CBOX เสรีชน

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ NBT แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ NBT แสดงบทความทั้งหมด

26 เมษายน, 2552

"สาทิตย์"สั่ง อสมท.สู้คดี"สรยุทธ" ฟ้องเรียก 249 ล้าน ปฏิเสธเอ็นบีทีลอกโลโก้ "โกลเด้นโบล์"



"สาทิตย์" สั่งให้บอร์ดอสมท.สู้คดีโดน "สรยุทธ-ไร่ส้ม" ฟ้องเรียกค่าตัวหาย 249 ล้านบาท เร่งไปหารือฝ่ายกฎหมายรับมือ พร้อมปฏิเสธโลโก้เอ็นบีทีไปละเมิดเครื่องหมายการค้าของ"โกลเด้นโบล์" มอบหมา"เผชิญ"เจรจา

รัฐบาลโยนบอร์ดอสมท.สู้คดีไร่ส้มของ "สรยุทธ"


นาย สาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ บริษัท ไร่ส้ม จำกัด ของนายสรยุทธ สุทัศนะจินดา พิธีกรข่าวชื่อดัง ได้ยื่นฟ้องบริษัท อสมท. จำกัด (มหาชน) ต่อศาลปกครองกลาง กล่าวหาว่า อสมท.ใช้อำนาจทางปกครองมิชอบ พร้อมเรียกค่าชดเชยเป็นเงิน 249 ล้านบาทนั้น นายสาทิตย์ กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องที่มีการฟ้องร้องกันมานานแล้ว และเคยมีการเรียกเงินคืนมาจำนวนหนึ่ง ทั้งนี้ เป็นหน้าที่ของผู้บริหารของอสมท.จะต้องไปหารือกับฝ่ายกฎหมายของอสมท.ว่าจะ เตรียมตัวต่อสู้คดีอย่างไร



สรยุทธ-ไร่ส้มฟ้องอสมท.เรียกค่าเสียหาย249ล.



ก่อหนน้านี้เมื่อวันที่ 24 เมษายน บมจ. อสมท จัดประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อรายงานผลดำเนินการ ระหว่างการประชุม นายสมบูรณ์ ม่วงกล่ำ อัยการพิเศษฝ่ายสัญญาและหารือ สำนักงานอัยการสูงสุด ในฐานะกรรมการ บมจ. อสมท ได้ชี้แจงให้ผู้ถือหุ้นทราบว่า ขณะนี้บริษัท ไร่ส้ม จำกัด ของนายสรยุทธ สุทัศนะจินดา ได้ยื่นฟ้องต่อศาลปกครองกลาง กล่าวหาว่า อสมท ใช้คำสั่งทางปกครองมิชอบ พร้อมเรียกค่าชดเชยเป็นจำนวนเงิน 249 ล้านบาท แยกเป็นการเรียกคืนเงินจากค่าส่วนลดที่ควรจะได้จาก อสมท ในสัดส่วน 30% จากเงินค่าโฆษณา 130 ล้านบาท ที่บริษัท ไร่ส้ม ส่งให้ อสมท ไป คิดเป็นเงิน 55 ล้านบาท และการเรียกคืนเงินจากการที่ อสมท โฆษณาเกินเวลาตามที่ตกลงไว้กับบริษัท เป็นจำนวนเงินอีก 195 ล้านบาท



นายสมบูรณ์กล่าวแสดงความมั่นใจว่า คดีนี้คงไม่มีปัญหา เพราะ อสมท ได้ดำเนินคดีบริษัทไร่ส้มไปก่อนหน้านี้แล้ว โดยยื่นฟ้องผู้เกี่ยวข้องทางแพ่งและอาญา แต่ อสมท ตั้งค่าเผื่อหนี้สูญไว้กว่า 300 ล้านบาท เนื่องจากมีคดีฟ้องร้องในศาลหลายคดี โดยคดีของบริษัทไร่ส้มเป็นยอดเงินที่สูงที่สุด


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การประชุมครั้งนี้ผู้ถือหุ้นยังได้ลงมติให้ นายสุรพล นิติไกรพจน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, นายธีรศักดิ์ สุวรรณยศ กรรมการผู้จัดการธนาคารอิสลาม, นายญาณศักดิ์ มโนมัยพิบูลย์ กรรมการบริหาร บล.บัวหลวง, นางดารณี เจริญรัชต์ภาคย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท มาร์เก็ตไวส์ และนางมัทนา เหลืองนาคทองดี ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร เครือซิเมนต์ไทย เป็นกรรมการบริหารคนใหม่แทนกรรมการเดิมที่ครบวาระและลาออกไป ส่วนกรรมการที่ขาดอยู่อีก 1 คนนั้น เป็นตำแหน่งของกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ขณะนี้การสรรหายังไม่แล้วเสร็จ



ด้านนางอรัญรัตน์ อยู่คง รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ กล่าวว่า คาดว่าจะสรรหากรรมการผู้อำนวยการใหญ่ได้ภายใน 2 เดือน หรือราวเดือนมิถุนายนนี้



ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัท ไร่ส้ม จำกัด ได้มอบอำนาจให้นายมนต์อนันต์ เรืองจรัส และนายพิเชฐ กิตตินิเวศน์กุล ยื่นฟ้อง บริษัท อสมทต่อศาลปกครอง เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2551 (หมายเลขคดีดำที่ 1141/2551)ในคดีพิพาทเกี่ยวกับสัญญาทางปกครอง ขอให้ชำระเงินเนื่องจากผิดสัญญาร่วมดำเนินการรายการโทรทัศน์





"สาทิตย์"ยันช่อง11ไม่มีเจตนาลอกโลโก้ บ.โกลเด้นโบล์



นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่บริษัท โกลเด้นโบล์ จำกัด ทำหนังสือเตือนถึงตน ในฐานะกำกับดูแลกรมประชาสัมพันธ์ เพื่อขอให้ยุติการใช้โลโก้ใหม่ของสถานีโทรทัศน์ช่อง 11 ภายในเวลา 30 วัน (9 พฤษภาคม) เนื่องจากมีรูปร่างและลักษณะคล้ายกับเครื่องหมายการค้าของบริษัท โกลเด้นโบล์ฯ ว่า ได้มอบหมายให้นายเผชิญ ขำโพธิ์ อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ เป็นผู้ไปเจรจากับตัวแทนบริษัทดังกล่าวแล้วว่า ช่อง 11 ไม่มีเจตนาละเมิดเครื่องหมายการค้า หรือลิขสิทธิ์ใดๆ เนื่องจากโลโก้ช่อง 11 เป็นเพียงโลโก้ที่ใช้ออกอากาศเท่านั้น ไม่ได้ใช้ในการผลิตสินค้าใดๆ จึงไม่น่าจะเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์บริษัทดังกล่าวที่ทราบว่า เป็นผู้ผลิตเสื้อผ้า


นายสาทิตย์ กล่าวว่า ขั้นตอนการได้มาของโลโก้ใหม่ของช่อง 11 นั้น มาจากการเปิดโอกาสให้ประชาชนส่งเข้ามาประกวด เพื่อเปลี่ยนสถานีโทรทัศน์เอ็นบีทีซึ่งเข้าไปมีส่วนร่วมในความขัดแย้งทางการ เมืองที่ผ่านมาให้กลายเป็นสถานีโทรทัศน์ของประชาชนอย่างแท้จริง โดยมีผู้ส่งเข้ามาประกวดกว่า 2,000 ชิ้น และมีกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ทั้งจากวงการสถาปนิก วงการโฆษณา และผู้เกี่ยวข้องอื่นเป็นผู้ตัดสิน จึงจำเป็นต้องไปทำความเข้าใจว่าไม่มีเจตนาลอกเลียนแบบแต่อย่างใด



โวยโลโก้เอ็นบีทีละเมิดเครื่องหมายการค้า


ก่อนหน้านี้ มีรายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาลแจ้งว่า บริษัท โกลเด้นโบล์ จำกัด โดยนายบัณฑิต บุญปาสาณ ทนายความผู้รับมอบอำนาจ ได้ทำหนังสือถึงนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลกรมประชาสัมพันธ์ และสถานีโทรทัศน์แห่งชาติ (ช่อง11) หรือ "เอ็นบีที" ขอให้ยุติการละเมิดเครื่องหมายการค้า เนื่องจากเอ็นบีทีได้เผยแพร่เครื่องหมาย หรือโลโก้ใหม่ เมื่อวันที่ 1 เมษายนที่ผ่านมา ซึ่งมีรูปร่างและลักษณะที่คล้ายกับลวดลายเส้นประดิษฐ์ ซึ่งเป็นภาคส่วนสาระสำคัญภาคส่วนหนึ่งในเครื่องหมายการค้าของบริษัท โกลเด้นโบล์ จำกัด หากเอ็นบีทีไม่ยุติกการใช้โลโก้ดังกล่าวภายใน 30 วัน นับจากได้รับหนังสือฉบับนี้ (ครบ 30 วัน ในวันที่ 9 พฤษภาคมนี้) บริษัทจำเป็นที่จะต้องดำเนินการตามที่เห็นสมควรเพื่อรักษาไว้ซึ่งสิทธิตาม กฎหมายต่อไป


ข่าวแจ้งว่า บริษัท โกลเด้นโบล์ จำกัด ได้ส่งสำเนาทะเบียนเครื่องหมายการค้า ทะเบียนเลขที่ ค198773 และสำเนาเอกสารความแพร่หลายของเครื่องหมายการค้าของบริษัทไปพร้อมกับโนติ๊ส พร้อมอธิบายโลโก้ของบริษัท ประกอบด้วย 2 ภาคส่วน คือภาคส่วนแรกเป็นลวดลายเส้นในลักษณะประดิษฐ์เป็นลายเส้นมุมฉากลบมุมสองเส้น วางประกบกันด้านบนและล่าง และมีช่องว่างระหว่างเส้นทั้งสอง โดยเส้นที่อยู่ด้านซ้ายมือมีการลากเส้นยาวขึ้นด้านบนมีลักษณะคล้ายตัวอักษร โรมัน b ประดิษฐ์ และภาคส่วนที่สองเป็นคำอักษรโรมันคำว่า bowling รวมเรียกขานได้ว่า บี หรือ บี โบลิ่ง และสินค้าภายใต้เครื่องหมายการค้าดังกล่าวได้รับการจดทะเบียนโดยกรม ทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2546 และเป็นที่รู้จักแพร่หลายในหมู่สาธารณชนผู้บริโภคทั่วไปแล้ว


สำหรับผู้ชนะการประกวดออกแบบโลโก้สถานีโทรทัศน์แห่งชาติ ได้แก่ นายเนติพิกัติ ตังคไพศาล กราฟิกดีไซเนอร์ จากทีวีไทย ซึ่งได้แนวความคิดจากสัญลักษณ์ของกรมประชาสัมพันธ์ที่เป็นรูปพระอินทร์เป่า สังข์ เหตุผลที่คณะกรรมการเลือกเพราะเห็นว่ามีคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ คือสามารถสื่อความหมายว่าเป็นสถานีโทรทัศน์แห่งชาติ มีเอกลักษณ์ที่แฝงความเป็นไทย จดจำง่ายและเด่นชัด รวมทั้งสามารถนำไปปรับใช้กับงานในหลายลักษณะ เช่น งานกราฟิกบนหน้าจอโทรทัศน์ นามบัตร ซองจดหมาย เป็นต้น



04 เมษายน, 2552

โลโก NBT กับการสื่อความหมาย

ลักณะ เหมือนกับการขอ

"ขอ" ในที่นี้ เหมือนกับ "ขอทาน"

เพื่อไม่ให้น่าเกลียด เปลี่ยนเป็น "ยืม"

คำว่า ยืมไม่อินเทรนด์ เลยเปลี่ยนเป็น "กู้"






โลโกใหม่ NBT เหมือนไรน้า???

ทีวีหอยม่วง

****************************

ติดจานเถอะพี่น้อง ไม่เหลือแล้วความเป็นกลางในสังคมไทย 



08 กุมภาพันธ์, 2552

“สาทิตย์” ตั้งกก.ปฏิรูปสื่อรัฐ พร้อมดันช่อง 11 ให้พื้นที่สาธารณะ-ประชาสัมพันธ์รัฐ

ประชาไท

มติชนออนไลน์ รายงานว่า เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 6 ก.พ.52 หลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาสื่อสารมวลชน กลุ่มวิชาการสื่อสารทางการเมือง คณะวารสารศาสตร์ และสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จัดสัมมนา “รัฐบาลกับการปฏิรูปสื่อไทย” โดยมีนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวในการสัมมนาว่า แนวทางการปฏิรูปสื่อรัฐของรัฐบาลชุดนี้ จะเริ่มที่กรมประชาสัมพันธ์ (กปส.) ที่กำหนดแนวทางไว้ 2 ระยะ คือ ระยะสั้น ภายในเดือนกุมภาพันธ์นี้ จะเปลี่ยนโลโก้สถานีวิทยุโทรทัศน์เอ็นบีที



ส่วนระยะยาวในช่วง 7-8 เดือนข้างหน้า เป็นการเปลี่ยนเนื้อหารายการช่อง 11 โดยกำหนดสัดส่วน 50% จะ เปิดพื้นที่สาธารณะให้กับผู้ผลิตคุณภาพและภาคประชาชน ที่ต้องการแสดงความคิดเห็นสร้างสรรค์สังคม แต่จะไม่ใช่ “ทีวีสาธารณะ” เหมือนทีวีไทย สำหรับสัดส่วนอีก 50% จะเป็นพื้นที่ประชาสัมพันธ์ของภาครัฐ เพื่อสร้างความเข้าใจที่ดี ระหว่างภาครัฐ และประชาชน


นายสาทิตย์ กล่าวด้วยว่า ช่วง 8 ปีที่ผ่านมา กรมประชาสัมพันธ์ อ่อนแอมากในเรื่องกำลังคน ส่วนช่อง 11 เรียกว่าอยู่ในฐานะติดลบจากการดำเนินงาน เพราะไม่มีรายได้จากการขายโฆษณาเอง ขณะที่หน่วยงานรัฐมักขอใช้พื้นที่ฟรี โดยมีบุคลากรกว่า 100 คนที่บริษัทเอกชนร่วมผลิตดูแล และจ่ายเงินเดือนให้



“วันนี้ช่อง 11 ไม่สามารถผลิตรายการเองได้ทั้งหมด ถือเป็นโจทย์ใหญ่ในการปฏิรูปสื่อรัฐ” นายสาทิตย์กล่าว พร้อมเสริมว่าอย่าง ไรก็ตาม การให้ช่อง 11 เป็นสื่อนำเสนอเนื้อหาสาธารณะ และประชาสัมพันธ์ภาครัฐ เป็นเรื่องที่มีความยากลำบาก ในการหารายได้เลี้ยงตัวเอง ดังนั้น แนวทางที่รัฐจะต้องดำเนินการ คือ ให้งบประมาณสนับสนุน ซึ่งขณะนี้ อยู่ระหว่างการศึกษาว่าหากช่อง 11 จะต้องปฏิรูปตามแนวคิดของรัฐบาล จะต้องใช้งบประมาณสนับสนุนเป็นจำนวนเท่าไร ซึ่งอาจจะนำเสนอของบประมาณเพิ่มเติมให้ช่อง 11 ในการจัดทำงบประมาณปี 2553


นายสาทิตย์ กล่าวอีกว่า ในสัปดาห์หน้า รัฐบาลจะแต่งตั้งคณะกรรมการปฏิรูปสื่อภาครัฐ ทำหน้าที่ศึกษาโครงสร้างการปฏิรูปสื่อรัฐใน 3 ประเด็น คือ 1.ศึกษาโครงสร้างกรมประชาสัมพันธ์ว่า ควรจะเป็นแบบใดและการนำสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย (ช่อง 11) และสถานีวิทยุแห่งประเทศไทย ออกมาจัดตั้งเป็นองค์การมหาชน ที่ปลอดจากการแทรกแซงของรัฐ 2.ศึกษา โครงสร้างการบริหารคลื่นความถี่ของ อสมท.ในอนาคต และแนวทางการจัดสรรคลื่นความถี่ของหน่วยงานต่างๆ หลังประกาศใช้ พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ ฉบับแก้ไขปี 2543 และ 3.ทำให้เกิดคณะกรรมการจัดสรรคลื่นความถี่ กสทช.ว่าจะดำเนินการจัดสรรคลื่นความถี่ฯ ของหน่วยงานต่างๆ อย่างไร


“คณะกรรมการชุดนี้ จะมีคุณหญิงสุพัตรา มาศดิตถ์ และผม เป็นที่ปรึกษา และมีคณะกรรมการอีกกว่า 10 คน จากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เช่น นักวิชาการด้านนิเทศศาสตร์, นักวิชาชีพสื่อ, องค์กรภาคประชาชน ฯลฯ โดยมีบุคคลทาบทามแล้ว เช่น ดร.สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ จากทีดีอาร์ไอ, นายภัทระ คำพิทักษ์, ดร.วรากรณ์ สามโกเศศ, ดร.พิรงรอง รามสูตร รณะนันท์, ดร.วิลาสินี พิพิธกุล, นายวัลลภ ตังคณานุรักษ์” นายสาทิตย์ กล่าว

23 มกราคม, 2552

กำกับดูแลสื่อ ไม่ใช่บังคับควบคุม !



ประชาทรรศน์
23 ม.ค. 2009

หลังการเสนอไอเดียที่แสนจะล้าหลัง ในฐานะ รมต.ประจำสำนักนายกฯ ที่กำกับดูแลสื่อฯ ของ สาทิตย์ วงศ์หนองเตย ที่จะใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงจัดการกับวิทยุชุมชนที่อยู่ตรงข้ามรัฐบาล ทำให้องค์กรสื่อ นักวิชาการออกมา “อัด” กันทั่วบ้านทั่วเมือง จนทำให้ออกอาการ “เสียงอ่อย” ว่าไม่ได้ตั้งใจทำเช่นนั้น

ล่าสุดผุดไอเดีย จะจัดการกับ NBT ซึ่งย่อมาจาก (National Broadcasting Television) ว่าจะเปลี่ยนโครงสร้างโดยหันกลับไปเป็นช่อง 11 ตามเดิม และเปลี่ยนโลโก้ NBT กระทั่งสั่งให้มีรายการถ่ายทอดสดกระทู้ถาม-ตอบของรัฐสภา
เรื่องการปรับ และเปลี่ยนโลโก้ NBT กลายเป็นเรื่องที่นำไปสู่ความครื้นเครงของคนวงในอีกครั้ง

ดูเหมือนว่า ท่านรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีนั้น ขาดองค์ความรู้ ที่มาที่ไปเกี่ยวกับองค์กรที่ตัวเองบอกว่าจะเข้าไปรื้อสร้างปรับเปลี่ยน อย่างเห็นได้ชัด
ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น?

เพราะแหล่งข่าวที่ใกล้ชิดเปิดเผยว่า โลโก้ NBT ไม่ได้เพิ่งถูกนำมาใช้หรือเป็นไอเดียที่เกิดขึ้นใหม่จากรัฐบาลเดิมที่ผ่านมา ตามที่เจ้าตัวเข้าใจแต่อย่างใด

สืบสาวราวเรื่องได้ว่า ไอเดียของการกำเนิด เกิดขึ้นของ NBT นั้น เกิดจากผู้ใหญ่ในกรมที่ต้องการปรับเปลี่ยนชื่อขององค์กรนี้มานานแล้ว
เหตุผลในการปรับเปลี่ยนชื่อ ก็คือ เพื่อให้สอดคล้องและเข้ายุคสมัยกับความเป็นไปของสื่อในยุคโลกาภิวัตน์

เพราะในนานาประเทศนั้น สำนักข่าว หรือ บรรดาองค์กรสื่อต่างๆ เขาไม่นิยมในการใช้ชื่อที่เป็นตัวเลขแบบ 7, 11, 5, 9, 3, 1 อย่างนั้น มานานแสนนานแล้ว

ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจนจากการบอกเล่าของผู้รู้ในเวทีการถ่ายทอดระดับโลก สื่อต่างประเทศต่างรู้จัก โลโก้ NBT ได้ดีกว่า โลโก้แบบปะตัวเลขเข้าไปของสื่ออื่นๆ

National Broadcasting Television หรือตัวย่อ NBT ไม่ใช่เป็นเพียงโลโก้ แต่เป็นชื่อเรียกแบบสากลที่นานาประเทศรู้จักกันว่า คือ ตัวแทนของสื่อประจำประเทศนั้นๆซึ่งไม่ได้หมายความอย่างแคบว่าเป็นสื่อของรัฐ แต่นี่คือสื่อที่เป็นตัวแทนของประเทศในประเทศที่มีประชาชนเป็นเจ้าของ

การกลับไปใช้ ชื่อ แบบกรมประชาสัมพันธ์นั่นแหละที่จะเป็นปัญหาเพราะสะท้อนให้เห็นว่า รัฐกำลังจะเข้ามาจัดการ “สื่อของประเทศ” ให้กลายเป็นเครื่องมือ โฆษณาชวนเชื่อ ประชาสัมพันธ์ให้กับรัฐนั่นเอง

หมดยุค หมดสมัยไปแล้ว สำหรับรัฐบาลที่จะส่งคนไม่มีกึ๋น หรือมีวิธีคิด วิธีทำงานแบบล้าหลัง ด้วยการเข้าควบคุม สั่งการบังคับให้ทำอะไรก็ตามที่รัฐเห็นว่าเป็นหน่วยงานของตน ต้องมารับใช้"ความต้องการ” หรือ”สนองตอบ” ความอยากของตนโดยไร้เหตุไร้ผลแถมยังขาดองค์ความรู้เกี่ยวกับเรื่องที่ตนอยาก จะเข้ามาจัดการ แถมยังมีข่าวแว่วๆมาอีกว่า อาจจะมีการปรับผังใหม่เพื่อปูนบำเหน็จให้กับบรรดาหมู่พวกของตนที่เคลื่อนไหว ในนามของพันธมิตรฯ ที่จะเข้ามาจัดสรรผลประโยชน์หากินกับองค์กรนี้กันอย่างถ้วนหน้า จริงเท็จ อย่างไรคงต้องติดตามกันอย่างใกล้ชิด

แต่การเปลี่ยน NBT กลับไปเป็นช่อง 11 ที่เรียกว่า เป็นแผนของการปฏิรูปสื่อนั้น ดูแล้วไม่เห็นว่าจะมีอะไร”ใหม่” หรือ “สร้างสรรค์ “แต่อย่างใด

การใช้ข้ออ้างว่าเป็น”การปฏิรูปสื่อ” แท้จริงแล้ว คือ การใช้อำนาจเข้าไปควบคุม สั่งการ แทรกแซงเพื่อให้ตอบสนองความต้องการของตัวเองใช่หรือไม่?

พฤติกรรมเช่นนี้ ไม่ต่างกับสำนวนที่ว่า “ว่าแต่เขาอิเหนาเป็นเอง” เลย เพราะเมื่อครั้งที่พวกตนเป็นฝ่ายค้านก็หยิบ ยกประเด็น พฤติกรรมของอดีตรัฐบาลมาโจมตีว่า เข้าไปควบคุม แทรกแซง หาประโยชน์กับสื่อของรัฐ
ฉันใดก็ฉันนั้น !เงยหน้าถ่มน้ำลาย ก็กลับลงมารดหน้าตัวเอง

การปฏิรูปสื่อที่แท้จริง คือการยกระดับ”คุณภาพ” ของสื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของประชาชน และต้องเปิดช่องทางให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมมากที่สุด รวมทั้งต้องมีเนื้อหาที่มีความแตกต่างหลากหลายไม่ใช่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน หรือเพื่อไปรับใช้อำนาจรัฐ
สื่อแห่งชาติอย่างNBT เจ้าของคือประชาชน รัฐบาลคือผู้ที่มาแล้วจากไปตามวาระเท่านั้น!
สิ่งที่ท่านรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี น่าจะกระทำก่อนที่จะปรับเปลี่ยนโลโก้ ปรับโครงสร้าง นั่นคือ ต้องเร่งดำเนินการเอาผิดกับกองโจรพันธมิตรที่บุกเข้าไปปล้น ใช้มีดจี้คอผู้ดำเนินรายการวิทยุ ข่มขู่คุกคามผู้ประกาศ โดยใช้กำลังและอาวุธปืน เพื่อฟื้นฟูและเยียวยาความเสียหาย เป็นขวัญและกำลังใจของคนในองค์กรเพื่อให้เกิดการทำงานที่มีประสิทธิภาพที่ สุด มิใช่หรือ

หลักการบริหารงานทั่วไป เพื่อพิสูจน์ถึงความรัก และความห่วงใยอย่างจริงใจในฐานะผู้ดูแลองค์กรขั้นพื้นฐาน.... แค่นี้คิดไม่ได้หรือ?

หรือถนัด แต่ ใช้สำนวนโวหารสร้างภาพ อ้างคำสวยหรู อย่าง “การปฏิรูปสื่อ” เพื่อปกปิดการใช้อำนาจควบคุม สั่งการ บังคับ ซ้ำรอยแบบเดิมที่เคยเป็นมา
เช่นนั้น น่าเสียดายภาษีของประชาชนอย่างเราๆ ท่านๆ ที่ต้องจ่ายเป็นเงินเดือนให้แก่พวกท่านยิ่งนัก!