CBOX เสรีชน

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ลี้ภัย แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ลี้ภัย แสดงบทความทั้งหมด

16 มกราคม, 2552

'เทพเทือก' แค้นใจ'ราเกช'หลุดคดี!เตรียมถกรมว.ยธ.แก้เผ็ดต่อ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (16 ม.ค.) ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีที่ศาลแคนาดามีคำสั่งปล่อยตัวนายราเกซ สักเสนา อดีตที่ปรึกษากรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้ต้องหาหาคดียักยอกทรัพย์ธนาคารกรุงเทพพาณิชยการ จำกัด ( มหาชน) หรือบีบีซี โดยระบุว่าเมื่อเหตุการณ์เป็นอย่างนี้ความหวังในการนำตัวนายราเกซกลับมา ดำเนินคดีในประเทศไทยก็คงยากขึ้น ซึ่งเราก็เพียงแค่ดูช่องทางกฎหมายที่จะสามารถเอื้ออำนวยได้ แต่น่าเจ็บใจว่านายราเกซปล้นคนไทย ปล้นประเทศไทยไปแล้วและหนีรอดไปได้ อย่างไรก็ตาม ก็ต้องติดตามกันต่อไป

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า สาเหตุสำคัญคือหลักฐานจากประเทศไทย ซึ่งศาลแคนาดาเกิดความไม่พอใจเรื่องนี้ นายสุเทพ กล่าวว่า เราก็อาจจะรำคาญเต็มทีเหมือนกันที่คนที่ไปทำหน้าที่แล้วกลับทำไม่เรียบร้อย ก็ต้องดูกันต่อไป ทั้งนี้ คดีนี้จะขาดอายุความในปี 2553 ซึ่งเราก็ต้องคุยกับ รมว.ยุติธรรมดูว่าจะทำอย่างไรได้บ้าง

อย่างไรก็ตามกรณีดังกล่าวนายธนพิชญ์ มูลพฤกษ์ อธิบดีอัยการฝ่ายเศรษฐกิจและทรัพยากร ในฐานะโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด ได้กล่าวเปิดเผยว่า ศาลแคนาดามีคำสั่งปล่อยตัวนายราเกซ สักเสนา หลังจากควบคุมตัวที่ถูกกักบริเวณมานาน 12 ปี ส่วนความคืบหน้าการขอตัวนายราเกซมาดำเนินคดีในประเทศไทยนั้น อัยการไทยเคยประสานศาลแคนาดาหลายครั้ง และเน้นย้ำว่าคดีนี้จะขาดอายุความในปี 2553 อย่างไรก็ตาม การดำเนินคดีอยู่ในอำนาจศาลแคนาดาเราไปก้าวก่ายไม่ได้ ต้องยอมรับว่ากระบวนการของศาลแคนาดาล่าช้า เพราะใช้เวลาถึง 12 ปีแล้ว ยังไม่สามารถส่งตัวนายราเกซกลับมาดำเนินคดีได้ ซึ่งหากได้ตัวนายราเกซกลับมาอัยการพร้อมจะยื่นฟ้องทันที

15 มกราคม, 2552

"การขอที่ลี้ภัยทางการเมือง"

อ.ประสิทธิ์ ปิวาวัฒนพานิช อาจารย์ประจำ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ตามกฎหมายระหว่างประเทศ การขอที่ลี้ภัยทางการเมืองนั้นเป็นสิทธิของรัฐที่จะอนุญาตให้หรือไม่ให้ก็ได้ และก็เป็นสิทธิของบุคคลเช่นเดียวกันที่จะขอสิทธิลี้ภัยทางการเมือง รัฐบาลของผู้ที่จะลี้ภัยจะห้ามไม่ได้

ส่วนจะได้หรือไม่นั้นเป็นดุลพินิจของรัฐ ไม่มีกฎหมายระหว่างประเทศและกฎหมายภายในว่า หากมีการขอลี้ภัยทางการเมืองแล้ว รัฐนั้นต้องอนุญาตเสมอไป

สำหรับวิธีการการขอลี้ภัยทางการเมืองนั้น ขึ้นอยู่กับกฎหมายภายในของประเทศนั้นๆ ว่าได้กำหนดเงื่อนไขไว้ว่าอย่างไร เช่น กฎหมายว่าด้วยผู้ลี้ภัย 1980 (the Refugee Act 1980) ได้กำหนดหลักเกณฑ์ว่า ผู้ที่จะขอลี้ภัยได้นั้นต้องมีคุณสมบัติเบื้องต้นคล้ายกับผู้ลี้ภัยตามอนุสัญญาว่าด้วยผู้ลี้ภัยของสหประชาชาติ 1951 คือเป็นผู้ที่หนีภัยจากการประหัตประหารจากรัฐที่ตนมีสัญชาติด้วยเหตุผลที่ว่า ตนเองมีความคิดเห็นทางการเมือง (political opinion) ที่แตกต่างกัน

เงื่อนไขต่อไปก็คือ ผู้ที่จะขอลี้ภัยนั้นต้องยื่นแบบฟอร์มตามที่กฎหมายกำหนด ขณะที่มีการเข้าประเทศนั้นต่อเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง ในขณะที่กฎหมายของบางประเทศก็อาจมีการเรียกบุคคลผู้นั้นไปสัมภาษณ์

และขั้นตอนสุดท้ายเจ้าหน้าที่ของรัฐก็จะใช้ดุลพินิจว่าสมควรจะให้ผู้นั้นได้รับสถานะเป็นผู้ลี้ภัยหรือไม่

ใน กรณีที่รัฐให้สถานะเป็นผู้ลี้ภัยทางการเมือง ผู้นั้นก็จะได้สิทธิที่จะอยู่อาศัย เดินทางไปมาภายในประเทศนั้นรวมถึงสิทธิในการทำงานด้วย อีกทั้งผู้นั้นก็ยังสามารถเดินทางออกนอกประเทศด้วยแต่จะต้องแจ้งให้เจ้าหนี้ ทราบและต้องปฎิบัติตามที่กฎหมายของประเทศนั้นกำหนดอย่างเคร่งครัดด้วยเพื่อ รักษาสถานะของผู้ลี้ภัยทางการเมือง

สำหรับกรณีอดีตนายก ทักษิณ นั้น หากท่านขอใช้สิทธิลี้ภัยทางการเมืองและได้รับอนุญาตจากประเทศนั้น มีปัญหาว่า หากรัฐบาลไทยร้องขอให้มีการส่งผู้ร้ายข้ามแดนจากประเทศดังกล่าว จะทำได้หรือไม่

ประเด็นนี้ทางปฎิบัติของแต่ละรัฐแตกต่างกัน กล่าวคือ บางประเทศถือหลักว่า การลี้ภัยนั้นยังอาจอยู่ในข่ายที่จะส่งผู้ร้ายข้ามแดนได้ เช่นประเทศสหรัฐอเมริกา แต่บางประเทศก็ปฎิเสธที่จะส่งผู้ร้ายข้ามแดนหากว่าผู้นั้นได้รับสิทธิลี้ภัยทางการเมืองแล้ว

นอกจากนี้แล้วยังขึ้นอยู่กับว่า ประเทศที่ท่านขอลี้ภัยนั้นเป็นประเทศที่ษาไม่มีก็ขึ้นอยู่กับหลักต่างตอบแทนว่า ในกรณีเดียวกันประเทศไทยจะส่งผู้ร้ายข้ามแดนให้กับประเทศดังกล่าวหรือไม่

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าประเทศนั้นจะมีการทำสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนกับประเทศไทยก็ตาม ก็ยังเป็นดุลพินิจของฝ่ายบริหารของประเทศนั้นว่าจะส่งหรือไม่ส่ง