CBOX เสรีชน

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ต่างประเทศ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ต่างประเทศ แสดงบทความทั้งหมด

17 มกราคม, 2552

ดีใจไหมครับ รัฐอนุมัติงบ 325 ล้านบาทจากเงินภาษีของพวกท่าน ให้กระทรวงต่างประเทศเดินสายกอบกู้ภาพลักษณ์

http://www.thairath.com/news.php?section=p...;content=119524

พันธมิตรทำชื่อเสียงประเทศเสียหาย
แต่รัฐบาลเอาเงินภาษีของพวกท่านไปจ่ายเพื่อเดินสายกอบกู้ภาพลักษณ์ที่พันธมิตรทำไว้
แถมพันธมิตรยังคงพาเหรดเข้ามากินเงินเดือนในรัฐบาลนี้อีกหลายคน

ส่วนภายในประเทศ
รัฐบาลก็กำลังหาทางเพิ่มบทลงโทษกฎหมายหมิ่นฯ
เพื่อใช้กำจัดคนที่มีความเห็นตรงข้ามกับรัฐบาล

ศาล ตุลาการ ก็ใช้สองมาตราฐานจัดการกับฝ่ายตรงข้ามรัฐบาล

แต่กลับใช่เงินภาษีของท่าน
ออกเดินสายตอแหลที่ต่างประเทศว่า
รัฐบาลนี้เน้นเรื่องการเปิดกว้างเสรีประชาธิปไตย
และการบังคับใช้กฎหมาย อย่างเท่าเทียม

ดีใจไหมครับ



แหมถ้ามีเงินสักหน่อย
จะเดินสายประจานเรื่องกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ
และความไม่มีมาตราฐานของตุลาการไทย
ประกบตามแม่งทุกประเทศเลย

16 มกราคม, 2552

เสื้อแดงนัดชุมนุมคู่ขนานถกอาเซียนบี้รัฐบาลเด้ง‘กษิต’

“คนเสื้อแดง” ประกาศนัดชุมนุมที่สุวรรณภูมิรอรับผู้นำอาเซียน ตามด้วยการเปิดเวทีคู่ขนาน พร้อมทำหนังสือถึง 10 ชาติอาเซียนยื่นผ่านสถานทูต ฟ้องว่าประเทศไทยยังไม่เป็นประชาธิปไตยและมีการนำเอาแกนนำยึดสนามบินมาเป็น รัฐมนตรี ยืนยันไม่คิดขวางการประชุมสำคัญและไม่ทำผิดกฎหมายเพราะไม่มีเส้น แต่คัดค้านการที่รัฐบาลตั้ง “กษิต” เข้าไปร่วมเจรจาในฐานะตัวแทนคนไทย ด้าน “ดีทีวี” เปิดตัวพร้อมแจงผังรายการ ก่อนเริ่มออกอากาศจริง 19 มกราคมนี้

เมื่อช่วงสายวันที่ 15 มกราคมที่ผ่านมา บริษัท ดีสเตชั่น จำกัด ได้แถลงข่าวเปิดตัวสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม ดี สเตชั่น พร้อมด้วยผู้ร่วมจัดรายการของสถานี โดยมีอดีตแกนนำพรรคไทยรักไทยและแกนนำพรรคพลังประชาชนไปให้กำลังใจคับคั่ง

นายอดิศร เพียงเกษ อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย ในฐานะประธานกรรมการบริหาร บริษัท ดีสเตชั่น จำกัด กล่าวว่า ได้รวบรวมทุนจากพรรคพวกพี่น้องมาได้เบื้องต้นล้านกว่าบาท เพื่อตั้งบริษัทขึ้นมาทำสถานีโทรทัศน์เพื่อประชาธิปไตย โดยไม่มีบุคคลอื่นเข้ามาเกี่ยวข้องและต่อไปจะมีการขายหุ้นให้กับประชาชน ให้เป็นผู้ถือหุ้น โดยเฉพาะพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับสถานีโทรทัศน์นี้เลย เพราะขณะนี้พ.ต.ท.ทักษิณ กำลังลอยคออยู่ในมหาสมุทร แผ่นดินก็ไม่มีอยู่จนแทบจะไม่เหลืออะไรแล้ว พวกเราเลยไม่กล้าที่จะไปรบกวน

แต่เราตั้งใจที่จะสร้างสถานีนี้เพื่อส่งเสริมประชาธิปไตย ประชาชนที่มีจานดาวเทียมเรียกว่าจานดำสามารถรับชมได้ฟรีเพื่อรับความจริงอีก รูปแบบหนึ่ง โดยในการออกอากาศ ตนจะเป็นผู้ดำเนินรายการ "คุยกับอดิศร" นอกจากนั้นจะมีรายการ “สถานีประชาธิปไตย” โดย น.ส.ศุภรัตน์ นาคบุญนำ อดีตรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นผู้ดำเนินรายการ

รายการ "ห้องเรียนประชาธิปไตย" มีนายสุนัย จุลพงศธร ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข แกนนำ นปช. และ ร.ท.หญิงสุณิสา เลิศภควัต ผู้เขียนหนังสือทักษิณ แว อาร์ ยู ร่วมกันเป็นผู้ดำเนินรายการ ด้านรายการ“ทนายชาวบ้าน" ดำเนินรายการโดยนายธนา เบญจาธิกุล อดีตทนายความของ พ.ต.ท.ทักษิณ

นอกจากนี้ ยังมี นายจักรภพ เพ็ญแข อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นผู้ดำเนินรายการ “สายตาโลก” ส่วนรายการ “ความจริงวันนี้" มี นายวีระ มุสิกพงศ์ แกนนำผู้จัดรายการความจริงวันนี้ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ อดีตโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และนายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย เป็นร่วมกันดำเนินรายการ

ส่วนรายการ "บ้านเลขที่ 111" ดำเนินรายการโดยนายวิชิต ปลั่งศรีสกุล อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย รวมทั้ง นายนพดล ปัทมะ อดีต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ที่จะเข้ามาช่วยจัดรายการกฎหมายระหว่างประเทศและภาษาต่างประเทศด้วย

นอกจากนี้ยังอาจจะได้พบกับ พระราชธรรมนิเทศ หรือพยอม กัลยาโณ เจ้าอาวาสวัดสวนแก้วที่จะมาสอนธรรมะยามเช้าทุกวัน

“ขอโอกาสทุกท่านให้เราได้ออกอากาศ เพราะเราไม่มีเบื้องหน้าเบื้องหลังอะไร และเราก่อตั้งขึ้นมาเพื่อเป็นศัตรูกับรัฐบาลอภิสิทธิ์เท่านั้น ซึ่งแต่เดิมนั้นเราได้เตรียมการที่จะออกอากาศในวันที่ 1 มีนาคม แต่สถานการณ์การเมืองเปลี่ยนไป ทำให้เราต้องเร่งออกอากาศตั้งแต่ช่วงนี้ แม้หลายๆอย่างจะยังไม่พร้อม แต่เราเชื่อว่าการดำเนินการไประยะหนึ่งจะทำให้ทุกอย่างพร้อมได้เร็วที่สุด”

นอกจากนี้ นายอดิศร ยังได้กล่าวอีกด้วยว่ากลุ่มผู้จัดจะไม่ปิดกั้นความเห็น ไม่ว่าจะเป็นประชาชนสีใดก็ตาม สามารถติชมรายการได้

ทางด้านนายจตุพร กล่าวว่า ถือว่าได้มีการเปิดตัวผู้บริหารสถานีอย่างเป็นทางการ จากนั้นจะทดลองออกอากาศในวันที่ 19 มกราคม ส่วนพวกตนมาร่วมงานในนามของผู้จัดรายการความจริงวันนี้ ซึ่งเป็นหนึ่งในผังรายการของสถานีเท่านั้น นอกจากจะมีอดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทยหลายคนรวมงานแถลงเปิดตัวดีทีวี ด้วย

ขณะที่นายจักรภพ กล่าวถึงการเปิดสถานีโทรทัศน์ประชาธิปไตย ว่าไม่สนใจว่าจะเป็นสื่อแท้หรือ สื่อเทียม เนื่องจากอยู่ที่ประชาชนจะสนับสนุน หากประชาชนสนับสนุนจากสื่อเทียม ก็จะเป็นสื่อแท้ได้

ด้านนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ออกมากล่าวว่า เรื่องเปิด DTV เข้าใจว่าเป็นการนำสถานีเดิมที่มีอยู่มาเปิด ซึ่งสามารถดำเนินการต่อไปได้ หากสามารถเปิดได้อย่างถูกต้อง ส่วนเรื่องเนื้อหาที่นำเสนอก็ต้องดูอีกครั้งว่าเป็นอย่างไร แต่สิ่งที่รัฐบาลอยากจะเรียกร้องให้สื่อทุกฝ่ายดูแลเรื่องความสงบของบ้าน เมือง เนื่องจากสื่อเป็นส่วนหนึ่งของสังคมที่มีส่วนในการเปลี่ยนแปลงทัศนคติและ ความคิดของคน ฉะนั้นควรนำเสนอข่าวด้วยความรับผิดชอบต่อสังคม และไม่ซ้ำเติมวิกฤติความขัดแย้งในขณะนี้

อย่างไรก็ตามรัฐบาลไม่สามารถเข้าไปตรวจสอบเนื้อหาที่นำเสนอได้ ไม่เช่นนั้นจะถูกกล่าวหาว่าเป็นการแทรกแซง แต่ต้องเป็นหน้าที่รับผิดชอบของผู้ดำเนินรายการ หากเกินเลยขอบเขตของกฎหมายก็ถูกดำเนินการได้ ทั้งนี้หาก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จะมีการโฟนอินเข้ามาก็เป็นสิทธิที่สามารถทำได้ ไม่มีปัญหาอะไร

ส่วนนายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีการเปิดตัวสถานีโทรทัศน์ DTV ว่า เป็นสิทธิเสรีภาพที่จะกระทำได้ ส่วนเนื้อหาของรายการจะเป็นอย่างไรต้องตั้งคระกรรมการกขึ้นมาตรวจสอบอย่าง ใกล้ชิด หากพบว่ามีเนื้อหาเกินขอบเขตก็จะเข้าตรวจสอบทันที เพื่อให้ดำเนินการอยู่ในขอบเขตของกฎหมาย

ขณะที่เย็นวันเดียวกัน ที่สถานีวิทยุชมรมคนรักอุดร นายขวัญชัย ไพรพนา ประธานชมรมคนรักอุดร ได้นัดพบปะพูดคุยกับแกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงทั่วประเทศประมาณ 30 จังหวัด เพื่อหาแนวทางต่อสู้ปกป้องระบอบประชาธิปไตย และจะกดดันให้นายกษิต ภิรมย์ พ้นจากตำแหน่ง รมว.ต่างประเทศ

พร้อมกันนี้ได้ออกแถลงการณ์ยื นยันว่าสนับสนุนและเห็นความสำคัญของการประชุมอาเซียนซัมมิต และได้ยื่นข้อเรียกร้องรวม 5 ข้อ
1.รัฐบาลต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยการนำรัฐธรรมนูญ 2540 คืนมา พร้อมทั้งทำการปฏิรูปเศรษฐกิจ การเมือง เพื่อสร้างสรรค์ประชาธิปไตยที่สมบูรณ์
2.รัฐบาลต้องดำเนินคดีกับแกนนำพันธมิตรฯโดยเร็ว
3.รัฐบาลต้องปลด นายกษิต ภิรมย์ รมต.ต่างประเทศ ที่พูดสนับสนุนการยึดสนามบินสุวรรณภูมิและสนับสนุนการกระทำที่รุนแรงและเป็น การฝ่าฝืนกฎหมายของบ้านเมือง
4. หยุดการกระทำให้เป็นภัยต่อสภาวะเศรษฐกิจของประเทศชาติ ที่รัฐบาลจะนำเอาเงินคงคลังมาใช้ ถึง 7.44 ล้านล้านบาท แบบเอื้อประโยชน์ให้กับพรรคพวกถึง 5.22 ล้านล้านบาท และจะเหลือเงินคงคลังเพียง 2.2 ล้านล้านบาท ยิ่งจะทำให้เศรษฐกิจประเทศชาติพังพินาศย่อยยับกว่าเดิม และ เสียดุลเศรษฐกิจของประเทศชาติ ซึ่งไม่เคยมีรัฐบาลใดกระทำการเช่นนี้มาก่อน
5. รัฐบาลปัจจุบันนี้บริหารประเทศชาติสภาวะเศรษฐกิจ ไตรมาสแรกงบเสียดุลการค้าไป 5.2 หมื่นล้านบาท กระทรวงการคลังได้แถลงการณ์ต่อสาธารณชนแต่ไม่มีการเสนอข่าวต่อสื่อมวลชน เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบ ซึ่งถือได้ว่าเป็นสัญญาณอันตรายกับการบริหารประเทศชาติที่ปิดบังประชาชน

พร้อมกันนี้ได้เตรียมมาตรการเคลื่อนไหวโดยจะ ชุมนุมยื่นหนังสือถึงรัฐบาลอาเซียน 10 ประเทศ ผ่านสถานทูตไทยเปิดโปงรัฐบาลประชาธิปัตย์ที่เคยสนับสนุนการยึดสนามบิน จัดการชุมนุมโดยสงบ สันติที่สนามบินสุวรรณภูมิ ในวันที่รัฐบาลอาเซียนเดินทางมาประชุม จัดการชุมนุมใหญ่คู่ขนาน ระหว่างวันเวลาของการประชุมสุดยอดอาเซียน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย แกนนำ นปช.กล่าวถึงการเตรียมชุมนุมประท้วงของกลุ่มคนเสื้อแดง ในช่วงการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน ระหว่างวันที่ 27 กุมภาพันธ์ - 1 มีนาคม ที่หัวหิน ว่า ไม่ใช่เป็นการคัดค้านการประชุม แต่คัดค้าน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ที่แต่งตั้ง นายกษิต ภิรมย์ คนของพันธมิตรฯ มาเป็นรมว.ต่างประเทศ ทั้งๆ ที่มีคนอื่นที่เหมาะสมกว่า

นายจตุพร กล่าวว่า ใน 1-2 วันนี้ จะออกเดินสายยื่นหนังสือต่อทูตประเทศสมาชิกอาเซียนให้รับทราบข้อเท็จจริงที่ เกิดขึ้นกับประเทศไทยว่า ไทยยังไม่เข้าสู่ระบอบประชาธิปไตยอย่างแท้จริง และมีการตั้งคนของพันธมิตรฯ ซึ่งมาจากระบอบเผด็จการเข้ามาทำงานให้กับรัฐบาล อย่างไรก็ตาม การเคลื่อนไหวจะอยู่ในกรอบของกระบวนการยุติธรรม เพราะกลุ่มคนเสื้อแดงไม่มีเส้นสาย

ถึงคราวกษิตอ้อนวอน อย่านำเขาวิหารโยงการเมือง

นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ
กล่าวปาฐกถาพิเศษเรื่อง "ภาพพจน์ไทยในสายตาชาวชาวโลก" จัดโดยโพสต์ฟอรั่ม
2009 วันนี้ (15 ม.ค.)​ ตอนหนึ่งว่า
การส่งเสริมภาพลักษณ์ของประเทศไทยในสายตาชาวโลกเปรียบเสมือนอาหารไทย
ถ้าปรุงจากเชฟมือหนึ่งและมีครัวที่สะอาด
อาหารที่ออกไปก็ต้องยอดเยี่ยมแน่นอน โดยเชฟของเมืองไทยขณะนี้ คือ
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และมีทีมงานที่ยอดเยี่ยม คือ
คณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยมีนโยบายชัดเจนเกี่ยวกับเรื่องโปร่งใส
ไม่มีเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ
กล่าวต่อว่า การเข้ามาอย่างถูกต้องตามกรอบรัฐธรรมนูญ
ถือเป็นจุดขายสำคัญที่กระทรวงการต่างประเทศจะนำไปชี้แจงกับนานาประเทศ
รวมทั้งจะเชิญนายกรัฐมนตรีไปพบปะกับนักลงทุนและนักท่องเที่ยวที่ประเทศ
ญี่ปุ่นด้วย
ขอยืนยันว่ารัฐบาลจะไม่ใช้กฎหมายหรือเครือข่ายใดเล่นงานทางการเมืองกับ
ผู้ที่ไม่เห็นด้วยกับรัฐบาล นอกจากนี้ การออกรายการ
"เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯ อภิสิทธิ์" ของนายกรัฐมนตรีทุกวันอาทิตย์
เวลา 09.00-10.00 น.นั้น
รัฐบาลจะเปิดโอกาสให้ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร
มาแก้ต่างหรือเสนอแนวทางในการแก้ไขปัญหา ของประเทศด้วย

ผู้สื่อข่าว
ถามถึง กรณีข้อพิพาทประเด็นเขาพระวิหาร
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า
ได้โทรศัพท์พูดคุยกับรัฐมนตรีต่างประเทศกัมพูชาแล้ว
เรื่องนี้มีเจ้าหน้าที่ดูแลอยู่
เมื่อไม่มีเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนหรือธุรกิจของนักการเมืองเข้ามา
เกี่ยวข้อง ก็ไม่ควรนำมาเป็นประเด็น การเมือง
รัฐบาลมีหน้าที่สนับสนุนเจ้าหน้าที่ให้ดำเนินการไปตามเทคนิคหรือตามกรอบ
ต่าง ๆ

14 มกราคม, 2552

เล็งกู้นอก-งัดมาตรภาษีอุ้มมนุษย์เงินเดือน

"อภิสิทธิ์"ประกาศเดินหน้าแก้ปัญหาเศรษฐกิจควบคู่ไปกับการแก้ ปัญหาทางการเมือง เล็งกู้เงินนอกเพิ่ม-งัดมาตราการภาษีอุ้มคนมีรายได้ประจำ

นาย อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวบรรยายเรื่อง "เศรษฐกิจกับการเมืองไทย" ให้ผู้บริหารกระบวนการยุติธรรมระดับสูง รุ่น 23 ฟัง ว่า ขณะนี้ประเทศไทยกำลังประสบปัญหาทั้งด้านเศรษฐกิจและการเมือง ซึ่งรัฐบาลจะเร่งดำเนินการแก้ไข

สำหรับการแก้ปัญหาด้านเศรษฐกิจ รัฐบาลจะเร่งฟื้นฟูหามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ให้ครอบคลุมทั้งด้านอุตสาหกรรม เกษตรกรรม การท่องเที่ยว และปัญหาการว่างงาน

ขณะที่ในส่วนของด้านการเมือง ต้องเร่งแก้ไขปัญหาความขัดแย้งให้ยุติโดยเร็ว โดยให้ทุกอย่างอยู่ภายใต้กรอบของกฎหมาย และต้องไม่นำสถาบันมาเกี่ยวข้อง

"กระบวนการยุติธรรมเป็นส่วนหนึ่งในการแก้ไขปัญหา และเป็นหัวใจหลักในการสร้างความสมานฉันท์"

ดังนั้นต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเป็นกลาง ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง และต้องดำเนินคดีความของทุกคนอย่างตรงไปตรงมา ไม่มีการกลั่นแกล้ง ซึ่งหลักง่ายที่สุดคือการแบ่งแยกความผิด หากมีการทำร้ายร่างกาย ขว้างปาสิ่งของทำให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บ จะต้องเร่งดำเนินการโดยทันที แต่หากทำความผิดที่เกี่ยวกับการเมือง ต้องตรวจสอบรายละเอียดอีกครั้ง

นายอภิสิทธิ์ ยอมรับว่า การแก้ไขปัญหาทั้งด้านเศรษฐกิจและการเมืองทำได้ยาก ต้องอาศัยการสื่อสารทำความเข้าใจกับประชาชนให้มากที่สุด

ทั้งนี้ รัฐบาลจะพยายามสรุปมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจให้ได้ภายใน 13-14 ม.ค.นี้

โดยมาตรการส่วนหนึ่งจะมีการใช้มาตรการภาษีเพื่อช่วยเหลือผู้มีรายได้ประจำ รวมทั้งมีการลดรายจ่ายให้กับผู้มีรายได้น้อย ซึ่งลูกจ้างภาคเอกชนอาจจะอยู่ในส่วนของเงินสมทบกองทุนประกันสังคม ขณะที่ลูกจ้างภาครัฐอาจจะช่วยเหลือในส่วนของเงินเพิ่มค่าครองชีพ

นายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า รัฐบาลยังมีแนวทางการกู้เงินจากต่างประเทศเพิ่มเติม โดยจะเน้นการนำมาใช้เฉพาะโครงการที่ก่อให้เกิดรายได้


ใครจะชื่นชมก็ช่างมัน สำหรับผมคิดว่า

ฉิบหายอีกแล้วละครับประเทศไทย เกิดมากู้จริงๆ พรรคนี้ แล้วนี่ใครจะมาใช้หนี้ให้เราวะเนี่ย