CBOX เสรีชน

08 พฤษภาคม, 2552

"วิหคเหินฟ้า" รายงาน กระแส “ยี้เนวิน” ใน “อีสาน-เหนือ” พุ่ง , แย้ม “เสถียร” ยังนั่งประจำ “มติชนสุดฯ”

คอลัมน์ เรียงคนมาเป็นข่าว

โดย "วิหคเหินฟ้า"

...... แม้มรสุมเศรษฐกิจจะรุมเร้า แต่หากไม่แก้ปัญหา "การเมือง" ก่อนเพื่อให้ "ความขัดแย้ง" อยู่ในระบบรัฐสภา ไม่ออกไปกลางถนน การแก้ปัญหาเศรษฐกิจจะไม่มีทางเดินหน้าต่อไปได้เลย

......พิสูจน์มา นานกว่า 1 ปีแล้ว รัฐบาลทำงานไม่ได้เพราะติดปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองที่ไม่มีใครยอมใคร "ม็อบต่างสี" จึงออกมาจนประเทศไทยใกล้เป็น "อนาธิปไตย" เต็มทีแล้ว

......" การเมือง" จึงเป็น "จุดเริ่มต้น" ของปัญหา ถ้าไม่ยอมสางปมรัฐธรรมนูญ-ให้อภัยกัน และถอนเสี้ยน "2 มาตรฐาน" ออกจากใจคนเสื้อแดง "ปัญหา" คงไม่จบ และ "ความขัดแย้ง" ก็จะบานปลายต่อไป

......" ประชาธิปไตย" ไม่มีอะไรได้หมด และเสียหมด ต้องหา "ทางสายกลาง" ที่ 2 ฝ่ายยอมรับได้ ที่สำคัญ "คนกลาง" หรือคนที่อยู่ตำแหน่ง "สูงสุด" ต้องทำให้คนเชื่อมั่นว่า "ยุติธรรม" ไม่ใช่ "2 มาตรฐาน"

...... เรื่อง "รัฐธรรมนูญ" ปล่อยเป็นเรื่องของ "รัฐสภา" ได้ แต่เรื่อง "2 มาตรฐาน" เป็นเรื่องของ "รัฐบาล" ถอน "เสี้ยน" เรื่องนี้ออกจากใจคนไม่ได้ ก็เป็น "เชื้อไฟ" ที่ทำให้ "ม็อบเสื้อแดง" จุดติดได้ไม่ยาก

......คน ส่วนใหญ่สนับสนุนท่าทีของ "อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" ที่ยอม "ถอย" เรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญ ไม่คิดแต่เรื่อง "การเมือง" แบบ "บัญญัติ บรรทัดฐาน" ใครได้-ใครเสีย-ใครโดดเดี่ยว ไม่สำคัญเท่ากับประเทศต้องมี "ทางออก"

......"อภิสิทธิ์" ส่งสัญญาณ "ยุบสภา" ชัดเจนขึ้นหลังแก้รัฐธรรมนูญ และลดความขัดแย้งในบ้านเมือง กำหนดกรอบเวลา 6-8 เดือน ทุกฝ่ายน่าจะรับได้ คืนอำนาจให้ประชาชนตัดสิน คือ การแก้ปัญหาที่ดีที่สุดในระบอบประชาธิปไตย

......ว่ากันว่า ถ้ายุบสภาเร็ว พรรคที่เหนื่อยที่สุด คือ "ภูมิใจไทย" เพราะกระแสต้าน "เนวิน" ในภาคเหนือและอีสานแรงมาก จากพรรคที่กำลัง "เนื้อหอม" อาจกลายเป็นพรรคที่ ส.ส.โดดหนีมากที่สุด ถ้ายุบเร็ว !

......มาถึง ข่าวที่หลายคนอยากรู้ เมื่อ "เมเนเจอร์ ONLINE" ลงข่าวว่า "เสถียร จันทิมาธร" บรรณาธิการบริหารมติชนสุดสัปดาห์ "ลาออก" จะตอบตรงๆ ว่าลาออกจริงหรือไม่ ทาง "งานดี" บริษัทจัดจำหน่ายไม่ยอม??

......" งานดี" บอกว่า ถ้าใครอยากรู้ก็ให้ซื้อ "มติชนสุดสัปดาห์" เพื่อพิสูจน์ว่า "เสถียร" ยัง "ระทึกในดวงหทัยพลัน" อยู่หรือไม่ และอย่าเชื่อง่าย ต้องซื้อติดต่อกันไปเรื่อยๆ เพื่อให้มั่นใจว่ายังอยู่หรือเปล่า?..ฮา

...... ว่ากันว่า ข่าว "โคมลอย" เรื่องการลาออก ทำให้ "เสถียร" เครียดหนัก เพราะภรรยาเริ่มสงสัยว่า ที่บอกว่ามาทำงานแต่เช้า มาจริงหรือเปล่า ฮา ฮา และฮา

......ล้มละลายทางธุรกิจเป็นเรื่องน่าเห็นใจ แต่ล้มละลายเรื่อง "ความน่าเชื่อถือ" สำหรับการเป็น "สื่อ" เป็นเรื่องที่น่าเศร้าใจ "อคติ" ที่บังตา เอาออกบ้างก็คงดี


( ที่มา มติชนรายวัน , 2 พฤษภาคม 2552)

03 พฤษภาคม, 2552

อุลตราซาวด์เปลี่ยนแปลงการดูแลคนไข้ที่เป็นโรคไขข้อได้

การทำอุลตราซาวด์นั้นสามารถที่จะนำมาใช้เพื่อการตัดสินใจที่เหมาะสมใน เรื่องของการดูแลสำหรับคนไข้ที่มีภาวะของโรคไขข้ออักเสบที่เกี่ยวข้องกับมือ และเท้า ตามการวิจัยที่ทำขึ้น ณ St. Joseph’s Healthcare/McMaster University ในรัฐฮามิลตัน ประเทศแคนาดา

งานวิจัยดังกล่าวได้รวมคนไข้ จำนวน 62 คน โดยผลลัพธ์ได้แสดงให้เห็นว่า “มีอยู่ประมาณ 50% ของคนไข้ได้มีความเปลี่ยนแปลงในการจัดการดูแลหลังจากการประเมินผลอุลตรา ซาวด์” Srinivasan Harish, ผู้นำการวิจัยในครั้งนี้กล่าวขึ้น “ความแน่นอนในการค้นพบทางการรักษานั้นเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดหลังอุลตรา ซาวด์ มีระยะตั้งแต่ 24% ถึง 56% สำหรับการค้นพบต่างๆ” เขากล่าว

“การ ตรวจคลื่นเสียงความถี่สูงนั้นดูเหมือนว่ามีบทบาทหลักในการช่วยแพทย์ด้านโรค ไขข้อตัดสินใจว่ายาต้านโรคไขข้อ หรือ disease modifying anti-rheumatic drugs (DMARDs) นั้นจะมีประโยชน์สำหรับคนไข้ที่มีความลำบากในการประเมินทางการแพทย์หรือไม่  ผลจากการวิจัยของเรานั้นแสดงให้เห็นว่าได้มีการลดลงอย่างเห็นได้ชัดในการใช้ ยาเหล่านี้เวลาที่คนไข้ได้ผ่านการตรวจสอบด้วยอุลตร้าซาวด์แล้ว

“แพทย์ ด้านโรคไขข้อนั้นมักจะขอภาพเอ็กซเรย์เป็นวิธีหลักในการวินิจฉัยโรคไขข้อ ต่างๆ อย่างไรก็ตามการวิจัยของเราได้แสดงว่าอุลตร้าซาวด์นั้นอาจมีบทบาทที่มี อิทธิพลมากกว่า”  ดร. Harish กล่าว

งานวิจัยชิ้นนี้จะถูกนำเสนอขึ้นที่การประชุมประจำปี ARRS ที่บอสตัน รัฐแมสซาชูเซ็ทของอเมริกา

 

 

ที่มา : http://www.sciencedaily.com/releases/2009/04/090423132950.htm



สดุดีวีรชนคนหาญกล้า

bn38.gif

เขียนกลอนไม่ถูก...
ขออนุญาตเอากลอน คุณ flowervoice จากประชาไท มาร่วมสดุดีวีรชนเสื้อแดง...

น้ำตาหยดหยาดไหลให้อีกครั้ง
กับเลือดหลั่งร่างร่วงไห้ห่วงหา
คือเลือดเพื่อนร่างน้องผองประชา
เพื่อไขว่คว้าประชาธิปไตยประชาชน

โอ้จักทำฉันใดในวันนี้
ถูก-ชั่ว-ดีแปรเปลี่ยนไปให้สับสน
ด้วยน้ำมือน้ำคำอันวกวน
ของผู้คนที่เข่นฆ่าประชาธิปไตย

สดุดีวีรชนคนหาญกล้า
ถูกทรมาจากคนโฉดที่โหดใส่
อำพรางศพลบหลักฐานเหมือนรานใจ
ทรราชไทยใจโหดหินสิ้นความเป็นคน

กับดักผีเสื้อ : ฟ้าเดียวกัน

เพื่อนพี่น้องเสื้อแดงอย่าร้องไห้




เพื่อนพี่น้องเสื้อแดงอย่าร้องไห้

เถิด...เพื่อนพี่น้องอย่าร้องไห้
เรามิได้แพ้พ่ายในสิ่งฝัน
ประชาธิปไตยในสักวัน
ผองเราจะฝ่าฟันเอามันมา


เถิด...เพื่อนพี่น้องอย่าร้องไห้
อย่าฟูมฟายพร่ำพ้อต่อท้องฟ้า
ถึงเลือดแดงนองผืนพสุธา
จะมิขอเมตตามหาโจร


เถิด...เพื่อนพี่น้องอย่าร้องไห้
วีรกรรมจารึกไว้บนถนน
ดินแดงเดือดแผดเผาเราคุโชน
ไฟแค้นคลั่งทะลักล้นท่วมสงกรานต์


เถิด...เพื่อนพี่น้องอย่าร้องไห้
มวลประชาก้าวไกลมหาศาล
จากร้อย พัน หมื่น แสน จนเป็นล้าน
จะสืบสานปณิธานวีรชน


เถิด...เพื่อนพี่น้องอย่าร้องไห้
ทุกความตายเพื่อนพ้องต้องเป็นผล
เปลวเพลิงแดงจักเผาผลาญทรชน
เผด็จการต้องจำนนสัจธรรม


เถิด...เพื่อนพี่น้องอย่าร้องไห้
กี่บทเรียนสุดท้ายที่ตอกย้ำ
ประวัติศาสตร์กงล้อชะตากรรม
ประชาชนย่อมเหนือล้ำศักดินา


เถิด...เพื่อนพี่น้องอย่าร้องไห้
ทรราชต้องได้รับพิพากษา
กี่กระสุนปืนลั่นท่านบัญชา
แต่...วันพระมิได้มาเพียงครั้งเดียว!!!



Homo erectus


หมายเหตุ
- กวีโดย H.e.
- ภาพประกอบจากคุณปืนลั่นแสกหน้า

กลอนทั้ง2ชุด ขอบคุณฟ้าเดียวกันที่หามาครับ
กำลังต้องการ2ชุดนี้พอดี อิอิ

ประชาทิพย์

(สดุดีวีรชนเสื้อแดง), บทกวีไม้หนึ่ง ก. กุนที /ภาพโดยปืนลั่นแสกหน้า




ประชาทิพย์

ล่วงลับแล้วคงไม่ไปสวรรค์
เป็นผีบ้าน ผีทุ่ง ผีป่าเขา
คอยดูแลราษฎรพี่น้องเรา
เป็นขวัญทัพปลุกเร้ากำลังรบ


ล่วงลับแล้วอุบัติเป็นประชาทิพย์
ได้ตายสิบเกิดแสนไม่รู้จบ
ทุกชิ้นส่วนเรืองร่างองคาพยพ
ทับถมทบสร้างถนนหนทางไท


ชีวิตดับยังระยับปณิธาน
ทอดฉายฉานใดไม่อาจบดบังได้
คมกระสุนสามารถตัดขั้วหัวใจ
แต่ไม่อาจตัดฝันใฝ่สู่เสรี


ธารโลหิตทะลักโชกเสื้อผ้าชุ่ม
สาวหนุ่มร่วงกลางปืนก้องกังวานถี่
ปัง ปัง ปัง ปัง ปัง ปัง ปัง ปัง ปัง ชีพผู้กล้าอุทิศพลี
โรยราหรี่แล้วจรัสวีรชน


ล่วงลับแล้วพวกเขาไม่ไปสวรรค์
กลั่นวิญญาณสิงสู่ทุกแห่งหน
เป็นหนึ่งเดียวกับนานาโลกสากล
อารยะชาติ พลเมือง รับเชิดชู


ท่านหลับแล้ว! ปลุกคนตื่นวีรชน
ล้มพ่ายก็เริ่มต้นอีกครั้งสู้
สู้พ่าย สู้ใหม่ ได้ลองดู
เรียนรู้ช้ำให้เดินสู่ชัยชนะ


01 พฤษภาคม, 2552

เปิดแผน"เสื้อน้ำเงิน" ระดม3แสนร่วม"ฉัตรมงคล"

ต้องยอมรับว่า การชุมนุมของ "คนเสื้อน้ำเงิน" ในวันที่ 5 พฤษภาคม ที่ท้องสนามหลวง เพื่อแสดงความจงรักภักดี เนื่องในพระราชพิธีฉัตรมงคล เป็น "วาระ" ที่กระทรวงมหาดไทย เตรียมจัดวางไว้ก่อนที่จะเกิดวิกฤตสงกรานต์วิปโยค ในเดือนเมษายน

เป็นการจัดวางที่สอดรับกับคอนเซ็ปท์พรรคภูมิใจไทย ที่มี "ชวรัตน์ ชาญวีรกูล" ที่นั่งเป็นทั้งหัวหน้าพรรค และ รมว.มหาดไทย

สังคม รู้ดีว่า พรรคภูมิใจไทย พยายามหา "จุดต่าง" ทางการเมืองในเรื่องของ "สี" เพื่อสร้างความได้เปรียบ และเป็นสัญลักษณ์ทางการเมือง ท่ามกลางความขัดแย้งของ "เสื้อแดง-เสื้อเหลือง"

จะเห็นได้จากทุกอย่างในพรรค ไม่ว่าจะเป็นโลโก้, เสื้อ, สีประจำพรรค ล้วนถูกถ่ายทอดออกมาเป็น "สีน้ำเงิน" ทั้งสิ้น

แต่ ในที่สุด ภาพสีน้ำเงิน ก็ไม่ใช่ภาพแห่งความสมานฉันท์อีกต่อไป เมื่อพบว่า "สีน้ำเงิน" ถูกระดมพลไปรวมตัวกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ เพื่อป้องกัน เพราะกลัวว่ากลุ่มคนเสื้อแดง บุกยึดสนามบิน

เมื่อพบว่า "คนเสื้อสีน้ำเงิน" กลายเป็น "กองกำลังนอกระบบ" ที่ถูกนำมาต่อกรกับกลุ่มคนเสื้อแดงที่จะบุกเข้าไปป่วนการประชุมผู้นำอาเซียน ที่พัทยา จ.ชลบุรี

ทำให้คอนเซ็ปท์ "สมานฉันท์" ของ "กลุ่มเสื้อน้ำเงิน" ถูกมองบิดเบี้ยว ผิดเพี้ยนไป

แต่ เบื้องหลังการสั่งระดมคนผ่านผู้ว่าราชการจังหวัด และองค์การบริหารส่วนจังหวัด และกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ของกระทรวงมหาดไทย กว่า 3 แสนคน ไม่ได้ถูกยกเลิก เพียงแต่ปรับเปลี่ยน "คอนเซ็ปท์"

แทนที่จะใส่ "สีน้ำเงิน" มาเต็มท้องสนามหลวง

จึงเปลี่ยนให้ "สีน้ำเงิน" กลายเป็น "สีหนึ่ง" ในการร่วมแสดงความจงรักภักดีกับอีก "หลากหลายสี"

เพราะถูก "อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" นายกรัฐมนตรี ออกอาการติติงถึงความเหมาะสม..?

คงต้องยอมรับว่า "เสื้อสีน้ำเงิน" เป็นแนวคิดที่หวังผลทางการเมือง

เพราะ หากย้อนกลับไปที่คำพูดของ "ชวรัตน์" ที่ระบุถึงเจตนารมณ์ท่ามกลางวิกฤตชัดๆ ว่า "สีน้ำเงินเป็นสีของพระมหากษัตริย์ ถ้าคุณเอาสีน้ำเงินออกจากธงชาติไทย ธงนั้นก็จะกลายเป็นธงชาติอินโดนีเซียทันที แม้จะมีปัญหาก็จะไม่มีการเปลี่ยนสี แล้วทำไมต้องรังเกียจสีน้ำเงินด้วย"

บวก กับสถานการณ์ร้อนที่พลพรรคเสื้อแดง และ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ออกโรงโจมตีบรรดา พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ และองคมนตรีอีกหลายคน

จึงถือเป็นโอกาสที่พรรคภูมิใจไทย จะแสดงเจตนารมณ์ปกป้อง ปกปักสถาบันหลักของชาติ

ก่อน ที่ "เนวิน ชิดชอบ" ผู้อยู่เบื้องหลังคนสำคัญของพรรคภูมิใจไทย จะออกมา "ตัดญาติขาดมิตร" กับ พ.ต.ท.ทักษิณ "อดีตนายที่เคยรัก" แบบไม่เหลือเยื่อใย

แนวคิดการจัดงานวันที่ 5 พฤษภาคม จึงถูกมองได้สองมุม

มุมหนึ่ง เป็นการแสดงความจงรักภักดี เพื่อสร้างความสามัคคีให้กับคนในชาติ หลังต้องเผชิญวิกฤตทางการเมืองมาตลอดระยะเวลา 2 ปีกว่า

มุม หนึ่ง เพื่อต้องการหวังผลทางการเมืองของพรรคภูมิใจไทย ที่ต่อมาต้องใส่คอนเซ็ปท์การ "แสดงพลัง" เพื่อต่อต้านกลุ่มคนเสื้อแดงที่ประกาศจะชุมนุมในวันที่ 5 พฤษภาคม เข้าไปด้วย

การจัดงานดังกล่าวเป็นไปอย่างยิ่งใหญ่ จะมีการปิดถนนราชดำเนินช่วงเย็น ตั้งแต่ลานพระบรมรูปทรงม้า จนถึงท้องสนามหลวง เพื่อให้มีการจัดเวทีคอนเสิร์ต 9 เวที

เดิมงานนี้ "อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" นายกรัฐมนตรี แสดงความไม่เห็นด้วย เพราะเท่ากับจะเป็นการ "สุมไฟ" ให้ปัญหาไม่จบสิ้น

แต่ปรากฏว่า กระทรวงมหาดไทยไม่ยอม

จึงต้องส่ง "ทูตผิวดำ" อย่าง สุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ไปเจรจา

แต่ แทนที่งานจะล้มเลิก กลับกลายเป็นว่า มีการสั่งระดมคนเพิ่มจากเดิมที่กำหนดให้ผู้ว่าฯ 75 จังหวัด ระดมคนไว้จังหวัดละ 2,000 คน ก็ราว 2 แสนคน

ยอดคนเพิ่มขึ้นมาเป็น 3 แสนคน เพียงแต่ให้คนมาร่วมงานใส่เสื้อหลากหลายสีเท่านั้น

http://www.matichon.co.th/matichon/view_news.php?newsid=01pol01010552&sectionid=0133&day=2009-05-01

29 เมษายน, 2552

ประเทศใดบ้างที่มีกรณีทหารลื่นล้มตาย.....คำตอบจากกูเกิ้ล

ด้วยความอยากรู้ว่ามีทหารลื่นล้มตายในประเทศอื่นใดในโลกบ้าง
ลุงเลยลองค้นหาในกูเกิ้ลดูโดยใช้คำว่า Soldier falls dead
และ Soldier slips dead ตลอดจนเพิ่มคำว่า Statitistic
ปรากฏวาไม่พบข้อมูล

แต่มีข้อมูลที่บอกว่ามีทหารคนหนึ่งลี่นล้มลงบนพื้นสกปรก (เช่น มีน้ำ โคลน น้ำมัน ฯลฯ)
บาดเจ็บ มีนิ้วฉีกขาด 2 นิ้ว และมีนิ้วหัก 1 นิ้ว
อ้างอิง : http://www.thefreelibrary.com/Give+dirty+floor+the+slip-a0114983253

It doesn\'t take a banana peel to make you slip inside the turret of your MI-series tank, crewmen. When water, mud, oil, and hydraulic fluid toxic collect on the turret floor plates, it\'s easy to take a dive when you least expect it.

And it\'s dangerous! One soldier recently had two fingers partially amputated and broke a third when he slipped on dirty floor plates.

โอ้โฮ !! ลื่นล้มอย่างแรง แค่นิ้วฉีกขาด และนิ้วหัก



แล้วมีสถิติการตายจากการลื่นล้มหรือหกล้ม (Fall) หรือไม่
ปรากฏว่ามี แตเป็นสถิติของประเทศสหรัฐอเมริกา ของไทยไม่มีข้อมูล

อ้างอิง : http://www.cdc.gov/nchs/data/nvsr/nvsr56/nvsr56_10.pdf

ซึ่งสามารถสรุปได้ดังนี้

1. ในปี ค.ศ.2005 ( พ.ศ.2548) สหรัฐอเมริกามีประชากรทั้งสิ้นประมาณ 306.50 ล้านคน
มีการแจ้งตาย จำนวน 2.448 ล้านคน คิดเป็นอัตราการตายร้อยละ 0.8 (ไม่ถึง 1 เปอร์เซ็นต์)
หรือทุก หนึ่งพันคน จะมีคนตาย 8 คน

2. จากจำนวน 2.448 ล้านคนที่ตาย เป็นการตายจากการล้ม (Fall) จำนวน 19,656 คน คิดเป็นร้อยละ .80 เช่นกัน (หรือทุก 1,000 คนที่ตาย จะเป็นการตายจากการล้ม (fall) 8 คน

3. หรืออีกนัยหนึ่ง จากจำนวนประชากร 306.50 ล้านคน จะมีคนหกล้มหรือลี่นล้มตายจำนวนเพียง 19,569 คน โดยแบ่งเป็นชาย 10,154 คน และหญิง 9,502 คน (หรือร้อยละ 51.66 และ 48.34
ตามลำดับ) อีกนัยหนึ่ง ทุกหนึ่งล้านคนที่ตาย จะเป็นการตายจากการหกล้มทุกประเภท 641 คน
โดยแบ่งเป็นชาย 331 คน และหญิง 313 คน

4. และจากจำนวนคนล้ม (Fall) ตาย 19,656 คน
4.1 จะเป็นการตายของคนที่มีอายุตั้งแต่ 55 ปี ขึ้นไป รวมทั้งสิ้น 17,253 คน
หรือคิดเป็นร้อยละ 87.77
4.2 จะเป็นการตายของคนที่มีอายุ 15 -24 ปี เท่ากับ 236 คน
คิดเป็นร้อยละ 1.2 [หรือทุก 83 คนที่ล้ม (Fall) ตาย จะมีคนอายุ 15 -24 ปี ตาย 1 คน]
หรือประชากรทุกสิบล้านคน จะมีคนล้ม (Fall) ตายที่มีอายุ 15 – 24 ปี เท่ากับ 7.7 คน
โดยแบ่งเป็นขาย 4 คน และหญิง 3.7 คน (โดยประมาณ)

5. ก่อนที่จะอนุมานง่าย ๆ เกี่ยวกับการล้ม (Fall) ตาย ของไทย โดยเอาสถิติของอเมริกามาประยุกต์
ขอเสนอสถิติประชากรของไทยให้ทราบก่อน ดังนี้
อ้างอิง : http://portal.nso.go.th/otherWS-world-context-root/index.jsp
จากข้อมูลของสำนักงานสถิติแห่งชาติ ณ เม.ย 52 ไทยมีประชากรทั้งสิ้น 66.70 ล้านคน
แบ่งเป็นชาย 32.8 ล้านคน และหญิง 33.9 ล้านคน คิดเป็นสัดส่วน (49 : 51)
แต่เนื่องจากไม่ทราบอัตราการตายของปี 52 แต่มีข้อมูลของอัตราการตายของปี 2548-49
เท่ากับร้อยละ 6.76 หรือทุกประชากรพันคน จะมีอัตราการตายเท่ากับ 6.76 คน ซึ่งต่ำกว่า
อัตราการตายของสหรัฐ

6. ถ้าใข้สถิติของสหรัฐในข้อ 4.2 เอามาประยุกต์ใช้กับตัวเลขประชากรของไทย
สามารถจะอนุมานเบื้องต้นได้ว่า จากจำนวนประชากรของไทย 66.70 ล้านคน น่าจะจะมีคนล้ม
(Fall) ตาย ที่มีอายุ 15 ถึง 24 ปี เท่ากับ 51 คน โดยแบ่งเป็นขาย 26 คน และหญิง 25 คน
(โดยประมาณ)

7. ไม่น่าเชื่อว่าท่านพลทหารที่ตายจะเป็น 1 ใน 26 คน ที่เกิดอุบัติเหตุลื่นล้มตาย
ควรมิควรแล้วแต่จะพิจารณาครับท่านนายพลทั้งหลาย




ผมเบื่อกับความตอแหลของพวกนายพลทั้งหลาย เช่น บอกว่าจะไม่ปฏิวัติ แล้วปฏิวัติ
การออกมาแหลทางทีวีว่าท่านนายกสมชายควรลาออก ทั้ง ๆ ที่ไม่ใช่หน้าที่ของพวกท่านที่จะ
ออกมาวิจารณ์ ผู้บังคับบัญชา ฯลฯ

ถ้าประชาชนเป็นล้านคนจะบอกว่าลาออกเถอะครับท่านนายพลทั้งหลาย ท่านจะทำตามคำ
ขอร้องของประชาชนหรือไม่

พวกท่านเพียง 4 คน กล้าบอกว่านายกของประชาชนควรลาออก
แต่ประชาชนจำนวนล้านคนออกมาบอกว่าพวกท่านควรลาออกเถิด ทำไมท่านไม่ลาออก
หน้าไม่อาย..ท.ทหาร แดกคอมฯ

27 เมษายน, 2552

โปรดระวัง ไอ้ตาเขียวตามไปลบ เข้าไปดูครับรับรองไม่ผิดหวัง

     
                                โปรดระวัง ไอ้ตาเขียวตามไปลบ


ผมอัพโหลดไฟล์วิดิโอ
กรณี
นายกวีไกรมือกระชาก เป็นไฟล์ที่คมชัดระดับดีวีดี
แสดงให้เห็น ปฐมเหตุแห่งการปะทะคารม ก่อนการทำร้ายร่างกายกัน
และเป็นการ โต้แย้งกับการนำเสนอภาพคลิปที่
นายสุเทพ เมือกสุวรรณ
นำมาเปิดแสดงประกอบการแก้ตัว ในสภา กรณีเดียวกันที่ว่า คุณผู้หญิง
เสื้อแดงคนที่ถูกกระชากผม นั้น ถุยน้ำลายใส่  และวิ่งกระโจนเข้าทำร้าย
ร่างกายอีกฝ่ายก่อน

คือ อยากให้เห็นภาพที่กล่าวกันว่า
  ... ผู้ชายตอแหล ... ซึ่งหาดูได้ยาก
ที่สำคัญคือ พูดตอแหลต่อหน้าคน เป็นแสนเป็นล้านโดยไม่อายปาก



                                             
                  ดาวน์โหลดที่นี่                  สำรอง 1    สำรอง 2













                                             
                  ดาวน์โหลดที่นี่                  สำรอง 1    สำรอง 2

( ภาคพิเศษ) WHO เตือนเฝ้าระวัง “ไข้หวัดโอ๊บ” ในประเทศไทย

ในขณะทวีปอเมริกา กำลังตื่นเต้นกับ การระบาดของ “ไข้หวัดหมู” โดยเฉพาะในประเทศแมกซิโก กำลังระบาดหนักอยู่ในขณะนี้

องการอนามัยโลกถึงกับผวา เมื่อได้รับรายงานว่า ประเทศไทยในแถบเอเชีย ก็มีการระบาดของไข้หวัดชนิดหนึ่งอยู่เหมือนกัน
ไข้ หวัดชนิดนี้ คล้ายกับสายพันธุ์เดียวกันที่พบในประเทศพม่าและเกาหลีเหนือ อาการคนไข้เมื่อคิดเชื้อคล้ายกันมาก แต่ชนิดของเชื้อไวรัส ไม่เหมือนกัน พบเห็นบ่อยในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา

อาการของผู้ที่ติดเชื้อ ส่วนมากจะเป็นรูตามร่างกาย และรอยช้ำบวมอยู่ทั่วไป
มีผู้เสียชีวิตหลายรายจากการติดเชื้อไข้หวัดชนิดนี้ ส่วนใหญ่สภาพศพจะสูญหายไปเลย หาไม่เจอ
2ราย เสียชีวิตและยังหาศพเจอ เหตุเพราะอากาศที่หายใจเข้าไปกลั่นตัวเป็นหยดน้ำแล้วท่วมปอดจนไม่มีออกซิเจน พอ สภาพศพชอบความเย็นลอยอยู่ในแม่น้ำ มือประสานกันไว้ด้านหลัง พร้อมเอาเชือกมามัดมือตัวเองเอาไว้
1 รายเสียชีวิตและยังมีศพอยู่ เพราะ ดันเอาท้ายทอยไปกระแทกกับบั้นท้ายปืน และเอาศีรษะไปพุ่งชนกับรองเท้าโอ๊บ
ส่วนผู้ที่รักษาตัวอยู่ในขณะนี้ ส่วนใหญ่จะมีรูพรุนตามร่างกาย และมีรอยฟกช้ำเต็มตัว มีประมาณ100 กว่าคน

คณะแพทย์แห่งประเทศไทยลงความเห็นกันแล้ว จึงตั้งชื่อขึ้นใหม่ ชื่อว่า “ไข้หวัดโอ๊บ”

ผล การวิจัยของคณะผู้เชี่ยวชาญพบว่า เชื้อไวรัสชนิดนี้ เป็นการผสมรวมตัวกันระหว่าง ไวรัสตัวเก่าแก่ของประเทศไทยเองที่ชื่อ “Old gay” และ ไวรัสตัวใหม่ที่มาจากประเทศอังกฤษมีชื่อว่า “Mark more 7” เมื่อมาเจอความร้อนในประเทศไทย เลยรวมตัวกันเป็นสายพันธุ์ใหม่ขึ้นมา แต่ยังไม่เป็นอันตรายถึงชีวิตมนุษย์ เพียงแต่ทำให้คนไทยแค่ไอและจามแค่นั้น
จน เมื่อวันสงกรานต์ที่ผ่านมา อุณหภูมิความร้อนในประเทศไทยสูงมาก ประกอบกับมีสีแดงจำนวนมากในพื้นที่ ไวรัสตัวเขียวที่ชื่อ “Top boot” จึงปรากฏให้เห็นอีกครั้ง และทำปฏิกิริยารวมตัวกับไวรัสทั้งสองตัว ทำให้เกิดการแพร่กระจายของสายพันธุ์ใหม่ตัวนี้อย่างรวดเร็ว และเป็นเหตุให้มีประชาชนล้มเจ็บและเสียชีวิตไปเป็นจำนวนดังกล่าว

คำเตือนจากผู้เชี่ยวชาญ กล่าวว่า ช่วงนี้ขอให้ประชาชนคนไทยเลิกสวมใส่เสื้อยืดสีแดงจะปลอดภัยกับการแพร่ระบาดของไวรัสตัวนี้
ส่วนภาหะที่นำพา ก็ เป็นภาหะจากผู้สวมเสื้อสีน้ำเงิน และให้ระวังเสื้อสีเหลืองไว้ด้วย จะปลอดภัยที่สุด

ส่วน วิธีรักษาและปราบไวรัสตัวนี้ให้สิ้นซาก ต้องกำจัด ไวรัสสายพันธุ์ “Old gay” ให้ได้ก่อนแล้ว เชื้อพันธุ์ใหม่ที่ผสมกันจะสูญหายไปเอง โดยธรรมชาติ
คำ เตือน..ถ้ากำจัดไวรัสสายพันธุ์ “Old gay” ไม่สำเร็จ ระวังจะเกิดสายพันธุ์ใหม่ที่แข็งแรงกว่านี้ ลักษณะรูปร่างที่สังเกตเห็นก่อนจะเปลี่ยนสภาพ มีไวรัสตัวปากห้อยเริ่มขยับเข้ามารวมตัวอีกแล้ว และจะเป็นอันตรายต่อชีวิตมนุษย์มากขึ้น ดังนั้น ถ้าจะปราบต้องคิดให้ดีและรอบคอบก่อนด้วย

ผู้ที่สงสัยว่าตนเองจะติดเชื้อ ให้ตรวจสอบดังนี้
1.มีกระดาษสีขาวตราครุฑ ปลิวมาที่บ้านหรือยัง
2.สายตาพล่ามัวหรือไม่ มองเว็บไซด์บางแห่งไม่เห็น
3.หูอื้อเมื่อใช้โทรศัพท์ คล้ายมีเสียงสะท้อน
4.ผู้ที่เดินผ่านสีเขียวแล้วเดินชูบัตรประชาชนให้ถ่ายรูป เมื่อวันที่14เมย. มีโอกาส ติดเชื้อสูง
5.ผู้ที่มีภาพออกทีวี ขณะถือไม้ อาจติดเชื้ออย่างหนัก
6. ผู้ที่อยู่ต่างจังหวัด ที่เคยอยู่บนท้องถนนในจังหวัดนั้นๆ ให้ระวังคนใกล้ชิดที่สวมเสื้อสีน้ำเงินและสีเหลือง จะเป็นภาหะตัวร้าย นำเชื่อไวรัสตัวนี้มาให้

องการอนามัยโลก จึงเตือนมายังประเทศไทย
ให้ คนไทยระวังรักษาเนื้อรักษาตัวให้ดี เพราะเชื้อไวรัส ตัวนี้ มีโอกาสทำความรุนแรงได้มากกว่านี้อีกมาก และยังวิจัยไม่ถูกว่าให้ร่วมมือกำจัดให้สิ้นในเร็ววัน หรือ ให้คอยระวังตัวไว้ช่วยคราวก่อน อะไรจะดีกว่ากัน

http://www.prachataiwebboard.com/webboard/wbtopic2.php?id=799172


ภาพและเสียงต้องห้ามในสภา

จากหนังสือพิมพ์ โลกวันนี้


         ปีที่ 10 ฉบับที่ 2528 ประจำวัน ศุกร์ ที่ 24 เมษายน 2009

การประชุมสภาวันที่ 23 เมษายน 2552
ยังคงเป็นการประชุมร่วมกันของรัฐสภาตามรัฐธรรมนูญมาตรา 179
กรณีที่รัฐบาลขอให้มีการเปิดอภิปรายทั่วไปเกี่ยวกับการบริหารราชการแผ่นดิน
เรื่องสถานการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองในช่วงที่ผ่านมาเป็นวันที่สอง



นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล



ส.ส.แพร่ พรรคเพื่อไทย



ผมขอใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญในการนำภาพผู้เสียชีวิต ภาพเหตุการณ์
และญาติผู้ชีวิตมาชี้แจงในสภา
โดยยืนยันและรับรองด้วยเกียรติของสมาชิกรัฐสภาและตำแหน่ง ส.ส.
เพราะผมได้ไปพบด้วยตนเอง ดังนั้น
รัฐสภาไม่ควรปิดกั้นการทำหน้าที่ตัวแทนของปวงชนชาวไทย ทั้งนี้
หากประธานไม่ให้พูดในสภาจะลงไปแถลงข้างล่าง



ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายประสพสุข บุญเดช ประธานวุฒิสภา
ทำหน้าที่ประธานการประชุม ไม่อนุญาต โดยยืนยันว่านายชัย ชิดชอบ ประธานสภา
ได้วินิจฉัยแล้วว่าไม่ให้ใช้ประกอบการอภิปราย



นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
ผู้รับผิดชอบด้านสื่อสารมวลชน ชี้แจงยืนยันว่า รัฐบาลไม่มีปัญหา
หากรัฐสภาได้มีการตรวจสอบก็ไม่มีปัญหา อยู่ที่ประธานจะตัดสินใจ
ไม่เกี่ยวกับรัฐบาลว่าจะให้ออกหรือไม่ให้ออก



มาถึงช่วงนี้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ชี้แจงว่า
ในส่วนรัฐบาลขอให้เป็นเรื่องของรัฐสภา
เพราะมีการตกลงกับคณะกรรมการประสานงาน
โดยให้ประธานรัฐสภาและรองประธานเป็นผู้วินิจฉัย
อยากให้นำเรื่องนี้ไปทำความตกลงกับประธานก่อนแล้วค่อยมาอภิปราย
ขณะที่นายวรวัจน์พยายามสอบถามว่าสิ่งที่ตนจะอภิปรายสื่อจะนำไปออกได้หรือไม่
เพราะเกรงจะขัดต่อ พ.ร.ก. และนายกรัฐมนตรีจะอนุญาตให้เปิดหรือไม่



ขณะที่นายขจิต ชัยนิคม ส.ส.ร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทย แย้งว่า
ถ้าเป็นอย่างนี้แล้วจะมีสภาทำไม อย่าปิดสภาหนีก็แล้วกัน
ในที่สุดนายประสพสุขได้ให้การพิจารณาดำเนินต่อไป แต่ไม่อนุญาตให้เปิดภาพ
โดยนายวรวัจน์ได้อภิปรายต่อ
โดยระบุว่ามีผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์เป็นการ์ด นปช. ตัวใหญ่
มีการจับโยนลงน้ำ และแพทย์ระบุว่าขาดอากาศหายใจ ในระหว่างนั้นนายชัย
ชิดชอบ ประธานรัฐสภา เข้ามาทำหน้าที่ประธานแทนนายประสพสุข
พร้อมกับวินิจฉัยอนุมัติให้นำภาพที่นายวรวัจน์เตรียมมาอภิปรายประกอบการ
อภิปรายในสภาจำนวน 3 รายการ ประกอบด้วย ภาพเหตุการณ์รุนแรง
ทหารทำร้ายประชาชน และภาพทหารนั่งดูกลุ่มผู้ชุมนุมถูกมัดมือ
ซึ่งอนุญาตให้เปิดได้
แต่คำสัมภาษณ์ผู้ที่ทำหน้าที่เป็นการ์ดไม่อนุญาตให้เปิดเพราะไม่มีความ
ชัดเจน จึงไม่อนุญาตให้นำมาประกอบ



จากนั้นนายวรวัจน์พยายามนำรูปภาพขึ้นมาชูกลางที่ประชุมและระบุว่า
รูปแค่นี้ทำไมต้องกลัวด้วย พร้อมทั้งยื่นภาพให้เพื่อนสมาชิก
ให้สื่อมวลชนดู โดยในภาพเป็นภาพชายที่รอดชีวิตจากการสลายการชุมนุม



หลังจากมีการถกเถียงกันเป็นเวลานาน
นายวรวัจน์ได้อภิปรายต่อพร้อมทั้งเปิดคลิปวิดีโอที่มีการตัดต่อภาพเหตุการณ์
เริ่มจากการรายงานข่าวจากช่อง 7 กรณีพบผู้เสียชีวิตในแม่น้ำเจ้าพระยาจำนวน
1 รายที่ถูกมัดแล้วโยนทิ้งลงไป
จากนั้นเป็นภาพเจ้าหน้าที่ทหารใช้กำลังสลายการชุมนุมในช่วงเช้ามืด
ซึ่งไม่ได้ระบุว่าเป็นสถานที่ใด
และเป็นภาพทหารใช้เชือกมัดชายร่างท้วมคนหนึ่งพร้อมกับเข้ามาเตะและใช้ไม้หวด
หลายครั้ง ก่อนจะตัดมาเป็นภาพชายไม่สวมเสื้อถูกมัดมือไพล่หลัง
และจบลงด้วยภาพนิ่งของชายที่เสียชีวิตจากรายงานข่าวของช่อง 7
มาเปรียบเทียบกับชายที่ถูกทหารจับมือไพล่หลังและภาพชายไม่สวมเสื้อถูกจับมือ
มัดไพล่หลังนอนคว่ำหน้าบนท้องถนนว่าเป็นคนคนเดียวกับที่เสียชีวิตจาก
เหตุการณ์สลายชุมนุม



ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากฉายคลิปวิดีโอเสร็จ นายวรวัจน์ได้นำรูปชาย 1
คน โดยอ้างว่าบุคคลดังกล่าวอยู่ในเหตุการณ์
โดยอยู่บนรถยีเอ็มซีที่ขนศพผู้เสียชีวิตประมาณ 10
คนที่เตรียมไปจังหวัดลพบุรี และได้กระโดดหนีออกมา จึงมาให้ข้อมูล
พร้อมทั้งถามว่าวันนี้ถึงเวลาแล้วหรือยังที่สื่อมวลชนและกรรมการสิทธิจะเข้า
มาตรวจสอบเรื่องนี้ พร้อมทั้งขอเปิดคลิปวิดีโอ



ขณะที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ชี้แจงว่า
การปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ทุกจุดได้เริ่มเมื่อเวลาเช้าตรู่ของวันที่ 13
เมษายน ซึ่งได้เข้าดำเนินการตลอดทั้งวัน และเลิกปฏิบัติการในเวลา 17.00 น.
ส่วนกรณีที่มีการระบุผู้เสียชีวิตจำนวน 2 ราย
ภรรยาผู้ตายยืนยันว่าไม่เกี่ยวกับเหตุการณ์ เราเป็นสมาชิกด้วยกัน
ควรพูดบนพื้นฐานของความจริง ซึ่งเรื่องนี้มีหลักฐานวันเวลาชัดเจน
สามารถตรวจสอบได้
พร้อมจะให้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบทุกกรณีในการปฏิบัติการครั้งนี้
หากมีอะไรสงสัยต้องทำให้เกิดความชัดเจน เรื่องนี้ไม่มีใครบิดเบือนได้
รวมทั้งเรียกร้องให้กรรมาธิการทั้ง 2
สภาตรวจสอบอีกทางเพื่อนำมาเปรียบเทียบ
ส่วนการนำภาพต่างๆมาชี้แจงก็ไม่อยากให้เกิดการโต้แย้ง
เพราะประชาชนจะเข้าใจผิด



จากนั้นนายวรวัจน์ได้นำภาพผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์สลายการชุมนุมมาโชว์ใน
ห้องประชุม เป็นภาพชายถูกมัดมือไพล่หลังด้วยเชือกที่ใช้ในราชการทหาร
โดยยืนยันว่าจนถึงวันนี้มีการทำลายหลักฐานหมดแล้ว
จึงไม่สามารถหาหลักฐานได้
หากอยากรู้ว่ามีคนตายจริงไม่ก็พร้อมจะเปิดคลิปวิดีโอในการชี้แจง
อยากเรียกร้องให้รัฐบาลอย่าปิดกั้นข้อมูลข่าวสาร
เพราะรัฐบาลพูดมาตลอดว่าไม่มีคนตาย



มาถึงตรงนี้นายสุเทพลุกขึ้นชี้แจงว่า
พร้อมจะให้ความร่วมมือพิสูจน์ความเป็นจริงทุกประการ
ด้วยการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบ รัฐบาลพร้อมให้ความกระจ่าง
ต้องการให้ตรวจสอบเรื่องไหนรัฐบาลก็พร้อมที่จะดำเนินการตรวจสอบให้เกิดความ
กระจ่างทุกเรื่อง ทุกประเด็น
ยืนยันว่าไม่มีคนเสียชีวิตจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแม้แต่คนเดียว



ขณะที่นายวรวัจน์กล่าวว่า ใครจะกล้าเอาหลักฐานไปให้รัฐบาล
เพราะไม่มีความจริงใจ แค่เปิดคลิปก็ไม่ได้แล้ว ต่อมานายอภิสิทธิ์กล่าวว่า
การเปิดคลิปหรือไม่เปิดเป็นข้อตกลงของสภา แต่มี 2
ประเด็นหลักที่ต้องการชี้แจง
คือการตายของประชานที่ถูกกล่าวหาว่าตนไม่มีความเอาใจใส่ไม่เป็นความจริง
เพราะครั้งแรกที่มีการพบศพที่แม่น้ำเจ้าพระยาได้สั่งให้เจ้าหน้าที่เข้าไป
ตรวจสอบและรายงานเข้ามา ซึ่งจากการรายงานพบว่าคืนวันที่ 13 เมษายน
ผู้ตายยังมีชีวิตอยู่ เป็นข้อมูลที่รายงานมา
จึงไม่เชื่อว่าเป็นการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ เพราะเลยจากวันที่ 13
ไปแล้วเจ้าหน้าที่ไม่ได้มีการปฏิบัติการสลายการชุมนุม
หากมีข้อมูลการเสียชีวิตก็หาข้อมูลเพิ่มเติมมาร้องที่รัฐบาลได้
ส่วนภาพทางการปฏิบัติเจ้าหน้าที่ที่ดินแดง
ยืนยันว่ามีใครเห็นภาพอย่างนั้นแล้วก็ไม่สบายใจ
เมื่อเสนอภาพเหล่านี้มาก็รับไปและเสนอ ผบ.ทบ. ว่าเห็นภาพหรือไม่
อย่างไรก็ตาม ต้องมีการดำเนินการสอบสวนต่อไป หากไม่มั่นใจในฝ่ายบริหาร
องค์กรที่เป็นกลาง ก็สามารถเข้าไปตรวจสอบได้
หากมีการใช้กำลังก็ต้องสอบเพื่อจะได้แก้ไขปัญหาต่อไป



นายสุเทพกล่าวว่า ที่บอกว่าคนตายคนเป็นการ์ด นปช.
แต่จากบันทึกคำให้การของภรรยาเมื่อวันที่ 21 เม.ย. ที่ผ่านมา ที่
สน.จตุจักร
ภรรยาผู้ตายยืนยันว่าเขาไม่ได้เป็นการ์ดหรือมาร่วมชุมนุมกับคนทั้งเสื้อแดง
และเหลืองเลย และในบ้านไม่มีสัญลักษณ์ที่บ่งบอกว่าเป็นคนเสื้อเหลืองหรือแดง



ขณะที่นายวรวัจน์ได้ขึ้นสวนทันที
พร้อมกับชูภาพว่านายสุเทพพูดแค่ครึ่งเดียว พูดไม่หมด
จากนั้นได้ชูภาพผู้เสียชีวิตซึ่งใส่เสื้อแดงร่วมกับการชุมนุมในวันที่ 12
เมษายน ซึ่งยังมีชีวิตอยู่ และกลางวันวันที่ 13 เมษายนก็ยังมีชีวิตอยู่
แต่คืนวันที่ 13 เมษายนไม่มีใครพูดว่ามีชีวิตหรือไม่



จากนั้นนายวิชาญ มีนชัยนันท์ ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย
ขอหารือกับประธานเพื่อต้องการเปิดคลิปวิดีโอให้เกิดความกระจ่าง
ซึ่งยังเหลืออยู่ม้วนเดียว จึงอยากให้ประธานถามสมาชิกว่าต้องการดูหรือไม่



ขณะที่นายจุติ ไกรฤกษ์ ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า
การอภิปรายที่ผ่านมาฟังแล้วคิดว่านายสุเทพเป็นพ่อพระเกินไปและเป็นมือปราบ
โจรไม่ได้ จึงไม่เข้าใจว่าทำไมฝ่ายค้านพยายามหากินกับศพ
ทำไมรัฐบาลไม่ชี้แจง ผลตรวจสอบว่าผู้ตายได้ทำการตอกบัตรการปฏิบัติหน้าที่
รปภ. ในช่วง 7 โมงเช้าถึง 1 ทุ่ม
ขณะที่ฝ่ายค้านอ้างว่าเป็นเวลาที่ไปขึ้นเวทีเป็นการ์ดให้ นปช.
และข้อเท็จจริงมีการพบศพผู้ตายในเวลา 7 โมงเช้าของวันที่ 15 เมษายน
ทั้งๆที่เหตุการณ์ได้จบลงแล้ว
และภาพที่ผู้ตายมีเชือกใช้ในราชการทหารมัดหลังก็เป็นเพียงเชือกพลาสติกสีฟ้า
อีกทั้งคลิปวิดีโอที่มีภาพทหารรุมทำร้ายชายใส่เสื้อดำก็เป็น 9 แกนนำ นปช.
ซึ่งเป็นเรื่องธรรมดาในการปราบจลาจลที่ต้องมีการใช้กำลัง



อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นเชื่อว่าไม่มีคนตาย
ผิดกับกรณีการยิงประชาชนที่กรือเซะ ยังไม่เห็นสมาชิกคนไหนขอเปิดดูคลิป
เสมือนว่าผู้เสนอมาอยากจะหากินกับศพ ในการพูดจับแพะชนแกะ นำข่าวลือมาพูด
ขอร้องว่าหยุดหากินกับศพคนตายได้แล้ว
หากผู้ตายเป็นฝีมือของทหารจริงต้องมีหลายแผล
แต่ที่ศพมีบาดแผลเดียวที่ศีรษะ
อย่าเอามาเป็นประโยชน์ทางการเมืองโดยไม่ดูข้อเท็จจริงและพยายามทำให้รัฐบาล
มือเปื้อนเลือด การกระทำของกลุ่มเสื้อแดงทำให้คนตกงานเพิ่มถึง 2 ล้านคน
รัฐบาลไม่มีเงินจะไปอุ้ม
การอ้างว่าคนส่วนใหญ่ต้องเสียสละเพื่อระบอบประชาธิปไตย
อยากถามว่าประชาธิปไตยแบบไหนที่ทำให้บ้านเมืองเสียหายแบบนี้
อย่าปล่อยให้ความวุ่นวายต้องทำให้คนทั้งประเทศมาตกนรก



นายวรวัจน์กล่าวว่า ยืนยันว่าไม่ได้หากินกับศพ
คนตายเป็นคนจังหวัดแพร่ที่เป็น ส.ส. อยู่
และคำให้การของภรรยาขัดแย้งกับข้อมูลของรัฐบาล เพราะภรรยาผู้ตายถูกข่มขู่
แต่ญาติพี่น้องของผู้ตายยืนยันว่าไปร่วมชุมนุมจริงและมีภาพประกอบอย่าง
ชัดเจน ยืนยันว่ารัฐบาลใช้ความรุนแรงกับประชาชน
พร้อมทั้งเรียกร้องให้มีการเปิดคลิปวิดีโออีกครั้งจะได้เห็นความจริงและ
พฤติกรรมของรัฐบาล หากไม่มีความสามารถก็ลาออกไป
พวกตนมีความสามารถที่จะทำแทนได้



นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน



ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย



จากเหตุการณ์พี่น้อง 20 กว่าจังหวัดลุกขึ้นมาชุมนุมตามศาลากลางจังหวัดบ้าง
ตามถนนบ้าง อยู่ดีๆเขาคงไม่มาหรอก เพราะเป็นฤดูทำไร่ทำนา
มาชุมนุมใหญ่รัฐบาลต้องให้ความสนใจ
ผมเดินทางจากจังหวัดเชียงใหม่ไปจังหวัดลำปาง พี่น้องประชาชนบอกว่าอย่าไป
เพราะไปไม่ได้ มีพี่น้องเสื้อแดงปิดถนนที่ดอยขุนตาล
ซึ่งเป็นทางไปจังหวัดลำปาง แต่ผมต้องไป อีกอย่างอยากทราบว่าปิดถนนทำไม
พอไปถึงก็ถามพี่น้องที่ปิดถนนที่ดอยขุนตาล
เขาบอกว่ามีญาติพี่น้องมาชุมนุมที่ทำเนียบ ไม่รู้ว่าจะเป็นหรือตาย
เพราะทหารกำลังจะสลายการชมุนุม เป็นห่วง แต่ไม่รู้จะไปร้องเรียนที่ไหน
จะไปศาลากลางจังหวัดก็ไม่มีคนอยู่ เพราะปิดราชการ
จึงมาปิดถนนเผื่อรัฐบาลจะเหลียวแลและรับฟังความเดือดร้อนของชาวเชียงใหม่และ
ลำพูนบ้าง ชาวบ้านถามว่าเหตุการณ์ข้างหน้าจะเป็นอย่างไร
ผมในฐานะนักการเมืองภาคเหนือก็ปราศรัยว่าเหตุการณ์ไปถึงขนาดนี้แล้ว
มีการยิงกัน ทำร้ายร่างกายกัน บอกว่ามีการเสียเลือด พี่น้องไม่ต้องห่วง
รัฐบาลไปแน่


ขณะนี้มีคนมีบารมี มีอำนาจ คือนายเนวิน (ชิดชอบ)
และนายสุเทพช่วยให้นายอภิสิทธิ์ได้เป็นนายกฯ ผมบอกไปว่าทั้ง 2 คนนี้
ไม่ว่าเหตุการณ์จะเลวร้ายขนาดไหนก็ถอยไม่ได้ ถ้าเขาถอยจะไปถึงคนอีกคนหนึ่ง
คนคนนั้นยอมไม่ได้ ก็บอกให้พี่น้องทำใจ เขาไม่ถอยหรอก เดี๋ยวเขาก็ปราบ
ผมพูดแค่นี้ก็มีหมายจับ พี่น้องชาวเชียงรายไม่ต้องห่วงผม
ผมอยู่ในสภาอันทรงเกียรติแห่งนี้ให้มันมาจับผมที่นี่
ผมจะไม่มอบตัวกับรัฐบาลที่มีความประพฤติเยี่ยงโจรเด็ดขาด ให้มาจับผมที่นี่




นายสุเทพพูดถึงเรื่องรถแก๊สหลายครั้งเหมือนเพิ่งรู้ว่าไปตรงไหน มาตรงไหน
และไปเติมแก๊สมา 8 ตัน 5 ตัน ที่ถนนเพชรบุรีที่เกิดเหตุ เขาบรรจุแก๊ส 1.5
ตันเท่านั้น ความเสียหายมหาศาล
ตรงนั้นรถแก๊สเป็นไฮไลท์ของภาพที่สมอ้างสมจริงของสภาวะฉุกเฉินร้ายแรง
เพราะถ้าไม่มีสถานการณ์ที่ไม่ร้ายแรงก็ไม่สมอ้าง จำได้หรือไม่สมัยนายสมัคร
(สุนทรเวช) ประกาศภาวะฉุกเฉินก็มีคนทำให้
ดูทีวี.อยู่จะรู้เลยว่าท่านทำให้เผา ให้คนไปตายไง
เดี๋ยวนายสุเทพชี้แจงให้ดีว่าคนเสื้อแดงไปเอารถมาจากไหน
และตอนนี้ที่จับได้ชื่ออะไร แจ้งความที่โรงพักไหน
คนเสื้อดำเป็นใครที่คุมและบัญชาการตรงนั้น
แล้วคนที่ใส่เสื้อแดงแต่งตัวทะมัดทะแมงพร้อมรบ



ผู้เชี่ยวชาญเรื่องแก๊สบอกว่าวาล์วที่เปิดเห็นพวยพุ่งออกมานิดหน่อย
ถ้าจุดไฟก็ไม่ติด เขาบอกว่าถ้ามี 8 ตันจริงมันจะพวยพุ่งจนมองไม่เห็น
ผมจะไม่บอกว่าท่านสร้างฉากหรือเปล่า แต่ท่านต้องจับและดำเนินคดี
เพราะตรงนี้ถ้าระเบิดจะยิ่งกว่าตึกเวิลด์เทรด ผมถามนายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์
ที่แจกเสื้อน้ำเงินไปทั่วประเทศว่าปกป้องสถาบันอะไร
ท่านบอกว่าปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ น่าเป็นห่วงนะครับ
หรือว่าท่านเอาสถาบันมาห่อมาห่มตัวท่าน ท่านคิดดีครับ ท่านต้องทำดีด้วย
อย่าแอบอ้างแอบอิงแล้วสร้างผลงาน


ผลงานอย่างนี้ใช้ไม่ได้ ใส่เสื้อถือกระบองแล้วยิงหนังสติ๊ก
มีคนถูกยิงหลายคนที่พัทยา ด้วยความปรารถนาดี
ท่านจะสร้างกระแสมวลชนอย่างไงก็ตามอย่าทำอย่างนี้ จะพิมพ์เสื้อ
จะปั๊มเสื้อองค์กรใดๆก็ตามอย่าใส่ไป
หรือใส่ครึ่งๆกลางๆจะทำให้ประชาชนสับสน


ส่วนอีกภาพเป็นการเตรียมไม้ใส่รถไปให้พวกเดียวกัน สุดท้ายตอนตี 4
ที่สามเหลี่ยมดินแดง ณ เวลานั้นมีคนเสื้อแดงอยู่ไม่ถึง 30-40 คน
ทหารยิงแก๊สน้ำตามาลูกแรกคนก็แตกฮือ ลูกที่สอง ลูกที่สาม
มีคนเสื้อแดงวิ่งสวนแก๊สน้ำตาเข้าไป ส่วนทหารก็ถูกยิงล้มคนที่สอง คนที่สาม
คนที่สี่ มีพระสงฆ์องค์หนึ่งอยู่ในเหตุการณ์
ท่านถอดจีวรออกแล้ววิ่งเข้าไปเพื่อห้ามปรามและช่วยเหลือคนที่ถูกยิงล้มลงไป
แล้วทหารก็เข้าไปอยู่ในแนวหลัง พระเดินมาบิณฑบาตร
จะเข้าไปช่วยเหลือแต่ช่วยไม่ได้ ทหารกันออกมา
พระสงฆ์องค์นี้จึงมอบบาตรให้ลูกศิษย์แล้วเดินทางไปที่เวทีทำเนียบรัฐบาลตอน
เช้า ไปบอกว่าพระสงฆ์ถูกฆ่า


ผมมาบอกข้อมูลเพื่อให้รัฐบาลติดตามนำศพของพระสงฆ์ชื่อพระสุริยา
จิตตะสุทโธ นี่คือหนังสือสวดมนต์ของท่าน ไม่ใช่พระปลอม ในย่ามมีบาตร
พระสงฆ์นั้นถ้าห่างจากบาตรหรือไกลจากบาตรมี 2 ประเด็นคือ 1.ตายไปแล้ว และ
2.ลาสิกขาบท ผมไม่โทษทหาร ไม่โทษผู้ปฏิบัติการ ผมไม่โทษ
แต่คนสั่งการอย่างโหดเหี้ยมอำมหิตอยู่ได้หรือ


ท่านยังมีเวลาอีกนิดหน่อยท่านอภิสิทธิ์ ท่านไม่ต้องไปถามนายสุเทพ
แต่กลับไปถามครอบครัว ลูก ภรรยา
ว่าจะตัดสินใจอย่างไรกับเหตุการณ์ที่มันเดินมาอย่างนี้
สักวันหนึ่งลูกท่านอาจจะมาถามว่า “พ่อจ๊ะ พ่อจ๋า พ่อฆ่าพระจริงหรือไม่
หรือสั่งการจริงหรือเปล่า เพราะเพื่อนที่โรงเรียนถามมา”
ฝากนายอภิสิทธิ์ด้วยความปรารถนาดีว่าอายุพอๆกันยังมีเวลาอีกนาน คุณสมบัติ
คุณลักษณะของท่านก็โดเด่น รูปหล่อ บุคลิกดี มีเวลา มีโอกาส
ขอให้ท่านตัดสินใจลาออกจากนายกรัฐมนตรี