ลงทุน ในฐานะผู้มีส่วนได้เสียด้วย ในกรณีนี้ซีไอเอ็มบีเป็นแกนนำและผู้รับประกันการจัดจำหน่าย ซึ่งวงการหุ้นเรียกว่าเป็น"เจ้ามือผู้ดูแลราคาหุ้น"

งามไส้ต้องให้บริษัทที่ขายหุ้นจองออกบทวิเคราะห์เชียร์

ก่อน หน้านั้นบริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด(มหาชน) ซึ่งเป็นผู้ร่วมจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้นNBCได้ออกบทวิจัยฉบับ หนึ่ง( คลิ้ก ลิ้งค์ )แม้ ได้ให้คำแนะนำการลงทุนใดๆ แต่ก็ให้เป้าหมายในปี2553ไว้ที่3.46บาทต่อหุ้น สูงกว่าราคาจองที่2.90บาทต่อหุ้น โดยระบุว่ามีจุดเด่นหลายด้าน ค่าพี/อีประเมินไว้11.5เท่า โดยมีส่วนลดจากกลุ่มเดียวกันที่มีค่าพี/อี14.4เท่า เนื่องจากบริษัทที่ทำธุรกิจคล้ายกันอย่างMCOT(อสมท.) BEC(ช่อง3)มีความมั่นคงกว่า

อย่างไรก็ตามในกรณีของฟินันเซียไซรัสได้ ระบุไว้ในบทวิเคราะห์ว่า เป็นผู้ร่วมจัดจำหน่ายและรับประกันการจัดจำหน่ายหุ้นNBC แต่ส่วนCIMBนั้นเวบไซต์กรุงเทพธุรกิจ ไม่ยอมระบุแต่อย่างใด อย่างไรก็ตามCIMBได้ระบุไว้ในบทวิเคคาะห์ของตน โดยยอมรับว่าเป็นผู้จัดการจัดจำหน่ายหุ้นNBC(คลิ้กดูที่ลิ้งค์)

ทั้ง นี้คนในวงการค้าหุ้นกล่าวว่า บทวิเคราะห์ของบริษัทหลักทรัพย์ไซรัส และCIMBอาจเชื่อถือมากนักไม่ได้ เนื่องจากมีส่วนได้เสียกับการเป็นผู้ร่วมขายหุ้นและรับประกันการขายหุ้น จองNBC ส่วนการที่เครือเนชั่นนำบทวิเคราะห์CIMBมาลงในช่วงเวลา15.30น.ตอนที่จวนจะ หลุดราคา3บาทลงไป นอกจากจะน่าเกลียดยังเป็นการทำผิดกฎหมายด้วย

ทั้ง นี้สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์(ก.ล.ต.)ได้กำหนด เป็นประกาศกลต.ที่กลต.ก.(ว.)46/2551ไว้ว่า การจัดทำบทวิเคราะห์หุ้นเพื่อให้คำแนะนำแก่ผู้ลงทุนนั้นต้องเปิดเผยข้อมูล เกี่ยวกับส่วนได้เสีย เช่น การรับจัดจำหน่ายหุ้น เป็นต้น ซึ่งกรณีของไซรัสนั้นเข้าเกณฑ์ตามประกาศนี้ จึงต้องแจ้งต่อนักลงทุนว่า แม้จะให้ราคาเป้าหมายหุ้นNBCสูงกว่าราคาจอง แต่ก็มีส่วนได้เสียจากการเป็นผู้ขายและรับประกันการขายหุ้นจองNBCอยู่ด้วย ส่วนCIMBก็ได้แจ้งไว้ในบทวิเคราะห์เช่นกัน

เนชั่นสิ้นท่าต้องแบกรับหุ้นจองNBCไว้เอง "จึงรุ่งเรืองกิจ"เข็ดเขี้ยวไม่จองซักหุ้น

ก่อน หน้านั้นเนชั่นยังมีเจตนาอำพรางให้ผู้ลงทุนเข้าใจผิดด้วย ทั้งนี้แม้ผู้บริหารNBCจะอ้างว่ามีคนจองซื้อจนล้น จนหุ้นไม่พอจะขาย แต่ความจริงที่โกหกไม่ได้ก็คือตัวเลขจำนวนและสัดส่วนการถือครองหุ้นภายหลัง การกระจายหุ้นสู่มหาชนแล้ว(ดูลิ้งค์ข่าวตลาดหลักทรัพย์) ปรากฎว่าบริษัทเนชั่นมัลติมีเดียกรุ๊ป-NMGซึ่งเป็นบริษัทแม่ต้องแบกรับไว้ เองถึง105ล้านหุ้น(ก่อนกระจายNMGถืออยู่120ล้านหุ้น) ประการสำคัญที่สุดคือผู้ถือหุ้นใหญ่เดิมของNMGคือตระกูลจึงรุ่งเรืองกิจไม่ จองซื้อหุ้นNBCแม้แต่หุ้นเดียว เพราะเข็ดเขี้ยวกับความไม่ตรงไปตรงมาของผู้บริหารเนชั่นที่นำโดยสุทธิชัย หยุ่น

หุ้นบริษัทแม่ช็อกแค่2วันรูดเกือบ15%หลังรู้ข่าวร้ายขายหุ้นจองNBCไม่ออก

หลัง การแจ้งข้อมูลมายังตลาดหลักทรัพย์เมื่อวันจันทร์ที่9พ.ย. ยังผลให้หุ้นบริษัทแม่คือNMGร่วงลง8.33%เมื่อตอนปิดทำการวันจันทร์ที่ 9 พ.ย. สวนทิศทางกับดัชนีตลาดหุ้นไทยที่ปรับตัวขึ้นเกือบ15จุด หรือ2.13% โดยติดอันดับTOP10ของหุ้นที่ร่วงลงแรงที่สุดของวันนี้ คือร่วงลงแรงมากที่สุดเป็นอันดับที่6

ต่อมาเมื่อวันอังคารที่10พ.ย. ร่วงลงต่ออีก5.45% ขณะที่ตลาดรวมลงมาเพียง0.7% ทำให้ช่วง2วันทำการก่อนบริษัทลูกคือNBCจะเข้าทำการซื้อขายครั้งแรกในวันนี้ (11พ.ย.)หุ้นตัวแม่ร่วงลงมาแล้วเกือบ15% อาจเป็นเพราะช็อกกับข่าวเชิงลบที่NMGต้องแบกภาระรับไว้เอง เพราะขายหุ้นNBCไม่ออก

รายชื่อผู้ถือหุ้นNBC หลังกระจายหุ้นต่อมหาชน ณ วันที่ 9 พฤศจิกายน 2552


ชื่อ จำนวนหุ้น ร้อยละของทุนชำระแล้ว

1.บมจ.เนชั่น มัลติมีเดีย กรุ๊ป 104,999,940 61.76
2.นายทวีฉัตร จุฬางกูร 2,888,888 1.70
3.นางมยุรี สุขศรีวงศ์ 1,885,882 1.11
4.นายธนาชัย ธีรพัฒนวงศ์ 1,808,034 1.06
5.นายณัฐพล จุฬางกูร 1,800,000 1.06
6.นายสุทธิชัย แซ่หยุ่น 1,622,228 0.95
7.นายนที พานิชชีวะ 1,500,000 0.88
8.นายดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล 1,100,000 0.65
9.น.ส.วันทนีย์ รุจิราวรรณกร 1,100,000 0.65
10.นายวิวรรธน์ ไกรพิสิทธิ์กุล 1,000,000 0.59
รวม 119,704,972 70.41

เป็น ที่น่าสังเกตว่าการกระจายหุ้นNBCครั้งนี้ ทางเนชั่นหวังผลให้ผู้ถือหุ้นเดิมของเนชั่นมัลติมีเดียกรุ๊ป หรือNMGมาจองซื้อเต็มที่ ถึงกับให้สิทธิ์ได้จองซื้อก่อนนักลงทุนทั่วไป แต่เป็นที่น่าสังเกตว่าตระกูลจึงรุ่งเรืองกิจที่ถือหุ้นใหญ่อันดับ1ของNMG ไม่ใช้สิทธิ์จองหุ้นNBCแม้แต่หุ้นเดียว

รายชื่อผู้ถือหุ้นรายใหญ่NMG : บริษัท เนชั่น มัลติมีเดีย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)

ณ วันที่ 10 มีนาคม 2552

ลำดับ ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ จำนวน %



1. นางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ 27,093,300 16.44

2. นางมยุรี สุขศรีวงศ์ 16,972,938 10.30

3. นายธนาชัย ธีรพัฒนวงศ์ 16,272,309 9.88

4. นายสุทธิชัย แซ่หยุ่น 14,600,054 8.86

5. DOW JONES & COMPANY 12,000,000 7.28

6. นายทวีฉัตร จุฬางกูร 8,000,000 4.86

7. นายนิวัตน์ แจ้งอริยวงศ์ 4,485,878 2.72

8. นางสุภาภรณ์ ชื่นวิจิตร 3,641,911 2.21

9. บริษัท กรีนสยาม จำกัด 3,184,779 1.93

10. บริษัท ไทยเอ็นวีดีอาร์ จำกัด 3,053,883 1.85

11. นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ 2,500,000 1.52

12. น.ส.สุมาลี ธารพิพิธชัย 2,400,000 1.46

13. นายเอกวุฒิ เนื่องจำนงค์ 2,400,000 1.46

14. นางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ 2,349,600 1.43

15. นางสุภา สุพรรณธะริดา 2,097,200 1.27

16. น.ส.ชนาพรรณ จึงรุ่งเรืองกิจ 2,000,000 1.21

17. นายณรงค์ศักดิ์ โอปิลันธน์ 1,900,000 1.15

18. นายสมศักดิ์ วรรณสินธพ 1,660,000 1.01

19. MELLON NOMINEES (UK) 1,630,188 0.99

20. นายปราบดา หยุ่น 1,319,739 0.80

21. นายยรรยง ภัทรเลาหะ 1,251,800 0.76

22. นางชุลีวรรณ วิวัฒนาเกษม 1,200,000 0.73

23. นายศิริชัย จรุงสถิตพงศ์ 1,164,600 0.71

24. นายพิชัย จิราธิวัฒน์ 1,063,946 0.65


สมพร จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้ถือหุ้นใหญ่NMG:บริษัท ไม่เหลืออะไรแล้ว เพราะมีการขายทรัพย์สินเพื่อใช้ชำระหนี้ ซึ่งเป็นหนี้ที่ก่อมานานแล้ว ในฐานะผู้บริหารบริษัทมหาชน ควรจะบริหารธุรกิจให้มีกำไร ซึ่งทำไม่ถูกที่ขายสินทรัพย์ส่วนใหญ่ไปใช้หนี้ ซึ่งไม่ว่าองค์กรไหน ถ้าทำธุรกิจดี หากขายสินทรัพย์ไปแล้วก็ซื้อใหม่ได้ แต่ไม่ใช่เนชั่น



นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ลูกชายของสมพร: เราเข้ามาซื้อหุ้นNMGเพราะพี่สาวผมแต่งงาน คนที่พี่สาวผมแต่งงานด้วยคือหลานชายของคุณธนาชัย ธีรพัฒนวงศ์ [ประธานNMG] คุณธนาชัยเข้ามาคุยกับคุณแม่ว่า อยากให้ครอบครัวปรองดองกัน นั่นคือจุดแรกที่เราเข้าไปซื้อหุ้น ไม่ใช่เพื่อเข้าไปยึดครอง หรือเพื่อทำกำไร ไม่เคยมีอยู่ในหัวของคนในครอบครัวเราเลย ผมคิดว่าสื่อไม่ใช่ธุรกิจที่อยู่ๆ คุณจะเข้าไปเทกโอเวอร์ เข้าไปบริหารง่ายๆ



บิ๊ก NBC โกหกหน้าตายกระแสตอบรับจากคนจองล้นปรี่ ปั่นอีกเชื่อเหนือจองแน่

นายอดิศักดิ์ ลิมปรุ่งพัฒนกิจ กรรมการผู้อำนวยการ NBC ให้สัมภาษณ์กับสื่อออนไลน์วงการหุ้นคือwww.eFinanceThai.com ว่า ในวันที่ 11 พ.ย. จะนำหุ้น NBC เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์MAI โดยมั่นใจว่าราคาหุ้นของ NBC จะยืนเหนือราคาเสนอขายที่ 2.90 บาท แม้ว่าภาวะตลาดหุ้นจะเป็นอย่างไรก็ตาม เพราะบริษัทฯ มั่นใจในศักยภาพของ NBC และด้วยพื้นฐานที่แข็งแกร่ง

ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่5พ.ย.เมื่อสิ้นสุดเวลาจองซื้อหุ้นเมื่อวันที่4พ.ย.เวบไซต์กรุงเทพธุรกิจ ใน เครือเนชั่นรายงานข่าวว่า นายกิตติศักดิ์ อมรชัยโรจน์กุล รักษาการประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ ซีไอเอ็มบี ( ประเทศไทย ) จำกัด ในฐานะแกนนำผู้จัดจำหน่ายหุ้นเพิ่มทุน บริษัทเนชั่น บรอดแคสติ้ง คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ NBC เปิดเผยว่า จากการที่บริษัทเปิดให้ประชาชนทั่วไปจองซื้อหุ้น NBC ที่ราคาหุ้นละ 2.90 บาท จำนวน 65 ล้านหุ้น ระหว่างวันที่ 2-4 พฤจิกายนนั้น สามารถจำหน่ายหุ้นจำนวน 65 ล้านหุ้นได้ทั้งหมดตั้งแต่วันแรก โดยนักลงทุนได้ติดต่อจองซื้อเข้ามาสูงกว่าจำนวนหุ้นที่มีจัดสรรไว้

"ตอน นี้ปิดการจำหน่ายแล้ว ยังมีลูกค้าโทรเข้ามาสอบถามอย่างต่อเนื่อง ซึ่งการที่หุ้นนี้ได้รับความสนใจมาก เป็นเพราะผลประกอบการดี ธุรกิจมีความน่าสนใจและเป็นบริษัทที่มีชื่อเสียง" นายกิตติศักดิ์ กล่าว

พัฒนาการที่สำคัญไทยอีนิวส์ลุยข่าวสืบสวน"เนชั่นปั่นหุ้นจองNBC"

-ปี2536ก่อตั้งบริษัท ผลิตโทรทัศน์ เข้าไปบริหารITV ต่อมาคือเนชั่นแชนัล
-ปี2549มียอดขาดทุนสะสม 163 ล้านบาท ล้ำทุนจดทะเบียนที่มีอยู่ 140 ล้านบาท
-19 กันยายน 2549 หลังเหตุการณ์รัฐประหาร เนชั่นได้เข้าไปผลิตรายการฟรีทีวีแทบทุกช่องดังนี้
-ช่อง 3 เรื่องเด่นเย็นนี้
-ช่อง 5 สยามเช้านี้
-ช่อง 9 จับชีพจรโลก,ข่าวข้นคนข่าว และ เช้าข่าวข้นคนข่าวเช้า
-ช่อง 11 จับกระแสโลก และ ตรงเป้าเข้าประเด็น
*TPBS อำมาตย์ยุบITVเปลี่ยนเป็นTPBS และเทพชัย หย่อง น้องสุทธิชัย หยุ่นเข้าไปบริหาร(ไม่เกี่ยวข้องกับNBCทางธุรกิจ)


-18ก.พ.2552 ลดทุนจดทะเบียนเพื่อล้างขาดทุนสะสมทั้งหมด
-21เม.ย.2552 แปรสภาพเป็นบริษัทมหาชนเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นMAI
-30มิ.ย.2552 งบการเงินที่ยังไม่ตรวจสอบ กลายเป็นมีกำไร
-20ต.ค. NBCแถลงข่าวจะขายหุ้นจอง 65 ล้านหุ้น หุ้นละ2.90บาท เริ่มขายแก่ผู้ถือหุ้นเดิมของเนชั่น28ต.ค.
-21ต.ค. กนก รัตน์วงศ์สกุล พูดออกเนชั่นทีวีว่าใครจองซื้อหุ้นตัวนี้จะรวยเละรวยไม่รู้เรื่อง เพราะพื้นฐานดี ปันผลงาม
-22ต.ค. เนชั่นทีวีขึ้นป้ายโฆษณา"จองซื้อหุ้นNBC"พร้อมให้เบอร์โทรติดต่อ แต่ไม่ขึ้นคำเตือนเรื่องความเสี่ยงตามกฎหมาย
-26ต.ค. สำนักงานกลต.เผยได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนจำนวนมาก และจะตรวจสอบความผิดของเนชั่น
-27ต.ค. เนชั่นทีวีขึ้นป้าย"จองซื้อหุ้นNBC"เด่นชัดขึ้นในล้อมกรอบ แต่ยังทำผิดกฎหมายเพราะไม่ขึ้นคำเตือน
-28ต.ค.เริ่มให้ประชาชนทั่วไปจองซื้อหุ้นNBC เนชั่นทีวีทำสกู๊ปโฆษณาขายหุ้นจองในเวลาข่าวภาคเที่ยง โดยไม่แจ้งเตือนความเสี่ยงตามประกาศกลต. ซึ่งเป็นกาีรกระทำผิดซ้ำซาก
-9 พ.ย.NBCอ้างว่าคนจองซื้อหุ้นหมดแต่วันแรก และจองล้น แต่ตัวเลขที่แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์จริงๆคือNMGที่เป็นบริษัทแม่ต้องนับไว้ใน พอร์ตเองถึง105ล้านหุ้น ขณะที่กลุ่มจึงรุ่งเรืองกิจ ที่เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ไม่ใช้สิทธิ์จองแม้แต่หุ้นเดียว
-11พ.ย.หุ้นNBCจะ เปิดการซื้อขายในตลาดMAIเป็นครั้งแรก และมีบริษัทแกนนำจัดจำหน่าย และบริษัทโบรกเกอร์ที่ร่วมจัดจำหน่ายหุ้นNBCออกบทวิจัยเชียร์ซื้ออย่างน่า สเกลียด ส่วนสื่อเครือเนชั่นก็นำไปปล่อยข่าวต่อ โดยไม่ยอมบอกว่าโบรกเกอร์ที่ออกบทวิเคราะห์เชียร์ซื้อหุ้นNBCมีส่วนได้เสีย ในการขายหุ้น และรับประกันการขายหุ้น
16พ.ย.สำนักงานก.ล.ต.แจ้งประชาชนที่ร้องเรียนจำนวนมากว่าได้รับเรื่องร้องเรียนล่าสุดไว้แล้ว และจะดำเนินการกับเครือเนชั่นต่อไป


*์NMGหรือ เนชั่นมัลติมีเดย บริษัทแม่ของNBC ระบุในงบการเงินงวดครึ่งปีนี้ว่า รายได้โฆษณาจากสื่อทีวีและวิทยุของเนชั่นเพิ่มขึ้นร้อยละ 16 สวนทางธุรกิจสื่อในภาพรวมที่ลดลง13% และจากการตรวจสอบพบว่าช่วงนี้รัฐบาลนายอภิสิทธิ์เป็นผู้ซื้อโฆษณารายใหญ่ที่ สุดมากกว้่าโค้ก เป๊บซี่ บริษัทขายมือถือ

นักวิเคราะห์เตือนแมงเม่าปัจจัยเสี่ยงเพียบ เพราะเลือกขั้วการเมืองชัด

นัก วิเคราะห์หลักทรัพย์จากโบรกเกอร์แห่งหนึ่งให้ความเห็นว่า NBCมีปัจจัยบวกสำคัญคือมีความใกล้ชิดกับรัฐบาลชุดปัจจุบัน ทำให้ได้เข้าไปจัดรายการในสถานีโทรทัศน์แทบทุกช่อง และได้เงินโฆษณาจากรัฐบาลและภาครัฐ รวมทั้งการจัดกิจกรรมพิเศษ(event)ให้กับรัฐบาล ทำให้พลิกสถานการณ์จากบริษัทที่มียอดขาดทุนสะสมมาโดยตลอดกลับมาเป็นกำไร แต่ช่วงนี้ก็เป็นกำไรทางบัญชีจากการลดทุนจดทะเบียน

อย่างไรก็ตาม ปัจจัยบวกดังกล่าว มองกลับกันก็เป็นปัจจัยลบ เพราะการเมืองไทยไร้เสถียรภาพ มีการเปลี่ยนแปลงขั้วรัฐบาลบ่อย และขั้วการเมืองเวลานี้แตกเป็นสองขั่วชัดเจน และค่ายเนชั่นก็เลือกข้างชัดเจน ทำให้ได้ผลประโยชน์จากขั้วอำนาจที่เป็นรัฐบาลในขณะนี้ แต่หากขั้วอำนาจเปลี่ยนแปลงไปอีกฝั่ง จะทำให้เจอสถานการณ์ที่ลำบาก

อย่าง ไรก็ดีโบรกเกอร์รายนี้คาดการณ์ว่า มีความเป็นไปได้ที่หุ้นNBCจะพ้นจอง2.90บาท เนื่องจากหุ้นส่วนใหญ่ถือโดยผู้บริหารเครือเนชั่น มีนักลงทุนรายย่อยจองซื้อน้อยมาก คาดว่าเจ้ามือหรืออันเดอไรต์น่าจะรับมือกับแรงขายไหว หรือการพยุงราคาก็มีโอกาสทำได้ง่าย ยกเว้นผู้ถือหุ้นใหญ่เครือเนชั่นจะเทขายออกมาเสียเอง

เตือนแมงเม่าอย่าเสี่ยงบินเข้ากองไฟ หากสนใจไปเล่นช่อง3กับMCOTเวิร์คกว่า

"เน ชั่นไม่มีสถานีโทรทัศน์ ไม่มีสัมปทานเป็นของตนเอง อย่างช่องเนชั่นแชนัลทางไททีวีช่อง1ก็เป็นของคุณไกรวัฒน์ ศรีวุฒิวงศ์ ทางเนชั่นเข้าไปเช่าเวลาผลิตเท่านั้น ส่วนการเข้าไปมีรายการทีวีทางช่อง3 5 7 9 NBT ก็น่าสังเกตว่ามามีรายการเหล่านี้หลังเหตุการณ์ยึดอำนาจ19กันยา2549 หากการเมืองพลิกขั้วก็อาจเสี่ยงหลุดหมดทุกช่อง เช่นเดียวกับโฆษณาก็ได้จากรัฐบาลเป็นหลัก หากพลิกขั้วจะทำให้ลำบาก"นักวิเคราะห์กล่าว

นักวิเคราะห์หลัก ทรัพย์ชี้ว่า หากสนใจลงทุนหุ้นที่ทำทีวีหรือสื่อ หุ้นMCOTของอสมท. หรือBECช่อง3น่าจะเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจกว่า เพราะเป็นเจ้าของสัปมทาน กิจการมั่นคง มีกระแสเงินสดในมือมาก มีอัตราการจ่ายปันผลที่สม่ำเสมอ ความเสี่ยงจากการเมืองเพราะเปลี่ยนขั้วแทบจะไม่มี


ผ่าปูมหลังบริษัทแม่เนชั่นกำลังทรุด แต่เนชั่นทีวีคืออนาคตของสุทธิชัย หยุ่น?


ผู้ ที่ติดตามความเคลื่อนไหวของธุรกิจสื่อสารมวลชนเคยตกตลึงเมื่อเครือเนชั่น ของสุทธิชัย หยุ่น ประกาศขายตึกเนชั่นที่บางนาเพื่อชำระหนี้ ถึงกับทำให้นายสมัคร สุนทรเวช ที่เป็นขมิ้นกับปูนกับสื่อถึงกับ"โพล่ง"ออกมาในช่วงเขาเป็นนายกรัฐมนตรีว่า"เนชั่นขายตึกใช้หนี้ กำลังล้มละลายแล้วหรือ?" ต่อมามีสื่อบางฉบับลงข่าวทำนองว่าเนชั่นมีฐานะกิจการสั่นคลอน ซึ่งในที่สุดก็ต้องลงแก้ไขข่าวในที่สุด เพราะเนชั่นมีการดำเนินการตามกฎหมาย และต้องลงข่าวแก้ไขว่าฐานะกิจการยังมั่นคงแข็งแรงดี

จากการตรวจสอบ ของไทยอีนิวส์พบว่า ก็น่าให้นายสมัคร หรือสื่อบางฉบับตั้งข้อสงสัยทำนองนั้นได้ เพราะเวลาไล่เลี่ยกันนั้นหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจได้ขายตึกออกมาชำระหนี้ และดูเหมือนฐานะกิจการจะไม่มั่นคงดังแต่ก่อน เพราะเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมานี้ฐานเศราฐกิจถึงกับต้องปลดพนักงานออกชุด ใหญ่ 60 คน สะท้อนถึงฐานะกิจการได้ดี

เนชั่นก็มีการเปิดโอกาสให้ พนักงานเกษียณโดยสมัครใจเช่นกัน แต่ก็ไม่ถึงขั้นปลดชุดใหญ่แบบฐานเศรษฐกิจ เนชั่นพยายามหาเงินเข้ามาหล่อเลี้ยงกิจการทุกทาง แม้แต่พาทัวร์ไปไหว้แดนพุทธภูมิที่อินเดีย จัดกิจกรรมสอนคนที่อยากเป็นนักข่าวแล้วเก็บเงินค่าอบรม หรือประเภทที่ว่าหาได้ทางไหนก็ต้องเอา แม้เป็นเงินเล็กเงินน้อย อย่างขายวีซีดีสุทธิชัยไปเที่ยวต้นแม่น้ำโขง เป็นอาทิ

สิ่งที่ทำให้ เนชั่นต่างจากฐานเศรษฐกิจก็คือ"เส้นสาย"และการแทงข้างทางการเมืองที่ชัดเจน และเนชั่นอยู่ข้างชนะในที่สุด ผลจึงปรากฎว่าหลังรัฐประหาร19กันยา เนชั่นได้เข้าไปทำรายการฟรีทีวีแทบทุกช่อง คือ 3 5 9 11 (ไม่นับTPBSที่เทพชัย หย่อง น้องสุทธิชัย หยุ่น เข้าไปบริหารเต็มตัว) เพราะการเอื้อเฟื้อต่างตอบแทนจากผู้มีอำนาจทางการเมือง รวมไปถึงงบการโฆษณาจากรัฐบาลที่ทุ่มเทมาให้ รวมไปถึงกิจกรรมต่างๆ(event)ที่ค่ายเนชั่นแทบจะผูกขาดเหมาจัด และถ่ายทอดสดผ่านทีวีเนชั่น แล้วเก็บเงินจากรัฐบาลเป็นกอบเป็นกำ

แต่จุดสำคัญของเรื่องนี้คือ ผลประโยชน์นั้นตกกับบริษัท เนชั่นบรอดแคสติ้ง คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)-NBCที่เนชั่นกำลังขายหุ้นจองในช่วงนี้ และจะนำหุ้นเข้าซื้อขายในตลาดMAIในวันที่11พ.ย.นี้ ไม่ได้่ตกเป็นผลประโยชน์ของบริษัท เนชั่นมัลติมีเดีย จำกัด (มหาชน) หรือNMG บริษัทแม่ที่จดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทร้พย์มาก่อนแต่อย่างใด

หาก คุณรักสุทธิชัย หยุ่น และเด็กๆของเขาอย่างกนก ธีระ จอมขวัญ และรักค่ายเนชั่น นี่เป็นโอกาสอันดีที่ควรซื้อหุ้นNBCเพื่อส่งเสริมการหา"ฟูกนิ่มๆ"สำหรับ คนเหล่านี้ ส่วนNMGนั้นไม่ต้องห่วง เพราะมีพวกตระกูล"จึงรุ่งเรืองกิจ"มหาเศรษฐีแบกรับภาระไว้ด้วยความอ่วมอรทัย ชนิดที่กลืนก็ไม่เข้า คายก็ไม่ออก ได้แต่กลอกตา

สมาคมนักข่าวยืนยันเนชั่นอาการแย่ พนักงานเผยขวัญระส่ำ


ศูนย์เฝ้าระวังการคุกคามสื่อ สมาคม นักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย รายงานว่า ภาวะเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ในปีนี้มีผลกระทบต่อธุรกิจสื่อสารมวลชนหลายค่าย รวมทั้งเครือเนชั่นที่ได้เปิดโอกาสให้พนักงานสมัครใจลาออก(เออลี่รีไทร์)มา หลายรอบแล้ว

พนักงานเนชั่นรายหนึ่งที่ขอสงวนนามได้ยินดีเปิดเผยกับ "ไทยอีนิวส์"ว่า ยอดขายสิ่งพิมพ์ในเครือตกหนักมากในช่วง4ปีมานี้ ทั้งหนังสือพิมพ์ภาคภาษาอังกฤษTHE NATION หนังสือพิมพ์คมชัดลึก กรุงเทพธุรกิจ และเนชั่นรายสัปดาห์ โดยเฉพาะทางภาคเหนือและอีสาน เนื่องจากคนใน2ภาคดังกล่าวมองว่าเครือเนชั่นเลือกที่จะเอียงข้างฝ่ายอำมาตย์ และรัฐบาลประชาธิปัตย์ มีอคติต่อพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และผู้สนับสนุนทักษิณ รวมทั้งพวกเสื้อแดงอย่างต่อเนื่อง

"ยอดขายแย่ มาก ขนกลับมากองพะเนินตลอด พนักงานเนชั่นขวัญกำลังใจตกต่ำมาก ไม่รู้เมื่อไหร่จะถึงคิวตัวเองต้องโดนบีบออก ขนาดบริษัทขายตึกที่บางนาแล้วก็ไม่ได้ช่วยให้สภาพการณ์ดีขึ้นเลย"พนักงานเน ชั่นกล่าว

ขณะนี้เนชั่นต้องหารายได้ทุกทาง เช่น การจัดทัวร์ไปเที่ยวไหว้พระตามรอยพระพุทธเจ้าที่ประเทศอินเดีย การจัดโครงการสอนอบรมนักข่าวเพื่อหารายได้เข้ามาหล่อเลี้ยงกิจการ แต่ที่ได้เป็นกอบเป็นกำจริงๆคือการจัดอีเว้นต์ให้กับรัฐบาลชุดนี้ และโฆษณาผ่านรายการที่รัฐบาลให้เวลาไปทำทางฟรีทีวีช่องต่างๆหลังรัฐประหาร 19กันยา แต่เนชั่นไปบันทึกลงบัญชีเป็นกำไรของNBCที่เป็นบริษัทลูก ส่วนNMGที่เป็นบริษัทแม่แสดงผลขาดทุน

ขายตึกเนชั่นหวังฟัน1,380ล้าน แต่จบที่ราคา955ล้าน


เมื่อ วันที่ 2 5มกราคม 2551 วงการสื่อก็ตกตลึง เมื่อนายธนะชัย สันติชัยกูล กรรมการ บริษัท เนชั่น มัลติมีเดีย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)-NMG เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการ เมื่อวันที่ 23 มกราคม มีมติอนุมัติขายสินทรัพย์ของบริษัทรวมมูลค่า 1,379.75 ล้านบาท ซึ่งประกอบด้วย ที่ดิน 4 ไร่ 3 งาน 72 ตร.ว. พร้อมอาคารสำนักงานใหญ่ พื้นที่รวม 14,212 ตารางเมตร และพื้นที่สำนักงานอาคารเนชั่นทาวเวอร์ ซึ่งเป็นห้องชุดจำนวน 191 ห้องชุด พื้นที่รวม 44,950.32 ตารางเมตร ในอาคารชุดชื่อ อาคารชุดเนชั่นทาวเวอร์

นายธนะชัยกล่าวว่า วัตถุประสงค์ของการขายสินทรัพย์ดังกล่าว เพื่อการปรับปรุง process ในการดำเนินงาน และเพื่อนำเงินที่ได้รับไปชำระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้ ซึ่งจะช่วยลดภาระหนี้สินและลดค่าใช้จ่ายดอกเบี้ย และทำให้บริษัทมีสภาพคล่องทางการเงินที่ดีขึ้น

ต่อมา NMG แจ้งว่า ได้ลงนามในสัญญาจำหน่ายทรัพย์สินของบริษัท ในส่วนที่เป็นอาคารสำนักงานใหญ่ (พร้อมด้วยที่ดินที่อาคารตั้งอยู่) และพื้นที่สำนักงานซึ่งเป็นห้องชุดในอาคารเนชั่น ทาวเวอร์แล้ว โดยขายให้กับบริษัท ช.ชนะอนันตพาณิชย์ จำกัดเมื่อวันที่ 25 เมษายน 2551 คาดว่าจะโอนกรรมสิทธิ์ในวันที่ 30 เมษายน 2551 มูลค่ารวมของสิ่งตอบแทน 955 ล้านบาท ชำระเงินงวดเดียวในวันโอนกรรมสิทธิ์

การขายตึกครั้งนี้เน ชั่นขายถูกกว่่าที่ตั้งไว้ถึง 425 ล้านบาททีเดียว สำหรับบริษัทช.ชนะอนันต์ เป็นกิจการในเครือเจ้าสัวเจริญ สิริวัฒนภักดี ปรากฎการณ์ครั้งนี้ทำให้วงการสื่อมองว่าเนชั่นน่าจะถูกกดราคาลงมากเพราะ "ร้อนเงิน"

ขายตึกแล้วแต่NMGอาการหนักกว่าเก่าขาดทุนเพิ่ม แต่บริษัทลูกทำทีวีรวยขึ้่น

ผู้ บริหารNMGบอกว่าหลังขายตึกแล้ว ในงวดปี2552น่าจะพลิกมาเป็นกำไร แต่เรื่องจริงคือครึ่งแรกปี2552นี้ขาดทุนหนักกว่าเก่า ในงวด6เดือนแรกปีนี้ บริษัทแจ้งผลขาดทุนสุทธิ 111 ล้านบาทจากปีก่อนกำไรสุทธิื1.11ล้านบาท

NMGแจ้ง ว่า สำหรับงวด 6 เดือนสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2552 มีขาดทุนจากการดำเนินงานก่อนภาษีเงินได้ ส่วนแบ่งขาดทุนจากบริษัทร่วมสุทธิและอื่นๆจำนวน 68.22 ล้านบาท หากรวมภาษีเงินได้ 16.17 ล้านบาท ส่วนแบ่งขาดทุนจากบริษัทร่วมสุทธิ 25.03 ล้านบาท
และรายการตั้งค่าเผื่อสินค้าล้าสมัยของสินค้าคงเหลือ 1.51 ล้านบาท ผลประกอบการสำหรับ 6 เดือนแรกของปี2552 จะแสดงเป็นขาดทุน 110.93 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งมีผลกำไร 1.11 ล้านบาท

โดยผลการดำเนินงานของบริษัทมีสาระสำคัญสรุปได้ดังนี้

ราย ได้จากการขายและบริการในช่วง 6 เดือนแรก 2552 ลดลงร้อยละ 21 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี2551 เนื่องจาก รายได้จากการขายโฆษณาลดลงร้อยละ 27 โดยมาจากรายได้โฆษณาจากสื่อสิ่งพิมพ์ลดลงร้อยละ 36 เพราะมีการชะลอตัวทางเศรษฐกิจและความไม่แน่นอนทางการเมือง ในขณะที่รายได้โฆษณาจากสื่อทีวีและวิทยุเพิ่มขึ้นร้อยละ 16 และรายได้จากการให้บริการข่าวสารและโฆษณาผ่านสื่อระบบอิเลคทรอนิคส์ลดลงร้อย ละ 8 นอกจากนี้ รายได้จากการจำหน่ายสิ่งพิมพ์ลดลงร้อยละ 19 โดยรายได้จากการจำหน่ายหนังสือพิมพ์ลดลงร้อยละ 8 และรายได้จากการจำหน่ายหนังสือพ๊อคเก็ตบุ๊คส์และการ์ตูนลดลงร้อยละ 33 นอกจากนี้รายได้จากบริการด้านการพิมพ์ การเป็นตัวแทนจำหน่ายหนังสือต่างประเทศ และบริการรับขนส่งเพิ่มขึ้นร้อยละ 35

สุทธิชัยเจอฟูกนิ่มNBCรองรับ แต่"จึงรุ่งเรืองกิจ"ติดดอยบ่นอุบ

คน ทั่วไปมักเข้าใจว่าสุทธิชัยถือหุ้นใหญ่NMG แต่ความจริงเป็นสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ แห่งไทยซัมมิต ออโตพาร์ต บริษัทชิ้นส่วนรถยนต์ ซึ่งเป็นพี่สะไภ้ของสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ

คนมักเข้าใจผิดอีกว่า ทักษิณ ชินวิตร เป็นแบ็คให้สุริยะกับพวกจึงรุ่งเรืองกิจ เข้ามาซื้อNMGเพื่อเทกโอเวอร์กิจการเนชั่น เพราะหมั่นไส้ที่ถูกเนชั่นตามล้างตามราวี

สรุปคือผิดทั้ง 2 เรื่อง


นางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับหนึ่ง NMG กล่าวเปิดเผยว่า กลุ่มจึงรุ่งเรืองกิจเข้าไปซื้อหุ้นเนชั่นตั้งแต่ปี 2546 ด้วยเงินลงทุนหลายร้อยล้านบาท และปัจจุบันถือหุ้นประมาณ 20% นั้น หากราคาหุ้นเนชั่นขึ้นมาถึงต้นทุนที่ราคา 10 บาทต้นๆ ก็พร้อมจะขายทิ้ง แต่ยืนยันว่าจะไม่ยอมขายขาดทุนแต่อย่างใด

ราคาปิดของNMGเมื่อวัน ที่29ตุลาคม2550คือ5.50บาท ซึ่งหากนางสมพรต้องการขายที่ราคาทุน10บาทต้นๆก็แปลว่าเวลานี้น่าจะขาดทุนทาง บัญชีอยู่กว่า50%

สาเหตุที่ตัดสินใจอยากขายหุ้นเนชั่นทิ้ง นางสมพร กล่าวว่า แม้บริษัทจะมีผลการดำเนินงานที่ดีขึ้น แต่บริษัทไม่เหลืออะไรแล้ว เพราะมีการขายทรัพย์สินเพื่อใช้ชำระหนี้ ซึ่งเป็นหนี้ที่ก่อมานานแล้ว ทั้งนี้กลุ่มจึงรุ่งเรืองกิจเป็นเพียงผู้ถือหุ้น ไม่มีส่วนร่วมบริหารแต่อย่างใด

“ในฐานะผู้บริหารบริษัทมหาชน ควรจะบริหารธุรกิจให้มีกำไร ซึ่งทำไม่ถูกที่ขายสินทรัพย์ส่วนใหญ่ไปใช้หนี้ ซึ่งไม่ว่าองค์กรไหน ถ้าทำธุรกิจดี หากขายสินทรัพย์ไปแล้วก็ซื้อใหม่ได้ แต่ไม่ใช่เนชั่น” นางสมพร กล่าว

นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ลูกชายของนางสมพร และหลานของนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตรัฐมนตรีที่ใกล้ชิดทักษิณคนหนึ่ง และเขาเป็นผู้ถือหุ้นเนชั่นมัลติมีเดียอยู่ด้วย เคยให้สัมภาษณ์กับนิตยสารสารคดี ถึงเบื้องหลังการเข้าไปซื้อหุ้นNMGว่า เรื่องนี้ไม่มีอะไรซับซ้อนเลยครับ คือพี่สาวผมแต่งงาน คนที่พี่สาวผมแต่งงานด้วยคือหลานชายของคุณธนาชัย ธีรพัฒนวงศ์ [ประธานNMG] คุณธนาชัยเข้ามาคุยกับคุณแม่ว่า อยากให้ครอบครัวปรองดองกัน นั่นคือจุดแรกที่เราเข้าไปซื้อหุ้น ผมคิดว่าไม่มีอะไรซับซ้อน คือไม่มีเหตุผลเชิงธุรกิจ คุณแม่ไม่ได้ต้องการซื้อหุ้นเนชั่นเพื่อเข้าไปยึดครอง หรือเพื่อทำกำไร และตั้งแต่วันที่ซื้อจนถึงวันนี้ มันไม่เคยมีอยู่ในหัวของคนในครอบครัวเราเลยว่าจะซื้อเพื่อทำกำไร หรือเพื่อเข้าไปยึดครอง

"คืออย่างนี้ครับ ผมคิดว่าสื่อไม่ใช่ธุรกิจที่อยู่ๆ คุณจะเข้าไปเทกโอเวอร์ เข้าไปบริหารง่ายๆ ผมคิดว่าด้วยความเป็นสื่อ อย่างแรกที่สุดคุณจะต้องมีภาพลักษณ์อะไรบางอย่างในการที่จะเข้าไปบริหารสื่อ ได้ และเรารู้อยู่แล้วว่าด้วยภาพลักษณ์ด้วยนามสกุลของเรา เราไม่สามารถเข้าไปได้ เราไม่ได้คิดว่าจะซื้อเพื่อเข้าไปยึดครอง ทั้งหมดนั้นเป็นความเข้าใจผิดของคนอื่น"

ฐานเศรษฐกิจไม่มีเส้นต้องปลดพนักงานรวดเดียว60คน

กิจการ สื่อมวลชนอีกรายที่มีปัญหาจนต้องขายตึกคือฐานเศรษฐกิจ โดยตอนแรกได้ขายอาคารฐานเศรษฐกิจ 2 ซึ่งเป็นอาคารสำนักงานพื้นที่ 2 หมื่นตารางเมตร ที่ในบริเวณใกล้กันกับตึก1ให้กับบริษัท คอม-ลิ้งค์ พร้อมกับเปลี่ยนชื่อใหม่อาคาร ไอ ทาวเวอร์ เป็นอาคารสูง 32 ชั้น ถนนวิภาวดีรังสิต ใกล้ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ลาดพร้าว

ต่อมา บมจ. เจ-มาร์ท ได้ใช้เงินลงทุนประมาณ 700 ล้านบาท เข้าซื้ออาคารฐานเศราฐกิจตึก1 เนื่องจากฐานเศรษฐกิจ มีเจ้าหนี้คือ ธนาคารกรุงเทพ มีมูลหนี้ประมาณ 800 ล้านบาท และการเจรจาซื้อ อาคารฐานเศรษฐกิจครั้งนี้ เป็นหนึ่งในแผนการแก้ไขปัญหาหนี้ของบริษัท


ศูนย์เฝ้าระวังการ คุกคามสื่อฯรายงานว่า ภาวะทางเศรษฐกิจที่สั่นคลอนในขณะนี้ ทำให้ภาคธุรกิจหลายส่วนต้องปรับตัวให้อยู่รอด ไม่เว้นแม้แต่วงการธุรกิจสื่อมวลชน ล่าสุดบริษัทหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ มีคำสั่งเลิกจ้างพนักงานเมื่อวันศุกร์ที่ 12 มิถุนายน 2552 ที่ผ่านมาจำนวน 60 คน

ศูนย์เฝ้าระวังการคุกคามสื่อฯกล่าวว่า อย่างไรก็ตามภายในรอบปีนี้ ไม่เพียงบริษัทฐานเศรษฐกิจเท่านั้นที่ถูกพิษเศรษฐกิจเล่นงานจนต้องเลิกจ้าง พนักงานเป็นจำนวนมาก ก่อนหน้านี้ บริษัทจีจีนิวส์เน็ตเวริ์ค หรือคลื่น บิสิเนสเรดิโอของนายดนัย เอกมหาสวัสดิ์ ก็ต้องปิดตัวลงเพราะภาวะเศรษฐกิจเช่นกัน รวมถึงเครือเนชั่นก็มีการเปิดให้พนักงานเออลี่รีไทร์มาหลายรอบ
........
อ่านข่าวชุดInvestigative News:ช็อตต่อช็อตเปิดโปงสื่อโล้น

ประณามลั่นเน็ตจับแพทย์หญิงแพะรายที่4 เผด็จการกวาดล้างฝ่ายประชาธิปไตยในโลกออนไลน์


เหยื่อรายล่าสุด-แพทย์ หญิงทัศพร รัตน์วงศา ตกเป็นเหยื่อคดีปล่อยข่าวอัปมงคลทุบหุ้นเป็นรายที่ 4 ชุมชนโลกออนไลน์ตั้งข้อสังเกตว่า ผู้ต้องหาคดีนี้คือเป็นปัญญาชน ชนชั้นกลางทั้งแพทย์ นักการเงิน คนในวงการค้าหลักทรัพย์ ซึ่งรัฐบาลเผด็จการมุ่งหมายกวาดล้างชุมชนโลกออนไลน์ที่เคลื่อนไหว ประชาธิปไตย ต่อต้านรัฐบาลเผด็จการ เพื่อทำลายความเคลื่อนไหวของชนชั้นกลางที่เรียกร้องประชาธิปไตย


โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
19 พฤศจิกายน 2552

สมาชิก ประชาไทแนะวิธีไม่ตกเป็นเหยื่ออำนาจรัฐเผด็จการ ต้องป้องกันตัวรัดกุม ก่อนชูธงเคลื่อนไหวประชาธิปไตย ต่อต้านเผด็จการอำมาตยาธิปไตยในโลกออนไลน์ อนาถใจคิวต่อไปจับพระยัดข้อหาทุบหุ้น

กระดานสนทนาที่ เคลื่อนไหวสนับสนุนประชาธิปไตย และต่อต้านเผด็จการอย่างห้องราชดำเนิน เวบพันทิป กระดานสนทนาชุมชนฟ้าเดียวกัน และกระดานสนทนาประชาไท ได้พากันออกโรงประณามการจับกุมเหยื่อคดีคอมพิวเตอร์รายล่าสุดที่เป็นแพทย์ หญิง โดยตั้งข้อสังเกตว่าเป็นการจ้องกวาดล้างฝ่ายประชาธิปไตยในโลกอินเตอร์เน็ต เพื่อเชือดไก่ให้ลิงดู ขณะที่มีการตั้งคำถามว่า คดียึดสนามบินสุวรรณภูมิที่หลักฐานชัดแจ้งใกล้ครบขวบปีแล้ว ทำไมไม่จับบ้าง

ASTVสื่อ กระบอกเสียงของพันธมิตรรายงานข่าวอ้างว่า แพทย์หญิงที่ถูกจับล่าสุดนี้เป็นสมาชิกเวบบอร์ดประชาไท ใช้ชื่อในการโพสต์ว่าmom เขียนเผยแพร่เกี่ยวกับอาการพระประชวรในทางที่ไม่เป็นมงคล ซึ่งตำรวจอ้างว่าเป็นต้นตอทุบหุ้นระหว่างวันที่ 14 -15ตุลาคมที่ผ่านมา

พ.ต.อ. พิสิษฐ์ เปาอินทร์ รองผู้บังคับการกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทาง เทคโนโลยี(รองผบก.ปอท.) เปิดเผยว่า ได้สืบสวนหาผู้ร่วมขบวนการปล่อยข่าวทุบหุ้นจนส่งผลให้เป็นบ่อนทำลายความมั่น คงของประเทศ อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขออนุมัติหมายจับผู้ร่วมขบวนการอีก 1 ราย เป็นพระภิกษุวัดดังแห่งหนึ่ง

จับแพทย์หญิงโยงแพร่ข่าวอัปมงคลทุบหุ้น

ทั้ง นี้จากกรณีที่ตำรวจ บช.ก.จำนวนหลายหน่วยงานได้ร่วมกันจับกุมตัวผู้ต้องหาที่กระทำความผิดตาม พรบ.ว่าด้วยการทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ เรื่องการโพสต์ข้อความอันมิบังควรผ่านทางเว็บไซต์ในอินเตอร์เน็ต จนก่อให้เกิดความไม่มั่นคงต่อประเทศชาติและส่งผลกระทบทำให้เศรษฐกิจรวมถึง ตลาดหุ้นไทยนั้น โดยมีผู้หา 3 คน คือ นายคธา ปาจาริยพงษ์ พนักงานบริษัทหลักทรัพย์เคที ซีมิโก้ จำกัด น.ส.ธีรนันต์ วิภูชนันธ์ อายุ 43 ปี กรรมการบริหารบริษัทหลักทรัพย์ยูบีเอส (ประเทศไทย) จำกัด และนายสมเจตน์ อิทธิวรกุล อายุ 38 ปี เจ้าของโต๊ะสนุ๊กเกอร์แห่งหนึ่งในชลบุรี

ล่าสุดเมื่อเวลา 17.00 น. วานนี้(18 พ.ย.) พล.ต.ต.เกรียงศักดิ์ อรุณศรีโสภณ ผบก.ปอท. และพ.ต.อ.พิสิษฐ์ เปาอินทร์ รอง ผบก.ปอท. ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ บก.ปอท.เข้าจับกุมตัว พญ.ทัศพร รัตน์วงศา อายุ 42 ปี แพทย์รังสีวิทยา โรงพยาบาลธนบุรี ซึ่งตกเป็นผู้ต้องหากระทำความผิดตามมาตรา 14 พ.ร.บ.เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ก่อให้เกิดความเสียหายปี 2550 ข้อหานำเข้าข้อมูลอื่นและเผยแพร่ข้อมูลอันเป็นเท็จ ทำให้ประชาชนหลงเชื่อก่อให้เกิดความเสียหายต่อความมั่นคงต่อประเทศ โดยมีพฤติกรรมไม่เป็นผลดีต่อประเทศชาติ ปล่อยข่าวให้เกิดความเสื่อมเสีย มีโทษจำ 5 ปี ปรับ 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ โดยสามารถจับกุมตัวได้ขณะกำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่ใน รพ.ธนบุรี ถนนตากสิน แขวงบุคคโล เขตธนบุรี กทม.

จากการสอบสวนเบื้องต้น พญ.ทัศพร ยอมรับว่า เคยโพสต์ข้อความมิบังควรลงในเว็บบอร์ดจริง แต่ไม่มีเจตนาจะมุ่งร้ายต่อสถาบันเบื้องสูง เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวไปตรวจค้นที่ห้องพัก ภายในรอยัลปาร์ค คอนโดมิเนียม ภายในซอยพหลโยธิน 8 พบคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ค 1 เครื่อง จึงยึดไว้เป็นของกลาง ก่อนนำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินการตามกฎหมาย

พ.ต.อ.พิสิษฐ์ เปิดเผยว่า การจับกุมในครั้งนี้สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ได้พบข้อมูลเกี่ยวกับข้อความอัน มิบังควรที่ พญ.ทัศพร โพสต์ลงบนเว็บบอร์ด จึงรวบรวมพยานหลักฐานติดตามไปจับกุมได้ภายในโรงพยาบาล เบื้องต้นทางผู้บังคับบัญชาได้ทำการสอบปากคำผู้ต้องหาร่วมกับ นายอารีย์ จิวรรักษ์ ผอ.สำนักการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ แล้วคาดว่าน่าจะอนุญาตให้ประกันตัวออกไปเหมือนรายอื่นๆ ที่เคยถูกจับกุมมาก่อนหน้านี้ แต่จะต้องถูกควบคุมบริเวณไม่ให้เดินทางออกนอกประเทศไทย ส่วนจะถูกแจ้งข้อหาอื่นๆ เพิ่มเติมหรือไม่นั้น หลังจากนี้เป็นหน้าที่ของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และกระทรวงไอซีที ที่จะดำเนินการหาพยานและหลักฐานมาดำเนินการต่อไป

ขณะที่ พล.ต.ต.เกรียงศักดิ์ กล่าวว่า เบื้องต้นได้แจ้งข้อกล่าวหากับพญ.ทัศพร ในความผิดเกี่ยวกับพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ก่อให้เกิดความเสียหายปี 2550 โดยนำข้อมูลโพสต์เข้าไปทางอินเตอร์เน็ต ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ยึดเอาคอมพิวเตอร์ของผู้ต้องหามาตรวจสอบ ว่าจะมีผู้ใดเกี่ยวข้องอีกบ้าง หากพบมีผู้เกี่ยวข้องก็จะออกหมายจับเพิ่มเติมต่อไป ซึงตอนี้ยังไม่มีการออกหมายจับใคร ต้องรอผลการตรวจสอบหลักฐานอีกครั้ง

ฝ่ายประชาธิปไตยในโลกออนไลน์เซ็งชี้เผด็จการจ้องกวาดล้างปชต.โลกออนไลน์

ห้องสนทนาราชดำเนิน เวบพันทิป ได้ตั้งข้อสังเกตว่าแพทย์หญิงรายนี้โพสต์ลงประชาไท ซึ่งเป็นห้องสนทนาที่คนสนใจการเมืองมากกว่าเรื่องหุ้น ไม่น่ามีอิทธิพลทุบหุ้นได้ จึงน่าจะเป็นแพะมากกว่า

ส่วนห้องสนทนา ประชาไทก็ตั้งข้อสังเกตทำนองเดียวกัน กับเย้ยหยันว่าไม่มีหลักฐานอะไรเลย หุ้นตกหนักแล้ว สมาชิกประชาไทค่อยแปลมาลงทีหลัง แต่ก็โดนจับ เป็นการำระทำที่ต้องการทำลายฝ่ายที่เคลื่อนไหวต่อต้านรัฐบาลและเผด็จการใน โลกอินเตอร์เน็ตมากกว่า

สมาชิกเวบบอร์ดประชาไทยังได้เสนอแนะสมาชิกให้หาทางป้องกันตนไม่ให้ตกเป็นเหยื่อแบบเดียวกับผู้ต้องหา4รายที่ผ่านมาผ่านกระทู้มารู้ทัน+วิธีแก้ ว่ารัฐรู้ได้อย่างไรว่าคุณเป็นใครโดยไม่ต้องขอล็อกไอพีจากคุณจีรนุช

หลายๆ คนอาจสงสัยว่าไอซีทีรู้ได้ไง วิธีการที่ง่ายๆก็คือการ sniff หรือดักจับ เเพคเก็จข้อมูลโดยอาศัย isp ช่วยทำงานให้ โดยกรองแค่ข้อมุลที่วิงมาที่ประชาไท ซึ่งก็จะรู้ว่ามาจากไอพีอะไร จากนั้นไอเอสพีก้จะเข้าไปดูว่าไอพีนี้ถูกแจกให้กับยูสเซอร์อะไรลงทะเบียนโดย ใคร จากนั้นก็ไปไล่ดูว่าคนดังกล่าวมีฐานะ อาชีพ ประวัติเป็นใคร ถ้าเข้าเค้าก็โอเคเลย

ส่วนอีกแบบก็คือให้ไอเอสพีดูในลอกไฟล์การใช้ งานของลูกค้าหรือยูสเซอร์ ว่าใครเข้าใช้ ประชาไทบ้าง จากนั้นก้ไปไล่ดูไอพี แล้วก็ ประวัติ ยูสเซอร์ที่ลงทะเบียนไว้ ซึ่งวิธีนี้ทางไอเอสพีกก็อาศัยการดักจับแพคเกจหรือ sniff อีกนั่นแหละ

การ sniff จะทำให้รุ้ที่มา แล้วก็ จดุหมายของ แพคเก็จข้อมูล

วิธี แก้ไขก็คือ ทำการพรางไอพีด้วยการใช้ proxy หรือ ซอฟแวร์ ประเภท ฟรี vpn (เช่น hotspot shield ที่คนเล่นแคมฟรอกใช้กัน) ก็จะช่วยได้ วิธีนี้จะทำให้ ที่มาของแพคเก็จไม่ได้มาจากคุณเองแต่มาจากเวบไซต์พรอกซี่หรือผู้ให้บริการ vpn นั่นเอง

อีกเทคดนโลยีหนึ่งที่น่าสนใจ ก็คือ tor ซึ่งหลายคนคงเคยได้ยินข่าวเวบของกระทรวงกลาโหมโดนแฮกมาแล้วสมัย คมช ซึ่งการแฮคก็อาศัยเทคโนโลยี ทอร์ นี่แหละครับ ทอร์นั้นทำงานคล้าย proxy แต่ต่างกันที่ว่า ทอร์นั้นมีลักษณะเป็นเครือข่าย ดังนั้นโอกาสที่จะเทรซหรือหาต้นตอของแพคเก็จนั้นแทบเป็น 0 สำหรับทอร์แล้ว เครื่องคอมทุกเครื่องทำหน้าที่เป็นเกตเวย์เซิฟเวอร์ได้ในตัว ซึ่งคุณสามารถใช้งานทอร์ได้แบบฟรีๆด้วยการติดตั้งใช้งานปลักอิน (plug-in) tor ใช้งานให้กับ firefox
ดาวน์โหลดได้ที่ https://addons.mozilla.org/en-US/firefox/downloads/latest/2275/addon-227...

ข้อ เสียก็คือการใช้งาทอร์นั้นจะช้าหรือเร้วขึ้นอยุ่กับว่าคุณ ถูก bind เข้ากับเครื่องคอมเครื่องไหน และ มีขนาด/ปริมาณการใช้งานแบนวิดท์เยอะหรือเปล่า

ซึ่งหลังจากเข้าใช้งาน คุณสามารถตรวจสอบคุณเองว่าได้ใช้งานไอพีตัวไหน ด้วยการเข้า ไปเช็คได้ที่ www.speedtest.net ตราบใดที่ไอเอสพี่ที่ปรากฏไม่ใช่ไอเอสพีที่คุณใช้งานก็แสดงว่าใช้งานได้

ฟ้าเดียวกันออกแถลงการณ์ประณามจับแพะเพื่อทำลายเสรีภาพในการแสดงออก


ส่วน ชุมชนฟ้าเดียวกันที่ก็มักตกเป็นเป้าหมายการกวาดล้างปราบปรามเช่นเดียวกับเวบ ประชาไทก็ได้ออกมาวิจารณ์ทำนองเดียวกัน และก่อนหน้านี้ได้ออกแถลงการณ์ประณามการจับแพะกรณีทุบหุ้น


การจับ กุมอิสรชนสามท่าน ซึ่งได้แก่ คุณคฑา ปาจริยพงษ์ คุณธีระนันท์ วิปูชนินท์ และคุณ สมเจต อิทธิวรกุล ในข้อหาป่วนตลาดหุ้น จากข้อเท็จจริงคุณคฑา ได้แสดงความคิดเห็นถึงสาเหตุหลังเหตุการณ์หุ้นตกไปแล้ว และคุณจีระนันท์ ได้แปลข่าววิเคราะห์จากต่างประเทศถึงสาเหตุของการหุ้นตกที่ผ่านมา เห็นได้ว่า ทั้งสามท่านมิได้เป็น "ต้นเหตุ" ของภาวะเหล่านั้นไม่ว่าจะพิจารณาในทางใด เหล่านี้สะท้อนได้ว่า การจับกุมอย่างจงใจสะเพร่าเช่นนี้ เกิดขึ้นเพื่อรองรับมูลเหตุจูงใจบางประการ และพยายามเร่งขยายผลต่อไป เช่น การคุกคามเว็บบอร์ดของชุมชนฟ้าเดียวกัน(www. sameskyboard.com) เว็บบอร์ดประชาไท(www.prachataiwebboard.com) และกระดานสนทนาฟรีสปีช อื่นๆ โดยอาศัยกฎหมายล้าสมัยและไร้ศีลธรรมต่ำทรามอย่างที่สุด เช่น ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา๑๑๒ ซึ่งพระราชบัญญัติคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐ เป็นอีกหนึ่งในเครื่องมือแห่งการคุมคามนี้

การแสดงความคิดเห็น และการเผยแพร่ข่าวสารในเหตุการณ์ต่าง ๆ ล้วนเป็นสาระสำคัญพื้นฐานแห่งสิทธิเสรีภาพของประชาชน การอ้างภัยแห่งความมั่นคงนั้น ล้วนเป็นข้ออ้างของรัฐบาลเผด็จการทุกยุคสมัย

ใน ความเป็นจริง มีข่าวลือจำนวนมากในตลาดหุ้น รวมถึงปัจจัยตัวแปรต่าง ๆ การเจาะจงเรื่องนี้ ซึ่งก็คือ ข่าวลือเกี่ยวกับสถาบัน แสดงให้เห็นว่า ผู้มีอำนาจต้องการขยายผล เพื่อละเมิดสิทธิในเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นของประชาชนผู้ใช้อินเตอร์ เน็ท- ชุมชนออนไลน์ต่างๆ โดยมีลักษณะเป็นเผด็จการในการปิดกั้นการรับรู้และแสดงออกทางการเมืองของ ประชาชน โดยพยายามอ้างนักลงทุนเป็นพวก

นอกจากนี้ ความปั่นป่วนในตลาดหุ้นที่เกิดขึ้น ย่อมสะท้อนให้เห็นว่า ประชาชนมีความไม่ไว้วางใจต่อ "แถลงการณ์จากรัฐ" หรือ "แถลงการณ์จากราชสำนัก" ภายใต้สังคมที่ปฏิเสธความจริง หรือปิดกั้นเสรีภาพ อยู่เนือง ๆ ย่อมสร้างภาพแห่งความไม่น่าเชื่อถือ ไม่ว่านักลงทุนไทยหรือต่างชาติ คงตระหนักซึ้งในเรื่องเหล่านี้ดี

การ ถูกบังคับให้เชื่อ ให้ได้ยิน ให้ได้ฟัง อยู่ด้านเดียวนี้เอง เป็นกลไกหนึ่งที่บั่นทอนความน่าเชื่อถือ "แถลงการณ์จากรัฐ" และ "แถลงการณ์จากราชสำนัก" จึงไม่น่าแปลกใจว่า "ข่าวลือ" จะสามารถปั่นป่วนตลาดหุ้นไทยได้ขนาดนี้ ทั้ง ๆ ที่แถลงการณ์สำนักพระราชวังได้ออกมาอย่างเนือง ๆ แต่หาสร้างน้ำหนักอันมีผลต่อการตัดสินใจไม่

ในครานี้ ฝ่ายรัฐ กลับตอกย้ำปมปัญหา โดยการคุกคามสิทธิเสรีภาพอีกครั้ง และเป็นการจับแพะได้อย่างน่าละอายยิ่ง วิญญูชนล้วนตระหนักดี และเล็งเห็นได้ว่าจะมีการ "หาเรื่อง" และ "จับแพะ" เพิ่มเติม การจงใจสะเพร่าเช่นนี้ จะอ้างว่า ให้พิสูจน์ในชั้นศาล ไม่อาจฟังขึ้น เพราะเป็นการใช้อำนาจตามอำเภอใจ อยากจับใครก็ได้ ให้พิสูจน์ในชั้นศาลเอาเอง ซึ่งขัดต่อหลักสาระสำคัญแห่งสิทธิเสรีภาพในรัฐประชาธิปไตย และการบังคับใช้กฎหมายอย่างบิดเบือน อันบั่นทอนหลักนิติรัฐ เรื่องเหล่านี้ในนามชุมชนเว็บบอร์ดฟ้าเดียวกัน ไม่อาจยอมรับได้ และขอเรียกร้องดังนี้

๑.แม้จะเป็นการเริ่มต้นดำเนินคดี อย่างมิชอบ แต่เมื่อเจ้าหน้าที่รัฐ ได้ดำเนินคดีแล้ว ก็ต้องเคารพระเบียบกระบวนการทางกฎหมาย โดย หลักการประชาธิปไตยในโลกสากล ตามปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชนของสหประชาชาติ และรัฐธรรมนูญทุกฉบับของราชอาณาจักรไทย ได้เคารพในหลักการว่าผู้ถูกกล่าวหาคือผู้บริสุทธิ์ จนกว่าจะถูกพิสูจน์โดยกระบวนการอันชอบด้วยกฎหมายว่ากระทำความผิด โดยกระบวนการพิสูจน์ตามกฎหมายนั้น จะต้องกระทำโดยเปิดเผยและให้โอกาสต่อสู้คดีได้อย่างเต็มที่

ด้วย เหตุผลดังกล่าว ในขณะนี้ ผู้ใช้อินเตอร์เน็ททั้งสามท่านที่ถูกดำเนินคดี จะต้องถือว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ และ ขอเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตลอดจนเจ้าพนักงานในกระบวนยุติธรรมทางอาญา ทั้งหลายที่เกี่ยวข้อง ต้องดำเนินคดีต่อผู้ถูกกล่าวหาทั้งสามท่าน อย่างเปิดเผยและเป็นไปตามปฏิญญาสากลของสหประชาชาติ รัฐธรรมนูญ และกฎหมายด้วย

๒.พระราชบัญญัติความผิดเกี่ยวกับ คอมพิวเตอร์ ที่ถูกบังคับใช้ในครั้งนี้ ทำหน้าที่เสมือนส่วนขยายของ กฎหมายอาญาฐานหมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๒ ซึ่งขัดต่อปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน มาตรา ๒ โดยชัดแจ้ง ในทางหนึ่ง แม้แต่องค์พระมหากษัตริย์รัชกาลปัจจุบันเอง ยังเคยมีพระราชดำรัสว่า กฎหมายดังกล่าวสร้างความเสื่อมเสียให้กับสถาบันกษัตริย์

๓.พลเมืองเสรีประชาธิปไตย โปรดประณามการจับกุมในรูปแบบนี้ และเผยแพร่พฤติกรรมที่น่าละอายของเจ้าพนักงานรัฐไทย แพร่ขยายไปยังสื่อทั้งในและนอกประเทศ

๔.พระ ราชบัญญัติคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐ , บรรดากฎหมายซึ่งออกโดยคณะรัฐประหารทั้งปวง ตลอดถึงกฎหมายที่ละเมิดหลักเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและที่ละเมิดต่อหลัก การสิทธิมนุษยชนพื้นฐาน ทุกฉบับ ทุกมาตรา ต้องถูกยกเลิกโดยเร็วที่สุด

๕.การใช้อำนาจคุกคามสิทธิเสรีภาพทางความเห็น ไม่ว่าจะอาศัยอำนาจโดยในหรือนอกกฎหมาย ต้องไม่เกิดขึ้นอีก

๖.เราคาดว่าน่าจะมีการ"หาเรื่อง"และ" จับแพะ" เพิ่มเติม ซึ่งเราผู้รักประชาธิปไตยนั้นไม่เห็นด้วยและจะพยายามคัดค้านในทุกวิถีทาง

สุด ท้ายนี้เราอาจกล่าวต่อท่านว่า แม้ท่านอาจจะปิดกั้นเสรีภาพในการแสดงเจตนาเพียงใด แต่สิทธิอันท่านไม่อาจก้าวล่วง และไม่อาจหาเครื่องมือในการปิดกั้นหรือบังคับได้เลย คือ "สิทธิในการคิด ในความศรัทธา ในความรัก ในความเกลียดชัง" อันเป็นสิทธิสัมบูรณ์โดยแท้ที่ไม่มีผู้ใดเคยสามารถที่จะจำกัดบังคับได้

มาดูข้อมูลคอรัปชั่น 8 ปีของเมืองไทย ตอกหน้า คมช.และพวกสนับสนุนรัฐประหาร


ก่อน รัฐประหาร แนวโน้มคือ ค่า CPI เพิ่มขึ้นโดยสม่ำเสมอทุกปี แสดงว่า คอรัปชั่นในสังคมไทยในสายตาโลกลดลงทุกปี แต่พอรัฐประหาร ผลคือ ค่า CPI แทนที่จะเพิ่มต่อ กลับลดลงฮวบฮาบ แปลว่าในสายตาโลก แนวโน้มคอรัปชั่นในไทยเปลี่ยนในทางเลวลงทันที คอรัปชั่นแทนที่จะน้อยลงตามเจตนาของคณะรัฐประหาร กลับมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น


โดย คุณหนูเอง
19 พฤศจิกายน 2552

จา กกร๊าฟที่พล็อตจากข้อมูลของ Transparency International พบว่า ขัดแย้งโดยสิ้นเชิงกับเหตุผลหนึ่งที่ คมช. นำมากล่าวอ้าง ว่า รัฐบาลทักษิณคอรัปชั่นกันทุกหย่อมหญ้า

ข้อมูลตามกร๊าฟกลับชี้ว่า ค่า CPI หรือ Corruption Perception Index (ค่าน้อย คอรัปชั่นมาก) มีค่าเพิ่มขึ้นตามลำดับจากปี ๒๕๔๕-๔๘ จนปี ๒๕๔๙ ปีทีถูกรัฐประหาร ค่านี้ก็ลดฮวบฮาบลงอย่างรวดเร็ว กล่าวคือ คอรัปชั่นกลับขยายตัวอย่างรวดเร็วหลังรัฐประหาร


ดิฉัน ขอให้ดูแนวโน้ม (trend) ค่ะ ก่อนรัฐประหาร แนวโน้มคือ ค่า CPI เพิ่มขึ้นโดยสม่ำเสมอทุกปี แสดงว่า คอรัปชั่นในสังคมไทยในสายตาโลกลดลงทุกปี แต่พอรัฐประหาร ผลคือ ค่า CPI แทนที่จะเพิ่มต่อ กลับลดลงฮวบฮาบ แปลว่าอะไรคะ ในสายตาโลก แนวโน้มคอรัปชั่นในไทยเปลี่ยนในทางเลวลงทันที คอรัปชั่นแทนที่จะน้อยลงตามเจตนาของคณะรัฐประหาร กลับมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น


ที่ แปลกคือ พอท่านสมัครและสมชายเป็นรัฐบาล ค่า CPI กลับหันหัวกลับใหม่ พอเปลี่ยนเป็นรัฐบาลอภิสิทธิ CPI กลับหล่นลงอีกไม่ต่างจากรัฐบาลทหาร(ตั้ง)

อย่างนี้ เราควรจะเชื่อรัฐบาลนี้ หรือ องค์กร Transparency International กว่ากัน

อ้างอิง
[1] http://en.wikipedia.org/wiki/Corruption_Perceptions_Index
[2] http://transparency.org/policy_research/surveys_indices/cpi/2009/cpi_2009_table