CBOX เสรีชน

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ทหาร แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ทหาร แสดงบทความทั้งหมด

12 กรกฎาคม, 2552

เรื่องเล่า.. คนเสื้อแดงถูกละเมิดสิทธิ์การเดินทางถึง 7 ชม. เพียงเพื่อสร้างภาพให้มาร์คว่า ไม่มีการต่อต้านที่บุรีรัมย์

โดย คุณ ไทยสีคิ้ว
ที่มา เวบบอร์ด ประชาไท
11 กรกฎาคม 2552

ผมต้องขอขอบคุณ และนับถือน้ำใจของคนเสื้อแดง และความอดทน ในสถานการณ์ที่ตึงเครียดของเสื้อแดง ที่ร่วมเหตุการณ์ในครั้งนี้ทุกๆ ท่าน

ก่อน อื่นผมต้องยอมรับว่า การเป็นเสื้อแดงบุรีรัมย์นั้น ยากลำบากกว่าจังหวัดอื่นๆ จริงๆ นอกจากต้องมีใจรักประชาธิปไตยแล้ว ยังจะต้องต่อสู้กับพวกนักเลงอันธพาลในจังหวัด

วันนี้พิสูจน์ให้เห็นชัดเจน ได้จากการกระทำ ถ่อย เถื่อน ของพวกเสื้อน้ำเงิน ผมขอเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดให้ทราบกันอีกครั้ง

คน เสื้อแดงบุรีรัมย์ จัดเวทีสาธารณะในวันที่ 10 มีการอภิปรายตั้งแต่เย็นจนเช้าวันรุ่งขึ้น ที่บริเวณสระริมน้ำทางแยกเข้าเมื่องบุรีรัมย์ เหตุการก็ปกติ ไม่มีอะไรรุนแรง มีวัยรุ่นมาก่อกวนบ้างเป็นช่วงๆ แต่ก็ไม่มีเหตุร้าย

ได้ มีการประชุมแกนนำคนเสื้อแดงในคืนนั้น และสรุปว่า คนเสื้อแดงบุรีรัมย์ ต้องการแสดงให้สังคมภายนอก และ นายอภิสิทธิ์รับรู้ว่า บุรีรัมย์ ก็มีกลุ่มคนเสื้อแดง ที่ไม่เหมือนกลุ่มเนวิน ที่ทรยศต่อประชาชน

จึง วางแผนที่จะเคลื่อนขบวนในตอนเช้าไปที่ อ. ลำปลายมาศ เพื่อแสดงตนให้อภิสิทธิ์เห็นว่า จริงแล้ว เนวิน คุมคนบุรีรัมย์ไม่ได้ทั้งหมดตามที่คุยไว้

จึงเคลื่อนขบวนประชาชนโดยรถยนต์ ส่วนมากจะเป็นรถส่วนตัว เดินทางไปกันประมาณ 30 คัน

เมื่อ เดินทางผ่านอำเภอ ชำนิ เข้าเขต อ. ลำปลายมาศ จึงพบว่า มีกลุ่มคนเสื้อน้ำเงินประมาณ 200 คน ปิดถนนอยู่ ขบวนจึงหยุดและเข้าเจรจาขอผ่านทาง จึงผ่านทางมาได้

เมื่อเดินทางต่อ มาอีก 2 กิโลเมตร ก็พบกลุ่มคนเสื้อน้ำเงินจำนวนมากประมาณ 500 คน พร้อมอาวุธในเมือปิดถนนอยู่ และกลุ่มคนเสื้อน้ำเงินเหล่านี้ ก็ไม่ยอมให้ผ่าน จึงมีการตั้งตัวแทนเข้าเจรจากัน โดยเสื้อแดงส่งประธานกลุ่มเสื้อแดงบุรีรัมย์ คุณทองพูน เมืองสุข และคุณเขื่อนเพชร โพนรัมย์ เป็นตัวแทน และเสื้อน้ำเงินก็ส่ง คุณคำตา แทนบุญจัน และ สจ.ลำปลายมาศ มาเป็นตัวแทน

การเจราจาเป็นไปด้วยดี มีการทำข้อตกลงเป็นหนังสือว่า คนเสื้อแดงจะไม่เดินทางต่อไป ที่ลำปลายมาศ และให้เดินทางกลับที่ตั้ง ที่ อ. นางรอง และเสื้อน้ำเงินต้องถอนกลุ่มคนออกไป อย่าให้เข้ามาช่วงเสื้อแดงถอนตัว

ปัญหาเกิดขึ้น เพราะ คุณคำตา แทนบุญจัน และ สจ. ท่านนั้น ไม่สามารถสั่งการคนเสื้อน้ำเงินได้

ผล การเจรจาจึงไม่มีประโยชน์ ทำให้ทั้งสองฝ่าย ต้องเผชิญหน้ากันมากขึ้น และในเวลานั้น คนเสื้อน้ำเงินที่เราผ่านด่านแรกมา ก็รวมตัวกันปิดถนน และบีบวงล้อมเข้ามา ทำให้เกิดอาการตึงเครียดขึ้นมาทันที

ขณะที่คน เสื้อน้ำเงิน ก็พูดจายั่วยุผ่านเครื่องขยายเสียงตลอด มีการยื่นข้อเสนอให้ตัวแทนเสื้อแดง ต้องขึ้นประกาศขอโทษนายของเขา แต่ได้รับการปฏิเสธจากเสื้อแดง ทำให้เวลาต้องยืดเยื้อยาวนาน

ช่วง หลังก็มีเด็กวัยรุ่นใส่เสื้อขาวจำนวนหนึ่ง ส่วนมากอยู่ในอาการมึนเมา ปรากฏตัวที่แนวตั้งของเสื้อน้ำเงิน คนกลุ่มนี้ มีแป๊บน้ำและไม้กระบองเป็นอาวุธ เริ่มออกมายั่วยุ และเดินเข้ามาประชิดเสื้อแดง ทำให้เกิดการตึงเครียดมากขึ้น และมีการใช้หนังสติ๊ก และขว้างปาสิ่งของเข้าใส่คนเสื้อแดง และมีเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัดจากเสื้อน้ำเงิน

ช่วงเที่ยงวัน ทำให้คนเสื้อแดงไม่มีข้าวที่จะรับประทาน มีแต่น้ำ โชคดี มีรถกาแฟโบราณของคนเสื้อแดงร่วมขบวนอยู่ด้วย จึงพอที่จะซื้อหามาทดแทนกันได้ระดับหนึ่ง

เวลายิ่งผ่านไป ยิ่งมีความตึงเครียดมากขึ้น เมื่อหัวหน้าเสื้อน้ำเงินบางส่วนมาบอกว่า พวกเขาไม่สามารถสั่งการคนเสื้อขาวได้ พวกนี้รับคำสั่งจากเนวินเท่านั้น

จาก เหตุนี้ ทำให้หัวหน้าคนเสื้อน้ำเงินเริ่มมองปํญหาที่จะเกิดขึ้นมาแน่นอน ถ้าไม่มีทางออก และตนเองจะต้องได้รับผิดชอบ เพราะส่วนมากเป็น สจ. สท. และ อบต. และข้าราชการที่รับคำสั่งจาก เนวิน

จึงมีการนำเสนอให้แกนนำทั้งสองฝ่าย ยอมรับการขอโทษซึ่งกันและกัน โดยประกาศที่รถเครื่องเสียง

แกน นำคนเสื้อแดง ประกาศก่อนว่า ถ้าการกระทำของคนเสื้อแดง ทางเสื้อน้ำเงินเห็นว่าไม่ถุกต้องตรงไหน ก็ขอโทษมา ณ ที่นี้ ส่วนแกนนำคนเสื้อน้ำเงิน ก็กล่าวขอโทษที่ปิดกั้นการเดินทางของคนเสื้อแดง ในการที่จะใช้สิทธิ์ในการแสดงออก

กล่าวจบ การปิดกั้นถนนของคนเสื้อน้ำเงินก็ยอมเปิดถนน ให้เสื้อแดงเดินทางได้

เหตุการณ์ก็จบลง..

เพิ่มเติม ... คุณ cheeky จากเวบ konthaiuk
คลิป 1 สัมภาษณ์ คุณทองพูน สุขเนื่อง แกนนำคนเสื้อแดงบุรีรัมย์ และ
คลิป 2 สัมภาษณ์ ดร.สากล ศรีวันทา พรรคเพื่อไทย
ในห้วข้อ: เหตุการณ์ความตึงเครียดที่ นางรอง-ชำนิ-ลำปลายมาศ บุรีรัมย์


01 พฤษภาคม, 2552

เปิดแผน"เสื้อน้ำเงิน" ระดม3แสนร่วม"ฉัตรมงคล"

ต้องยอมรับว่า การชุมนุมของ "คนเสื้อน้ำเงิน" ในวันที่ 5 พฤษภาคม ที่ท้องสนามหลวง เพื่อแสดงความจงรักภักดี เนื่องในพระราชพิธีฉัตรมงคล เป็น "วาระ" ที่กระทรวงมหาดไทย เตรียมจัดวางไว้ก่อนที่จะเกิดวิกฤตสงกรานต์วิปโยค ในเดือนเมษายน

เป็นการจัดวางที่สอดรับกับคอนเซ็ปท์พรรคภูมิใจไทย ที่มี "ชวรัตน์ ชาญวีรกูล" ที่นั่งเป็นทั้งหัวหน้าพรรค และ รมว.มหาดไทย

สังคม รู้ดีว่า พรรคภูมิใจไทย พยายามหา "จุดต่าง" ทางการเมืองในเรื่องของ "สี" เพื่อสร้างความได้เปรียบ และเป็นสัญลักษณ์ทางการเมือง ท่ามกลางความขัดแย้งของ "เสื้อแดง-เสื้อเหลือง"

จะเห็นได้จากทุกอย่างในพรรค ไม่ว่าจะเป็นโลโก้, เสื้อ, สีประจำพรรค ล้วนถูกถ่ายทอดออกมาเป็น "สีน้ำเงิน" ทั้งสิ้น

แต่ ในที่สุด ภาพสีน้ำเงิน ก็ไม่ใช่ภาพแห่งความสมานฉันท์อีกต่อไป เมื่อพบว่า "สีน้ำเงิน" ถูกระดมพลไปรวมตัวกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ เพื่อป้องกัน เพราะกลัวว่ากลุ่มคนเสื้อแดง บุกยึดสนามบิน

เมื่อพบว่า "คนเสื้อสีน้ำเงิน" กลายเป็น "กองกำลังนอกระบบ" ที่ถูกนำมาต่อกรกับกลุ่มคนเสื้อแดงที่จะบุกเข้าไปป่วนการประชุมผู้นำอาเซียน ที่พัทยา จ.ชลบุรี

ทำให้คอนเซ็ปท์ "สมานฉันท์" ของ "กลุ่มเสื้อน้ำเงิน" ถูกมองบิดเบี้ยว ผิดเพี้ยนไป

แต่ เบื้องหลังการสั่งระดมคนผ่านผู้ว่าราชการจังหวัด และองค์การบริหารส่วนจังหวัด และกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ของกระทรวงมหาดไทย กว่า 3 แสนคน ไม่ได้ถูกยกเลิก เพียงแต่ปรับเปลี่ยน "คอนเซ็ปท์"

แทนที่จะใส่ "สีน้ำเงิน" มาเต็มท้องสนามหลวง

จึงเปลี่ยนให้ "สีน้ำเงิน" กลายเป็น "สีหนึ่ง" ในการร่วมแสดงความจงรักภักดีกับอีก "หลากหลายสี"

เพราะถูก "อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" นายกรัฐมนตรี ออกอาการติติงถึงความเหมาะสม..?

คงต้องยอมรับว่า "เสื้อสีน้ำเงิน" เป็นแนวคิดที่หวังผลทางการเมือง

เพราะ หากย้อนกลับไปที่คำพูดของ "ชวรัตน์" ที่ระบุถึงเจตนารมณ์ท่ามกลางวิกฤตชัดๆ ว่า "สีน้ำเงินเป็นสีของพระมหากษัตริย์ ถ้าคุณเอาสีน้ำเงินออกจากธงชาติไทย ธงนั้นก็จะกลายเป็นธงชาติอินโดนีเซียทันที แม้จะมีปัญหาก็จะไม่มีการเปลี่ยนสี แล้วทำไมต้องรังเกียจสีน้ำเงินด้วย"

บวก กับสถานการณ์ร้อนที่พลพรรคเสื้อแดง และ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ออกโรงโจมตีบรรดา พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ และองคมนตรีอีกหลายคน

จึงถือเป็นโอกาสที่พรรคภูมิใจไทย จะแสดงเจตนารมณ์ปกป้อง ปกปักสถาบันหลักของชาติ

ก่อน ที่ "เนวิน ชิดชอบ" ผู้อยู่เบื้องหลังคนสำคัญของพรรคภูมิใจไทย จะออกมา "ตัดญาติขาดมิตร" กับ พ.ต.ท.ทักษิณ "อดีตนายที่เคยรัก" แบบไม่เหลือเยื่อใย

แนวคิดการจัดงานวันที่ 5 พฤษภาคม จึงถูกมองได้สองมุม

มุมหนึ่ง เป็นการแสดงความจงรักภักดี เพื่อสร้างความสามัคคีให้กับคนในชาติ หลังต้องเผชิญวิกฤตทางการเมืองมาตลอดระยะเวลา 2 ปีกว่า

มุม หนึ่ง เพื่อต้องการหวังผลทางการเมืองของพรรคภูมิใจไทย ที่ต่อมาต้องใส่คอนเซ็ปท์การ "แสดงพลัง" เพื่อต่อต้านกลุ่มคนเสื้อแดงที่ประกาศจะชุมนุมในวันที่ 5 พฤษภาคม เข้าไปด้วย

การจัดงานดังกล่าวเป็นไปอย่างยิ่งใหญ่ จะมีการปิดถนนราชดำเนินช่วงเย็น ตั้งแต่ลานพระบรมรูปทรงม้า จนถึงท้องสนามหลวง เพื่อให้มีการจัดเวทีคอนเสิร์ต 9 เวที

เดิมงานนี้ "อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" นายกรัฐมนตรี แสดงความไม่เห็นด้วย เพราะเท่ากับจะเป็นการ "สุมไฟ" ให้ปัญหาไม่จบสิ้น

แต่ปรากฏว่า กระทรวงมหาดไทยไม่ยอม

จึงต้องส่ง "ทูตผิวดำ" อย่าง สุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ไปเจรจา

แต่ แทนที่งานจะล้มเลิก กลับกลายเป็นว่า มีการสั่งระดมคนเพิ่มจากเดิมที่กำหนดให้ผู้ว่าฯ 75 จังหวัด ระดมคนไว้จังหวัดละ 2,000 คน ก็ราว 2 แสนคน

ยอดคนเพิ่มขึ้นมาเป็น 3 แสนคน เพียงแต่ให้คนมาร่วมงานใส่เสื้อหลากหลายสีเท่านั้น

http://www.matichon.co.th/matichon/view_news.php?newsid=01pol01010552&sectionid=0133&day=2009-05-01

29 เมษายน, 2552

ประเทศใดบ้างที่มีกรณีทหารลื่นล้มตาย.....คำตอบจากกูเกิ้ล

ด้วยความอยากรู้ว่ามีทหารลื่นล้มตายในประเทศอื่นใดในโลกบ้าง
ลุงเลยลองค้นหาในกูเกิ้ลดูโดยใช้คำว่า Soldier falls dead
และ Soldier slips dead ตลอดจนเพิ่มคำว่า Statitistic
ปรากฏวาไม่พบข้อมูล

แต่มีข้อมูลที่บอกว่ามีทหารคนหนึ่งลี่นล้มลงบนพื้นสกปรก (เช่น มีน้ำ โคลน น้ำมัน ฯลฯ)
บาดเจ็บ มีนิ้วฉีกขาด 2 นิ้ว และมีนิ้วหัก 1 นิ้ว
อ้างอิง : http://www.thefreelibrary.com/Give+dirty+floor+the+slip-a0114983253

It doesn\'t take a banana peel to make you slip inside the turret of your MI-series tank, crewmen. When water, mud, oil, and hydraulic fluid toxic collect on the turret floor plates, it\'s easy to take a dive when you least expect it.

And it\'s dangerous! One soldier recently had two fingers partially amputated and broke a third when he slipped on dirty floor plates.

โอ้โฮ !! ลื่นล้มอย่างแรง แค่นิ้วฉีกขาด และนิ้วหัก



แล้วมีสถิติการตายจากการลื่นล้มหรือหกล้ม (Fall) หรือไม่
ปรากฏว่ามี แตเป็นสถิติของประเทศสหรัฐอเมริกา ของไทยไม่มีข้อมูล

อ้างอิง : http://www.cdc.gov/nchs/data/nvsr/nvsr56/nvsr56_10.pdf

ซึ่งสามารถสรุปได้ดังนี้

1. ในปี ค.ศ.2005 ( พ.ศ.2548) สหรัฐอเมริกามีประชากรทั้งสิ้นประมาณ 306.50 ล้านคน
มีการแจ้งตาย จำนวน 2.448 ล้านคน คิดเป็นอัตราการตายร้อยละ 0.8 (ไม่ถึง 1 เปอร์เซ็นต์)
หรือทุก หนึ่งพันคน จะมีคนตาย 8 คน

2. จากจำนวน 2.448 ล้านคนที่ตาย เป็นการตายจากการล้ม (Fall) จำนวน 19,656 คน คิดเป็นร้อยละ .80 เช่นกัน (หรือทุก 1,000 คนที่ตาย จะเป็นการตายจากการล้ม (fall) 8 คน

3. หรืออีกนัยหนึ่ง จากจำนวนประชากร 306.50 ล้านคน จะมีคนหกล้มหรือลี่นล้มตายจำนวนเพียง 19,569 คน โดยแบ่งเป็นชาย 10,154 คน และหญิง 9,502 คน (หรือร้อยละ 51.66 และ 48.34
ตามลำดับ) อีกนัยหนึ่ง ทุกหนึ่งล้านคนที่ตาย จะเป็นการตายจากการหกล้มทุกประเภท 641 คน
โดยแบ่งเป็นชาย 331 คน และหญิง 313 คน

4. และจากจำนวนคนล้ม (Fall) ตาย 19,656 คน
4.1 จะเป็นการตายของคนที่มีอายุตั้งแต่ 55 ปี ขึ้นไป รวมทั้งสิ้น 17,253 คน
หรือคิดเป็นร้อยละ 87.77
4.2 จะเป็นการตายของคนที่มีอายุ 15 -24 ปี เท่ากับ 236 คน
คิดเป็นร้อยละ 1.2 [หรือทุก 83 คนที่ล้ม (Fall) ตาย จะมีคนอายุ 15 -24 ปี ตาย 1 คน]
หรือประชากรทุกสิบล้านคน จะมีคนล้ม (Fall) ตายที่มีอายุ 15 – 24 ปี เท่ากับ 7.7 คน
โดยแบ่งเป็นขาย 4 คน และหญิง 3.7 คน (โดยประมาณ)

5. ก่อนที่จะอนุมานง่าย ๆ เกี่ยวกับการล้ม (Fall) ตาย ของไทย โดยเอาสถิติของอเมริกามาประยุกต์
ขอเสนอสถิติประชากรของไทยให้ทราบก่อน ดังนี้
อ้างอิง : http://portal.nso.go.th/otherWS-world-context-root/index.jsp
จากข้อมูลของสำนักงานสถิติแห่งชาติ ณ เม.ย 52 ไทยมีประชากรทั้งสิ้น 66.70 ล้านคน
แบ่งเป็นชาย 32.8 ล้านคน และหญิง 33.9 ล้านคน คิดเป็นสัดส่วน (49 : 51)
แต่เนื่องจากไม่ทราบอัตราการตายของปี 52 แต่มีข้อมูลของอัตราการตายของปี 2548-49
เท่ากับร้อยละ 6.76 หรือทุกประชากรพันคน จะมีอัตราการตายเท่ากับ 6.76 คน ซึ่งต่ำกว่า
อัตราการตายของสหรัฐ

6. ถ้าใข้สถิติของสหรัฐในข้อ 4.2 เอามาประยุกต์ใช้กับตัวเลขประชากรของไทย
สามารถจะอนุมานเบื้องต้นได้ว่า จากจำนวนประชากรของไทย 66.70 ล้านคน น่าจะจะมีคนล้ม
(Fall) ตาย ที่มีอายุ 15 ถึง 24 ปี เท่ากับ 51 คน โดยแบ่งเป็นขาย 26 คน และหญิง 25 คน
(โดยประมาณ)

7. ไม่น่าเชื่อว่าท่านพลทหารที่ตายจะเป็น 1 ใน 26 คน ที่เกิดอุบัติเหตุลื่นล้มตาย
ควรมิควรแล้วแต่จะพิจารณาครับท่านนายพลทั้งหลาย




ผมเบื่อกับความตอแหลของพวกนายพลทั้งหลาย เช่น บอกว่าจะไม่ปฏิวัติ แล้วปฏิวัติ
การออกมาแหลทางทีวีว่าท่านนายกสมชายควรลาออก ทั้ง ๆ ที่ไม่ใช่หน้าที่ของพวกท่านที่จะ
ออกมาวิจารณ์ ผู้บังคับบัญชา ฯลฯ

ถ้าประชาชนเป็นล้านคนจะบอกว่าลาออกเถอะครับท่านนายพลทั้งหลาย ท่านจะทำตามคำ
ขอร้องของประชาชนหรือไม่

พวกท่านเพียง 4 คน กล้าบอกว่านายกของประชาชนควรลาออก
แต่ประชาชนจำนวนล้านคนออกมาบอกว่าพวกท่านควรลาออกเถิด ทำไมท่านไม่ลาออก
หน้าไม่อาย..ท.ทหาร แดกคอมฯ

27 เมษายน, 2552

( ภาคพิเศษ) WHO เตือนเฝ้าระวัง “ไข้หวัดโอ๊บ” ในประเทศไทย

ในขณะทวีปอเมริกา กำลังตื่นเต้นกับ การระบาดของ “ไข้หวัดหมู” โดยเฉพาะในประเทศแมกซิโก กำลังระบาดหนักอยู่ในขณะนี้

องการอนามัยโลกถึงกับผวา เมื่อได้รับรายงานว่า ประเทศไทยในแถบเอเชีย ก็มีการระบาดของไข้หวัดชนิดหนึ่งอยู่เหมือนกัน
ไข้ หวัดชนิดนี้ คล้ายกับสายพันธุ์เดียวกันที่พบในประเทศพม่าและเกาหลีเหนือ อาการคนไข้เมื่อคิดเชื้อคล้ายกันมาก แต่ชนิดของเชื้อไวรัส ไม่เหมือนกัน พบเห็นบ่อยในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา

อาการของผู้ที่ติดเชื้อ ส่วนมากจะเป็นรูตามร่างกาย และรอยช้ำบวมอยู่ทั่วไป
มีผู้เสียชีวิตหลายรายจากการติดเชื้อไข้หวัดชนิดนี้ ส่วนใหญ่สภาพศพจะสูญหายไปเลย หาไม่เจอ
2ราย เสียชีวิตและยังหาศพเจอ เหตุเพราะอากาศที่หายใจเข้าไปกลั่นตัวเป็นหยดน้ำแล้วท่วมปอดจนไม่มีออกซิเจน พอ สภาพศพชอบความเย็นลอยอยู่ในแม่น้ำ มือประสานกันไว้ด้านหลัง พร้อมเอาเชือกมามัดมือตัวเองเอาไว้
1 รายเสียชีวิตและยังมีศพอยู่ เพราะ ดันเอาท้ายทอยไปกระแทกกับบั้นท้ายปืน และเอาศีรษะไปพุ่งชนกับรองเท้าโอ๊บ
ส่วนผู้ที่รักษาตัวอยู่ในขณะนี้ ส่วนใหญ่จะมีรูพรุนตามร่างกาย และมีรอยฟกช้ำเต็มตัว มีประมาณ100 กว่าคน

คณะแพทย์แห่งประเทศไทยลงความเห็นกันแล้ว จึงตั้งชื่อขึ้นใหม่ ชื่อว่า “ไข้หวัดโอ๊บ”

ผล การวิจัยของคณะผู้เชี่ยวชาญพบว่า เชื้อไวรัสชนิดนี้ เป็นการผสมรวมตัวกันระหว่าง ไวรัสตัวเก่าแก่ของประเทศไทยเองที่ชื่อ “Old gay” และ ไวรัสตัวใหม่ที่มาจากประเทศอังกฤษมีชื่อว่า “Mark more 7” เมื่อมาเจอความร้อนในประเทศไทย เลยรวมตัวกันเป็นสายพันธุ์ใหม่ขึ้นมา แต่ยังไม่เป็นอันตรายถึงชีวิตมนุษย์ เพียงแต่ทำให้คนไทยแค่ไอและจามแค่นั้น
จน เมื่อวันสงกรานต์ที่ผ่านมา อุณหภูมิความร้อนในประเทศไทยสูงมาก ประกอบกับมีสีแดงจำนวนมากในพื้นที่ ไวรัสตัวเขียวที่ชื่อ “Top boot” จึงปรากฏให้เห็นอีกครั้ง และทำปฏิกิริยารวมตัวกับไวรัสทั้งสองตัว ทำให้เกิดการแพร่กระจายของสายพันธุ์ใหม่ตัวนี้อย่างรวดเร็ว และเป็นเหตุให้มีประชาชนล้มเจ็บและเสียชีวิตไปเป็นจำนวนดังกล่าว

คำเตือนจากผู้เชี่ยวชาญ กล่าวว่า ช่วงนี้ขอให้ประชาชนคนไทยเลิกสวมใส่เสื้อยืดสีแดงจะปลอดภัยกับการแพร่ระบาดของไวรัสตัวนี้
ส่วนภาหะที่นำพา ก็ เป็นภาหะจากผู้สวมเสื้อสีน้ำเงิน และให้ระวังเสื้อสีเหลืองไว้ด้วย จะปลอดภัยที่สุด

ส่วน วิธีรักษาและปราบไวรัสตัวนี้ให้สิ้นซาก ต้องกำจัด ไวรัสสายพันธุ์ “Old gay” ให้ได้ก่อนแล้ว เชื้อพันธุ์ใหม่ที่ผสมกันจะสูญหายไปเอง โดยธรรมชาติ
คำ เตือน..ถ้ากำจัดไวรัสสายพันธุ์ “Old gay” ไม่สำเร็จ ระวังจะเกิดสายพันธุ์ใหม่ที่แข็งแรงกว่านี้ ลักษณะรูปร่างที่สังเกตเห็นก่อนจะเปลี่ยนสภาพ มีไวรัสตัวปากห้อยเริ่มขยับเข้ามารวมตัวอีกแล้ว และจะเป็นอันตรายต่อชีวิตมนุษย์มากขึ้น ดังนั้น ถ้าจะปราบต้องคิดให้ดีและรอบคอบก่อนด้วย

ผู้ที่สงสัยว่าตนเองจะติดเชื้อ ให้ตรวจสอบดังนี้
1.มีกระดาษสีขาวตราครุฑ ปลิวมาที่บ้านหรือยัง
2.สายตาพล่ามัวหรือไม่ มองเว็บไซด์บางแห่งไม่เห็น
3.หูอื้อเมื่อใช้โทรศัพท์ คล้ายมีเสียงสะท้อน
4.ผู้ที่เดินผ่านสีเขียวแล้วเดินชูบัตรประชาชนให้ถ่ายรูป เมื่อวันที่14เมย. มีโอกาส ติดเชื้อสูง
5.ผู้ที่มีภาพออกทีวี ขณะถือไม้ อาจติดเชื้ออย่างหนัก
6. ผู้ที่อยู่ต่างจังหวัด ที่เคยอยู่บนท้องถนนในจังหวัดนั้นๆ ให้ระวังคนใกล้ชิดที่สวมเสื้อสีน้ำเงินและสีเหลือง จะเป็นภาหะตัวร้าย นำเชื่อไวรัสตัวนี้มาให้

องการอนามัยโลก จึงเตือนมายังประเทศไทย
ให้ คนไทยระวังรักษาเนื้อรักษาตัวให้ดี เพราะเชื้อไวรัส ตัวนี้ มีโอกาสทำความรุนแรงได้มากกว่านี้อีกมาก และยังวิจัยไม่ถูกว่าให้ร่วมมือกำจัดให้สิ้นในเร็ววัน หรือ ให้คอยระวังตัวไว้ช่วยคราวก่อน อะไรจะดีกว่ากัน

http://www.prachataiwebboard.com/webboard/wbtopic2.php?id=799172


ภาพและเสียงต้องห้ามในสภา

จากหนังสือพิมพ์ โลกวันนี้


         ปีที่ 10 ฉบับที่ 2528 ประจำวัน ศุกร์ ที่ 24 เมษายน 2009

การประชุมสภาวันที่ 23 เมษายน 2552
ยังคงเป็นการประชุมร่วมกันของรัฐสภาตามรัฐธรรมนูญมาตรา 179
กรณีที่รัฐบาลขอให้มีการเปิดอภิปรายทั่วไปเกี่ยวกับการบริหารราชการแผ่นดิน
เรื่องสถานการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองในช่วงที่ผ่านมาเป็นวันที่สอง



นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล



ส.ส.แพร่ พรรคเพื่อไทย



ผมขอใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญในการนำภาพผู้เสียชีวิต ภาพเหตุการณ์
และญาติผู้ชีวิตมาชี้แจงในสภา
โดยยืนยันและรับรองด้วยเกียรติของสมาชิกรัฐสภาและตำแหน่ง ส.ส.
เพราะผมได้ไปพบด้วยตนเอง ดังนั้น
รัฐสภาไม่ควรปิดกั้นการทำหน้าที่ตัวแทนของปวงชนชาวไทย ทั้งนี้
หากประธานไม่ให้พูดในสภาจะลงไปแถลงข้างล่าง



ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายประสพสุข บุญเดช ประธานวุฒิสภา
ทำหน้าที่ประธานการประชุม ไม่อนุญาต โดยยืนยันว่านายชัย ชิดชอบ ประธานสภา
ได้วินิจฉัยแล้วว่าไม่ให้ใช้ประกอบการอภิปราย



นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
ผู้รับผิดชอบด้านสื่อสารมวลชน ชี้แจงยืนยันว่า รัฐบาลไม่มีปัญหา
หากรัฐสภาได้มีการตรวจสอบก็ไม่มีปัญหา อยู่ที่ประธานจะตัดสินใจ
ไม่เกี่ยวกับรัฐบาลว่าจะให้ออกหรือไม่ให้ออก



มาถึงช่วงนี้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ชี้แจงว่า
ในส่วนรัฐบาลขอให้เป็นเรื่องของรัฐสภา
เพราะมีการตกลงกับคณะกรรมการประสานงาน
โดยให้ประธานรัฐสภาและรองประธานเป็นผู้วินิจฉัย
อยากให้นำเรื่องนี้ไปทำความตกลงกับประธานก่อนแล้วค่อยมาอภิปราย
ขณะที่นายวรวัจน์พยายามสอบถามว่าสิ่งที่ตนจะอภิปรายสื่อจะนำไปออกได้หรือไม่
เพราะเกรงจะขัดต่อ พ.ร.ก. และนายกรัฐมนตรีจะอนุญาตให้เปิดหรือไม่



ขณะที่นายขจิต ชัยนิคม ส.ส.ร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทย แย้งว่า
ถ้าเป็นอย่างนี้แล้วจะมีสภาทำไม อย่าปิดสภาหนีก็แล้วกัน
ในที่สุดนายประสพสุขได้ให้การพิจารณาดำเนินต่อไป แต่ไม่อนุญาตให้เปิดภาพ
โดยนายวรวัจน์ได้อภิปรายต่อ
โดยระบุว่ามีผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์เป็นการ์ด นปช. ตัวใหญ่
มีการจับโยนลงน้ำ และแพทย์ระบุว่าขาดอากาศหายใจ ในระหว่างนั้นนายชัย
ชิดชอบ ประธานรัฐสภา เข้ามาทำหน้าที่ประธานแทนนายประสพสุข
พร้อมกับวินิจฉัยอนุมัติให้นำภาพที่นายวรวัจน์เตรียมมาอภิปรายประกอบการ
อภิปรายในสภาจำนวน 3 รายการ ประกอบด้วย ภาพเหตุการณ์รุนแรง
ทหารทำร้ายประชาชน และภาพทหารนั่งดูกลุ่มผู้ชุมนุมถูกมัดมือ
ซึ่งอนุญาตให้เปิดได้
แต่คำสัมภาษณ์ผู้ที่ทำหน้าที่เป็นการ์ดไม่อนุญาตให้เปิดเพราะไม่มีความ
ชัดเจน จึงไม่อนุญาตให้นำมาประกอบ



จากนั้นนายวรวัจน์พยายามนำรูปภาพขึ้นมาชูกลางที่ประชุมและระบุว่า
รูปแค่นี้ทำไมต้องกลัวด้วย พร้อมทั้งยื่นภาพให้เพื่อนสมาชิก
ให้สื่อมวลชนดู โดยในภาพเป็นภาพชายที่รอดชีวิตจากการสลายการชุมนุม



หลังจากมีการถกเถียงกันเป็นเวลานาน
นายวรวัจน์ได้อภิปรายต่อพร้อมทั้งเปิดคลิปวิดีโอที่มีการตัดต่อภาพเหตุการณ์
เริ่มจากการรายงานข่าวจากช่อง 7 กรณีพบผู้เสียชีวิตในแม่น้ำเจ้าพระยาจำนวน
1 รายที่ถูกมัดแล้วโยนทิ้งลงไป
จากนั้นเป็นภาพเจ้าหน้าที่ทหารใช้กำลังสลายการชุมนุมในช่วงเช้ามืด
ซึ่งไม่ได้ระบุว่าเป็นสถานที่ใด
และเป็นภาพทหารใช้เชือกมัดชายร่างท้วมคนหนึ่งพร้อมกับเข้ามาเตะและใช้ไม้หวด
หลายครั้ง ก่อนจะตัดมาเป็นภาพชายไม่สวมเสื้อถูกมัดมือไพล่หลัง
และจบลงด้วยภาพนิ่งของชายที่เสียชีวิตจากรายงานข่าวของช่อง 7
มาเปรียบเทียบกับชายที่ถูกทหารจับมือไพล่หลังและภาพชายไม่สวมเสื้อถูกจับมือ
มัดไพล่หลังนอนคว่ำหน้าบนท้องถนนว่าเป็นคนคนเดียวกับที่เสียชีวิตจาก
เหตุการณ์สลายชุมนุม



ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากฉายคลิปวิดีโอเสร็จ นายวรวัจน์ได้นำรูปชาย 1
คน โดยอ้างว่าบุคคลดังกล่าวอยู่ในเหตุการณ์
โดยอยู่บนรถยีเอ็มซีที่ขนศพผู้เสียชีวิตประมาณ 10
คนที่เตรียมไปจังหวัดลพบุรี และได้กระโดดหนีออกมา จึงมาให้ข้อมูล
พร้อมทั้งถามว่าวันนี้ถึงเวลาแล้วหรือยังที่สื่อมวลชนและกรรมการสิทธิจะเข้า
มาตรวจสอบเรื่องนี้ พร้อมทั้งขอเปิดคลิปวิดีโอ



ขณะที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ชี้แจงว่า
การปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ทุกจุดได้เริ่มเมื่อเวลาเช้าตรู่ของวันที่ 13
เมษายน ซึ่งได้เข้าดำเนินการตลอดทั้งวัน และเลิกปฏิบัติการในเวลา 17.00 น.
ส่วนกรณีที่มีการระบุผู้เสียชีวิตจำนวน 2 ราย
ภรรยาผู้ตายยืนยันว่าไม่เกี่ยวกับเหตุการณ์ เราเป็นสมาชิกด้วยกัน
ควรพูดบนพื้นฐานของความจริง ซึ่งเรื่องนี้มีหลักฐานวันเวลาชัดเจน
สามารถตรวจสอบได้
พร้อมจะให้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบทุกกรณีในการปฏิบัติการครั้งนี้
หากมีอะไรสงสัยต้องทำให้เกิดความชัดเจน เรื่องนี้ไม่มีใครบิดเบือนได้
รวมทั้งเรียกร้องให้กรรมาธิการทั้ง 2
สภาตรวจสอบอีกทางเพื่อนำมาเปรียบเทียบ
ส่วนการนำภาพต่างๆมาชี้แจงก็ไม่อยากให้เกิดการโต้แย้ง
เพราะประชาชนจะเข้าใจผิด



จากนั้นนายวรวัจน์ได้นำภาพผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์สลายการชุมนุมมาโชว์ใน
ห้องประชุม เป็นภาพชายถูกมัดมือไพล่หลังด้วยเชือกที่ใช้ในราชการทหาร
โดยยืนยันว่าจนถึงวันนี้มีการทำลายหลักฐานหมดแล้ว
จึงไม่สามารถหาหลักฐานได้
หากอยากรู้ว่ามีคนตายจริงไม่ก็พร้อมจะเปิดคลิปวิดีโอในการชี้แจง
อยากเรียกร้องให้รัฐบาลอย่าปิดกั้นข้อมูลข่าวสาร
เพราะรัฐบาลพูดมาตลอดว่าไม่มีคนตาย



มาถึงตรงนี้นายสุเทพลุกขึ้นชี้แจงว่า
พร้อมจะให้ความร่วมมือพิสูจน์ความเป็นจริงทุกประการ
ด้วยการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบ รัฐบาลพร้อมให้ความกระจ่าง
ต้องการให้ตรวจสอบเรื่องไหนรัฐบาลก็พร้อมที่จะดำเนินการตรวจสอบให้เกิดความ
กระจ่างทุกเรื่อง ทุกประเด็น
ยืนยันว่าไม่มีคนเสียชีวิตจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแม้แต่คนเดียว



ขณะที่นายวรวัจน์กล่าวว่า ใครจะกล้าเอาหลักฐานไปให้รัฐบาล
เพราะไม่มีความจริงใจ แค่เปิดคลิปก็ไม่ได้แล้ว ต่อมานายอภิสิทธิ์กล่าวว่า
การเปิดคลิปหรือไม่เปิดเป็นข้อตกลงของสภา แต่มี 2
ประเด็นหลักที่ต้องการชี้แจง
คือการตายของประชานที่ถูกกล่าวหาว่าตนไม่มีความเอาใจใส่ไม่เป็นความจริง
เพราะครั้งแรกที่มีการพบศพที่แม่น้ำเจ้าพระยาได้สั่งให้เจ้าหน้าที่เข้าไป
ตรวจสอบและรายงานเข้ามา ซึ่งจากการรายงานพบว่าคืนวันที่ 13 เมษายน
ผู้ตายยังมีชีวิตอยู่ เป็นข้อมูลที่รายงานมา
จึงไม่เชื่อว่าเป็นการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ เพราะเลยจากวันที่ 13
ไปแล้วเจ้าหน้าที่ไม่ได้มีการปฏิบัติการสลายการชุมนุม
หากมีข้อมูลการเสียชีวิตก็หาข้อมูลเพิ่มเติมมาร้องที่รัฐบาลได้
ส่วนภาพทางการปฏิบัติเจ้าหน้าที่ที่ดินแดง
ยืนยันว่ามีใครเห็นภาพอย่างนั้นแล้วก็ไม่สบายใจ
เมื่อเสนอภาพเหล่านี้มาก็รับไปและเสนอ ผบ.ทบ. ว่าเห็นภาพหรือไม่
อย่างไรก็ตาม ต้องมีการดำเนินการสอบสวนต่อไป หากไม่มั่นใจในฝ่ายบริหาร
องค์กรที่เป็นกลาง ก็สามารถเข้าไปตรวจสอบได้
หากมีการใช้กำลังก็ต้องสอบเพื่อจะได้แก้ไขปัญหาต่อไป



นายสุเทพกล่าวว่า ที่บอกว่าคนตายคนเป็นการ์ด นปช.
แต่จากบันทึกคำให้การของภรรยาเมื่อวันที่ 21 เม.ย. ที่ผ่านมา ที่
สน.จตุจักร
ภรรยาผู้ตายยืนยันว่าเขาไม่ได้เป็นการ์ดหรือมาร่วมชุมนุมกับคนทั้งเสื้อแดง
และเหลืองเลย และในบ้านไม่มีสัญลักษณ์ที่บ่งบอกว่าเป็นคนเสื้อเหลืองหรือแดง



ขณะที่นายวรวัจน์ได้ขึ้นสวนทันที
พร้อมกับชูภาพว่านายสุเทพพูดแค่ครึ่งเดียว พูดไม่หมด
จากนั้นได้ชูภาพผู้เสียชีวิตซึ่งใส่เสื้อแดงร่วมกับการชุมนุมในวันที่ 12
เมษายน ซึ่งยังมีชีวิตอยู่ และกลางวันวันที่ 13 เมษายนก็ยังมีชีวิตอยู่
แต่คืนวันที่ 13 เมษายนไม่มีใครพูดว่ามีชีวิตหรือไม่



จากนั้นนายวิชาญ มีนชัยนันท์ ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย
ขอหารือกับประธานเพื่อต้องการเปิดคลิปวิดีโอให้เกิดความกระจ่าง
ซึ่งยังเหลืออยู่ม้วนเดียว จึงอยากให้ประธานถามสมาชิกว่าต้องการดูหรือไม่



ขณะที่นายจุติ ไกรฤกษ์ ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า
การอภิปรายที่ผ่านมาฟังแล้วคิดว่านายสุเทพเป็นพ่อพระเกินไปและเป็นมือปราบ
โจรไม่ได้ จึงไม่เข้าใจว่าทำไมฝ่ายค้านพยายามหากินกับศพ
ทำไมรัฐบาลไม่ชี้แจง ผลตรวจสอบว่าผู้ตายได้ทำการตอกบัตรการปฏิบัติหน้าที่
รปภ. ในช่วง 7 โมงเช้าถึง 1 ทุ่ม
ขณะที่ฝ่ายค้านอ้างว่าเป็นเวลาที่ไปขึ้นเวทีเป็นการ์ดให้ นปช.
และข้อเท็จจริงมีการพบศพผู้ตายในเวลา 7 โมงเช้าของวันที่ 15 เมษายน
ทั้งๆที่เหตุการณ์ได้จบลงแล้ว
และภาพที่ผู้ตายมีเชือกใช้ในราชการทหารมัดหลังก็เป็นเพียงเชือกพลาสติกสีฟ้า
อีกทั้งคลิปวิดีโอที่มีภาพทหารรุมทำร้ายชายใส่เสื้อดำก็เป็น 9 แกนนำ นปช.
ซึ่งเป็นเรื่องธรรมดาในการปราบจลาจลที่ต้องมีการใช้กำลัง



อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นเชื่อว่าไม่มีคนตาย
ผิดกับกรณีการยิงประชาชนที่กรือเซะ ยังไม่เห็นสมาชิกคนไหนขอเปิดดูคลิป
เสมือนว่าผู้เสนอมาอยากจะหากินกับศพ ในการพูดจับแพะชนแกะ นำข่าวลือมาพูด
ขอร้องว่าหยุดหากินกับศพคนตายได้แล้ว
หากผู้ตายเป็นฝีมือของทหารจริงต้องมีหลายแผล
แต่ที่ศพมีบาดแผลเดียวที่ศีรษะ
อย่าเอามาเป็นประโยชน์ทางการเมืองโดยไม่ดูข้อเท็จจริงและพยายามทำให้รัฐบาล
มือเปื้อนเลือด การกระทำของกลุ่มเสื้อแดงทำให้คนตกงานเพิ่มถึง 2 ล้านคน
รัฐบาลไม่มีเงินจะไปอุ้ม
การอ้างว่าคนส่วนใหญ่ต้องเสียสละเพื่อระบอบประชาธิปไตย
อยากถามว่าประชาธิปไตยแบบไหนที่ทำให้บ้านเมืองเสียหายแบบนี้
อย่าปล่อยให้ความวุ่นวายต้องทำให้คนทั้งประเทศมาตกนรก



นายวรวัจน์กล่าวว่า ยืนยันว่าไม่ได้หากินกับศพ
คนตายเป็นคนจังหวัดแพร่ที่เป็น ส.ส. อยู่
และคำให้การของภรรยาขัดแย้งกับข้อมูลของรัฐบาล เพราะภรรยาผู้ตายถูกข่มขู่
แต่ญาติพี่น้องของผู้ตายยืนยันว่าไปร่วมชุมนุมจริงและมีภาพประกอบอย่าง
ชัดเจน ยืนยันว่ารัฐบาลใช้ความรุนแรงกับประชาชน
พร้อมทั้งเรียกร้องให้มีการเปิดคลิปวิดีโออีกครั้งจะได้เห็นความจริงและ
พฤติกรรมของรัฐบาล หากไม่มีความสามารถก็ลาออกไป
พวกตนมีความสามารถที่จะทำแทนได้



นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน



ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย



จากเหตุการณ์พี่น้อง 20 กว่าจังหวัดลุกขึ้นมาชุมนุมตามศาลากลางจังหวัดบ้าง
ตามถนนบ้าง อยู่ดีๆเขาคงไม่มาหรอก เพราะเป็นฤดูทำไร่ทำนา
มาชุมนุมใหญ่รัฐบาลต้องให้ความสนใจ
ผมเดินทางจากจังหวัดเชียงใหม่ไปจังหวัดลำปาง พี่น้องประชาชนบอกว่าอย่าไป
เพราะไปไม่ได้ มีพี่น้องเสื้อแดงปิดถนนที่ดอยขุนตาล
ซึ่งเป็นทางไปจังหวัดลำปาง แต่ผมต้องไป อีกอย่างอยากทราบว่าปิดถนนทำไม
พอไปถึงก็ถามพี่น้องที่ปิดถนนที่ดอยขุนตาล
เขาบอกว่ามีญาติพี่น้องมาชุมนุมที่ทำเนียบ ไม่รู้ว่าจะเป็นหรือตาย
เพราะทหารกำลังจะสลายการชมุนุม เป็นห่วง แต่ไม่รู้จะไปร้องเรียนที่ไหน
จะไปศาลากลางจังหวัดก็ไม่มีคนอยู่ เพราะปิดราชการ
จึงมาปิดถนนเผื่อรัฐบาลจะเหลียวแลและรับฟังความเดือดร้อนของชาวเชียงใหม่และ
ลำพูนบ้าง ชาวบ้านถามว่าเหตุการณ์ข้างหน้าจะเป็นอย่างไร
ผมในฐานะนักการเมืองภาคเหนือก็ปราศรัยว่าเหตุการณ์ไปถึงขนาดนี้แล้ว
มีการยิงกัน ทำร้ายร่างกายกัน บอกว่ามีการเสียเลือด พี่น้องไม่ต้องห่วง
รัฐบาลไปแน่


ขณะนี้มีคนมีบารมี มีอำนาจ คือนายเนวิน (ชิดชอบ)
และนายสุเทพช่วยให้นายอภิสิทธิ์ได้เป็นนายกฯ ผมบอกไปว่าทั้ง 2 คนนี้
ไม่ว่าเหตุการณ์จะเลวร้ายขนาดไหนก็ถอยไม่ได้ ถ้าเขาถอยจะไปถึงคนอีกคนหนึ่ง
คนคนนั้นยอมไม่ได้ ก็บอกให้พี่น้องทำใจ เขาไม่ถอยหรอก เดี๋ยวเขาก็ปราบ
ผมพูดแค่นี้ก็มีหมายจับ พี่น้องชาวเชียงรายไม่ต้องห่วงผม
ผมอยู่ในสภาอันทรงเกียรติแห่งนี้ให้มันมาจับผมที่นี่
ผมจะไม่มอบตัวกับรัฐบาลที่มีความประพฤติเยี่ยงโจรเด็ดขาด ให้มาจับผมที่นี่




นายสุเทพพูดถึงเรื่องรถแก๊สหลายครั้งเหมือนเพิ่งรู้ว่าไปตรงไหน มาตรงไหน
และไปเติมแก๊สมา 8 ตัน 5 ตัน ที่ถนนเพชรบุรีที่เกิดเหตุ เขาบรรจุแก๊ส 1.5
ตันเท่านั้น ความเสียหายมหาศาล
ตรงนั้นรถแก๊สเป็นไฮไลท์ของภาพที่สมอ้างสมจริงของสภาวะฉุกเฉินร้ายแรง
เพราะถ้าไม่มีสถานการณ์ที่ไม่ร้ายแรงก็ไม่สมอ้าง จำได้หรือไม่สมัยนายสมัคร
(สุนทรเวช) ประกาศภาวะฉุกเฉินก็มีคนทำให้
ดูทีวี.อยู่จะรู้เลยว่าท่านทำให้เผา ให้คนไปตายไง
เดี๋ยวนายสุเทพชี้แจงให้ดีว่าคนเสื้อแดงไปเอารถมาจากไหน
และตอนนี้ที่จับได้ชื่ออะไร แจ้งความที่โรงพักไหน
คนเสื้อดำเป็นใครที่คุมและบัญชาการตรงนั้น
แล้วคนที่ใส่เสื้อแดงแต่งตัวทะมัดทะแมงพร้อมรบ



ผู้เชี่ยวชาญเรื่องแก๊สบอกว่าวาล์วที่เปิดเห็นพวยพุ่งออกมานิดหน่อย
ถ้าจุดไฟก็ไม่ติด เขาบอกว่าถ้ามี 8 ตันจริงมันจะพวยพุ่งจนมองไม่เห็น
ผมจะไม่บอกว่าท่านสร้างฉากหรือเปล่า แต่ท่านต้องจับและดำเนินคดี
เพราะตรงนี้ถ้าระเบิดจะยิ่งกว่าตึกเวิลด์เทรด ผมถามนายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์
ที่แจกเสื้อน้ำเงินไปทั่วประเทศว่าปกป้องสถาบันอะไร
ท่านบอกว่าปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ น่าเป็นห่วงนะครับ
หรือว่าท่านเอาสถาบันมาห่อมาห่มตัวท่าน ท่านคิดดีครับ ท่านต้องทำดีด้วย
อย่าแอบอ้างแอบอิงแล้วสร้างผลงาน


ผลงานอย่างนี้ใช้ไม่ได้ ใส่เสื้อถือกระบองแล้วยิงหนังสติ๊ก
มีคนถูกยิงหลายคนที่พัทยา ด้วยความปรารถนาดี
ท่านจะสร้างกระแสมวลชนอย่างไงก็ตามอย่าทำอย่างนี้ จะพิมพ์เสื้อ
จะปั๊มเสื้อองค์กรใดๆก็ตามอย่าใส่ไป
หรือใส่ครึ่งๆกลางๆจะทำให้ประชาชนสับสน


ส่วนอีกภาพเป็นการเตรียมไม้ใส่รถไปให้พวกเดียวกัน สุดท้ายตอนตี 4
ที่สามเหลี่ยมดินแดง ณ เวลานั้นมีคนเสื้อแดงอยู่ไม่ถึง 30-40 คน
ทหารยิงแก๊สน้ำตามาลูกแรกคนก็แตกฮือ ลูกที่สอง ลูกที่สาม
มีคนเสื้อแดงวิ่งสวนแก๊สน้ำตาเข้าไป ส่วนทหารก็ถูกยิงล้มคนที่สอง คนที่สาม
คนที่สี่ มีพระสงฆ์องค์หนึ่งอยู่ในเหตุการณ์
ท่านถอดจีวรออกแล้ววิ่งเข้าไปเพื่อห้ามปรามและช่วยเหลือคนที่ถูกยิงล้มลงไป
แล้วทหารก็เข้าไปอยู่ในแนวหลัง พระเดินมาบิณฑบาตร
จะเข้าไปช่วยเหลือแต่ช่วยไม่ได้ ทหารกันออกมา
พระสงฆ์องค์นี้จึงมอบบาตรให้ลูกศิษย์แล้วเดินทางไปที่เวทีทำเนียบรัฐบาลตอน
เช้า ไปบอกว่าพระสงฆ์ถูกฆ่า


ผมมาบอกข้อมูลเพื่อให้รัฐบาลติดตามนำศพของพระสงฆ์ชื่อพระสุริยา
จิตตะสุทโธ นี่คือหนังสือสวดมนต์ของท่าน ไม่ใช่พระปลอม ในย่ามมีบาตร
พระสงฆ์นั้นถ้าห่างจากบาตรหรือไกลจากบาตรมี 2 ประเด็นคือ 1.ตายไปแล้ว และ
2.ลาสิกขาบท ผมไม่โทษทหาร ไม่โทษผู้ปฏิบัติการ ผมไม่โทษ
แต่คนสั่งการอย่างโหดเหี้ยมอำมหิตอยู่ได้หรือ


ท่านยังมีเวลาอีกนิดหน่อยท่านอภิสิทธิ์ ท่านไม่ต้องไปถามนายสุเทพ
แต่กลับไปถามครอบครัว ลูก ภรรยา
ว่าจะตัดสินใจอย่างไรกับเหตุการณ์ที่มันเดินมาอย่างนี้
สักวันหนึ่งลูกท่านอาจจะมาถามว่า “พ่อจ๊ะ พ่อจ๋า พ่อฆ่าพระจริงหรือไม่
หรือสั่งการจริงหรือเปล่า เพราะเพื่อนที่โรงเรียนถามมา”
ฝากนายอภิสิทธิ์ด้วยความปรารถนาดีว่าอายุพอๆกันยังมีเวลาอีกนาน คุณสมบัติ
คุณลักษณะของท่านก็โดเด่น รูปหล่อ บุคลิกดี มีเวลา มีโอกาส
ขอให้ท่านตัดสินใจลาออกจากนายกรัฐมนตรี

26 เมษายน, 2552

วอนเสื้อแดงรินน้ำใจช่วยนักสู้ที่บาดเจ็บรอความช่วยเหลือ16ราย


โดย ลุงธรรม
ที่มา บอร์ดประชาไท
26 เมษายน 2552

ทุก คนตอนนี้ได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก บางคนอาการสาหัส สติไม่สมประกอบ เล่าเหตุการณ์วกไปวนมา น่าสงสารมาก แต่ละรายจะต้องใช้เวลานานมากกว่าอาการบาดเจ็บจะหายและสามารถจะทำงานได้ บางรายลูกจะเปิดเรียนเดือนหน้าแล้ว ยังไม่สามารถหาเงินให้ลูกไปโรงเรียนได้



จาก การไปเยี่ยมเสื้อแดงที่ได้รับบาดเจ็บด้วยตนเอง และจากการประสานงานกับมูลนิธิบ้านเลขที่ 111 และ ส.ส.พรรคเพื่อไทย ได้ทราบมาว่าคนเสื้อแดงที่ได้รับบาดเจ็บมีจำนวนมาก แต่ส่วนใหญ่เมื่อได้รับการรักษาเยียวยาอาการเบื้องต้นให้ทุเลาแล้ว ต่างก็เผ่นกลับไปรักษาตัวตามภูมิลำเนาเดิมของตน เพราะกลัวทหารและหรือตำรวจอุ้ม กลัวถูกปิดปาก

แต่มีบางคนอาการ สาหัสยังพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล จึงสามารถรวบรวมรายชื่อคนเสื้อแดงที่เหลืออยู่ได้จำนวน 16 ราย ซึ่งลุงได้พูดคุยกับทุกคนเพื่อสอบถามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับเขาเหล่านั้น และเพื่อตรวจสอบว่าเป็นเสื้อแดงจริง รายละเอียดต่าง ๆที่ได้รับจากการพูดคุยและหมายเลขโทรศัพท์ไม่สามารถนำมาเล่าให้ฟังในขณะนี้ ได้ แต่ทางส.ส.พรรคเพื่อไทยได้ติดต่อขอบันทึกเรื่องราวจากทุกคนเพื่อเก็บไว้เป็น หลักฐาน และบางเรื่องได้นำไปแจ้งความที่สถานีตำรวจแล้ว

ในขณะที่ โพสท์กระทู้นี้ คนเจ็บส่วนใหญ่ออกจากโรงพยาบาลกลับบ้านเกือบหมดแล้ว คนเหล่านี้หาเช้ากินค่ำ เป็นลูกจ้าง ขับรถแท็กซี่ ฯลฯ ในตอนนี้ไม่มีเงินติดกระเป๋าเลย บางคนตอนหนีทหารที่ไล่ยิง กระเป่าเงินหล่นหาย เอกสารและเงินหายหมด คนที่ยังอยู่ รพ. ทางมูลนิธิบ้านเลขที่ 111
พรรคเพื่อไทย และลุงเองได้บริจาคเยียวยาให้เบื้องต้น แต่ส่วนใหญ่ที่กลับไปก่อน จึงยังไม่ได้รับการเยียวยา (เปิดงานพรุ่งนี้ทางพรรคเพื่อไทย
มูลนิธิ 111 และลุงคงจะโอนเงิน ไปช่วยบรรเทาให้ได้เบื้องต้น)

ทุก คนตอนนี้ได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก บางคนอาการสาหัส สติไม่สมประกอบ เล่าเหตุการณ์วกไปวนมา น่าสงสารมาก แต่ละรายจะต้องใช้เวลานานมากกว่าอาการบาดเจ็บจะหายและสามารถจะทำงานได้ บางรายลูกจะเปิดเรียนเดือนหน้าแล้ว ยังไม่สามารถหาเงินให้ลูกไปโรงเรียนได้

สำหรับขั้นตอนในการช่วยเหลือเบื้องต้นมีดังนี้

1. ทางพรรคเพื่อไทย และมูลนิธิบ้านเลขที่ 111 จะดำเนินการติดต่อเพื่อให้การเยียวยาเบื้องต้นให้ครบทุกราย

2 ลุงจะติดต่อกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ เพื่อขอทราบหลักเกณฑ์ในการให้ความช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์เมษาอำมหิต
เพื่อ แจ้งให้กับผู้ป่วยทุกราย (แต่ได้ทราบจากคุณ Paul Frank ว่าต้องใช้เวลาในการตรวจสอบและอนุมัติหลายเดือน กว่าความช่วยเหลือจะมาถึง)

3. ลุงได้ติดต่อกับ มูลนิธิ Red Shirt Fund ของ อ.สุธาชัย ยิ้มประเสริฐ เพื่อมอบรายชื่อคนเจ็บเหล่านี้ ให้กับทางมูลนิธิเพื่อช่วยเหลือต่อไป ปรากฏว่าทางมูลนิธิมีเงินกองทุนน้อยมาก เพราะไม่ค่อยได้รับการบริจาค อีกประการหนึ่งวัตถุประสงค์หลักของมูลนิธินี้จะเน้นคนตายและคนสูญหายเป็น หลัก อนึ่ง อ.สุธาชัย มีอีกหนึ่งมูลนิธิที่จะให้ ความช่วยเหลือคนที่ถูกฟ้องคดีหมิ่นฯ เช่นคุณดา แต่ไม่น่าเชื่อว่ามีคนบริจาคเข้ามูลนิธินี้น้อยมากจนแทบไม่พอค่าใช้จ่ายใน การดำเนินงานใด ๆ ทั้งสิ้น ท่านผู้ใดประสงค์จะบริจาคสามารถติดต่อได้ที่หมายเลข 02-7761803แจ้งความประสงค์ให้ชัดเจนว่าจะบริจาคเข้ามูลนิธิใด

4. ลุงได้เมล์รายชื่อคนเสื้อแดงเหล่านี้ให้กับผู้ที่มีฐานะพอที่จะช่วยเหลือได้ (โดยเฉพาะผู้ที่เป็นแกนนำกลุ่มในจ.ชลบุรี และอุดร ฯลฯ ตลอดจนคุณแตแต้แว้ด คุณ Regards คุณต้อย Lung Mote)

5. ที่พึ่งสุดท้ายของพวกเขาเหล่านั้น คือพวกเราในเวบประชาไท ใครพอจะช่วยเหลือได้ ลุงขอกราบรบกวนล่ะครับ (ในภาวะเศรษฐกิจเช่นนี้ลุงไม่ได้คาดหวังอะไรมาก และลุงรู้อย่างเต็มอกว่าใครเป็นใครในเวบเรา และใครจะพึ่งได้บ้าง ลุงไม่ได้ดูถูกในน้ำใจ แต่พูดออกมาด้วยความน้อยใจ จากประสบการณ์ที่ได้รับจากคนในเวปนี้) อนึ่ง ถ้ารวมกันเป็นกลุ่มก้อนแล้วบริจาค อาจจะประหยัดค่าโอนเงินเข้าบัญชีผู้รับบริจาค มากกว่าบริจาคเป็นรายย่อย เช่น ผู้เดือดร้อนมี 16 ราย แทนที่จะบริจาค คนเดียว 16 ราย ๆ ละ 100 บาท อาจเสียค่าโอนเงิน (กรณีต่างธนาคารและข้ามจังหวัด) มากกว่า การหาเพื่อนมา 16 ราย แล้วบริจาครายละ 500 บาท

6. สำหรับผู้ที่มีเวลาโปรดสงเคราะห์ช่วยนำกระทู้นี้ไปแปะในเวบการเมืองอื่น ๆด้วยน่ะครับ โปรดร่วมด้วยช่วยกัน ก่อนที่รัฐบาลและหรือทหารจะชุบมือเปิบยัดเงินปิดปากพยานปากเอกเหล่านี้ เหมือนกรณีภรรยาพี่นวมทอง(คนขับรถแท็กซี่ชนรถถัง)

รายชื่อพวกเราที่บาดเจ็บต้องการความช่วยเหลือด่วนมีทั้งหมด 16 คนดังต่อไปนี้ (สามารถตรวจสอบข้อมูลทั้งหมดได้ที่มูลนิธิบ้านเลขที่ 111
เบอร์ 02-6270909 ต่อ 5018)


1 ชื่อบัญชี นายไสว ทองอ้น เลขที่บัญชี 052-0-24903-8 ธ.กรุงเทพ สาขาย่อยคาร์ฟูร์ศรีนครินทร์

2. ชื่อบัญชี นายวิเชียร ขีดกลาง เลขที่บัญชี 175-4-14363-2 ธ.กรุงเทพ สาขาคลองเตย

3. นายสนอง พานทอง ชื่อบัญชี นายกร หาสุข (หลาน)เลขที่บัญชี 311-2-88858-8 ธ. ไทยพาณิชย์ สาขารังสิต

4. นายอดิเรก เมฆออย ชื่อบัญชี น.ส.พิชฎาภรณ์ พรหมจักร (ภรรยา)เลขที่บัญชี 741-2-40408-9 ธ.กสิกรไทย สาขาย่อยอโศกดินแดง

5. ชื่อนายธีรชัย บทมาตย์ เลขที่บัญชี 115-0-65364-7 ธ.กรุงไทย สาขาสระบุรี

6. นายชัยพฤกษ์ ชัยศักดานุกูล ชื่อบัญชี นายประทีป ชัยศักดานุกูล (บิดา)เลขที่บัญชี 116-2-11866-4 ธ.ไทยพาณิชย์ สาขา บางโพ

7. ชื่อบัญชี นายเฉลิม ภูสุดสูง เลขที่บัญชี 083-2-20050-5 ธ. ทหารไทย สาขา ประตูน้ำอินทรา

8. ชื่อบัญชีนายณรงค์ วิเศษศรี เลขที่บัญชี 075-10420088033-1ธ.ออมสิน สาขา วาปีปทุม

9. ชื่อบัญชี นายอัครพงษ์ จันอ่อน เลขที่บัญชี 928-0-00102-6 ธ.กรุงเทพ สาขา เอ็มมาร์ทพลาซ่า บางกะปิ

10. ชื่อบัญชี นายชัชวาลต์ ศรีจันดา เลขที่บัญชี 322-0-27957-0ธ. กรุงไทย สาขา ถนนสรรพสิทธิ์

11. ชื่อบัญชี นายอนุภาค พูนสวัสดิ์ เลขที่บัญชี 113-4-85106-0 ธ. กรุงเทพ สาขา อินทามระ

12.ชื่อบัญชี นายศักชาย ศักเนาวรัตน์ เลขที่บัญชี 088-2-75002-7ธ. กสิกรไทย สาขา รามอินทรา

13. ชื่อบัญชี นายวราวุฒิ ทิศลังกา เลขที่บัญชี 185-0-86389-3 ธ. กรุงเทพ สาขา อโศกดินแดง

14. นายอนันต์ กลัดมั่น ชื่อบัญชี น.ส.อัมพร มูลแสง (ภรรยา) เลขที่บัญชี 06-440420063948-7 ธ. ออมสิน สาขา วารินชำราบ

15. นายสำราญ วานสอน ชื่อบัญชี น.ส.วรภร สิลกุล (ผู้ดูแล)เลชที่บัญชี 067-2-09117-8 ธ.ไทยพาณิชย์ สาขา สวนจิตรลดา

16. นายทองคำ เฉิดฉาย ชื่อบัญชี น.ส.อนุสรา กินรี (หลาน) เลขที่บัญชี ธ. 473-4-15546-0 ธ.กรุงเทพ สาขา หนองหาน

ป.ล.บางท่านต้องใช้บัญชีของญาติ เพราะป่วยอยู่ จึงยังไม่สามารถไปเปิดบัญชีในนามตนเองได้


จับทหารอากาศสวมเสื้อน้ำเงินพกปืนป่วนหน้าเวทีเสื้อแดง
http://www.prachataiwebboard.com/webboard/wbtopic2.php?id=798791
04:30 น.

วัน ที่ 25 เมษายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่าขณะที่กลุ่ม นปช.ชุมนุมปราศรัยอยู่ที่ท้องสนามหลวง แขวงบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กทม. ได้มีชายลักษณะมีพิรุธต้องสงสัย เดินอยู่บริเวณหน้าเวที เนื่องจากแต่งกายเป็นทหารครึ่งท่อน สวมใส่กางเกงขายาวลายพรางทหาร สวมเสื้อยืดแขนสั้นสีน้ำเงินมีข้อความว่า"ปกป้องสถาบัน" โดยสวมเสื้อแจ็คเก็ตแขนยาวสีดำคลุมทับอีกชั้น และสวมหมวกแก๊ป หน่วยรักษาความปลอดภัย หรือการ์ด นปช. จึงเข้าควบคุมตัวก่อนแจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ชนะสงคราม ที่รักษาความปลอดภัยให้กับกลุ่มผู้ชุมนุมที่สนามหลวงเข้าทำการตรวจสอบ

ตรวจ สอบพบว่าชายดังกล่าวพกอาวุธปืนลูกซอง ซึ่งบรรจุกระสุนเบอร์ 12 จำนวน 1 นัด เหน็บที่เอวกางเกงด้านหลัง และยังพบกระสุนปืนลูกซองเบอร์ 12 อีก จำนวน 1 นัด ที่กระเป๋าเสื้อคลุมด้านขวา จึงควบคุมตัวพร้อมของกลางมาดำเนินคดีที่ สน.ชนะสงคราม ทราบชื่อต่อมาคือ พลทหาร อนุชล เกลี้ยงมลทิน อายุ 23 ปี สังกัดกองบัญชาการยุทธทางอากาศ กองบัญชาการทหารอากาศ ประจำอยู่กองบิน 53 อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ โดยมีพล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผบก.น.1 และ พ.ต.อ.ขิง แขวงวิเศษชัยชาญ ผกก. สน.ชนะสงคราม ทำการสอบปากคำ

พลทหาร อนุชล ให้การว่า อาวุธปืนและเครื่องกระสุนดังกล่าวเป็นของตนเองจริง แต่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับม็อบแต่อย่างใด ซึ่งตนเดินทางมาเที่ยวสนามหลวงเฉยๆ และไม่เกี่ยวข้องกับกลุ่มเสื้อสีน้ำเงิน หรือเครือข่ายของนายเนวิน ชิดชอบ แต่ยอมรับว่าสมัยที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นรัฐบาล ตนเคยเป็นลูกน้องนายเนวิน แต่ตอนนี้ไม่เกี่ยวข้องกันแล้ว สำหรับเสื้อสีน้ำเงินที่ใส่นั้นเป็นของบิดาตน

ด้านพล.ต.ต.วิชัย กล่าวว่า ผู้ต้องหาไปเดินอยู่บริเวณหน้าเวทีการชุมนุมของกลุ่ม นปช. ที่สนามหลวง เมื่อการ์ด และผู้ชุมนุม นปช.พบเห็นจึงควบคุมตัวและแจ้งให้เจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบ เมื่อตรวจค้นก็พบว่าพกพาอาวุธปืนลูกซองบรรจุกระสุนพร้อมยิง จึงได้จับกุมมาดำเนินคดีที่ สน.ชนะสงคราม เบื้องต้นได้แจ้งข้อหามีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้ รับอนุญาต และพกพาอาวุธปืนไปนเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร ก่อนให้พนักงานสอบสวน สน.ชนะสงคราม นำตัวไปทำบันทึกประจำวัน และทำการสอบปากคำอย่างละเอียดอีกครั้ง เนื่องจากผู้ต้องหายังให้การวกไปวนมา การเข้าไปเดินป่วนหน้าเวทีปราศรัยต้องมีสาเหตุ

http://breakingnews.nationchannel.com/read.php?newsid=377060



คลิปวีดีโอ จับคนเสื้อน้ำเงินป่วนได้พร้อมอาวุธปืน
http://www.youtube.com/watch?v=3MjM9UECe4g

ดูจะจะ รถปิคอัพเสื้อน้ำเงินขนไม้มาแจกกัน ทหารตำรวจปล่อยให้แจกได้ไง









http://rspas.anu.edu.au/rmap/newmandala/2009/04/20/the-crushing-of-the-red-shirts

คุณตำรวจ คุณทหาร
อย่าบอกแบบเทพเทือกนะว่า
อาสาสมัครเสื้อน้ำเงินเขามาด้วยใจบริสุทธิ์
แล้วที่แจกไม้ให้เห็นจะจะ ตำรวจทหารนั่งดูเฉย
เวลาเหตุการณ์รุนแรงก็โทษเสื้อแดงไปป่วนการประชุมชาวบ้านเขาไม่ยอม
แล้วที่เตรียมไม้ไว้ตีเสื้อแดงละ จะว่าอย่างไร
จัดฉากเพื่อให้เกิดความรุนแรงใช่หรือไม่


25 เมษายน, 2552

รถบรรทุกแก๊สรัศมีทำลายล้าง 5 กม กับเนวิน และสื่อสามานย์--ความเห็นต่อเนื่อง จาก ที่จตุพรพูดในสภา

ข้อสังเกตต่อกรณีรถแก๊สที่ดินแดง จากที่จตุพรพูดในสภา
ขอย้อนกลับไปที่ดินแดงเช้าวันที่ 13เม.ย..

1 หลังจากมีการใช้อาวุธสงครามปราบปรามประชาชนเมื่อเวลา 4 นาฬิกาเศษ
กำลังทหารที่ปกปิดหน่วยสังกัดได้หยุดยั้งรอ (เก็บกวาดทำความสะอาด ?) ณ.สามเหลี่ยมดินแดงจนถึงรุ่งเช้า




2 ช่วงเช้ามีการนำรถแก๊ส เข้ามาขวางถนน มีชาวเสื้อแดงไม่ได้มากเลย ทหารลุยได้สบายๆ




3 เวลาประมาณ 9 นาฬิกา เนวิน ตรวจแนวรบที่ดินแดง
มันโผล่หัวออกมาจากรถคันนี้ ชาวบ้านเห็นตะโกนด่า มันเลยหดหัวลงแล้วถอยรถออกไป
ถ่ายรูปไม่ทัน ...มีคนเห็นเยอะครับ (ผู้หญิงในภาพชาวบ้านเล่าว่าเป็นสก.หรือสข. ปชป?)
ช่างภาพที่อยู่ในมุมอื่นอาจถ่ายภาพได้




4 มีผู้ใช้โทรโข่ง(คน ปชป?)ประกาศว่าเสื้อแดงปล่อยแก๊สในรถออกขอให้ประชาชนอพยพ



5 ทหาร รถกู้ภัยพร้อมตั้งแต่เช้า แต่รถแก๊สถูกทิ้งไว้จนเลยเที่ยง จึงมีการเคลียร์ออกไป



ถ้ารถแก๊สอันตรายจริง มีรัศมีระเบิดทำลายล้าง 5กม.(ไทยรัฐว่า) เหตุใดจึงทิ้งรถไว้
3-4 ชม. โดยไม่กระทำการใดๆทั้งที่มีรถ เครื่องมือ อุปกรณ์ พร้อมอาวุธครบทุกอย่าง
เนวิน ทหาร ต้องการทอดเวลาให้สื่อสามานย์ในมือกระหน่ำชาวเสื้อแดง
เพื่อให้ชาวกรุงเทพเกลียดชังและโกรธแค้นใช่หรือไม่


(โดย หลักการ ยิ่งวัตถุอันตรายยิ่งต้องรีบเคลียร์ถ้าจะต้องยิงหรือจับกุมคนควบคุมรถยิ่ง ต้องรีบทำ ลองเทียบดูกับกรณีวางระเบิดแถวภาคใต้ )


หมายเหตุ:
1 รูปได้จากน้องคนหนึ่ง(ช่างภาพมือสมัครเล่น)ตระเวนเก็บภาพตั้งแต่เช้าถึงเย็นวันที่ 13 เมย
2 บรรยายรูปตามคำบอกเล่าของช่างภาพที่ได้ยิน ได้เห็นมา จริงเท็จ เป็นเรื่องที่ต้องพิสูจน์

ภาพปริศนารถแก๊สที่ดินแดง....???????????

ภาพปริศนารถแก็สที่ดินแดง???????
ภาพปริศนารถแก๊สที่แฟลตดินแดง เมื่อเช้าวันที่ 13 เม.ย.52 ภาพพวกนี้และเรื่องราว
บ่ง บอกอะไรได้บ้าง
ในวงสีแดง คือเจ้าของรถแก๊สคันนี้

คนขับรถ ของนายเนรคุณ

ภาพที่คุณk2b postโดยไม่ทราบว่ามีภาพเจ้าของรถแก๊สติดมาด้วย











ตอนที่เจ้าหน้าที่จากกรมพลังงาน มาตรวจรถแก็ส ชายผู้นี้ได้โทรไปไหนไม่ทราบ หลังจากนั้น
นานพอสมควร เจ้าของรถแก็สก็มา โดยเปลี่ยนเสื้อเป็นเสื้อยึดคอกลมสีขาวกางเกงขาสั้นสีน้ำตาล
เพื่อนๆท่านใดมีภาพตอนที่ชายคนนี้อยู่ที่รถแก็สช่วงบ่ายโมงกว่าก็postให้ด้วยนะครับ
ขณะนั้นผมยืนอยู่หน้าแถวทหารชายคนนี้บอกกับผมว่า(คงคิดว่าผมเป็นทหารนอกเครื่องแบบล่ะซิWOW)
เป็นเจ้าของรถแก๊สคันนี้จะมาเอารถกลับ จะขอใครได้ผมจึงชี้ไปที่ร้อยเอก ผู้ควบคุมแถวทหารอยู่ตรงนั้น
และจ่าทหารในแถวถามว่าแล้วแก๊สล่ะเจ้าของรถบอกไม่มีครับไม่อันตราย
ถ้าคุณk2b ไม่postรูปนี้ผมก็ต่อเรื่องเหตุการณ์ไม่ได้และคุณแฟนเดฟ สร้างภาพโอ้ยปรับขยายภาพ ขอบคุณครับ
เล่าสู่กันฟัง ในฐานะคนเสื้อแดงเข้ม
http://www.prachataiwebboard.com/webboard/wbtopic2.php?id=797364
http://www.prachataiwebboard.com/webboard/wbtopic2.php?id=798117

20 เมษายน, 2552

ตำรวจใหญ่เผย ทหารอุ้ม 19 เสื้อแดงขึ้น ยีเอ็มซี

Thairath

19 เมษายน 2552

Pic_690

ผู้ สื่อข่าวรายงานว่า เย็นวันนี้ (19 เม.ย.) พล.ต.ต.อำนวย นิ่่มมะโน รอง ผบช.น. แถลงถึงกระแสข่าวการทหารอุ้มกลุ่มผู้ชุมนุมเสื้อแดงบริเวณแยกดินแดงขึ้นรถจี เอ็มซีหายไปว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมีการจับกุมกลุ่มผู้ชุมนุมเสื้อแดงจริงจำนวน 19 คน หลังจากเจ้าหน้าที่ทหารสลายการชุมนุมเพื่อเปิดการจราจรบริเวณดังกล่าวตอน เวลา 04.00น. วันที่ 13 เม.ย.ที่่ผ่านมา

โดย พล.ต.ต.อำนวย ระบุว่า ช่วงแรกควบคุมได้ 12 คน ประกอบด้วย นายประจวบ วิทยา นายไพโรจน์ งามเศษ นายภูมิทักษ์ งอนสวรรค์ นายสมบูรณ์ วิทยาวงศ์ นายกฤษฎา ยังดี นายปิติธณพร พันเดช นายมนตรี แก้วเข้ม นายจารึก ถนอมผล นายวีระ เยี่ยมสมบุญ นายสมชาย บุญเพ็ง นายสุวิรัตน์ วิริยะพินิจสกุล และนายธีรพงษ์ นำสิทธิ์ ต่อมา ตอน 10.00 น. จับกุมอีก 7 คน มีนาย อำพล กระต่ายทอง นายโกศล ธีรธรรมกรณ์ นายสุวัฒน์ วันชัย นางหนูภักดิ์ เนาวราช นายวสันต์ ดาบุตร นายทองสุข ดีสุ่ย และนายจันทร์ ปวนมูล และนำตัวขึ้นรถจีเอ็มซีไปจริง

รอง ผบช.น.ชี้แจงว่า เจ้าหน้าที่นำตัวทั้งหมดไปควบคุมที่ศูนย์กลางทหารม้า ค่ายอดิศร จ.สระบุรี ดำเนินคดีความผิดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ข้อหาร่วมกันชุมนุมหรือมั่วสุมกัน ณ ที่ใด ๆ ตั้งแต่ 5 คนขึ้นไปในเขตท้องที่ กทม. หรือกระทำการใดอันเป็นการยุยงให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อยละกระทำการอย่างใด ๆ ที่เป็นการปิดการจราจรปิดเส้นทางคมนาคมหรือกระทำการอื่นใดๆ ทำให้ไม่อาจให้เส้นทางคมนาคมได้ตามปกติในทุกเขตพื้นที่ที่ประกาศสถานการณ์ ฉุกเฉิน

พล.ต.ต.อำนวย กล่าวต่อว่า หลังจากนั้น พ.ต.ท.สุภัทร ทองส้ม พนักงานสอบสวน(สบ3) สน.ดินแดง เดินทางไปสอบปากคำ ก่อนนำทั้งหมดส่งฟ้องศาลแขวงพระนครเหนือ โดยมีผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ 4 คน ศาลจึงสั่งให้ดำเนินการสืบเสาะประวัติ ส่วนที่เหลืออีก 15 คน ได้ผัดฟ้องฝากขัง แต่ไม่ทราบว่าได้ประกันตัวหรือไม่ ถ้ายังไม่ได้ประกันคงถูกควบคุมอยู่ในเรือนจำ

"มีการจับกุมกลุ่ม ผู้ชุมนุมขึ้นรถจีเอ็มซีจริง ผมขอยืนยันว่าไม่มีผู้สูญหาย โดยมีรายชื่่อผู้ถูกจับกุมทั้งหมด ซึ่งมีหลักฐานสามารถตรวจสอบข้อเท็จจริงได้" รอง ผบช.น.กล่าวอย่างหนักแน่น