CBOX เสรีชน

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ใจ อึ้งภากร แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ใจ อึ้งภากร แสดงบทความทั้งหมด

20 มีนาคม, 2552

บทความ ใจ อึ๊งภากรณ์ : เขาพระวิหารเป็นของเขมร

ประชาไท

การ ยกเรื่องเขาพระวิหารมาเป็นประเด็นเพื่อพยายามปลุกระดมคนให้สนับสนุน พันธมิตรฯ เป็นการกระทำที่น่าสมเพชอันหนึ่งของ พันธมิตรประชาชนเพื่อรัฐประหาร ชาติ ศาสนาพระมหากษัตริย์



เมื่อผมอยู่ ป.4 ที่โรงเรียนสาธิตจุฬาฯ ในสมัยรัฐบาลเผด็จการทหารของจอมพลสฤษดิ์ ก็มีการปลุกระดมเรื่องเขาพระวิหารแบบนี้โดยฝ่ายขวาตกขอบเช่นกัน ในครั้งนั้นศาลโลกตัดสินอย่างถูกต้องและมีเหตุผลว่า เขาพระวิหารเป็นของเขมร ดูเหมือนว่าห้าสิบปีผ่านไป พวกฝ่ายขวาตกขอบในพันธมิตรฯ ยังไม่รู้จักโต ยังไม่รู้จักพัฒนาสักที



เขาพระวิหารเป็นของเขมร เพราะบนยอดเขานั้นมีปราสาทหินจากยุคอาณาจักรเขมร สมัยอาณาจักรเขมร “ชนเผ่าไท” ยังด้อยพัฒนาอยู่มาก เป็นคนป่า ซึ่งก็ไม่ใช่อะไรไม่ดีหรอก แต่ต้องยอมรับความจริง เขมรเป็นอาณาจักรที่ยิ่งใหญ่กว่าอาณาจักรใดที่มีในไทยภายหลัง แถมนักประวัติศาสตร์ยังมองว่ากษัตริย์สุโขทัยเป็นคนเขมรอีกด้วย วัฒนธรรมและศีลปะจำนวนมากที่อ้างกันว่าเป็นแบบ “ไทยๆ” ก็ลอกมาจากเขมรทั้งสิ้น ซึ่งเห็นได้ชัดเมื่อเราไปดูนครวัด



ถ้าเขาพระวิหารเป็นของเขมร พิมาย ควรเป็นของเขมรหรือไม่? ใน แง่หนึ่งมันเป็นของเขมรอยู่แล้ว เพราะเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรเขมรในอดีต แต่ตอนนี้มันอยู่ใจกลางผืนแผ่นดินที่กษัตริย์กรุงเทพฯก่อตั้งขึ้นมาเป็นรัฐ ชาติไทยไปแล้ว ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 ดังนั้นการที่จะไปยกให้เขมรก็คงไม่สมควร และรัฐบาลเขมรก็ไม่ได้เรียกร้องด้วย แต่ในกรณีเขาพระวิหาร มันอยู่บนยอดเขาตรงเส้นพรมแดน ที่กรุงเทพฯ กับปารีส เคยขีดเอาไว้ ไม่มีหมู่บ้านประชาชนอยู่ตรงนั้น ไม่จำเป็นต้องไปเถียงอะไรบ้าๆ บอๆ เกี่ยวกับเรื่องนี้เลย



แล้วพวกปัญญาอ่อนที่ทำเป็นโกรธเคืองเรื่องเขาพระวิหาร เขาทำไปเพื่ออะไร? ก็ เพื่อปั้นน้ำเป็นตัวปลุกกระแสชาตินิยมไร้เหตุผล เพื่อมาเป็นเครื่องมือของเขา ส่งผลต่อไปให้คนที่เป็นลูกน้องทางความคิดของพวกนี้ เกลียดชังคนพม่า คนมาเลย์มุสลิมในสามจังหวัดภาคใต้ และในอนาคตอาจทำให้เกลียดคนเชื้อสายจีนอีกด้วย นี่คือการเมืองของชนชั้นปกครองซีกขวา ที่เราเคยเห็นสมัยรัชกาลที่ 6, จอมพล ป. และ 6 ตุลา ไม่มีประโยชน์กับคนส่วนใหญ่ในสังคมไทยเลยแม้แต่นิดเดียว



ถามว่าการที่เขาพระวิหารจะเป็น “ของ” ใครนั้น ช่วยแก้ปัญหาอาหารน้ำมันแพงหรือไม่? ช่วยแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำระหว่างคนจนกับคนรวยหรือไม่? ช่วยสร้างรัฐสวัสดิการหรือไม่? ช่วยขยายสิทธิเสรีภาพของสตรี หรือคนรักเพศเดียวกัน หรือกลุ่มชาติพันธ์หรือไม่? แก้ปัญหาโลกร้อนหรือไม่? ทำให้รายได้ลูกจ้างลดลงหรือไม่? ทำให้ชาวนารายย่อยล้มละลายมากขึ้นหรือไม่? ไม่เลย ไม่เกี่ยวอะไรกับปัญหาปากท้อง และปัญหาการขยายสิทธิเสรีภาพของประชาชนแต่อย่างใด มันเป็นเรื่องไร้สาระ ท่าทีที่ดีที่สุดของภาคประชาชนต่อเรื่องนี้คือ พูดออกมาเลย ฟันธงเลย “เขาพระวิหารเป็นของเขมร”



ใจ อึ๊งภากรณ์

(ผมไม่ใช่ “คนไทย” ภูมิใจเป็นจีนปนอังกฤษ)


02 มีนาคม, 2552

"ใจ" ร่อนสารถึงทูตไทยในอังกฤษ ท้าดีเบตแสดงจุดยืนวิชาการสองต่อสอง

ทีมข่าวไทยอีนิวส์
1 มีนาคม 2552

ใจ อึ้งภากรณ์ ร่อนสารเปิดผนึกถึงทูตไทยในอังกฤษในฐานะตัวแทนรัฐบาลไทย ท้าโต้วาทีเชิงวิชาการพร้อมแลกเปลี่ยนจุดยืนทางการเมืองสองต่อสองในสถานที่ ที่เป็นกลาง พร้อมเขียนตบท้าย อย่ากลัวที่จะตอบรับคำท้า!!

ร. ศ.ใจ อึ้งภากรณ์ อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งขณะนี้กำลังพำนักอยู่ที่ประเทศอังกฤษ และเป็นหนึ่งในแกนนำคนสำคัญในการทำกิจกรรมรณรงค์เพื่อสิทธิเสรีภาพและต่อ ต้านกฏหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพที่ถูกนำมาใช้ในทางการเมืองอย่างไม่เป็นธรรม ได้ออกจดหมายเปิดผนึกผ่านทางอินเตอร์เน็ต ลงนามถึงสถานทูตไทยประจำกรุงลอนดอนวันนี้ โดยมีรายละเอียดของจดหมายทั้งหมดดังนี้



Call for open academic debate with
Thai Ambassador to UK

จดหมายถึงทูตไทยประจำลอนดอน
Open Letter to Thai Embassy in London

ผม ยินดีที่สถานทูตไทยพร้อมจะแสดงจุดยืนทางการเมืองที่แตกต่างจากจุดยืนผม และผมยินดีที่มีการจัดประชุมที่สามัคคีสมาคมเพื่อให้ทูตไทยแสดงความเห็นของ ฝ่ายรัฐบาล

เพื่อพัฒนาการแลกเปลี่ยนและการใช้ปัญญาต่อไป ผมจึงขอเชิญทูตไทยประจำลอนดอน ร่วมโต้วาทีวิชาการ สองต่อสอง กับผมในเวทีสาธารณะ เรื่องปัญหาประชาธิปไตยไทย โดยมีผู้ดำเนินการที่เป็นกลาง อาจจัดที่ลอนดอนในเดือนเมษายน

หวังว่าจะมีการตอบรับมาจากสถานทูต เพื่อแสดงความจริงใจและความเปิดกว้างทางวิชาการ

ร.ศ. ใจ อึ๊งภากรณ์
๑ มีนาคม ๒๕๕๒

I am happy that the Thai Ambassador is taking a keen interest in public discussions concerning the Thai political situation. His talk at Sammagi Samakom shows this. Therefore may I suggest as a next step that the Ambassador and I debate the issue of Thai Democracy publically sometime in April. We can ensure a neutral chair person. I hope that the Ambassador will agree to this public debate in a spirit of open-minded academic freedom.

Associate Professor Giles Ji Ungpakorn
1 March 2009

14 มกราคม, 2552

แถลงข่าวโดย รศ.ใจ อึ๊งภากรณ์ กรณีคดีหมิ่นเดชานุภาพ

อย่างที่ทราบ กัน ผมได้รับหมายเรียกพบตำรวจที่สถานีตำรวจนครบาลปทุมวัน ในวันอังคารที่ 20 มกราคม 2552 เวลา 10.00 น. คดีนี้มาจากหนังสือวิชาการภาษาอังกฤษของผมชื่อ “A Coup for the Rich” ซึ่งตีพิมพ์ในต้นปี ๒๕๕๐
มันเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งที่นักรัฐศาสตร์ใน ประเทศไทย จะต้องพยายามวิเคราะห์ลักษณะของสถาบันกษัตริย์ในบรรยากาศที่มีเสรีภาพทาง วิชาการ แต่สถาบันกษัตริย์ได้ถูกนำมาอ้างในการต่อสู้ของกลุ่มการเมืองต่างๆ เช่น กรณี รัฐประหาร 19 กันยา และกรณีการปิดสนามบินโดยพันธมิตรฯเป็นต้น และข้อกล่าวหาเรื่องหมิ่นเดชานุภาพถูกใช้ในการโจมตีฝ่ายตรงข้ามทางการเมือง มาอย่างต่
อเนื่อง
1. กฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ในประเทศไทยเป็นอุปสรรคในการทำงานของสถาบันกษัตริย์ในระบบประชาธิปไตย เนื่องจากมีการจำกัดสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกและห้ามไม่ให้พลเมืองตรวจสอบ สถาบันกษัต
ริย์ด้วยความโปร่งใส พลเมืองไทยถูกชักชวนให้เชื่อว่าเราดำรงอยู่ในระบบกษัตริย์แบบโบราณ ซึ่งเป็นการผสมผสานระหว่างระบบศักดินา ระบบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ และระบบประชาธิปไตยอันมีกษัตริย์เป็นประมุข

2. การใช้กฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ในประเทศไทยเป็นการพยายามจำกัดการพูดคุยแลกเปลี่ยนด้วยปัญญา เป็นการพยายามที่จะห้ามการคิดเองเพื่อส่งเสิรมระบบท่องจำในหมู่ประชาชน ตัวอย่างที่ดีคือ กรณีเศรษฐกิจพอเพียง เพราะเมื่อมีการเสนอแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงจากพระราชวัง มีความคาดหวังในสังคมว่าเราจะชื่นชมและยอมรับโดยไม่มีการตั้งคำถาม อย่างไรก็ตามเป็นเรื่องที่ดีที่การล้างสมองแบบนี้ไม่ค่อยได้ผลนัก เพราะสังคมใดที่พูดคุยแลกเปลี่ยนกันในเรื่องในโยบายเศรษฐกิจและการเมืองไม่ ได้ ย่อมเป็นสังคมที่ด้อยพัฒนา

3. กองทัพมักจะอ้างว่าเป็นผู้ปกป้องสถาบันกษัตริย์ในระบบรัฐธรรมนูญ แต่ทหารไทยมีประวัติอันยาวนานในการทำลายรัฐธรรมนูญด้วยการทำรัฐประหาร บ่อยครั้งรัฐประหารดังกล่าวจะอ้างความชอบธรรมจากสถาบันกษัตริย์ รัฐประหารหาร 19 กันยา เป็นตัวอย่างที่ดี เราควรเข้าใจว่าการกระทำดังกล่าวมิได้กระทำเพื่อปกป้องสถาบันกษัตริย์ แต่เป็นการอ้างถึงสถาบันกษัตริย์เพื่ออ้างความชอบธรรมกับการปฏิบัติของทหาร ดังนั้นกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ถูกใช้โดยทหารและกลุ่มเผด็จการอื่นๆ เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของเขา การสร้างภาพว่าสถาบันกษัตริย์มีอำนาจล้นฟ้า ซึ่งขัดต่อรัฐธรรมนูญประชาธิปไตย เป็นการพยายามสร้างความชอบธรรมกับตนเองโดยทหารและกลุ่มอื่นๆ

4. ระบบกษัตริย์ภายใต้รัฐธรรมนูญภายประชาธิปไตยทั่วโลกมีเสถียรภาพ ในขณะที่ประชาชนมีสิทธิวิพากษ์วิจารณ์อย่างเต็มที่ ดั้งนั้นเราจะต้องสรุปว่ากฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ไม่ได้มีไว้เพื่อสร้างเสถียรภาพกับสถาบันกษัตริย์แต่มีไว้เพื่อวัตถุประสงค์ อื่น

5. ผู้ที่กล่าวหาผมว่าหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ กล่าวหาผมเพราะผมมีจุดยืนและอุดมการณ์ในการต่อต้านรัฐประหารและเผด็จการ นักเคลื่อนไหวอื่นหลายคนถูกข้อกล่าวหาเช่นเดียวกัน และเราไม่ควรจะลืมกรณีของพวกเขา เราจะต้องรณรงค์เพื่อประชาธิปไตยและการยกเลิกกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ทั้งในสังคมไทยและเวทีสากล

หนังสือ A coup for the rich
ผม เขียนหนังสือเล่มนี้ หลังการทำรัฐประหาร 19 กันยา เพื่อเป็นการวิเคราะห์วิกฤติการเมืองไทยในเชิงวิชาการจากจุดยืนที่สนับสนุน ประชาธิปไ
ตย ในขณะที่ผมวิพากษ์วิจารณ์การละเมิดสิทธิมนุษยชนของรัฐบาลทักษิณมาตลอด ผมได้เสนอว่าการทำรัฐประหารขาดความชอบธรรมโดยสิ้นเชิง ผมเสนอว่ากลุ่มที่สนับสนุนรัฐประหารประกอบไปด้วย ทหาร พันธมิตรฯ นักธุรกิจบางส่วน นักเสรีนิยมสุดขั้ว และข้าราชการอนุรักษ์นิยม กลุ่มเหล่านี้มีจุดร่วมในการดูถูกคนจน เขาไม่ชื่นชมในระบบประชาธิปไตย เพราะเขามองว่าคนจนไม่ควรจะมีสิทธิเลือกตั้ง และเขาเกลียดชังพรรคการเมืองของทักษิณเพราะมีความสามารถในการชนะการเลือก ตั้งในขณะที
่เขาเองชนะการเลือกตั้งไม่ได้

อีกประเด็นหนึ่งที่สำคัญในหนังสือของผม เป็นการตั้งคำถามกับความเชื่อในสังคมไทยว่าวิกฤตินี้มาจากความขัดแย้งระหว่างสถาบันก
ษัตริย์ กับทักษิณ ประเด็นนี้อาจจะสร้างความโกรธแค้นในหมู่ทหาร คมช. เพราะเขาต้องการสร้างความชอบธรรมจากพระราชวังในการทำรัฐประหาร ในประเด็นนี้ผมพยายามที่จะกระตุ้นการแลกเปลี่ยนทางวิชาการ โดยการตั้งคำถามว่าสถาบันกษัตริย์ในระบบประชาธิปไตยควรจะปกป้องรัฐธรรมนูญ และประชาธิ
ปไตยหรือไม่ ในบทที่สองของหนังสือ ผมพยายามวิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงของสถาบันกษัตริย์ไทยตามประวัติศาสตร์ โดยเสนอว่าสถาบันกษัตริย์ในยุคนี้เป็นสถาบันสมัยใหม่ ไม่ใช่สถาบันศักดินา
ผม ปฏิเสธโดยสิ้นเชิงข้อกล่าวหาว่าผมได้ก่ออาชญากรรมด้วยการเขียนหนังสือเล่ม นี้ และผมพร้อมที่จะสู้ข้อกล่าวหาคดีหมิ่นเดชานุภาพในทุกรูปแบบ เพื่อปกป้องเสรีภาพทางวิชาการและสิทธิเสรีภาพในระบบประชาธิปไตย
เนื่องจากข้อกล่าวหาในครั้งนี้มาจากเจ้าหน้าที่ตำรวจสันติบาลซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของ
รัฐ คำถามสำคัญคือ รัฐบาลใหม่ของพรรคประชาธิปัตย์มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีนี้และคดีอื่นๆอีกหลายคดีอย่าง
ไร เพราะนายกรัฐมนตรีได้ประกาศว่าจะเข้มงวดมากขึ้นในคดีหมิ่นเดชานุภาพ

13 มกราคม 2552

13 มกราคม, 2552

รศ.ใจ อึ๊งภากรณ์ ถูกกล่าวหาหมิ่นพระมหากษัตริย์ฯ

รศ.ใจ อึ๊งภากรณ์ ถูกกล่าวหาหมิ่นพระมหากษัตริย์ฯ


วัน ที่ 25 ธันวาคม 2551 สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ออกหมายเรียกผู้ต้องหามายัง รศ.ใจ อึ๊งภากรณ์ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรมหาวิทยาลัย โดยผู้กล่าวหาคือ พันตำรวจโทพันศักดิ์ ศาสนอนนต์ (ซึ่งเข้าใจว่าสังกัดตำรวจสันติบาล)

รศ. ใจ อึ๊งภากรณ์ ได้ถูกสั่งให้ไปพบพันตำรวจโท อุดม เปี่ยมศักดิ์ ที่สถานีตำรวจนครบาลปทุมวันในวันอังคารที่ 13 มกราคม 2552 เวลา 13.00 น. ในขณะนี้ยังไม่มีรายละเอียดเกี่ยวกับข้อกล่าวหาแต่อย่างใด

รศ.ใจ อึ๊งภากรณ์ จะแถลงข่าวที่หน้าสถานีตำรวจปทุมวันเวลา 12.30 น. และพร้อมที่จะตอบคำถามของนักข่าวภายหลังที่ได้เข้าไปพบตำรวจ โดยที่มีการประชาสัมพันธ์ข่าวเรื่องนี้ไปสู่สำนักข่าวต่างประเทศ สถานทูตต่างๆ และนักวิชาการที่สนใจประเทศไทยในต่างประเทศอีกด้วย

สถาบัน กษัตริย์ได้ถูกนำมาอ้างในการต่อสู้ของกลุ่มการเมืองต่างๆ เช่น กรณี รัฐประหาร 19 กันยา และกรณีการปิดสนามบินโดยพันธมิตรฯเป็นต้น และข้อกล่าวหาเรื่องหมิ่นเดชานุภาพถูกใช้ในการโจมตีฝ่ายตรงข้ามทางการเมือง มาอย่างต่
อเนื่อง จนมีนักวิชากรและนักสิทธิมนุษยชนหลายคนมองว่ากฎหมายหมิ่นเดชานุภาพมีผลในด้านลบต่อสถ
าบันกษัตริย์

มัน เป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งที่นักรัฐศาสตร์ในประเทศไทย จะต้องพยายามวิเคราะห์ลักษณะของสถาบันกษัตรย์ในบรรยากาศที่ต้องมีการปกป้อง สิทธิเสรี
ภาพทางวิชาการ และสิทธิเสรีภาพทั่วไปในระบบประชาธิปไตย การใช้กฎหมายหมิ่นเดชานุภาพเพื่อพยายามปิดปากนักวิชาการ เป็นการพยายามสร้างบรรยากาศที่ประชาชนจะไม่สามารถรับรู้แลกเปลี่ยนและถก เถียงเกี่ยวก
ับสถาบันที่มีความสำคัญกับสังคมไทย รศ.ใจ อึ๊งภากรณ์ มีบทความวิชาการทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษที่พยายามวิเคราะห์ลักษณะของสถาบัน กษัตริย์ ซึ่งประชาชนสามารถเข้าไปอ่านอย่างเสรีได้ ในงานประชุมรัฐศาสตร์แห่งชาติที่พึ่งจัดขึ้นที่คณะรัฐศาสตร์จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย รศ.ใจ อึ๊งภากรณ์ ได้นำเสนอบทความเพื่อพัฒนาความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสถาบันกษัตริย์อีกด้วย

รศ.ใจ อึ๊งภากรณ์ พร้อมที่จะสู้ข้อกล่าวหาคดีหมิ่นเดชานุภาพในทุกรูปแบบเพื่อปกป้องเสรีภาพทางวิชาการแ
ละสิทธิเสรีภาพในระบบประชาธิปไตย

เนื่องจากข้อกล่าวหาในครั้งนี้มาจากเจ้าหน้าที่ตำรวจสันติบาลซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของ
รัฐ คำถามสำคัญคือ รัฐบาลใหม่ของพรรคประชาธิปัตน์มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีนี้และคดีอื่นๆอีกหลายคดีอย่าง
ไร เพราะนายกรัฐมนตรีได้ประกาศว่าจะเข้มงวดมากขึ้นในคดีหมิ่นเดชานุภาพ และในวันที่ 23 ธันวาคม 2551 ก็มีการกล่าวหานักข่าว BBC ประจำกรุงเทพในข้อหาเดียวกัน

11 มกราคม 2552

Associate Prof. Giles Ji Ungpakorn summonsed by police over les majesty case


Associate Professor Giles Ji Ungpakorn, Faculty of Political Science, Chulalongkorn University, has been summonsed to Pathumwan police station for questioning at 13.00 hrs on Tuesday 23th January 2009. The summons was issued as a result of a complaint filed by Special Branch Police Lt Col. Pansak Sasana-anund. Professor Ungpakorn has been accused by the above individual of les majesty. No details have been given of the allegations. Such details should be revealed after the initial police interview. Professor Ungpakorn has not yet been officially charged.

Professor Ungpakorn will give a press conference outside the Pathumwan police station at 12.30 and will also be available to answer questions after the police interview.

As a political science lecturer, Professor Ungpakorn has written a number of academic articles concerning the monarchy. These can be read on his web blog: http://wdpress.blog.co.uk/ and in his book “A Coup for the Rich”. The book was withdrawn from sale by Chulalongkorn University and Thammasart University bookshops. It can be down-loaded from his weblog for free.

The Monarchy has been quoted and used by various political factions in Thailand to legitimise their actions. The most notable cases are the 19th September 2006 military coup and the illegal protests by the yellow-shirted P.A.D., which included shutting down the international airports. Les Majesty charges in Thailand are notorious for being used by different political factions to attack their opponents. Many believe that this law is actually counter-productive to defending the Monarchy. This is why it is very important that political scientists attempt to analyse the real role and nature of the Thai Monarchy in an atmosphere of freedom and democracy.

Professor Ungpakorn is prepared to fight any les majesty charges in order to defend academic freedom, the freedom of expression and democracy in Thailand.

Since this accusation was filed by a Special Branch officer, the present Democrat Party Government should be questioned about its role in this and many other cases. The new Prime Minister has stated that he wants to see a firm crackdown on les majesty. In late December, the police filed allegations of les majesty against the BBC correspondent in Bangkok, Jonathan Head. Many other cases are also pending.

Bangkok 11 January 2009

What you can do

1. Write a letter of protest/concern to Prime Minister Abhisit Vejjajiva, Government House, Bangkok, Thailand
2. Write a letter of protest/concern to the Ambassador, The Royal Thai Embassy, in your country.
3. Demand that Amnesty International take up all Les Majesty cases in Thailand.