CBOX เสรีชน

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ก่อการร้าย แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ก่อการร้าย แสดงบทความทั้งหมด

25 มีนาคม, 2552

78ผู้สนับสนุนพันธมิตร! ทั้ง'บริษัท-สินค้า-บุคคล'

ายงานจากกองบัญชาการตำรวจสันติบาล แจ้งว่า เมื่อวันที่ 14 ธ.ค. 2551 ได้ทำรายงานถึง พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ จเรตำรวจแห่งชาติ รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รรท.ผบ.ตร.) โดยระบุถึงรายชื่อผลิตภัณฑ์ของบริษัทเอกชน เจ้าของกิจการภาคเอกชน และกลุ่มบุคคล บุคคล ที่สงสัยว่าให้การสนับสนุนทุนในการเคลื่อนไหวแก่กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อ ประชาธิปไตย (พธม.) ซึ่งประกอบด้วย

1.บริษัทสหพัฒนพิบูล (มาม่า)
2.ผงซักฟอกเปา
3.น้ำยาล้างจานไลปอนเอฟ และไลปอนเลมอน
4.ผลิตภัณฑ์ไฮคลาส
5.ผงซักฟอกโปร
6.ผลิตภัณฑ์กำจัดยุงและแมลงคินโช
7.น้ำยาขจัดคราบไคลไฟท์
8.น้ำยาล้างจานโปร
9.น้ำหอมระบายอากาศฮาน่า
10.ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด ลุค
11.ผลิตภัณฑ์โคโดโม
12.ผลิตภัณฑ์เซนต์ แอนดรูว์
13.ยาสีฟันซอลท์
14.โชกุบุสซึ โมโนกาตาริ
15.ซิสเท็มมา
16.สบู่สมุนไพรฟลอเร่
17.ครีมปกป้องผิวช่วงตั้งครรภ์ ไอนิว
18.ไฮเฮิร์บ (บีเอสซี)
19.น้ำตาลทรายมิตรผล
20.ราชาซอลหอยนางรม
21.ผักกาดดองโชมิ
22.ลอตเต้
23.ขนมปังอบกรอบนิสชิน
24.ผลิตภัณฑ์ อสร.
25.บะหมี่นิชชิน
26.กะทิอร่อยดี
27.เกลือปรุงทิพย์
28.น้ำแร่มองต์เฟลอ
29.ผลิตภัณฑ์กุ๊งกิ๊ง โฟร์มี
30.ผลิตภัณฑ์ควิกเชฟ
31.ผลิตภัณฑ์ริชเชส
32.ผลิตภัณฑ์แม่บ้าน
33.ผลิตภัณฑ์หมีพูห์
34.ผลิตภัณฑ์อาหารเสริม ไอเฮลท์ตี้คิวเทน
35.ครีมโฟมล้างหน้าไบโอนิค
36.โอซาร์ บาลานซ์ เวเฟอร์ดเพิ่มสารอาหาร
37.กระดาษเช็ดหน้าบีเอสซี
38.น้ำนมวังน้ำเย็น
39.น้ำผลไม้มิซุ
40.น้ำผลไม้โมกุ
41.ลูกกลิ้งระงับกลิ่นกายมิสทีน
42.แป้งมิสทีน
43.รองเท้าแพนสตาร์
44.ผลิตภัณฑ์ยาซาร่า
45.การบินไทย
46.เบียร์ช้าง
47.จิตรโภชนา ซึ่งเป็นเจ้าของโรงพยาบาลบีแคร์
48.ธนาคารกรุงเทพฯ
49.ธนาคารกสิกรไทย
50.เมืองไทยประกันชีวิต (นายโพธิพงษ์ ล่ำซำ)
51.เมืองไทยประกันชีวิต (นางนวลพรรณ ล่ำซำ)
52.มหาวิทยาลัยรังสิต
53.โรงพยาบาลกรุงเทพฯ
54.เจเพรส
55.เอกไพลิน ริเวอร์แคว กาญจนบุรี
56.เปาเอ็มวอช
57.ก๋วยเตี๋ยวเนื้อวัดดงมูลเหล็ก
58.เซียงเพียวอิ๋ว
59.จี เน็ต
60.ไออีซี
61.ถั่วตัดกวงเม้ง

ขณะที่กลุ่มบุคคลและกลุ่มคนนั้น ประกอบด้วย

62.นายเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์
63.พรรคประชาธิปัตย์
64.กลุ่ม 40 สมาชิกวุฒิสภา และนางรสนา โตสิตระกูล
65.นายกมล กมลตระกูล คอลัมน์นิสต์และนักวิชาการ
66.นักวิชาการ เอ็นจีโอ กลุ่มอดีตนักการเมือง (ส.ว.) รวมทั้งอดีตรัฐมนตรียุคคณะมนตรีความมั่งคงแห่งชาติ
67.ศ.เกริกเกียรติ พิพัฒน์เสรีธรรม
68.นางจิระนันท์ ประเสริฐกุล
69.นายนิมิตร์ เทียนอุดม ผอ.มูลนิธิเข้าถึงเอดส์
70.นายชัชวาลย์ ทองดีเลิศ
71.นายอภิชาติ ทองอยู่
72.นายไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม
73.นพ.พลเดช ปิ่นประทีป
74.นายประพันธ์ คูณมี
75.นายวิฑูรย์ คูณมี
76.นายสุรพล นิติไกรพจน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
77.นายปริญญา เทวานฤมิตรกุล รองอธิการบดีฝ่ายกิจการนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
78.สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ

ผู้ สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ พล.ต.อ.จงรัก จุฑานนท์ รองผบ.ตร. ออกมาระบุว่า จะมีการส่งรายชื่อผู้สนับสนุนทางการเงินแก่ม็อบพันธมิตรประชาชนเพื่อ ประชาธิปไตย ให้กับคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เพื่อทำการตรวจสอบต่อไป เนื่องจากการบุกยึดสนามบินของกลุ่มพันธมิตรฯ เข้าข่ายการก่อการร้ายสากล มีความผิดในมูลฐานเรื่องการฟอกเงิน


ที่มา http://thaiinsider.info/space/content/view/12985/59/

22 มีนาคม, 2552

ประชาธิปัตย์ไม่ยอมทำความเข้าใจในเรื่องพวกก่อการร้าย

Liberal Thai



Thai Democrats can’t see insurgency for what it is
Zachary Abuza - ๑๕ มีนาคม ๒๕๕๒
New Straits Times

ตั้งแต่ รัฐประหารเดือนกันยายน ๒๕๔๙ จนถึงเดือนธันวาคมปีที่แล้ว นักการเมืองศักดินาทางกรุงเทพแทบจะไม่สนใจกับการลุกฮือของสามจังหวัดทางใต้ คือ ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส และบางส่วนของสงขลาซึ่งประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวมุสลิม

การรณรงค์เรื่องความรุนแรงในภาคใต้ว่ามีคนถูกฆ่าตายมากกว่า ๓,๖๐๐ คน และสองเท่าของจำนวนนี้ซึ่งได้รับบาดเจ็บตั้งแต่เดือนมกราคม ๒๕๔๗

รัฐบาล และหน่วยงานความมั่นคงได้ดำเนินการผิดพลาด เบื้องหลังของความล้มเหลว การเร่งประกาศกฎอัยการศึก การเอาแต่ใช้กำลัง หน่วยงานข่าวกรองที่อ่อน การไม่ทำความเข้าใจในกลุ่มใหม่ๆและองค์กรต่างๆของกลุ่มที่ติดอาวุธ การแข่งขันกันเองของหน่วยงานรักษาความมั่นคง และความล้มเหลวที่จะสร้างความปลอดภัยอย่างเพียงพอ

ผล ที่ได้คือความล้มเหลวในด้านสวัสดิการทางสังคม ด้านกฏหมายและการปราบปราม การทำลายล้างกลุ่มชนชาวพุทธสยามจากชายแดน และการขาดความมั่นใจจากหน่วยงานรัฐบาล

กลุ่ม ที่มีขนาดใหญ่ของประเทศไทยทางใต้ คือกลุ่มที่จะแยกดินแดนเป็นอิสระ แต่รัฐบาลได้ปฎิเสธถึงการดำเนินงานที่ผิดพลาด ที่มีต่อกลุ่มติดอาวุธชาวอิสลามและกลุ่มแบ่งแยกดินแดน

ตั้งแต่ วันที่ ๑๕ ธันวาคม จนวันนี้ครบ ๓ เดือน นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะได้เคยประกาศว่าการแก้ปัญหาในเรื่องกลุ่มติดอาวุธซึ่งตั้งขี้นเป็น ปีที่หกแล้ว เป็นงานสำคัญอันดับต้นๆของรัฐบาล

อภิสิทธิ์ ให้คำมั่นสัญญาว่า จะทบทวนต่อระเบียบปฎิบัติของหน่วยงานราชการ และปรับปรุงสายการบังคับบัญชาในทางใต้ให้มีประสิทธิภาพขี้น อภิสิทธิ์เมื่อไม่ต้องห่วงเรื่องการทำรัฐประหาร เพราะมีทั้งกองทัพและราชวงศ์หนุนหลังอยู่ เขาได้สัญญาว่า จะจัดตั้งฝ่ายพลเรือนให้มากขี้นเพื่อมาดูแลและสั่งการ

อภิสิทธิ์ กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์ได้มีความผูกพันล้ำลึกกับภาคใต้ ซึ่งเป็นฐานเสียงดั้งเดิม เขาได้พูดซ้ำเหมือนคำสัญญาที่ล้มเหลวของอดีตนายกรัฐมนตรีสุรยุทธ์ จุลานนท์ ที่จะสนับสนุนให้มีการประนีประนอมกัน

นี่ ไม่ใช่ลางดีสำหรับทางภาคใต้ และคาดว่าแทบจะไม่มีความก้าวหน้าภายใต้การนำของพรรคประชาธิปัตย์ พวกเขายังคงไม่ยอมเข้าใจว่าการก่อความไม่สงบเพื่ออะไร และยังไม่ยอมรับรู้ว่า มีเป้าหมายเพื่อจัดตั้งรัฐอิสลามอิสระ

เป็น เวลาถึงห้าปีมาแล้ว ผู้ซึ่งรับผิดชอบในการก่อความรุนแรงไม่ได้มีการพูดคุยกับรัฐบาล สำหรับพวกเขาแล้วไม่มีอะไรที่จะต้องมาสมานฉันท์

แม้ ว่าพวกเขาไม่ชนะ แต่ก็ไม่แพ้เช่นกัน แม้ว่าผู้นำของกลุ่มก่อการร้ายได้ถูกจับไปบ้างก็ตาม แต่ความสามารถในการสั่งการทั้งสี่จังหวัดภาคใต้ ยังคงอยู่เป็นปกติทุกวัน

ใน ๘๕ วันแรกของรัฐบาลอภิสิทธิ์ไม่สามารถหยุดความรุนแรงลงได้ ตั้งแต่วันที่ ๑๕ ธันวาคม มีผู้ถูกฆ่าตาย ๘๘ คน ซึ่งเป็นตำรวจ ๕ นาย ทหาร ๙ นาย และพลลาดตระเวณ ๑๔ นาย และอาสาสมัครดูแลหมู่บ้านและพลเรือนอีก ๖๐ คน

ในช่วงเวลานี้ มี่คนได้รับบาดเจ็บ ๑๓๙ คน เป็นตำรวจ ๓๑ นาย ทหาร ๕๓ นาย พลลาดตระเวณ ๙ นาย และอาสาสมัครดูแลหมู่บ้านและพลเรือน ๔๖ คน

ยังมีการระเบิด ๓๔ ครั้ง พยายามที่จะทำการระเบิด ๗ ครั้ง และถูกตัดหัว ๗ คน ซึ่งศพ ๖ ศพได้ถูกเผาไฟ

ตัวเลขที่อ้างนี้ได้มาจากสื่อ และความรุนแรงทางใต้นี้ ยังคงเกิดขี้นเป็นประจำแต่ไม่มีการรายงานข่าว

อภิสิทธิ์ สัญญาเมื่อคราวที่เดินทางไปภาคใต้ว่า “ใช้กำลังทหารน้อยลง มุ่งเน้นเรื่องมาตราการ” และให้คำมั่นว่าจะยกเลิกกฎอัยการศึก แต่จนถึงวันนี้ ยังไม่มีอะไรเกิดขี้น

ถ้า อภิสิทธิ์ต้องการที่จะแก้ไขเรื่องความขัดแย้ง สำหรับเขาแล้วไม่มีที่ไหนที่จะเริ่มต้นได้ดีไปกว่า การเอานโยบายการกักตัวผู้ต้องสงสัย และขั้นตอนการพิจารณาคดีมาปรับปรุงใหม่

ขั้นตอนไม่เพียงแต่ล้มเหลว แต่ได้นำไปสู่ความล้มเหลวในการร่วมมือกันระหว่างกองทัพ ตำรวจ และศาล

ภาย ใต้กฎอัยการศึก ผู้ต้องสงสัยถูกจองจำไว้ ๓๐ วันโดยไม่ต้องมีการพิจารณาคดี หลังจากนั้นจึงจะมีการตั้งข้อหาหรือต้องปล่อยตัวผู้ต้องสงสัยไป

การ กักกันตัวได้มีจำนวนพุ่งสูงขี้นในปี ๒๕๕๐ แต่คดีส่วนใหญ่ตำรวจไม่สามารถทำคดีส่งฟ้องพวกเขาได้ กองทัพบกพยายามจะขยายขอบเขตของกฎอัยการศึก ด้วยการเปิดรับสมัครบุคคลใน “โครงการณ์ฝึกอบรมวิชาชีพ” ซึ่งต่อมาศาลได้มีคำสั่งห้าม

ผู้ ต้องสงสัยประมาณ ๑,๕๔๔ คนที่ถูกจับระหว่างเดือนมกราคม ๒๕๔๗ จนถึงเดือนธันวาคมที่แล้ว ศาลได้ตัดสินไปเพียง ๑๕๓ คดี(ร้อยละ ๑๐) ข้อกล่าวหาต่อผู้ที่ถูกกักกันมากกว่าร้อยละ ๗๐ ได้ถูกยกฟ้อง ซึ่งได้สร้างความไม่พอใจอย่างมากให้กับกองทัพ

ส่วน หนึ่งของปัญหาคือ การที่ตำรวจขาดความสามารถในการรวบรวมหลักฐานตามกระบวนการทางกฎหมาย ความจริงที่ว่าความรุนแรงส่วนใหญ่เป็นเรื่องที่ไม่ชัดเจน หรือพยานไม่ให้ร่วมมือกับเจ้าหน้าที่

เป็นเรื่องน่าเศร้าเมื่อเรื่องนี้ได้เกี่ยวข้องกับสิทธิเสรีภาพของมนุษย์ ๒ เรื่อง

* เรื่อง แรก เมื่อวันที่ ๑๓ มกราคม องค์การนิรโทษกรรมสากลได้ตีพิมพ์รายงานที่เลวร้าย ของการใช้วิธีการทารุณกรรมอย่างเป็นระบบของทหารบกของไทย โดยอ้างถึงคดีของผู้ถูกกักขัง ๓๔ คน

รายงานก่อนหน้านี้ได้เน้นคำว่า “หายตัวไป”

ในขณะที่อภิสิทธิ์ปฎิเสธการถูกกล่าวหาเรื่องการทรมานอย่าง “เป็นระบบ” ชาวมุสลิมทางใต้ก็ได้ประณามการปกป้องเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง ที่ได้นำไปสู่การล่วงละเมิดสิทธิมนุษยชน

การ ปกป้องเจ้าหน้าที่ผู้ที่ละเมิดกฎหมาย ได้ถูกยกเลิกในหลายๆคดี เช่นเมื่อเดือนธันวามคมที่แล้ว เมื่อศาลได้มีการตัดสินว่าทหารกระทำผิดในการทารุณกรรมและฆ่าอิหม่ามที่อยู่ ในการคุมขังถึงตาย

แต่เมื่อวันที่ ๒๗ ธันวาคม ได้มีการยกฟ้องคดีของเจ้าหน้าที่ ๖ คน ที่ถูกกล่าวหาว่าทำการทารุณกรรมที่กรือแซะเมื่อเดือนเมษายน ๒๕๔๗

* เรื่อง ที่สอง ฝ่ายความมั่นคงไม่พอใจต่อการที่ศาลไม่สามารถ หรือไม่ต้องการที่จะตัดสินผู้ถูกคุมขังว่าได้กระทำผิด ซึ่งส่วนหนึ่งอาจจะมาจากกระแสเรื่องการกล่าวหาในการทำวิสามัญฆาตกรรม

ตัวอย่าง เช่นเมื่อวันที่ ๓๐ มกราคม ครูสอนศาสนาที่ได้ถูกคุมขังจากฝ่ายความมั่นคง และศาลได้ตัดสินว่าไม่ผิดเนื่องจากขาดหลักฐาน ได้ถูกยิงตายหน้าสุเหร่าที่ปัตตานี ก่อให้เกิดการลุกฮือขึ้นในกลุ่มชาวมุสลิม

เจ้า หน้าที่หลายฝ่ายมีความไม่พอใจต่อระบบศาลในปัจจุบัน มีการเรียกร้องให้มีการจัดตั้งศาลเกี่ยวกับความมั่นคง เพื่อเร่งการตัดสินตามขั้นตอนของศาลให้เร็วขี้น ศาลดังกล่าวอาจจะใช้ไปถึง การควบคุมต่อการกล่าวหาที่เกี่ยวกับการละเมิดสิทธิมนุษยชนของฝ่ายกองกำลัง ความมั่นคง

ในขณะเดียวกัน รัฐบาลจะต้องยุติการให้ความคุ้มครองแบบครอบคลุมต่อกองกำลังความมั่นคง

- นักเขียนเป็นอาจารย์สอนคณะรัฐศาสตร์และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่ไซมอนคอ ลเลจที่บอสตัน สหรัฐอเมริกา หนังสือที่เขียนเกี่ยวกับผู้ก่อการร้ายในไทย “การสมคบคิดของความเงียบ” ที่จะตีพิมพ์ในปีนี้

แปลและเรียบเรียง - chapter 11
ที่มา: http://www.nst.com.my/Current_News/NST/Sunday/Columns/2504958/Article/index_html