CBOX เสรีชน

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ IMF แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ IMF แสดงบทความทั้งหมด

08 กุมภาพันธ์, 2552

IMF เรียกร้องทั่วโลกกระตุ้นเศรษฐกิจ

IMF ร้องทั่วโลกเร่งบังคับใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ พร้อมให้สร้างความโปร่งใสกับภาคการธนาคารเพื่อเรียกความเชื่อมั่นในตลาดการเงิน

นายโดมินิก สเตรา-คาห์น กรรมการจัดการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) เปิดเผยวันนี้ว่า มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ประเทศต่างๆประกาศออกมาจนถึงขณะนี้ ใกล้เคียงกับที่ไอเอ็มเอฟตั้งเป้าไว้ที่ประมาณ 2 เปอร์เซนต์ ของตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายประเทศ (จีดีพี) ทั่วโลก แต่สิ่งที่น่าห่วงก็คือผลบังคับใช้จริงของมาตรการเหล่านี้ โดยอ้างถึงความล่าช้าในสหรัฐจากการเปลี่ยนถ่ายรัฐบาล และในยุโรปจากกระบวนการทางการเมือง

นอกจากนี้กรรมการจัดการ IMF ยังเรียกร้องให้สร้างความโปร่งใสกับภาคการธนาคาร เพราะยังไม่มีการเปิดเผยตัวเลขความสูญเสียอย่างชัดเจน และตราบใดที่ยังไม่มีความชัดเจนก็ไม่มีทางเรียกความเชื่อมั่นในตลาดการเงิน กลับมาได้ ซึ่งรัฐบาลและธนาคารกลางทั่วโลกควรออกมาตรการที่จะสร้างความเชื่อมั่นเพื่อ หลีกเลี่ยงความเสี่ยงที่จะซ้ำรอยยุคเศรษฐกิจถดถอยเมื่อ 80 ปีก่อนเขายังสนับสนุนแผนกระตุ้นเศรษฐกิจของสหรัฐที่ตั้งเป้าจะอัดฉีดเงิน อย่างน้อย 780,000 ล้านดอลลาร์ เพื่อเยียวยาเศรษฐกิจที่กำลังบอบช้ำ โดยกล่าวว่า เป็นตัวเลขที่เหมาะสมแล้ว

14 มกราคม, 2552

ครม.อนุมัติแสนล.17แผนกระตุ้นศก.ประชานิยมเพียบ

ครม.หว่านงบกระตุ้นเศรษฐกิจกว่า 1.15 แสนล้านบาท ดึงเงินจากทั้งงบฉุกเฉินและเงินคงคลัง ผ่าน 17 โครงการ ที่ล้วนแต่เป็นเรื่องประชานิยม ทั้งเรียนฟรี 15 ปี ช่วยค่าครองชีพบุคลากรภาครัฐ เบี้ยยังชีพคนชรา เงินกู้ช่วยเหลือธุรกิจท่องเที่ยว เพิ่มศักยภาพผู้ว่างงานฯลฯ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าการประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 13 ม.ค.ที่ผ่านมา โดยมีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุม มีมติผ่านงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจำปี 2552 งบประมาณ 115,000 ล้านบาท เพื่อใช้ในโครงการมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล

โดยมีทั้งหมดรวม 17 โครงการ ประกอบด้วย
1.โครงการสนับสนุนการจัดการศึกษาโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย 15 ปี งบประมาณ 19,000 ล้านบาท
2.การช่วยเหลือค่าครองชีพประชาชนและบุคลาการภาครัฐ งบประมาณ 18,828.50 ล้านบาท
3.โครงการเศรษฐกิจพอเพียงยกระดับชุมชน 15,200 ล้านบาท
4.โครงการ 5 มาตรการ 6 เดือนเพื่อลดค่าครองชีพของประชาชน รวมโครงการประปาท้องถิ่น 24,445 ล้านบาท ใช้งบประมาณทั้งหมด 13,854 ล้านบาท
5.จัดเบื้ยยังชีพคนชรา 9,000 ล้านบาท
6.โครงการเพิ่มศักยภาพผู้ว่างงานเพื่อการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและสังคมใน ชุมชน 6,900 ล้านบาท
7.จัดค่าตอบแทนพิเศษให้อสม. 3,000 ล้านบาท
8.โครงการจัดทำและพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อเกษตรกร (ชลประทาน) 2,000 ล้านบาท
9.โครงการแหล่งน้ำขนาดเล็ก (กรมทรัพยากรน้ำ) 760 ล้านบาท
10.โครงการถนนไร้ฝุ่นลาดยางในหมู่บ้าน 1,500 ล้านบาท
11.โครงการด้านพาณิชย์เพื่อช่วยเหลือประชาชน 1,000 ล้านบาท
12.สนับสนุนด้านการท่องเที่ยว 999.20 ล้านบาท
13. โครงการเงินกู้ผ่อนปรนเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการทีเกี่ยวข้องกับธุรกิจการ ท่องเที่ยวและบริหาร 500 ล้านบาท
14.โครงการสนับสนุนอุตสาหกรรมอาหาร 500 ล้านบาท
15.โครงการฟื้นฟูความเชื่อมั่น เสริมสร้าง ภาพลักษณ์ โดกกระทรวงการต่างประเทศเป็นแม่งาน วงเงิน 570 ล้านบาท
16.โครงการปรับปรุงสถานีอนามัย 2,609 แห่ง วงเงิน 1,095.80 ล้านบาท
17.โครงการก่อสร้างอาคารที่พักอาศัยข้าราชการตำรวจชั้นประทวน 532 หน่วย วงเงิน 1,808.80 ล้านบาท

รวมงบประมาณทั้ง 17 โครงการใช้งบประมาณทั้งสิ้น 96,516.50 ล้านบาท

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐทั้งหมดสำนักงบประมาณได้ ประเมินว่าคาดว่าจะใช้งบ 117,216 ล้านบาท โดยมีงบประมาณเพิ่มเติมจากงบฉุกเฉินกว่า 1,700 ล้านบาท และงบคงคลังกว่า 19,000 ล้านบาท


ข ย า ย ค ว า ม

รายละเอียดประกอบการจัดทำงานงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม
ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2552

การจัดสรรงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2552 มีโครงการ/รายการที่สำคัญ ดังนี้
หน่วย : ล้านบาท งบประมาณเพิ่มเติม

1.โครงการช่วยเหลือค่าครองชีพประชาชนและบุคคลากรภาครัฐ
18,970.4

2.โครงการ 5 มาตรการ 6 เดือน เพื่อลดค่าครองชีพของประชาชน
11,409.2

3.โครงการจัดทำและพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อการเกษตรกร
2,000.0

4.โครงการก่อสร้างภายในหมู่บ้าน เพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน
1,500.0

5.โครงการด้านพาณิชย์เพื่อช่วยเหลือประชาชน
1,000.0

6.โครงการสนับสนุนด้านการท่องเที่ยว
1,000.0

7.โครงการแหล่งน้ำขนาดเล็กเพื่อการจัดการน้ำ
760.0

8.โครงการส่งเสริมและสนับสนุนอุตสาหกรรมอาหารและอุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดย่อม
500.0

9.โครงการฟื้นฟูความเชื่อมั่นและเสริมสร้างภาพลักษณ์
325.0

10.โครงการสนับสนุนการจัดการศึกษาโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย 15 ปี
19,000.0

11.โครงการเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อยกระดับชุมชน
15,200.0

12.โครงการสร้างหลักประกันด้านรายได้แก่ผู้สูงอายุ
9,000.0

13.โครงการเพิ่มศักยภาพผู้ว่างงานเพื่อสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและสังคมในชุมชน
6,900.0

14.โครงการส่งเสริมอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน(อสม.)เชิงรุก
3,000.0

15.โครงการก่อสร้างอาคารที่พักอาศัยข้าราชการตำรวจชั้นประทวน
1,808.0

16.โครงการปรับปรุงสถานีอนามัย
1,095.8

17.เงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น
2,391.0

18.รายจ่ายเพื่อชดใช้เงินคงคลัง
19,139.5

รวมทั้งสิ้น 115,000.0 ล้านบาท

เล็งกู้นอก-งัดมาตรภาษีอุ้มมนุษย์เงินเดือน

"อภิสิทธิ์"ประกาศเดินหน้าแก้ปัญหาเศรษฐกิจควบคู่ไปกับการแก้ ปัญหาทางการเมือง เล็งกู้เงินนอกเพิ่ม-งัดมาตราการภาษีอุ้มคนมีรายได้ประจำ

นาย อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวบรรยายเรื่อง "เศรษฐกิจกับการเมืองไทย" ให้ผู้บริหารกระบวนการยุติธรรมระดับสูง รุ่น 23 ฟัง ว่า ขณะนี้ประเทศไทยกำลังประสบปัญหาทั้งด้านเศรษฐกิจและการเมือง ซึ่งรัฐบาลจะเร่งดำเนินการแก้ไข

สำหรับการแก้ปัญหาด้านเศรษฐกิจ รัฐบาลจะเร่งฟื้นฟูหามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ให้ครอบคลุมทั้งด้านอุตสาหกรรม เกษตรกรรม การท่องเที่ยว และปัญหาการว่างงาน

ขณะที่ในส่วนของด้านการเมือง ต้องเร่งแก้ไขปัญหาความขัดแย้งให้ยุติโดยเร็ว โดยให้ทุกอย่างอยู่ภายใต้กรอบของกฎหมาย และต้องไม่นำสถาบันมาเกี่ยวข้อง

"กระบวนการยุติธรรมเป็นส่วนหนึ่งในการแก้ไขปัญหา และเป็นหัวใจหลักในการสร้างความสมานฉันท์"

ดังนั้นต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเป็นกลาง ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง และต้องดำเนินคดีความของทุกคนอย่างตรงไปตรงมา ไม่มีการกลั่นแกล้ง ซึ่งหลักง่ายที่สุดคือการแบ่งแยกความผิด หากมีการทำร้ายร่างกาย ขว้างปาสิ่งของทำให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บ จะต้องเร่งดำเนินการโดยทันที แต่หากทำความผิดที่เกี่ยวกับการเมือง ต้องตรวจสอบรายละเอียดอีกครั้ง

นายอภิสิทธิ์ ยอมรับว่า การแก้ไขปัญหาทั้งด้านเศรษฐกิจและการเมืองทำได้ยาก ต้องอาศัยการสื่อสารทำความเข้าใจกับประชาชนให้มากที่สุด

ทั้งนี้ รัฐบาลจะพยายามสรุปมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจให้ได้ภายใน 13-14 ม.ค.นี้

โดยมาตรการส่วนหนึ่งจะมีการใช้มาตรการภาษีเพื่อช่วยเหลือผู้มีรายได้ประจำ รวมทั้งมีการลดรายจ่ายให้กับผู้มีรายได้น้อย ซึ่งลูกจ้างภาคเอกชนอาจจะอยู่ในส่วนของเงินสมทบกองทุนประกันสังคม ขณะที่ลูกจ้างภาครัฐอาจจะช่วยเหลือในส่วนของเงินเพิ่มค่าครองชีพ

นายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า รัฐบาลยังมีแนวทางการกู้เงินจากต่างประเทศเพิ่มเติม โดยจะเน้นการนำมาใช้เฉพาะโครงการที่ก่อให้เกิดรายได้


ใครจะชื่นชมก็ช่างมัน สำหรับผมคิดว่า

ฉิบหายอีกแล้วละครับประเทศไทย เกิดมากู้จริงๆ พรรคนี้ แล้วนี่ใครจะมาใช้หนี้ให้เราวะเนี่ย