CBOX เสรีชน

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ศาล แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ศาล แสดงบทความทั้งหมด

17 มกราคม, 2552

รมว.ยธ.ฉุน"ดีเอสไอ"ให้ข่าวจับเว็บหมิ่นขยายผลยาก

http://www.matichon.co.th/news_detail.php?...01&catid=17

รมว.ยธ.ฉุน"ดีเอสไอ"ให้ข่าวจับเว็บหมิ่นขยายผลยาก

รม ว.ยุติธรรมกำชับ "ดีเอสไอ "กำชับไม่ให้ข่าวหมิ่นสถาบันแพร่ออกไปอีก ชี้บางคดีต้องเป็นความลับเพื่อสอบสวนขยายผลเปิดเผยจะทำให้สอบสวนลำบากมาก ขึ้น

เมื่อวันที่ 15 มกราคม นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงกรณีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เข้าจับกุมเว็บไซต์ ที่มีเนื้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ว่า เรื่องดังกล่าวไม่ใช่เรื่องที่ควรจะเป็นข่าว ตนกำชับ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง อธิบดีดีเอสไอ ให้กำกับดูแลไม่ให้เป็นข่าว แต่กลับมีการเผยแพร่ข่าวออกไป ตนกำชับอธิบดีดีเอสไออีกครั้งแล้วว่า ขอให้กรณีนี้เป็นบทเรียน และให้ดูแลอย่าให้การจับกุมลักษณะนี้ถูกเผยแพร่ไปอีก เพราะคดีบางอย่างต้องเก็บไว้เป็นความลับเพื่อสอบสวนขยายผลต่อไป เมื่อข้อมูลถูกเปิดเผยทำให้แนวทางการสอบสวนลำบากมากขึ้น ดังนั้นความคืบหน้าในคดีนี้ดำเนินไปตามกระบวนการยุติธรรม ส่วนรายละเอียดตนไม่ขอเปิดเผย

นายพีระพันธุ์กล่าวว่า ก่อนหน้าที่จะเข้าจับกุมเมื่อวานนี้ (14 ม.ค.) ตนกำชับไม่อยากให้ข้อมูลถูกเผยแพร่ไป เพราะการกระทำที่หมิ่นพระบรมเดชานุภาพในลักษณะนี้ แบ่งได้ 3 ระดับ คือ 1.ทำโดยหลงผิด หรือเข้าใจผิด 2.ทำด้วยจิตใจมุ่งร้าย และ 3.มีการรับอามิสสินจ้าง หากหวังอามิสสินจ้างจะต้องดำเนินคดีเพื่อให้ศาลลงโทษสถานหนัก เพราะเป็นการให้ข้อมูลเท็จ ที่ส่งผลต่อความมั่นคงของชาติ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่การเข้าจับกุมมือทำเว็บไซต์หมิ่นเบื้องสูงของดีเอสไอถูกเผยแพร่เป็นข่าวออ
กไป สร้างความไม่พอใจให้กับนายพีระพันธุ์ มาก เพราะก่อนหน้านี้ได้กำชับให้เก็บเป็นความลับ และตั้งคณะกรรมการสอบสวนกรณีดังกล่าว จากการสอบถามนายพีระพันธุ์ ยืนยันว่า ยังไม่มีการตั้งกรรมการสอบสวนใดๆ เพียงแต่กำชับให้ระมัดระวังมากขึ้น

...........

นี่ผมอ่านไม่ผิดนะครับ คนให้สัมภาษณ์เป็น รมต ยุติธรรม คนให้สัมภาษณ์เป็นอดีตผู้พิพากษา คนให้สัมภาษณ์เป็นนักกฎหมาย

แหม ต้องขยี้ตาซ้ำแล้วซ้ำเล่า นึกว่าเป็นหัวหน้าเกสตาโป นึกว่าเป็นไฮน์ริช ฮิมเลอร์

ตะลึงกลางศาล หนุ่มสับนิ้วตัวเองแค้นใจผู้พิพากษา

เหตุเกิดที่โปรตุเกส

รอยเตอร์รายงานวันที่ 17 ม.ค. ว่า เกิดเหตุช็อกกลางศาลประเทศโปรตุเกส เมื่อหนุ่มนักธุรกิจชาวโปรตุเกสสับนิ้วตนเองต่อหน้าศาลด้วยความแค้นใจ หลังผู้พิพากษาตัดสินไม่รับข้อเสนอผ่อนผันหนี้ของชายคนนี้กับบริษัทแห่ง หนึ่งจำนวน 170,000 ยูโร หรือราว 7.8 ล้านบาท และสั่งให้ชายคนนี้ขายที่นาส่วนหนึ่ง


ชายคนดังกล่าวมีชื่อว่า โอริโก ซิลวา มีที่นาอยู่ 125 ไร่ ในเมืองฟิไกรา ดา ฟอซ ใจกลางประเทศ ถูกบริษัทฟ้องร้องเอาที่ดิน หลังชายคนนี้ติดหนี้บริษัท นายซิลวา กล่าวว่า ตนใจสลายเมื่อได้ยินศาลปฏิเสธข้อเสนอที่จะยอมจ่ายหนี้ แต่ไม่ยอมเสียที่ดินของตน ตนบอกแล้วว่า มีธนาคารค้ำประกันมูลค่า 1.2 ล้านยูโร ยืนยันว่าตนจ่ายหนี้ได้ แต่ผู้พิพากษาก็ไม่ฟัง จังหวะที่หยิบเอกสารธนาคารออกจากกระเป๋า เห็นมีดที่ซื้อไว้จากที่ตลาด จึงตัดสินใจใช้โต๊ะในศาลเป็นเขียง แล้วตัดนิ้วเป็น 3 ท่อน


"ความตั้งใจของผมก็คือจะฉีกกระดาษ เอกสารของคดีให้เป็นชิ้นๆ แล้วละเลงเลือดให้เลอะ เพื่อที่ผมจะได้ไม่เสียที่นาของผมไป ผมไม่รู้สึกอะไรทั้งนั้น ผมยอมตัดนิ้วทั้งหมดเลยก็ได้ เพราะมันทำไปด้วยความสิ้นหวัง" นายซิลวา กล่าว

16 มกราคม, 2552

'เทพเทือก' แค้นใจ'ราเกช'หลุดคดี!เตรียมถกรมว.ยธ.แก้เผ็ดต่อ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (16 ม.ค.) ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีที่ศาลแคนาดามีคำสั่งปล่อยตัวนายราเกซ สักเสนา อดีตที่ปรึกษากรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้ต้องหาหาคดียักยอกทรัพย์ธนาคารกรุงเทพพาณิชยการ จำกัด ( มหาชน) หรือบีบีซี โดยระบุว่าเมื่อเหตุการณ์เป็นอย่างนี้ความหวังในการนำตัวนายราเกซกลับมา ดำเนินคดีในประเทศไทยก็คงยากขึ้น ซึ่งเราก็เพียงแค่ดูช่องทางกฎหมายที่จะสามารถเอื้ออำนวยได้ แต่น่าเจ็บใจว่านายราเกซปล้นคนไทย ปล้นประเทศไทยไปแล้วและหนีรอดไปได้ อย่างไรก็ตาม ก็ต้องติดตามกันต่อไป

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า สาเหตุสำคัญคือหลักฐานจากประเทศไทย ซึ่งศาลแคนาดาเกิดความไม่พอใจเรื่องนี้ นายสุเทพ กล่าวว่า เราก็อาจจะรำคาญเต็มทีเหมือนกันที่คนที่ไปทำหน้าที่แล้วกลับทำไม่เรียบร้อย ก็ต้องดูกันต่อไป ทั้งนี้ คดีนี้จะขาดอายุความในปี 2553 ซึ่งเราก็ต้องคุยกับ รมว.ยุติธรรมดูว่าจะทำอย่างไรได้บ้าง

อย่างไรก็ตามกรณีดังกล่าวนายธนพิชญ์ มูลพฤกษ์ อธิบดีอัยการฝ่ายเศรษฐกิจและทรัพยากร ในฐานะโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด ได้กล่าวเปิดเผยว่า ศาลแคนาดามีคำสั่งปล่อยตัวนายราเกซ สักเสนา หลังจากควบคุมตัวที่ถูกกักบริเวณมานาน 12 ปี ส่วนความคืบหน้าการขอตัวนายราเกซมาดำเนินคดีในประเทศไทยนั้น อัยการไทยเคยประสานศาลแคนาดาหลายครั้ง และเน้นย้ำว่าคดีนี้จะขาดอายุความในปี 2553 อย่างไรก็ตาม การดำเนินคดีอยู่ในอำนาจศาลแคนาดาเราไปก้าวก่ายไม่ได้ ต้องยอมรับว่ากระบวนการของศาลแคนาดาล่าช้า เพราะใช้เวลาถึง 12 ปีแล้ว ยังไม่สามารถส่งตัวนายราเกซกลับมาดำเนินคดีได้ ซึ่งหากได้ตัวนายราเกซกลับมาอัยการพร้อมจะยื่นฟ้องทันที

ศาลปค.พิพากษายืนคุ้มครอง'ไทยพาณิชย์'ระงับส่งเงิน'โอ๊ค-เอม'คืนสรรพากร

ศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งยืนคุ้มครองแบงก์ไทยพาณิชย์คดีอายัดทรัพย์'พานทองแท้-พิณทองทา' มูลค่า 1.2 หมื่นล้านบาทต่อ

จากกรณีที่กรมสรรพากรได้มีหนังสือคำสั่งวันที่ 22 สิงหาคม 2551 ให้ธนาคารไทยพาณิชย์ นำส่งเงินอายัดของ น.ส.พินทองทา และ นายพานทองแท้ฒุลค่า 12,000 ล้านบาท เพื่อการชำระหนี้ภาษีอากรแก่กรมสรรพากร ซึ่งธนาคารไทยพาณิชย์ มองว่าซ้ำซ้อนกับคำสั่งอายัดของ คตส. เนื่องจากเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องที่มีความสำคัญ และมีคำสั่งจากทางการที่มีความขัดแย้งในทางปฏิบัติแก่ธนาคารซึ่งเป็นความผิด มีโทษทางอาญาได้ ดังนั้น ธนาคารไทยพาณิชย์ จึงได้ทำคำร้องไปยังศาลปกครอง ตลอดจนทำหนังสือถึงสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามทุจริตแห่งชาติ(ป. ป.ช.) และ สำนักงานอัยการสูงสุด เพื่อขอความกระจ่างในแนวทางปฏิบัติ

ซึ่งก่อนหน้านี้ศาลปกครองกลาง ได้มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว ให้ธนาคารไทยพาณิชย์ระงับการส่งเงินในบัญชีเงินฝากของ นายพานทองแท้ และ น.ส.พิณทองทา ซึ่ง คตส. มีคำสั่งวันที่11 มิ.ย. 2550 ให้อายัดเงินในบัญชีเงินฝากธนาคารที่ครอบครัวของ พ.ต.ท.ทักษิณ ขายหุ้นบริษัท ชินคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ให้กองทุนเทมาเส็กกับกรมสรรพากร จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาหรือมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น

วันนี้ (15 ม.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในเวลา 14.00 น. ศาลปกครองกลาง ได้นัดฟังคำสั่งศาลปกครองสูงสุด ในคดีหมายเลขดำที่ 1328/2551 ณ ห้องพิจารณาคดี 14 ชั้น 3 ระหว่างธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (ผู้ฟ้องคดี) กับ กรมสรรพากร (ผู้ถูกฟ้องคดี) ในคดีที่ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ยื่นฟ้องกรมสรรพากร กรณีมีคำสั่งอายัดทรัพย์ และให้ธนาคารไทยพาณิชย์นำส่งเงินในบัญชีเงินฝากรายการของ นายพานทองแท้ ชินวัตร และ น.ส.พิณทองทา ชินวัตร บุตรชาย และบุตรสาวของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เพื่อชำระค่าภาษีอากรที่ค้างชำระ มูลค่า 1.2 หมื่นล้านบาท

ทั้งนี้เนื่องจากธนาคารไทยพาณิชย์เห็นว่า คำสั่งอายัดทรัพย์ดังกล่าวเป็นการซ้ำซ้อนกับคำสั่งของคณะกรรมการตรวจสอบการ กระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อรัฐ (คตส.)ที่มีขึ้นก่อนหน้า ซึ่งหากธนาคารไทยพาณิชย์ปฏิบัติตามคำสั่งกรมสรรพากร อาจจะทำให้เกิดความเสียหาย และมีความผิดตามกฎหมายได้ ซึ่งธนาคารไทยพาณิชย์เห็นว่าคำสั่งดังกล่าวทำให้เสียหาย เนื่องจากหากปฏิบัติตามคำสั่งของกรมสรรพากร อาจทำให้มีความผิดตามกฎหมาย

ล่าสุด ผู้สื่อข่าวรายงานว่าศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งยืนตามศาลปกครองชั้นต้น ให้คุ้มครองธนาคารไทยพาณิชย์ต่อ กรณีระงับการส่งเงินในบัญชีเงินฝากของ นายพานทองแท้ และ น.ส.พิณทองทา โดยให้เหตุผลว่า เนื่องจากคดีของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ยังอยู่ในการพิจารณาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองอีก หลายคดี

ล่าสุด ผู้สื่อข่าวรายงานว่าศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งยืนตามศาลปกครองชั้นต้น ให้คุ้มครองธนาคารไทยพาณิชย์ต่อ กรณีระงับการส่งเงินในบัญชีเงินฝากของ นายพานทองแท้ และ น.ส.พิณทองทา โดยให้เหตุผลว่า เนื่องจากคดีของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ยังอยู่ในการพิจารณาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองอีก หลายคดี

15 มกราคม, 2552

ปัญหาของทักษิณ ไม่ใช่เพราะซื่อบื้อ แต่เกิดจากปัจจัยภายใน ที่ตัวเองไม่ ambitious พอ

อาจจะ obvious สำหรับคนที่ติดตามการเมืองใกล้ชิด หรือพวกนักวิชาการต่างๆ

แต่ขอตั้งข้อสังเกตแบบชาวบ้านๆเนี่ยแหละ เพราะคาใจมานานแล้ว

ทักษิณ ขนาดตกอยู่ในสถานการณ์นี้แล้ว ถูกฟ้อง ถูกยึดทรัพย์ ต้องระเหเร่ร่อน ครอบครัวแตกแยก ถูกทำขนาดนี้ทักษิณยังคิดรอมชอม เดินเกมมาแต่ละอย่างเนี่ย เรียกว่าไม่สะใจโก๋

แค่นี้นี่ก็โคตรชัดเลยว่า เรื่องที่ลิ้มป้ายสีว่ามันต้องการล้มล้าง อยากเป็นปธน. นี่ไม่เคยมีอยู่ในหัวมันเลย ทั้งๆ ที่ดูสภาพการณ์ของเกมตอนนี้ การสู้จนถ�E0��ห้มันกลับมายิ่งใหญ่ได้เหมือนเดิม ???

ทักษิณนี่ต้องเรียกว่าเป็นเหยื่อความสำเร็จของตนเอง เหมือนที่เราได้เคยพูดไปแล้ว ว่ามันก็แค่พ่อค้ามาเล่นการเมืองเพื่อกอบโกยเหมือนคนอื่นๆ แต่เราประเมินเรื่องความจงรักภักดีของมันต่ำไป จริงๆแล้วมันจงรักภักดีมากกว่าที่เราคิดไว้มาก

เราลืมนึกถึงความจริง ที่ว่า แม้วนั้นผ่านการศึกษาไทยแบบอนุรักษ์�ความจริง ที่ว่า แม้วนั้นผ่านการศึกษาไทยแบบอนุรักษ์นิยมมา ผ่านโรงเรียนนายร้อย หรือ นายทหาร ผ่านการเป็นตำรวจมา เป็นข้าราชการเต็มตัวมานาน ก่อนจะมาเป็นนักธุรกิจ ซึ่งองค์กรเหล่านี้ล้วนแต่ล้างสมองคน ต้องกล่าวคำสัจน์ปฏิญาณกันเป็นเรื่องเป็นราวมาก ประกอบกับความที่แม้วก็อายุเยอะแล้ว ต้องเรียกว่าเป็นเรื่องของเจเนอเรชั่นด้วย

ถ้าเทียบกับจักรภพแล้ว ที่หนุ่มกว่า ไม่ได้ผ่านพวกโรงเรียนทหาร แล้วไปเรียนเมืองนอกเร็วกว่า(แม้วถ้าจำไม่ผิดรู้สึกกว่าแม้วจะไปเรียนต่อก
็ปาเข้า ป.เอกแล้ว) ทำงานด้านสื่อสารมวลชน มีทัศนคติที่เปิดกว้างกว่ามาก และเราเชื่อว่าจักรภพจริงๆแล้ว ambitious กว่าทักษิณหลายเท่า

ดู จากพฤติการณ์ ตอนที่แม้วเป็นนายก ประเคนทั้งเครื่องบิน ทั้งเพิ่มงบประมาณวัง ประคบประหงมทุกอย่าง มีรับสั่ง แนวคิดอะไร สนองหมด สึนาม๊ง สึนามิ ก็ช่วยเหลือเต็มที่ทุกอย่าง

แล้วตลอดเวลาที่สู้มา นี่ ใช้วิธีประนีประนอมมาโดยตลอด แต่นโยบานประชานิยม คนดันนิยมเกินเหตุ ซึ่งความคลั่งไคล้ของคนนี่อยู่นอกเหนือการควบคุมของแม้ว

แม้วทำพลาด หลายๆอย่าง ประกอบกับที่มัน naive เกินเหตุในบางเรื่อง (ภาพที่ไปนั่งเป็นประธานในอุโบสถ) หรือคำเรียก พ่อหัว นายแม่อะไรนั่น ทำให้ลิ้มเอามาโจมตีได้ แม้วพลาดที่ไม่สามารถตัดไฟตั้งแต่ต้นลมกรณีลิ้มได้

และพลาดอย่างแรงตรงที่ใช้วิธีประนีประนอม ซึ่งเราเชื่อว่าการพลาดนี้ไม่ใช่เกิดจากการที่แม้วซื่อบื้อมองเกมไม่ออก

แต่ เป็นเพราะแม้วมันไม่ทะเยอทะยานมากพอ คิดการใหญ่ไม่พอ แม้วไม่มีความสามารถที่จะจินตนาการไปถึงประเทศไทย นำโดยมันเองเป็น ปธน.ได้ เพราะไม่เคยมีอยู่ในหัวมันเลย มันก็แค่อยากกอบโกย ส่งส่วยให้ xxx เหมือนทุกๆคนที่ทำมาก่อนมันเท่านั้นเอง

ซึ่งเราเชื่อว่าคนอย่างแม้ว มีศักยภาพพอ หากมีจินตนาการที่ใหญ่พอ จะทำอะไรๆก็ได้ ขอแค่รอเวลา สบโอกาสเหมาะๆ เท่านั้น

แต่ความสำเร็จ ความป๊อปปูล่าร์ของมัน ทำให้มันตกที่นั่งลำบาก ประกอบกับไปทำให้ลิ้มแค้น แล้วลิ้มยืมมือวังบุปผาคว่ำแม้ว


ใครคิดเห็นอย่างไร เชิญเสวนากันต่อ

14 มกราคม, 2552

อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จะเป็นนายกไปจนครบแปดปี

ใครที่คิดว่าฝ่ายประชาธิปไตยจะกลับมาชนะได้อีกครั้ง คุณเป็นคนมองโลกในแง่ดี แต่ผมคิดว่าเป็นไปไม่ได้, อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จะเป็นนายกไปจนครบแปดปี แบบ เปรม ติณสูลานนท์

ใครที่คิดว่าฝ่ายประชาธิปไตยจะกลับมาชนะได้อีกครั้ง คุณเป็นคนมองโลกในแง่ดี
แต่ผมคิดว่าเป็นไปไม่ได้

ตอนนี้ฝ่ายเผด็จการกุมอำนาจไว้ได้เบ็ดเสร็จเด็ดขาด
อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จะเป็นนายกไปอีกจนครบแปดปี แบบ เปรม ติณสูลานนท์
(ถ้าไม่โดนยิงตายเสียก่อน ผมพูดจริงๆไม่ได้มุข)

ทำไมผมถึงคิดแบบนั้น
การช่วงชิงอำนาจ 3 ปีที่ผ่านมาบวกกับ 5 ปีที่ทักษิณบริหารประเทศ
ฝ่ายอำมาตย์เผด็จการรู้แล้วว่าต่อจากนี้ไป
จะให้อำนาจหลุดมือไปอีกไม่ได้เป็นอันขาด

การช่วงชิงอำนาจจากทักษิณเผด็จการทุ่มสรรพกำลังทุกส่วน
เทหมดหน้าตักเพื่อที่จะเอาอำนาจกลับคืน
ทำถึงขนาดเสด็จไปงานศพ !
แค่นี้ก็รู้แล้วว่าพวกเขาอยากได้อำนาจกลับคืนมากขนาดไหน

ลองคิดดูว่าช่วงปลายรัฐบาลทักษิณ ขนาดเป็นรัฐบาลอยู่แท้ๆ
อำนาจหลายอย่างกลับถูกยึดไปก่อนที่จะถูกยึดอำนาจเสียอีก
มีการใช้อำนาจตุลาการเข้ามาแทรกแซง
ใช้อำนาจทหารเข้ามากดดันไม่ให้สมัครจัดรายการทีวี
แม้ไปจัดรายการที่เคเบิลทีวี ทหารยังสามารถสั่งให้ถอดรายการได้

หลังรัฐประหาร
ผ่านจนถึงการคลอดรัฐธรรมนวยฉบับหัวคูนปี 50
ฝ่ายเผด็จการคิดผิด
นึกว่าหลังเลือกตั้งจะสามารถกุมอำนาจได้อย่างเบ็ดเสร็จ
ผ่านการเลือกตั้งเพื่อให้ภาพออกมาดูดี
ถึงขนาดทุ่มเทกำลัง ทั้งทหาร ตุลาการ กกต ช่วยเหลือพรรคประชาธิปัตย์
ให้ได้เป็นรัฐบาล
แต่ก็ฝ่ากระแสความต้องการที่แท้จริงของประชาชนไปไม่ได้
นี่คือการวางแผนอันผิดพลาดของเผด็จการ
ที่ประเมินเสียงประชาชนต่ำเกินไป
แต่ความผิดพลาดข้อนี้ก็เป็นบทเรียนที่มีค่าให้ฝ่ายเผด็จการ
ทำให้พวกเขารู้ว่าจะปล่อยให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นอีกไม่ได้

เมื่อถึงรัฐบาลสมัครและรัฐบาลสมชาย
ฝ่ายเผด็จการจึงทุ่มเททุกสรรพกำลัง
ในการแย่งชิงอำนาจกลับคืนให้จงได้
ว่าที่จริงทุกอำนาจกก็อยู่ในมือเผด็จการหมดแล้ว
นายกรัฐมนตรีและรัฐบาลมีอำนาจแค่เชิงสัญญลักษณ์เท่านั้น
ทุกฝ่ายไม่มีใครเชื่อฟัง
เพราะกลัวอำนาจฝ่ายเผด็จการที่มีสถาบันถือหางอยู่

จนเมื่อถึงจุดแตกหัก
ก็หน้าด้านใช้อำนาจตุลาการในองค์กรอิสระหักดิบเอาดื้อๆ
รวบรัดยุบพรรคอย่างรวดเร็ว

เท่าที่เล่ามานี้
กว่าเขาจะได้อำนาจคืนไปจากมือประชาชน
คิดดูว่ามันยากแค่ไหน
แล้วเขาจะคืนมาง่ายๆอย่างนั้นหรือ

ลองคิดดูขนาดฝ่ายประชาธิปไตยที่มาถูกต้องตามกฎหมาย
มีอำนาจอยู่ในมือแท้ๆ
ยังรักษาไว้ไม่ได้ ยังถูกช่วงชิงบังคับเอาไปได้
ถึงตอนนี้อำนาจอยู่ในมือพวกเขาครบถ้วน
รวมทั้งศาล ตุลาการ ทหาร ตำรวจ ก็เป็นของพวกเขาหมดสิ้น
แล้วเขาจะคืนให้เราง่ายๆนั้นหรือ

ผมขอบอกแบบไม่ปลอบใจกันเองว่าไม่มีทาง
ยิ่งถ้าว่ากันตามระเบียบเรียบร้อยแบบที่ฝ่ายประชาธิปไตย
ใช้เป็นแนวทางในการต่อสู้ตั้งแต่หลังรัฐประหาร 19 กันยา
ผมยิ่งมั่นใจว่าไม่มีทาง

นอกเสียจากว่า
ประชาชนที่ถูกลิดรอนอำนาจไปตั้งแต่รัฐประหาร 19 กันยา
จะรู้สึกอัดอั้นจนทนไม่ไหวระเบิดออกมาในจำนวนที่มากพอ
หรือมีใครที่ทนไม่ไหวมากๆ ตั้งขบวนการใต้ดิน
ลอบสังหารแบบการเมืองต่างประเทศ
นั่นแหละจึงจะเกิดการเปลี่ยนแปลง
ซึ่งดูจากนิสัยคนไทยแล้วเป็นไปได้ยาก

เพราะฉนั้นผมจึงคิดว่า
อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
จะเป็นตัวแทนเผด็จการศักดินาครองอำนาจยาวนานถึงแปดปี
ยุบสภาหรือหมดวาระเลือกตั้งใหม่
ก็ใช้วิธีไหนก็ได้ให้ชนะเลือกตั้งหรือมีเสียงในสภามากที่สุด
โดยไม่ต้องกลัวผิดกฎหมายหรือคุณธรรม
เพราะทุกอย่างเขาควบคุมได้อย่างเบ็ดเสร็จ

ทั้งหมดนี้ทำได้โดยไม่ต้องฟังเสียงประชาชน
ตราบใดที่ยังเอาใจและแบ่งปันผลประโยชน์ให้ทหาร สถาบันและพันธมิตรอย่างลงตัว

ก๊อปมาจากเวปแห่งหนิ่ง.................. หุหุ

เจ้สั่งมา.............

ศาลยกฟ้อง 'ประสาร' โดน 'ทักษิณ' ฟ้องหมิ่น [13 ม.ค. 52 - 17:15]

ผู้ สื่อข่าวรายงาน วันนี้ (13 ม.ค.) ว่า ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลอ่านคำพิพากษาในคดีที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี มอบอำนาจให้นายถารัด สมบัติบุญ เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายประสาร มฤคพิทักษ์ อดีตประธานคณะอนุกรรมการประชาสัมพันธ์ในประเทศ หรือ สปทช. ในความผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาด้วยเอกสาร สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 3 พ.ค. 2550 ถึงวันที่ 5 พ.ค. 2550 จำเลยได้แถลงข่าวต่อสื่อมวลชนในทำนองที่ปรึกษาบริษัทล็อบบี้ยิสต์ ที่รับงานพ.ต.ท.ทักษิณ ยื่นหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ เพื่อให้ ผู้แทนการค้าสหรัฐฯ ขยับฐานะประเทศไทยไปอยู่ในบัญชีต้องจับตาเป็นพิเศษเรื่องของการละเมิด ทรัพย์สินทางปัญญา ซึ่งถือเป็นการทำลายประเทศ

ทั้งนี้ ศาลพิเคราะห์จากพยานหลักฐานแล้วเห็นว่า จำเลยให้สัมภาษณ์ขณะดำรงตำแหน่ง ที่ขณะนั้นไทยกำลังถูกจับตามองจากสหรัฐฯ เรื่องสิทธิบัตรยาและลิขสิทธิ์ ดังนั้น จำเลยจึงแถลงข่าวไปตามอำนาจหน้าที่ เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประเทศชาติ แม้ถ้อยคำที่ใช้จะเป็นความเห็นส่วนตัวและรุนแรงไปบ้าง แต่ก็ไม่มีเจตนาใส่ร้ายหมิ่นประมาทโจทก์

นอกจากนั้น พยานโจทก์เองก็ไปเจือสมกับพยานจำเลยว่า ข้อความดังกล่าวไม่รู้สึกทำให้โจทก์เสียหาย ประกอบกับคดีนี้ โจทก์ไม่มาเบิกความ เพราะหลบหนีคดีอยู่ต่างประเทศ แม้มอบเอกสารให้ผู้แทนคดีมาเบิกความ แต่ก็ไม่ได้ลงลายมือในเอกสารคำคู่ความต่อศาล เพียงแต่เซ็นชื่อที่สถานทูตไทยในลอนดอนเท่านั้น พยานหลักฐานโจทก์ไม่มีน้ำหนักเพียงพอ จึงพิพากษายกฟ้อง


โพสต์โดย : 1111


เจ้สั่งมา.............