CBOX เสรีชน

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ กษิต แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ กษิต แสดงบทความทั้งหมด

22 มีนาคม, 2552

เกียรติกรแจงงดโหวตกษิต หวั่นชนวนเสื้อแดงลุกฮือ



นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ ส.ส.สัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะแกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย กล่าวภายหลังปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎร วันนี้ (21 มี.ค.) ว่า กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ไม่ รู้สึกแคลงใจที่นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้รับคะแนนเสียงไว้วางใจน้อยกว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีคนอื่น 9 คะแนน เพราะถือว่าเป็นการแปรปรวนเล็กน้อย เนื่องมาจากเหตุผล 3 ปัจจัย คือ1.นายกษิตประกาศชัดว่าจะยืนหยัดตรงกันข้ามกับระบอบทักษิณจนชีวิตจะหาไม่ 2.ได้ทำหน้าที่จัดการกับสิ่งพะรุงพะรังกับพ.ต.ท.ทักษิณอย่างเข้มข้น เช่น การยึดพาสปอร์ต และการติดตามส่งผู้ร้ายข้ามแดน และ3.เป็น พวกที่ยืนอยู่คนละพวกกับพรรคร่วมรัฐบาล โดยร่วมกับกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เคลื่อนไหวมาตลอด ซึ่งเป็นเรื่องติดตัวมาก่อนเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ พรรคร่วมรัฐบาลจึงตั้งธงเอาไว้ว่าจะไม่ลงคะแนนให้



"ส่วนการที่พรรคร่วมรัฐบาลกดดันให้ปรับนายกษิตออก อาจส่งผลทำให้เกิดการล้างระบอบทักษิณยากลำบากขึ้น ถ้า สังคมให้รางวัลกับนายกษิตแบบนี้ พันธมิตรฯจะรู้สึกเสียใจ แต่คงไม่เคลื่อนไหวอะไร เพราะเข้าใจนายกษิตดีว่าไม่ได้ต้องการอะไร ขณะนี้ภาระของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ก็ยังไม่สิ้นสุดเกี่ยวกับการล้างระบอบทักษิณ แต่หากรัฐบาลจะคิดอย่างไรกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ พันธมิตรรับได้หมด" นายสมเกียรติ กล่าว



ด้าน นายเกียรติกร พากเพียรศิลป์ ส.ส.ปราจีนบุรี พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวหลังการโหวตลงคะแนนในการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ว่า ตนได้โหวต งดออกเสียงให้นายกษิต ตามที่ได้ประกาศไว้แล้วตามเอกสิทธิ์ที่รัฐธรรมนูญมาตรา 126 ให้ส.ส.สามารถใช้เอกสิทธ์ส่วนตัวได้ ขอชี้แจงว่า จำเป็นต้องโหวตไม่เป็นไปตามเสียงส่วนใหญ่ของพรรค แม้ตนจะเป็นส.ส.สังกัด พรรคเดียวกัน เพราะอยากให้บ้านเมืองสงบ เนื่องจากถ้านายกษิตยังนั่งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศต่อไป กลุ่มคนเสื้อแดงก็ใช้กรณีของนายกษิตเป็นข้ออ้างหลักในการรวมตัวชุมนุม สำหรับพื้นที่อื่นตนไม่ทราบแต่ในจ.ปราจีนบุรีชาว บ้านที่เลือกตนเข้ามา เขาฝากบอกมาเช่นนี้ และตนก็ได้ยึดหลักตามที่นายควง อภัยวงศ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์คนแรกซึ่งเป็นคนจังหวัดปราจีนบุรียึดถือมาโดยตลอด คือ ยึดถือความถูกต้องเป็นหลักใหญ่



ผู้สื่อข่าวถามว่า มีส.ส.พรรคประชาธิปัตย์บางส่วนไม่พอใจที่นายเกียรติกร นอกจากเป็นส.ส.แล้ว ยังมีสถานะเป็นวิปพรรคร่วมรัฐบาลด้วย แต่กลับโหวตลงมติด้วยการงดออกเสียงหนุนรัฐมนตรีของพรรค ซึ่งไม่เหมาะสม เกรงหรือไม่ว่าจะมีการเคลื่อนไหวให้ออกจากการเป็นวิปรัฐบาล นายเกียรติกรกล่าวว่า การที่ตนย้ายเข้ามาสังกัดพรรคประชาธิปัตย์คนเดียวก็ชี้ชัดแล้วว่า ไม่ติดยึดตำแหน่งหรือเก้าอี้ใดๆ ดังนั้นการจะปลดตนออกจากการเป็นวิปรัฐบาลก็ไม่เป็นไร หากผู้ใหญ่ในพรรคเห็นเช่นนั้น เพราะส่วนตัวก็ยังยืนยันทำหน้าที่ต่อไปโดยยึดหลักความถูกต้องเป็นธรรม และพร้อมที่จะเหตุผลต่างๆที่โหวตลงมติเช่นนี้ในที่ประชุม ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ในวันอังคารที่ 24 มี.ค.นี้

08 กุมภาพันธ์, 2552

บทความ: กษิตสอบตกงานกท.ต่างประเทศ

โดย เสรีชน
ที่ีมา เว็บบอร์ดประชาไท
6 กุมภาพันธ์ 2552

กษิต ดีแต่คุย งานต่างประเทศล้มเหลวห่วยแตกที่สุดที่เคยมีรัฐมนตรีมา

หน้า ก็กังฉิน ปากเสียสุดๆ ไม่เชื่อว่าได้เป็นถึงทูตโตเกียว วอชิงตัน เลยสงสัยคุณภาพนักการทูตไทยยุคปัจจุบันมาก คัดคนมาเป็นทูตได้อย่างไร งานต่างประเทศในยุคนายคนนี้มาเป็นรัฐมนตรี ไม่มีผลงาน นอกจากการทะเลาะกับเพื่อนบ้าน การเจรจาที่ไม่สำเร็จเป็นชิ้นเป็นอัน

1. รัฐมนตรีคนนี้มา ภาพพจน์ของประเทศเสียหาย กรณีปิดสนามบิน ให้สัมภาษณ์ตลกแบบโง่ๆ ว่า หรืออาจจะไม่ตลกแต่แสดงความเขลาออกมา ว่ายึดสนามบินเป็นประสบการณ์ที่ดี อาหารดี ดนตรีเพราะ จนนานาชาตินำไปพาดหัวข่าวแสดงความขี้เท่อของรัฐมนตรี ปชป.

2. กรณีผู้อพยพแขกโรงฮิงญา แทนที่จะมีแทคติคส์ให้เรื่องสงบ กลับด่าสื่อต่างชาติ โหมไฟโดยการโกหกพกลมเพราะเกรงใจทหารที่อุ้มรัฐบาลเข้ามาแทนที่พรรคพปช. จนเจอหลักฐานจากสื่อนอกภาพทหารเรือผลักไสเรือผู้อพยพออกทะเลไปชัดเจน แก้ตัวไม่ได้ และยังมีการตีพิมพ์บทสัมภาษณ์ความทารุณของทหารเรือไทยเป็นเวลาเกือบสอง อาทิตย์แล้ว หนักขึ้นถึงขั้นนางเอกดาวโป๊ฮอลีวู้ดออกข่าวด่าไทยร่วมด้วยช่วยกัน ซึ่งระดับแองเจโลน่า โจลี่ พูด คนก็ฟังเพราะอยากเห็นหุ่นดาวยั่วกับปากที่ยั่วสวาทอยู่แล้ว ไม่รู้จะเอาศักดิ์ศรีเกียรติภูมิของประเทศไปไว้ที่ไหน

3. เจรจาเขาพระวิหาร ด่าคนได้เก่ง พอมาทำจริง ห่วยกว่านายนพดล ปัทมะ ที่ไม่เคยเป็นทูตมาก่อนด้วยซ้ำไป เพราะสมัยรัฐบาลสมัคร การเจรจาเขาพระวิหาร เขมรยอมให้ใช้ชื่อ เขาพระวิหาร ตามที่ศาลโลกเคยตัดสินไว้เมื่อปี 2504 แต่พอรัฐบาลนี้ที่มีนนายกษิต เป็น รมว ต่างประเทศ คิดว่าตนฉลาด ฮุนเซน แกล้งต้อนรับดี เก๋าเกมส์กว่าเพราะเป็นนักการเมืองและนายกเขมรมาร่วมยี่สิบปี นายกษิต เสียค่าโง่ ตายใจว่าเขมรยอมรับตน พอเจรจาจริง เจอของแข็ง แม้แต่ชื่อบริเวณพิพาท ยังไม่อาจจะตกลงกับเขมรได้เลย ไม่ต้องไปคุยเรื่องพื้นที่ทับซ้อน หรือหลักเขตแดนอะไรมากมายแล้ว

4. การประชุมอาเซียนจัดขึ้นไปก็ lifeboy เพราะไม่มีประเทศคู่เจรจาหกประเทศมาร่วมประชุมด้วยเลยแม้เพียงประเทศเดียว ตามแผนการเดิมในสมัยนายสมชายเป็นนายกฯเลย มีแต่คุยกันเองระหว่างอาเซียน แต่หาสารัตถะในแง่เนื้อหาได้น้อยเต็มที

แค่สี่เรื่องก็พอเพียงแล้ว ที่จะชี้ว่า คนเคยเป็นทูตมา พอมาจับงานการเมือง ไม่มีทางทันเล่ห์กลการเมืองระหว่างประเทศเลย เพราะเคยแต่ไปงานดินเนอร์หรูๆ แต่ไม่เคยเจอเกมส์การเมืองของนักการเมืองมืออาชีพ ผลคือ เดือนแรกของรัฐบาลเด็กเวรคนนี้ เราประสบความล้มเหลวทางการทูต การต่างประเทศอย่างรุนแรงที่สุด ในสมัยที่ประเทศไทยมีรัฐมนตรีต่างประเทศขี้โอ่ชื่อว่า นายกษิต ภิรมย์ ส่วนจะมาเสแสร้งแกล้งพูดในสภาอย่างถ่อมตนปลอมๆว่า ตนเป็นน้องใหม่ทางการเมือง ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วย พูดแบบนี้ไม่ได้ เพราะชาติบ้านเมืองไม่ใช่สถานที่ทดลองงานของเด็กอ่อน และพวกก่อการร้ายทำลายประเทศ หากจะมาฝากตัว ก็ควรลาออกไปเป็นที่ปรึกษารัฐมนตรี หรือเลขานุการรัฐมนตรีก่อนจะมาทำงานในฐานะเสนาบดีกระทรวงที่มีเกียรติแห่ง นี้

26 มกราคม, 2552

“จตุพร” จวกรัฐบาล คนดีมีเป็นร้อยเลือกพธม.รมว.ต่างประเทศ

ประชาทรรศน์
26 ม.ค. 2009

นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย และแกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการ (นปช.) ลุกขึ้นอภิปรายในการประชุมร่วมรัฐสภาครั้งที่ 1 สมัยสามัญทั่วไป เพื่อให้ความเห็นชอบเอกสารสำคัญที่เกี่ยวกับความร่วมมือในกรอบอาเซียนและกา รวมตัวเป็นประชาคมอาเซียน ที่มีนายชัย ชิดชอบ เป็นประธานว่า ขณะนี้มีร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชการอาณาจักรไทยแก้ไขเพิ่มเติมที่ประชาชนเสนอ มาแต่กลับไม่มีการหยิบยกพิจารณา ซึ่งการหยิบร่างขึ้นนี้ขึ้นมาถือว่าเป็นกำลังใจกับประชาชน ความรู้สึกอันนี้อยากให้รัฐสภาคำนึ่งถึง จึงอยากให้ประธานรัฐสภาหยิบยกเรื่องนี้มาพิจารณาก่อน เพราะกรอบความร่วมมืออาเซียนนั้น มีเอกสารจำนวนมากที่ต้องกลับไปอ่านไปพิจารณา ดังนั้น เราอย่าพึ่งสู่รู้ หรืออวดอ้างว่ารู้ แต่ต้องยอมรับความเป็นจริง จึงขอเสนอให้นำเรื่องที่ประชาชนเสนอขึ้นมาพิจารณาก่อนดีกว่า เพราะร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญมาจ่อแล้ว ต้องรักษาสัจจะกับประชาชน

นอกจากนี้นายจตุพร ยังได้อภิปรายถึงความไม่สง่างามในการเข้ามาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศของนายกษิต ภิรมย์ และตั้งคำถามต่อนายกฯว่า เหตุใดจึงได้ให้นายกษิต ขึ้นมาเป็นรมว.ต่างประเทศ ทั้งที่คนเก่งในพรรคประชาธิปัตย์มีมากมาย นอกจากนี้ยังมองว่าความไว้เนื้อเชื่อใจต่ออารยประเทศเป็นสิ่งสำคัญ หากรมว.ไทยมีอคติที่ไม่ดีต่อประเทศกัมพูชา แล้วการประชุมอาเซียนจะเกิดขึ้นได้อย่างไร คนทั้งโลกเห็นการกระทำของนายกษิตทีปิดสนามบิน ทำให้การท่องเที่ยวพัง ทั้งหมดนี้เป็นปัญหาต่อการประชุมผู้นำอาเซียน

นายจตุพร กล่าวด้วยว่า กฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา 190 เหมือนติดกระดุมผิดเม็ด ไม่ว่าใครจะขึ้นมาเป็นนายกฯก็ต้องมีปัญหา เพราะประเทศไทยจะเป็นประเทศเดียวที่ลงนามในสัญญาต่างๆ ไม่ได้ เนื่องจากมีเพียงกรอบการเจรจาเท่านั้น ซึ่งไม่มีสิทธิ์เซ็นสัญญา เพราะจะขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 190 วรรคสอง ทันที

พท.ขู่ยื่นศาลรธน.หากรบ.ปัดตั้งกมธ.ศึกษากรอบอาเซียนจี้"กษิต"แจงตั้งลูกเขย"ปีศาจคาบไปป์"เจรจาเขมร

ประชาทรรศน์
26 ม.ค. 2009

ฝ่ายค้านเตะถ่วงกรอบความร่วมมืออาเซียน หลังรัฐบาลชงเป็นวาระเร่งด่วนรับลูกประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน ชักแม่น้ำทั้ง 5 อ้างเอกสารกองโตหวั่นส.ส.ดูไม่ละเอียด ทุบโต๊ะขู่ยื่นศาลรธน.หากรบ.ไม่ตั้งกมธ.ศึกษากรอบอาเซียน "อภิสิทธิ์"ย้อนเกล้ด ระบุเป็นพิมพ์เขียวเดิมสมัย"รัฐบาลสมชาย" ที่เคยส่งให้ ส.ส.ดูตั้งแต่ปีที่แล้ว "เด็กเพื่อไทย"ทิ้งบอมบ์"กษิต" จี้เคลียร์ตั้งลูกเขย"ประสงค์" นั่งอธิบดีกรมสนธิสัญญาฯ

วันนี้ (26 ม.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาว่า มีการประชุมร่วม 2 สภาเพื่อพิจารณากรอบความร่วมมืออาเซียน ที่รัฐบาลจะนำไปลงนามในการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน ระหว่างวันที่ 27 ก.พ.-1 มี.ค.นี้ ทั้งนี้ เมื่อเข้าสู่ระเบียบวาระรับรองรายงานการประชุม ร.ต.ท.เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย แสดงความไม่พอใจกับทึกรายงานการประชุม เมื่อวันที่ 30 ธันวาคม 2551 ที่รัฐบาลแถลงนโยบาย และระบุว่า สมาชิกพรรคเพื่อไทยขาดประชุม โดย ส.ส.พรรคเพื่อไทยหลายคน เห็นว่าเป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้อง เพราะวันดังกล่าวมีการย้ายสถานที่ประชุมไปกระทรวงการต่างประเทศ โดยไม่มีการแจ้งให้ทราบล่วงหน้าเลื่อนวาระถกรัฐธรรมนูญฉบับเสื้อแดงหลังโต้ เถียงเรื่องดังกล่าว ที่ประชุมยังมีการโต้เถียงเรื่องวาระการประชุม เนื่องจากตามวาระต้องมีการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับ คปพร. ของนายแพทย์เหวง โตจิราการ เป็นวาระแรก ก่อนที่จะมีการพิจารณาเรื่องต่างๆ ที่เกี่ยวกับอาเซียนจำนวน 20 เรื่อง ที่ประชุมจึงมีมติให้เลื่อนกรอบความร่วมมืออาเซียนขึ้นมาพิจารณาก่อน ขณะที่ฝ่ายค้าน เห็นว่าการบรรจุวาระเรื่องเกี่ยวกับอาเซียน ที่มีเนื้อหาจำนวนมาก สมาชิกควรมีเวลาพิจารณาเพื่อให้เกิดความรอบคอบ แต่สมาชิกพึ่งได้รับเอกสารเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา

โดย ร.ท.เชาวริน ลุกขึ้นอภิปรายว่า รัฐบาลรวบรัดที่จะพิจารณากรอบความร่วมมืออาเซียนมากเกินไป ซึ่งมีรายละเอียดมากทั้งที่สมาชิกพึ่งได้รับเอกสารเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ดังนั้น จึงเห็นว่ารัฐบาลควรจะเลื่อนการพิจารณากรอบความร่วมมืออาเซียนออกไปเพื่อให้ สมาชิกมีเวลาพิจารณา หรือตั้งการคณะกรรมาธิการร่วมกันพิจารณา เพื่อให้เกิดความรอบคอบ

พท.เตะถ่วงถกกรอบอาเซียนอ้างเอกสารกองโต

ด้าน นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.นครราชศรีมา พรรคเพื่อไทย ได้อภิปรายติงว่าไม่เห็นด้วยที่จะมีการให้ความเห็นชอบเอกสารสำคัญที่เกี่ยว กับความร่วมมือในกรอบอาเซียนทีเดียว 23 ฉบับ ควรพิจารณาเป็นรายฉบับไป เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ ซึ่งรัฐสภาไม่ใช่สภาตรายาง ที่จะให้พิจารณารวบไปเลย และไม่ทราบว่าคณะรัฐมนตรีได้เคยเปิดโอกาสให้ประชาชนได้แสดงความคิดเห็นอะไร หรือไม่

ขณะที่ นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย อภิปรายว่า ขณะนี้มีร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชการอาณาจักรไทยแก้ไขเพิ่มเติมที่ประชาชนเสนอ มาแต่กลับไม่มีการหยิบยกพิจารณา ซึ่งการหยิบร่างขึ้นนี้ขึ้นมาถือว่าเป็นกำลังใจกับประชาชน ความรู้สึกอันนี้อยากให้รัฐสภาคำนึ่งถึง จึงอยากให้ประธานรัฐสภาหยิบยกเรื่องนี้มาพิจารณาก่อน เพราะกรอบความร่วมมืออาเซียนนั้น มีเอกสารจำนวนมากที่ต้องกลับไปอ่านไปพิจารณา ดังนั้นเราอย่าเพิ่งสู่รู้ หรืออวดอ้างว่ารู้แต่ต้อง

"มาร์ค"ย้อนเกล็ดชี้เอกสารเดียวกันกับรบ.สมชาย

จากนั้น นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ชี้แจงถึงความสำคัญของการพิจารณาให้ความเห็นชอบกรอบข้อตกลงอาเซียนว่า หากผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภา จะทำให้กระบวนการต่างๆ ในกรอบอาเซียนเดินหน้าต่อไปได้ ภายใต้การยึดการรวมกลุ่ม โดยมีประชาชนเป็นศูนย์กลาง ส่วนที่สมาชิกท้วงติงว่ามีการแจกเอกสารในระยะเวลาอันสั้นนั้น นายกรัฐมนตรี ชี้แจงว่า กรอบความร่วมมืออาเซียน เป็นร่างกฎหมายที่มีขึ้นรัฐบาลที่แล้ว และก่อนหน้านี้ในเดือนพฤศจิกายนก็เคยแจกจ่ายให้สมาชิกไปแล้ว เพียงแต่เมื่อเปลี่ยนรัฐบาล ต้องเสนอเรื่องเข้ามาใหม่ แต่เป็นเอกสารเดิม มีเรื่องใหม่ 3 เรื่อง คือ กรอบความตกลงเขตการค้าเสรี กับ อินเดีย จีน และนิวซีแลนด์ในส่วนการกรอบอาเซียนนั้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ประเทศไทยได้เข้าดำรงตำแหน่งประธานอาเซียนตั้งแต่เดือน ก.ค. 51เป็นต้นมา ซึ่งเหตุการณ์ในช่วงนี้ถือว่า มีความเป็นพิเศษจากการดำเนินงานของอาเซียนที่มาเกี่ยวข้องกับประเทศไทย 3ประการ คือ 1.กฎบัตรของอาเซียนเปรียบเสมือนธรรมนูญที่วางกฎกติกาเกี่ยวกับการทำงานร่วม กันของประชาคมอาเซียนได้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่เดือน ธ.ค.เป็นต้นมา และจากนี้ไปจะเป็นช่วงที่สมาชิกจะได้เดินหน้าในการนำแผนงาน กฎกติกาต่าง ๆภายในกรอบที่กำหนดไว้ในกฎบัตร มาผลักดันต่อเพื่อนำไปสู่การเป็นประชาคมอาเซียน ใน 2558 ต่อไป

ตอกลิ่มรัฐบาลชุดก่อนไฟเขียวแล้ว

ประการที่ 2.ในช่วงพิเศษนี้ประเทศไทยจึงดำรงตำแหน่งประธานอาเซียนเป็นเวลายาวนานกว่า วาระปกติ เพราะปกติแล้วประเทศอาเซียนจะดำรงตำแหน่ง 1 ปี แต่เฉพาะในวาระของประเทศไทยจะดำรงตำแหน่ง 1 ปีครึ่ง ซึ่งจะถึงในเดือนธ.ค.2552 และ 3.การดำรงตำแหน่งประธานอาเซียนอยู่ในช่วงเดียวกันกับที่นายสุรินทร์ พิศสุวรรณ เลขาธิการอาเซียน ซึ่งเหตุการณ์เหล่านี้หมายถึงความรับผิดชอบที่ประเทศไทยต้องดำเนินการของอา เซียนให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย

นายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า สำหรับการดำเนินงานในปีนี้เป็นไปตามบทบัญญัติมาตรา 190 ของรัฐธรรมนูญ ซึ่งมีเพื่อนสมาชิกได้สอบถามถึงการตรากฎหมายเพื่อทำความชัดเจนของมาตรา 190 กฎหมายฉบับดังกล่าว รัฐบาลชุดก่อนได้ให้ความเห็นชอบในคณะรัฐมนตรี (ครม.)ไปแล้ว และได้ส่งไปยังสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ซึ่งในการประชุมครม.ที่ผ่านมาหลายครั้ง ตนได้เร่งรัดที่จะให้มีการตรวจสอบพิจารณาในเรื่องนี้ให้แล้วเสร็จเพื่อส่ง ต่อที่ประชุมสภาโดยเร็ว ซึ่งจะเป็นกฎหมายที่จะช่วยให้เป็นบรรทัดฐานของการนำเสนอเรื่องต่อรัฐสภาตาม มาตรา 190 จะเป็นไปด้วยความเรียบร้อย และมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นลั่นให้เจ้ากระทรวงแจงกฎหมายทุกฉบับส่วนในเรื่อง ข้อตกลงและการลงนามข้อตกลงต่างๆในการประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งนี้ เราหวังว่าจะเป็นส่วนสำคัญที่จะมีการผลักดันในกรอบความร่วมมือของอาเซียน เดินหน้าและสอดคล้องกับจุดมุ่งหมายของทุกคนที่เป็นตัวแทนของประชาชนในการที่ จะนำเอกสารนั้นไปให้ความเห็นชอบต่อการประชุมสุดยอดผู้นำ ซึ่งมีเป้าหมายด้วยว่าการรวมกลุ่มของอาเซียนจะต้องมีความสัมพันธ์เชื่อมโยง และยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง

นายกฯ กล่าวต่อว่า การประชุมที่จะมีขึ้นเพื่อรับรองเอกสารเหล่านี้แบ่งออกเป็น 2 ส่วนคือ จะมีการประชุมที่ลงนามระหว่างผู้นำอาเซียน 10 ประเทศ ซึ่งจัดขึ้นระหว่างที่วัน 27 ก.พ. - 1 มี.ค.นี้ โดยอาจมีข้อตกลงบางฉบับที่ทำกับคู่เจรจาที่จะได้รับการลงนามในช่วงนั้นด้วย แต่เอกสารอีกจำนวนหนึ่งก็จะไปลงนามรับรองกันในช่วงเดือนเม.ย.2552 ซึ่งเอกสารทั้งหมดที่ได้เสนอมานั้นประกอบไปด้วยเอกสารสำคัญ 41 ฉบับ ลงนามโดยผู้นำของอาเซียน 8 ฉบับ ลงนามโดย รมว.ต่างประเทศ 5 ฉบับ และลงนามโดยรัฐมนตรีเศรษฐกิจ หรือรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง 28 ฉบับ เอกสารเหล่านี้จะอยู่ในความรับผิดชอบของกระทรวงต่างประเทศ พาณิชย์ คมนาคม เกษตรและสหกรณ์ สาธารณสุข และกระทรวงพลังงาน ซึ่งตนจะขอให้รัฐมนตรีที่รับผิดชอบในแต่ละเรื่องได้ชี้แจงสาระสำคัญแต่ละ ฉบับให้รัฐสภารับทราบด้วย

เผยส.ส.เคยอ่านเอกสารตั้งแต่ปีก่อนแล้ว

"สิ่งที่สมาชิกมีความกังวลเกี่ยวกับการพิจารณาเรื่องต่างๆใน วันนี้ อันที่จริงเอกสารทุกฉบับเป็นเอกสารที่รัฐบาลของนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ได้นำเสนอต่อสภา และมีความตั้งใจจะประชุมร่วมรัฐสภาเมื่อวันที่ 24 พ.ย.2551 ดังนั้น ที่สมาชิกที่บอกว่ามีเอกสารเป็นกอง ส่วนใหญ่ได้ส่งมาแล้วรอบหนึ่งตั้งแต่เดือน พ.ย. ตนจำได้เพราะว่าเป็นผู้นำฝ่ายค้านในขณะนั้นได้มีการปรึกษากับประธานวิป รัฐบาลและประธานสภาทั้งสองคนด้วยว่าจะดำเนินการกันอย่างไร เพื่อที่จะให้การพิจารณาด้วยความเรียบร้อยราบรื่นมากที่สุด และได้ให้โอกาสกับฝ่ายค้านมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ซึ่งขณะนั้น ก็ได้ข้อยุติด้วยดี เพียงแต่ว่าเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลเกิดขึ้นก็จะจำเป็นที่จะนำเรื่อง เสนอกลับเข้ามาใหม่ แต่เอกสารก็เป็นชุดเดิมทั้งสิ้น ยกเว้น 3 เรื่อง คือ ข้อตกลงเรื่องการค้าเสรีที่อาเซียนจะไปทำกับจีนฉบับ 1 และทำกับอินเดียอีก 1 อีกฉบับหนึ่งและทำกับออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ 1 ฉบับ ดังนั้น ตนเชื่อว่าสมาชิกส่วนใหญ่มีเอกสารทั้งหมดตั้งแต่เดือนพ.ย.แล้ว" นายอภิสิทธิ์ กล่าว

นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า นอกจากนั้น ข้อตกลงในลักษณะนี้เป็นข้อตกลงของหลายประเทศในลักษณะพหุภาคี ซึ่งปัจจุบันนี้ประเทศสมาชิกอื่นได้ให้ความเห็นชอบพร้อมที่จะลงนามอยู่แล้ว เหลือเพียงประเทศไทยเท่านั้น ฉะนั้นการนำเสนอของรัฐบาลในวันนี้ก็เพื่อที่จะยืนยันในความพร้อมของประเทศ ไทยในการที่จะเป็นเจ้าภาพ และร่วมลงนามในข้อตกลงสำคัญๆเหล่านี้ หากบรรลุผลสำเร็จก็จะเป็นการส่งเสริมความร่วมมือทั้งด้านการเมือง เศรษฐกิจ สังคม และจะมีรายละเอียดปลีกย่อยอีกหลายเรื่อง เช่น พลังงาน อาหาร ความร่วมมือจากภัยพิบัติ การป้องกันผลกระทบจากวิกฤตการณ์ทางการเงินที่ทั่วโลกประสบอยู่ในขณะนี้ นอกจากนี้ยังมีหนังสือสัญญา 2 ฉบับ คือ กรณีร่างบันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลพม่าว่าด้วยความร่วมมือ ต่อต้านการค้ามนุษย์ โดยเฉพาะสตรีและเด็ก และร่างบันทึกความเข้าใจกระทรวงแรงงานแห่งสาธารณรัฐเกาหลี และกระทรวงแรงงงานแห่งราชอาณาจักรไทยว่าด้วยการจัดส่งแรงงานไทยไปเกาหลี ซึ่งเป็นบันทึกความเข้าใจในกรอบทวีภาคี แต่เป็นสัญญาที่มีความสำคัญและจำเป็นเร่งด่วน

ยาหอม"กษิต"อยู่เบื้องหลังดันถกอาเซียน

สำหรับกรณีรมว.ต่างประเทศนั้นเดิมรัฐบาลได้เร่งรัดการเห็นชอบ หนังสือสัญญาต่าง ๆโดยได้มีการประชุมครม.นัดพิเศษเมื่อวันที่ 30 ธ.ค.2551 และได้อนุมัติร่างหนังสือสัญญาเหล่านี้เพื่อเสนอต่อรัฐสภา ตนได้ลงนามเสนอต่อประธานสภาฯตั้งแต่วันที่ 30 ธ.ค.2551 ส่วนหนึ่ง และลงนามเมื่อวันที่ 5 ม.ค.อีกส่วนหนึ่ง โดยมีความตั้งใจว่าจะพิจารณากันในช่วงประชุมสมัยวิสามัญ แต่เมื่อพบว่าทางรัฐสภาไม่สะดวกที่จะพิจารณาในขณะนั้นจึงเลื่อนมาเป็นสมัย สามัญ ซึ่งทั้งตน รมว.ต่างประเทศ และรัฐมนตรีอีกหลาย ๆคนเข้าใจมาตลอดว่าจะประชุมในวันที่ 21 - 22 ม.ค.2552 แต่เนื่องจากรัฐสภามีการนัดประชุมช่วงวันที่ 26 - 27 ม.ค.นี้ และช่วงที่รมว.ต่างประเทศตอบรับที่จะไปเยือนประเทศกัมพูชาเป็นช่วงก่อนที่จะ มีการนัดประชุมช่วงนี้ขึ้นมา จึงทำให้ไม่ทำให้มาร่วมประชุมได้ แต่ได้มอบหมายให้นายวีระชัย วีระเมธีกุล รมต.ประจำสำนักนายกฯ มาชี้แจงแทน ซึ่งตนเข้าใจว่าคืนนี้(26 ม.ค.)รมว.ต่างประเทศจะเดินทางกลับมา ตนได้กำชับว่าเมื่อได้เดินทางกลับมาก็จะมาที่รัฐสภา เพราะหากมีประเด็นอะไรที่ค้างคาอยู่จำเป็นที่จะต้องชี้แจงก็ต้องมาทำหน้าที่ ตรงนี้ในการรับผิดชอบต่อสภานายกฯ กล่าวในช่วงท้ายว่า เนื่องจากสมาชิกกังวลต่อร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งเมื่อสัปดาห์ที่แล้วตนได้หารือกับประธานวิปฝ่ายค้าน และกำลังจะดูลู่ทางในการที่จะผลักดันการปฎิรูปการเมืองต่อไป ซึ่งตนถือว่าเป็นการแสดงเจตนารมณ์ร่วมกัน เชื่อสมาชิกอาเซียนให้ความร่วมมือทั้งหมด

"นายกฯมาร์ค"ปัดข่าวไขก็อก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในระหว่างพักการประชุม นายอภิสิทธิ์ ให้สัมภาษณ์ถึงการประชุมร่วม 2 สภา เพื่อพิจารณากรอบข้อตกลงอาเซียนว่า บรรยากาศการประชุมวันนี้ถือว่าเรียบร้อยดี ส่วนการแสดงความคิดเห็นเป็นเรื่องที่ ส.ส.สามารถทำได้ ซึ่งฝ่ายค้านอาจมุ่งที่ตัวรัฐมนตรีมากกว่าสาระในการอภิปราย หากประธานวินิจฉัยว่าสามารถอภิปรายได้ก็ไม่มีปัญหาอะไร

เมื่อถามว่า มีการเสนอให้นายกฯลาออกภายหลังการประชุมอาเซียนซัมมิท และอยากให้ตั้งครม.ใหม่ นายอภิสิทธิ กล่าวว่าขอย้ำว่าประเทศได้เดินหน้าทำงานแล้ว จะมีการประเมินผลงานต่างๆเป็นระยะๆ คิดว่าการไปกำหนดอะไรเช่นนี้ไม่เป็นประโยชน์

"สุนัย"เล่นมุกเดิมอัด"กษิต"ไม่สง่างาม

จากนั้นในช่วงบ่าย ส.ส.ฝ่ายค้านส่วนใหญ่ยังคงผู้ยังคงอภิปรายถึงความเหมาะสมในการดำรงตำแหน่ง รมว.ต่างประเทศของนายกษิต ภิรมย์ หนึ่งในมีส่วนร่วมกับกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย โดยนายสุนัย จุลพงศธร ส.ส.นครสวรรค์ พรรคเพื่อไทย ได้อภิปรายในช่วงกรอบข้อตกลงเกี่ยวกับการจัดตั้งเขตการค้าเสรีอาเซียน ออสเตรเลียนิวซีแลนด์ โดยกล่าวถึงกรณีที่มีการแต่งตั้งนายกษิต ถือเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสม เนื่องจากมีส่วนร่วมในการชุมนุมของพันธมิตรฯ ที่บุกยึดท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และดอนเมือง จึงทำให้เป็นที่จับตามองของประเทศสมาชิก

ขณะที่ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้ชี้แจงว่า ประเด็นข้อถกเถียงดังกล่าวว่า ตนเป็นผู้เชิญนายกษิต เข้าร่วมในการจัดตั้งรัฐบาลเอง เนื่องจากเห็นว่า นายกษิตมีความรู้ความสามารถที่จะดำรงตำแหน่ง รมว.ต่างประเทศ ที่สำคัญนายกษิต ยังผลักดันให้ไทยสามารถจัดการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนได้ ส่วนรัฐมนตรีคนอื่นๆ ที่ฝ่ายค้านอภิปรายถึงนั้นนายกฯรับปากที่จะเข้าไปดูแลและตรวจสอบการทำงานว่า สัมฤทธิ์ผลหรือไม่

"เขยซีพี"อ้อนฝ่ายค้านร่วมลงนาม

จากนั้น นายวีระชัย วีระเมธีกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ชี้แจงว่า เจตนารมณ์ของนายกฯต่อการลงนามในเอกสารความร่วมมือ นอกจากจะเป็นการเสริมสร้างความร่วมมือในภูมิภาค ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อประชาชนชาวไทยและยังเป็นการส่งสัญญาณต่อความเชื่อมั่น ต่อประเทศไทย จึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่าสมาชิกจะให้ความเห็นชอบในการพิจารณาร่างเอกสารทั้ง หมด เพื่อให้ประเทศไทยได้ปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างดีในอาเซียน

นายวีระชัย ได้ชี้แจงถึงเอกสารกรอบความร่วมมือที่เข้าสู่การพิจารณาทั้งหมดว่า ประกอบด้วย ร่างข้อตกลงกรอบความร่วมมือประกอบด้วยร่างข้อตกลงสำคัญ ประกอบด้วย ร่างปฏิญาณว่าด้วยแผนงานประชาคมอาเซียน 2009 - 2019 เป็นเอกสารฉบับเดียวที่จะลงนามโดยผู้นำ โดยเป็นเอกสารที่จะวางแนวทางและเป้าหมายการรวมตัวเป็นประชาคมอาเซียนภายใน ปี2558 โดยได้ผนวกแผนงานการจัดตั้งประชาคมอาเซียนด้วย 3 เสาหลัก คือ ประชาคมการเมืองและความมั่นคง ประชาคมเศรษฐกิจ และประชาคมสังคมและวัฒนธรรม รวมถึงแผนงานริเริ่มเพื่อให้เกิดการรวมตัวของเอเซียนฉบับที่ 2 เข้าไว้ด้วยกัน

แจงกรอบอาเซียนบวกสาม

รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ กล่าวอีกว่า ส่วนกรอบความร่วมมือกับคู่เจรจา อาเซียนบวกสาม คือ จีน , ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้รวมถึงกรอบการเจรจาสุดยอดผู้นำเอเชีย รวม ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ อินเดีย ทั้งหมดมี 4 ฉบับ คือ แถลงการณ์ว่าด้วยความร่วมมือด้านพลังงานชีวภาพและความมั่นคงด้านอาหาร ในกรอบอาเซียนบวกสาม ซึ่งมีสาระสำคัญในการจัดตั้งคลังสำรองเข้าฉุกเฉินในประเทศไทย ทำให้ประเทศไทยตรวจสอบและติดตามความเคลื่อนไหวของปริมาณข้าวในภูมิภาคได้ นอกจากนี้ยังได้เน้นการสร้างความสมดุลด้านอาหารและพลังงาน อีกทั้ง ร่างแถลงการณ์ยังมีการว่าด้วยการจัดการภัยพิบัติของการประชุมสุดยอดเอเชีย ตะวันออก ที่แสดงเจตนารมณ์ในความร่วมมือทางการเมืองในการส่งเสริมความร่วมมือระหว่าง กันเพื่อจัดการภัยพิบัติในภูมิภาค ครอบคลุมการเตรียมความพร้อมในการจัดการภัยพิบัติ การให้ความช่วยเหลือ และการฟื้นฟูบูรณะภายหลังภัยพิบัติ

"สำหรับร่างบันทึกความเข้าใจว่าด้วยการจัดตั้งศูนย์อาเซียนจีน ที่กรุงปักกิ่ง เพื่อเป็นศูนย์บริการครบวงจนเพื่อให้ข้อมูลและส่งเสริมการค้า การลงทุน การท่องเที่ยวการศึกษาและวัฒนธรรม ระหว่างอาเซียนและจีน โดยจีนและอาเซียนจะร่วมกันพิจารณาค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานในสัดส่วน 9 ต่อ 1 โดยจีนจะออก 9 ส่วน อาเซียนออก 1 ส่วน , บันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาลออสเตรเลียกับรัฐบาลของประเทศอาเซียน ว่าด้วยโครงการความร่วมมืออาเซียนและออสเตรเลียฉบับที่สองโครงการความร่วม มือระหว่างปี 2551-2558 ที่จะให้ความช่วยเหลือแบบให้เปล่าระหว่างออสเตรเลียกับอาเซียนมูลค่า 57 ล้านเหรียญออสเตรเลียโดยจะมุ่งพัฒนาขีดความสามารถของบุคลากร การสนับสนุนการรวมตัวเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนเผยกรอบกระทรวงพาณิชย์มี 10 เรื่อง" นายวีระชัย กล่าว

มั่นใจกรอบเจรจาสร้างความเป็นปึกแผ่นให้อาเซียน

ด้าน นางพรทิวา นาคาสัย รมว.พาณิชย์ ชี้แจงถึงข้อตกลงในส่วนของกระทรวงพาณิชย์ว่า กรอบความร่วมมือที่อยู่ในการดูแลของกระทรวงพาณิชย์มีจำนวน 10 เรื่อง รวม 23 ฉบับ โดยแบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ หนังสือสัญญาภายในอาเซียน และหนังสือสัญญาของอาเซียนกับคู่เจรจา ดังนั้น หนังสือสัญญาภายในอาเซียนประกอบด้วย ความตกลงการค้าสินค้าของอาเซียน มีสาระสำคัญในการรวบรวมกฎเกณฑ์ทางการค้าเพื่อจัดตั้งเขตการค้าเสรีอาเซียน (อาฟต้า) ครอบคลุมมาตรการภาษีและมาตรการที่ไมใช่ภาษีให้มีความทันสมัยและรวมอยู่ใน ฉบับเดียวกัน โดยไม่มีพันธกรณีเพิ่มจากที่มีอยู่เดิม , พิธีศาลอนุวัติข้อผูกพันชุดที่ 7 ภายใต้กรอบความตกลงว่าด้วยการบริการของอเซียน เป็นนิติศาลที่กำหนดให้มีการเปิดเสรีการบริการตามข้อผูกพันในสัญญาแนบท้าย ความตกลงด้านการลงทุนของอาเซียน เป็นการรวมข้อตกลงในการลงทุนและความตกลงส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุนของอา เซียนที่มีอยู่เข้าด้วยกัน

นางพรทิวา กล่าวว่า หนังสือแจ้งเข้าร่วมข้อตกลงยอมรับร่วมสาขาวิศวกรรมและสถาปัตยกรรมซึ่งได้ลง นามข้อตกลงไปแล้วตั้งแต่ปี 2548 และ 2550 ตามลำดับแต่ยังไม่มีผลบังคับใช้ , ข้อตกลงยอมรับร่วมสาขาวิชาชีพแพทย์ , ทันตแพทย์และบัญชี โดยเป็นข้อตกลงที่จะยอมรับร่วมกันในการกำหนดคุณสมบัติ การศึกษา และประสบการณ์ทำงาน ให้สามารถยื่นขอคำอนุญาตโดยไม่ต้องขอการอนุมัติคุณสมบัติซ้ำ , บันทึกความเข้าใจระหว่างไทยกับอินโดนีเซีย เรื่องน้ำตาล ข้อตกลงที่อินโดนีเซียจะรักษาระดับการนำเข้าน้ำตาลไม่ต่ำกว่าปริมาณเฉลี่ยนำ เข้าน้ำตาล 3 ปีย้อนหลัง เพื่อชดเชยกรณีที่อินโดนีเซียขอชะลอการลดภาษีสิ้นค้าน้ำตาลโดยข้อตกลงทั้ง หมดนี้ จะเป็นประโยชน์ต่อการเสริมสร้างความเป็นปึกแผ่นของอาเซียนอย่างมีกฎเกณฑ์และ ชัดเจนมากขึ้น

"สำหรับข้อตกลงระหว่างอาเซียนกับคู่เจรจา ประกอบด้วย ความตกลงว่าด้วยการส่งเสริมและอำนวยความสะดวกดานลงทุนระหว่างอาเซียน โดยให้ความคุ้มครอบการลงทุนกับนักลงทุนอาเซียนและจีนซึ่งจะส่งผลให้มีความ ร่วมมือระหว่างกันมากขึ้น ความตกลงภายใต้กรอบอาเซียน - สาธารณรัฐเกาหลี ประกออบด้วยเอกสารสัญญา 6 ฉบับ ครอบคลุมการเปิดตลาดการค้าสินค้าและบริการ" นางพรทิวา กล่าว

"โกโบริน"ป่วนสถาบันปกเกล้าฯ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างการอภิปรายในช่วงนี้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้เดินออกไปนอกห้องประชุม ส่งผลให้ ร.ต.ท.เชาวริน อภิปรายว่า ขณะนี้นายกฯ อยู่ไหน อยากให้เข้ามาฟังในห้องประชุมสภาฯ ด้วย เพราะมีการส่งเอสเอ็มเอส (SMS) ถึงสมาชิกรัฐสภาทุกคน เพื่อให้มาประชุมสภา ซึ่งสมาชิกบางส่วนไปเรียนอยู่ที่สถาบันพระปกเกล้า ก็ต้องมาประชุม ซึ่งตนเรียนที่สถาบันพระปกเกล้าผ่านมา 7 ปีแล้ว เป็นคนเดียวที่ติดเข็มวิทยฐานะของสถาบันมาโดยตลอด วันนี้ขอถอดออก เพราะสถาบันดังกล่าวเชิญนักวิชาการไปด่าพรรคไทยรักไทย พรรคพลังประชาชนให้นักศึกษาฟัง และยังมีการมาบอกว่านักศึกษาที่เรียนแล้วมาร่วมประชุมสภาถือว่าไม่ขาดเรียน ทั้งนี้ ตนเห็นว่านายอภิสิทธิ์ เป็นคนที่พูดภาษาอังกฤษได้ดี หากมีเวลาว่างก็ควรจะไปเรียนภาษาจีนเพิ่ม เพราะภาษาจีนจะมีบทบาทสำคัญในเวทีโลก เนื่องจากกรอบเจรจาหลายฉบับเกี่ยวพันกับจีน ซึ่งเชื่อว่าไม่เกินความสามารถของนายอภิสิทธิ์แน่นอน

ขณะที่ นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา ได้ชี้แจงว่าเรื่องนี้เป็นผู้ประสานงานไปที่สถาบันพระปกเกล้าเอง ขอหยุดการเรียนการสอนเอง แต่ไม่ใช่หยุดเรียนทั้งหมด เพราะผู้ที่ไม่ได้เป็นส.ส.ก็ยังต้องเรียนต่อไป ทั้งนี้เห็นว่าสถาบันพระปกเกล้าเป็นสถาบันประชาธิปไตย ก็ควรที่จะเปิดโอกาสให้ส.ส.มาประชุมขอให้ร.ตท.เชาวริน ติดเข็มวิทยฐานะไว้ที่เดิมหรือเก็บใส่กระเป๋าไว้ ทางด้านร.ต.ท.เชาวรินบอกว่านักวิชาการทำไม่ถูก แบบนี้ไม่ติดเข็มหรอก

ขู่ยืนศาลรธน.หากรบ.ไม่ตั้งกมธ.ศึกษากรอบอาเซียน

จากนั้น ร.ต.ท.เชาวรินได้อภิปรายต่อว่า ขอให้เริ่มต้นการเมืองใหม่โดยให้ ส.ส.ให้เกียรตินายกฯ เริ่มจากนายกฯอภิสิทธิ์และสื่อมวลชนจะมาเรียกคุณอภิสิทธิ์ไม่ได้ เห็นแล้วมันขัดตา ขอให้เรียกว่าท่านนายกฯ นอกจากนี้ ขอฝากให้นายกฯตั้งคณะกรรมการสอบสวนกรณีที่มีการละเมิดสิทธิมนุษยชน และสร้างความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมด้วย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่นักลงทุนจากต่างประเทศ

จากนั้น นายสงวน พงษ์มณี ส.ส.ลำพูน พรรคเพื่อไทย กล่าวเสนอให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 190 เพราะส่งผลกระทบให้รัฐบาลทำงานไม่ได้ เช่น กองทัพอากาศ มีปัญหาการก่อหนี้ งบผูกพันในการจัดซื้อเครื่องบินกริฟเฟน ซึ่งไม่ได้ผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภา นอกจากนี้ ตนอยากเสนอให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาเรื่องกรอบอาเซียนให้ ชัดเจน ถ้าไม่มีการตั้งคณะกรรมาธิการฯ ตนจะยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ตามมาตรา 154 เพราะขณะนี้ สมาชิกมีความเห็นขัดแย้ง ตนเชื่อว่าจะมีสมาชิก 60 คนร่วมลงชื่อด้วยแน่ และถ้าศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยมีความขัดแย้งจริง ก็จะทำให้เรื่องกรอบอาเซียนตกไป

"ตนยังได้รับข้อมูลเป็นภาษายาวีจากนักศึกษาคนหนึ่ง ว่า มี ส.ส.นราธิวาส พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเป็นข้อมูลเชิงลึกว่าสมัยรัฐบาลทหาร มีการแจกปืนเป็นจำนวนมากใน จ.นราธิวาส โดยมีการระบุว่า ถ้าเป็นชาวพุทธครอบครองถือว่าถูกกฎหมายแต่ถ้าเป็นอิสลามถือว่า ผิดกฎหมาย ตนจะยื่นเรื่องให้นายกฯตรวจสอบ ซึ่งจะมอบเอกสารให้ภายหลัง" นายสงวน กล่าว

ติงรัฐบาลไม่พูดถึงผลกระทบหลังลงนาม

ขณะที่ นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย ส.ว.สรรหา กลุ่ม 40 ส.ว. กล่าวว่า นายกฯอภิปรายไม่ได้ให้ข้อมูล สาระอะไรที่เป็นประโยชน์ต่อชาติบ้านเมือง เพียงแต่เป็นการพูดตามวาระ ขณะที่การชี้แจงก็ไม่เคยบอกว่าการไปลงนามต่างๆ จะได้รับผลกระทบอะไรบ้างทั้งที่รัฐธรรมนูญบอกว่ามีมาตราเยียวยาผู้ได้รับผล กระทบด้วย แต่วันนี้เป็นเพียงให้รัฐสภาเร่งรีบให้ความเห็นชอบให้เร็วที่สุด ซึ่งหากยังไม่เปลี่ยนความคิดต่อ ม. 190 ในยุคฝ่ายค้าน ท่านคิดอย่างหนึ่ง เป็นรัฐบาลคิดอย่างหนึ่ง ทุกฝ่ายจะมองว่า ม.190 เป็นอุปสรรค

ทั้งนี้ ตนตั้งข้อสังเกตก่อนรัฐบาลไปทำการตกลงกับกลุ่มประเทศอาเซียนในทุกฉบับมีการ กำหนดถึงการไกลเกี่ยข้อพิพาทไว้ให้ตั้งอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศขึ้นโดย ให้จัดทำเอกสารเป็นภาษาอังกฤษ แต่ตอนนี้อาจขัดต่อระบบศาลของไทยที่ให้การจัดทำเอกสารทุกอย่างเป็นภาษาไทย เท่านั้น ตรงนี้รัฐบาลได้เตรียมความพร้อมให้แก่นักกฎหมายไทยในเรื่องภาษาอังกฤษที่จะ ออกไปทำตลาดต่างประเทศแบบนี้แค่ไหน

จี้"กษิต"แจงตั้งลูกเขย"ประสงค์"นั่งอธิบดีสนธิสัญญา

ทางด้าน นายจุมพฏ บุญใหญ่ ส.ส.สกลนคร พรรคเพื่อไทย อภิปรายว่า ตนอยากจะคัดค้านในการประชุมอาเซียนในกรอบเรื่องสิทธิมนุษยชน เพราะก่อนหน้านี้ รมว.การต่างประเทศ ละมิดสิทธิมนุษยชนในการปิดสนามบินสุวรรณภูมิในเรื่องการเดินทางของประชาชน ซึ่งเข้าข่ายการก่อการร้ายสากลหรือไม่ ซึ่งไม่ทราบว่าประเทศอาเซียนจะกล้าลงนามกับไทยหรือไม่ เพราะรมว.กาต่างประเทศเป็นผู้ละเมิดสิทธิมนุษยชน เสียเอง

ดังนั้น ถึงเวลาแล้วที่จะต้องมี พ.ร.บ.จัดระเบียบการชุมนุมในที่สาธารณะ ซึ่งขณะนี้ร่างดังกล่าวที่ ตนเสนออยู่ในวาระการประชุมสภาควรนำมาพิจาณราก่อนร่างพ.ร.บ.ผู้สูงอายุ เพื่อให้รับทราบขอบเขตของการชุมนุมที่แต่ก่อนมีการพกระเบิดปิงปอง ไม้กอล์ฟ และปิดหน้าปิดตา ซึ่งสามารถกระทำได้ และการมีกำหมายการชุมนุมจะทำให้ ประเทศกลุ่มอาเซียนจะได้มั่นใจในประเทศไทยว่าจะไม่มีการปิดสนามบินอีก

นายจุมพฏ ยังกล่าวเรียกร้องให้นายกษิตชี้แจงการแต่งตั้งให้นายพฤทธิพงศ์ กุลทนันทน์ ลูกเขย น.ต.ประสงค์ ซึ่งเป็นแกนนำพันธมิตรฯ ไปอยู่ในตำแหน่งอธิบดี สนธิสัญญาและกฎหมายกระทรวงการต่างประเทศ ที่จะต้องไปเจรจากับอาเซียนอยากถามว่า บุคคลดังกล่าวมีความเหมาะสมอย่างไรเป็นการตอบแทนกลุ่มพันธมิตรฯหรือไม่

18 มกราคม, 2552

โอ้ว..ที่แท้ กษิต ภิรมย์ คือวีรบุรุษ เทียบชั้น joschka fischer

กษิต ออกรายการสุทธิชัย หยุ่น ยกตัวเองเทียบเท่า จอชก้า ฟิสเชอ
ว่าเป็นนักต่อสู้มาเหมือนกัน แถมตัวเอง ยังไม่นิยมความรุนแรง

Joshka Fischer (1948-) อดีต street fighter ฝ่ายซ้าย กลายมาเป็น
นักการเมืองพรรคกรีน และ รมต ตปท เยอรมัน (เหมือนกษิต) สมัย เกอฮาด ชโรเดอ นั้น

ไม่ได้มีอะไรใกล้เคียงกับกษิต เลย

ฟิสเชอ เป็นคนงาน ออกจากโรงเรียน ศึกษาด้วยตัวเอง และเป็นมากซิสต์
กษิต มาจากชนชั้นสูง ทำราชการมาตลอดจนเกษียณ เคยต่อสู้เพื่ออะไรมาบ้าง

ฟิสเชอ เคยตีตำรวจระหว่างการประท้วง ซึ่งต่อมา เขาได้ ขอโทษ อย่างเปิดเผย
กษิต ทำได้แค่บอกว่า สื่อต่างชาติ ตีความผิดเอง
แม้แต่ การบริภาษ ฮุนเซน ยังมีหน้ามาพูดว่า ฮุนเซน "เป็นนักต่อสู้" มาด้วยกัน คงเข้าใจ
(คือเข้าใจว่า มันตอแหลไปอย่างนั้นเอง ละสิ)

ฟิสเชอ เคยติดคุก และได้รับการปล่อยตัว โดยไม่มีอิทธิพลใครมาช่วย
กษิต คงจะไม่มีวันถูกดำเนินคดี เพราะอิทธิพลเหลือล้ำค้ำแผ่นดินช่วยเขาอยู่

เมื่อสมัครพรรคพวกฝ่ายซ้ายหันไปใช้ความรุนแรง มีส่วนเกี่ยวข้องกับยุทธการเอ็นเท็บเบ้
ยึดเครื่องบินอิสราเอล ร่วมกับปาเลสไตน์ ฟิสเชอ ละทิ้งแนวทางปฏิวัติ หันมาร่วมก่อตั้งพรรคกรีน
กษิต ไม่รู้หรือว่า พันธมิตรทำอะไรลงไปบ้าง ยังจะมายกย่อง

การประท้วงฝ่ายซ้ายของฟิสเชอมีเป้าหมายชัดเจน จำกัดเฉพาะองค์กรรัฐ และเอกชนที่มีอำนาจเหนือสังคม
แต่กิจกรรมของกษิตคือทำอะไรก็ได้ ขอให้วุ่นวาย เดือดร้อนเข้าไว้ แม้กระทั่งปิดสนามบิน ทำให้คนธรรมดาเดือดร้อน
ทำไปเพื่อ คนที่มี"อำนาจจริง"อยู่แล้ว ไม่ให้ประชาชนมาท้าทายอำนาจได้

ฟิสเชอ สนับสนุน สหภาพยุโรป ที่ไร้"พรมแดน"
แต่กษิต สนับสนุน การยึดคืน "เขาพระวิหาร" ที่ไร้"เหตุผล"

ฟิสเชอ ต่อต้านอำนาจรัฐ
แต่กษิต นั้นแท้ที่จริงแล้ว คือพวกอำนาจรัฐ"ตัวจริง" ที่มีกำลังทหารสนับสนุน เรียกร้องรัฐประหาร และปฏิเสธประชาชน

ยังมิต้องย้ำว่า ฟิสเชอ คือมากซิส แต่แนวของกษิต คือ ฟาสซิส ที่ปราศจาก integrity อย่างน่าทุเรศ
กษิต ควรจะยกตัวเอง เทียบกับ อดอฟ ฮิตเลอ ที่ชอบใช้วิธีแบลคเมล น่าจะเหมือนกว่า ทั้งความคิดและวิธีการ

การที่อธิบายพฤติกรรมของตัวเองไม่ได้ ต้องไปอ้างตัวอย่างผิดๆของคนอื่นมานี่ มันน่าอาย
อย่างนี้ต้องใช้คำพูดของ จอชก้า ฟิสเชอ เอง มาดัดแปลง

"With respect, Mr Kasit, you are an asshole."

http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews...D=9520000004958

การพูดว่า "ต่อสู้เพื่อความชอบธรรมในสังคม" นี่มันภาษาวิบัติอีกต่างหาก
จะบอกว่า เพื่อ ความเป็นธรรม ในสังคม ก็ว่าไป (justice, righteousness)
หรือ ความถูกต้องชอบธรรม ก็ยังได้ แต่ไม่ใช่ ความชอบธรรมในสังคม (legitimacy of...?,justification of...?)

กษิต ออกรายการสุทธิชัย หยุ่น ยกตัวเองเทียบเท่า จอชก้า ฟิสเชอ
ว่าเป็นนักต่อสู้มาเหมือนกัน

16 มกราคม, 2552

เสื้อแดงนัดชุมนุมคู่ขนานถกอาเซียนบี้รัฐบาลเด้ง‘กษิต’

“คนเสื้อแดง” ประกาศนัดชุมนุมที่สุวรรณภูมิรอรับผู้นำอาเซียน ตามด้วยการเปิดเวทีคู่ขนาน พร้อมทำหนังสือถึง 10 ชาติอาเซียนยื่นผ่านสถานทูต ฟ้องว่าประเทศไทยยังไม่เป็นประชาธิปไตยและมีการนำเอาแกนนำยึดสนามบินมาเป็น รัฐมนตรี ยืนยันไม่คิดขวางการประชุมสำคัญและไม่ทำผิดกฎหมายเพราะไม่มีเส้น แต่คัดค้านการที่รัฐบาลตั้ง “กษิต” เข้าไปร่วมเจรจาในฐานะตัวแทนคนไทย ด้าน “ดีทีวี” เปิดตัวพร้อมแจงผังรายการ ก่อนเริ่มออกอากาศจริง 19 มกราคมนี้

เมื่อช่วงสายวันที่ 15 มกราคมที่ผ่านมา บริษัท ดีสเตชั่น จำกัด ได้แถลงข่าวเปิดตัวสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม ดี สเตชั่น พร้อมด้วยผู้ร่วมจัดรายการของสถานี โดยมีอดีตแกนนำพรรคไทยรักไทยและแกนนำพรรคพลังประชาชนไปให้กำลังใจคับคั่ง

นายอดิศร เพียงเกษ อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย ในฐานะประธานกรรมการบริหาร บริษัท ดีสเตชั่น จำกัด กล่าวว่า ได้รวบรวมทุนจากพรรคพวกพี่น้องมาได้เบื้องต้นล้านกว่าบาท เพื่อตั้งบริษัทขึ้นมาทำสถานีโทรทัศน์เพื่อประชาธิปไตย โดยไม่มีบุคคลอื่นเข้ามาเกี่ยวข้องและต่อไปจะมีการขายหุ้นให้กับประชาชน ให้เป็นผู้ถือหุ้น โดยเฉพาะพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับสถานีโทรทัศน์นี้เลย เพราะขณะนี้พ.ต.ท.ทักษิณ กำลังลอยคออยู่ในมหาสมุทร แผ่นดินก็ไม่มีอยู่จนแทบจะไม่เหลืออะไรแล้ว พวกเราเลยไม่กล้าที่จะไปรบกวน

แต่เราตั้งใจที่จะสร้างสถานีนี้เพื่อส่งเสริมประชาธิปไตย ประชาชนที่มีจานดาวเทียมเรียกว่าจานดำสามารถรับชมได้ฟรีเพื่อรับความจริงอีก รูปแบบหนึ่ง โดยในการออกอากาศ ตนจะเป็นผู้ดำเนินรายการ "คุยกับอดิศร" นอกจากนั้นจะมีรายการ “สถานีประชาธิปไตย” โดย น.ส.ศุภรัตน์ นาคบุญนำ อดีตรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นผู้ดำเนินรายการ

รายการ "ห้องเรียนประชาธิปไตย" มีนายสุนัย จุลพงศธร ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข แกนนำ นปช. และ ร.ท.หญิงสุณิสา เลิศภควัต ผู้เขียนหนังสือทักษิณ แว อาร์ ยู ร่วมกันเป็นผู้ดำเนินรายการ ด้านรายการ“ทนายชาวบ้าน" ดำเนินรายการโดยนายธนา เบญจาธิกุล อดีตทนายความของ พ.ต.ท.ทักษิณ

นอกจากนี้ ยังมี นายจักรภพ เพ็ญแข อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นผู้ดำเนินรายการ “สายตาโลก” ส่วนรายการ “ความจริงวันนี้" มี นายวีระ มุสิกพงศ์ แกนนำผู้จัดรายการความจริงวันนี้ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ อดีตโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และนายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย เป็นร่วมกันดำเนินรายการ

ส่วนรายการ "บ้านเลขที่ 111" ดำเนินรายการโดยนายวิชิต ปลั่งศรีสกุล อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย รวมทั้ง นายนพดล ปัทมะ อดีต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ที่จะเข้ามาช่วยจัดรายการกฎหมายระหว่างประเทศและภาษาต่างประเทศด้วย

นอกจากนี้ยังอาจจะได้พบกับ พระราชธรรมนิเทศ หรือพยอม กัลยาโณ เจ้าอาวาสวัดสวนแก้วที่จะมาสอนธรรมะยามเช้าทุกวัน

“ขอโอกาสทุกท่านให้เราได้ออกอากาศ เพราะเราไม่มีเบื้องหน้าเบื้องหลังอะไร และเราก่อตั้งขึ้นมาเพื่อเป็นศัตรูกับรัฐบาลอภิสิทธิ์เท่านั้น ซึ่งแต่เดิมนั้นเราได้เตรียมการที่จะออกอากาศในวันที่ 1 มีนาคม แต่สถานการณ์การเมืองเปลี่ยนไป ทำให้เราต้องเร่งออกอากาศตั้งแต่ช่วงนี้ แม้หลายๆอย่างจะยังไม่พร้อม แต่เราเชื่อว่าการดำเนินการไประยะหนึ่งจะทำให้ทุกอย่างพร้อมได้เร็วที่สุด”

นอกจากนี้ นายอดิศร ยังได้กล่าวอีกด้วยว่ากลุ่มผู้จัดจะไม่ปิดกั้นความเห็น ไม่ว่าจะเป็นประชาชนสีใดก็ตาม สามารถติชมรายการได้

ทางด้านนายจตุพร กล่าวว่า ถือว่าได้มีการเปิดตัวผู้บริหารสถานีอย่างเป็นทางการ จากนั้นจะทดลองออกอากาศในวันที่ 19 มกราคม ส่วนพวกตนมาร่วมงานในนามของผู้จัดรายการความจริงวันนี้ ซึ่งเป็นหนึ่งในผังรายการของสถานีเท่านั้น นอกจากจะมีอดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทยหลายคนรวมงานแถลงเปิดตัวดีทีวี ด้วย

ขณะที่นายจักรภพ กล่าวถึงการเปิดสถานีโทรทัศน์ประชาธิปไตย ว่าไม่สนใจว่าจะเป็นสื่อแท้หรือ สื่อเทียม เนื่องจากอยู่ที่ประชาชนจะสนับสนุน หากประชาชนสนับสนุนจากสื่อเทียม ก็จะเป็นสื่อแท้ได้

ด้านนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ออกมากล่าวว่า เรื่องเปิด DTV เข้าใจว่าเป็นการนำสถานีเดิมที่มีอยู่มาเปิด ซึ่งสามารถดำเนินการต่อไปได้ หากสามารถเปิดได้อย่างถูกต้อง ส่วนเรื่องเนื้อหาที่นำเสนอก็ต้องดูอีกครั้งว่าเป็นอย่างไร แต่สิ่งที่รัฐบาลอยากจะเรียกร้องให้สื่อทุกฝ่ายดูแลเรื่องความสงบของบ้าน เมือง เนื่องจากสื่อเป็นส่วนหนึ่งของสังคมที่มีส่วนในการเปลี่ยนแปลงทัศนคติและ ความคิดของคน ฉะนั้นควรนำเสนอข่าวด้วยความรับผิดชอบต่อสังคม และไม่ซ้ำเติมวิกฤติความขัดแย้งในขณะนี้

อย่างไรก็ตามรัฐบาลไม่สามารถเข้าไปตรวจสอบเนื้อหาที่นำเสนอได้ ไม่เช่นนั้นจะถูกกล่าวหาว่าเป็นการแทรกแซง แต่ต้องเป็นหน้าที่รับผิดชอบของผู้ดำเนินรายการ หากเกินเลยขอบเขตของกฎหมายก็ถูกดำเนินการได้ ทั้งนี้หาก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จะมีการโฟนอินเข้ามาก็เป็นสิทธิที่สามารถทำได้ ไม่มีปัญหาอะไร

ส่วนนายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีการเปิดตัวสถานีโทรทัศน์ DTV ว่า เป็นสิทธิเสรีภาพที่จะกระทำได้ ส่วนเนื้อหาของรายการจะเป็นอย่างไรต้องตั้งคระกรรมการกขึ้นมาตรวจสอบอย่าง ใกล้ชิด หากพบว่ามีเนื้อหาเกินขอบเขตก็จะเข้าตรวจสอบทันที เพื่อให้ดำเนินการอยู่ในขอบเขตของกฎหมาย

ขณะที่เย็นวันเดียวกัน ที่สถานีวิทยุชมรมคนรักอุดร นายขวัญชัย ไพรพนา ประธานชมรมคนรักอุดร ได้นัดพบปะพูดคุยกับแกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงทั่วประเทศประมาณ 30 จังหวัด เพื่อหาแนวทางต่อสู้ปกป้องระบอบประชาธิปไตย และจะกดดันให้นายกษิต ภิรมย์ พ้นจากตำแหน่ง รมว.ต่างประเทศ

พร้อมกันนี้ได้ออกแถลงการณ์ยื นยันว่าสนับสนุนและเห็นความสำคัญของการประชุมอาเซียนซัมมิต และได้ยื่นข้อเรียกร้องรวม 5 ข้อ
1.รัฐบาลต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยการนำรัฐธรรมนูญ 2540 คืนมา พร้อมทั้งทำการปฏิรูปเศรษฐกิจ การเมือง เพื่อสร้างสรรค์ประชาธิปไตยที่สมบูรณ์
2.รัฐบาลต้องดำเนินคดีกับแกนนำพันธมิตรฯโดยเร็ว
3.รัฐบาลต้องปลด นายกษิต ภิรมย์ รมต.ต่างประเทศ ที่พูดสนับสนุนการยึดสนามบินสุวรรณภูมิและสนับสนุนการกระทำที่รุนแรงและเป็น การฝ่าฝืนกฎหมายของบ้านเมือง
4. หยุดการกระทำให้เป็นภัยต่อสภาวะเศรษฐกิจของประเทศชาติ ที่รัฐบาลจะนำเอาเงินคงคลังมาใช้ ถึง 7.44 ล้านล้านบาท แบบเอื้อประโยชน์ให้กับพรรคพวกถึง 5.22 ล้านล้านบาท และจะเหลือเงินคงคลังเพียง 2.2 ล้านล้านบาท ยิ่งจะทำให้เศรษฐกิจประเทศชาติพังพินาศย่อยยับกว่าเดิม และ เสียดุลเศรษฐกิจของประเทศชาติ ซึ่งไม่เคยมีรัฐบาลใดกระทำการเช่นนี้มาก่อน
5. รัฐบาลปัจจุบันนี้บริหารประเทศชาติสภาวะเศรษฐกิจ ไตรมาสแรกงบเสียดุลการค้าไป 5.2 หมื่นล้านบาท กระทรวงการคลังได้แถลงการณ์ต่อสาธารณชนแต่ไม่มีการเสนอข่าวต่อสื่อมวลชน เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบ ซึ่งถือได้ว่าเป็นสัญญาณอันตรายกับการบริหารประเทศชาติที่ปิดบังประชาชน

พร้อมกันนี้ได้เตรียมมาตรการเคลื่อนไหวโดยจะ ชุมนุมยื่นหนังสือถึงรัฐบาลอาเซียน 10 ประเทศ ผ่านสถานทูตไทยเปิดโปงรัฐบาลประชาธิปัตย์ที่เคยสนับสนุนการยึดสนามบิน จัดการชุมนุมโดยสงบ สันติที่สนามบินสุวรรณภูมิ ในวันที่รัฐบาลอาเซียนเดินทางมาประชุม จัดการชุมนุมใหญ่คู่ขนาน ระหว่างวันเวลาของการประชุมสุดยอดอาเซียน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย แกนนำ นปช.กล่าวถึงการเตรียมชุมนุมประท้วงของกลุ่มคนเสื้อแดง ในช่วงการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน ระหว่างวันที่ 27 กุมภาพันธ์ - 1 มีนาคม ที่หัวหิน ว่า ไม่ใช่เป็นการคัดค้านการประชุม แต่คัดค้าน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ที่แต่งตั้ง นายกษิต ภิรมย์ คนของพันธมิตรฯ มาเป็นรมว.ต่างประเทศ ทั้งๆ ที่มีคนอื่นที่เหมาะสมกว่า

นายจตุพร กล่าวว่า ใน 1-2 วันนี้ จะออกเดินสายยื่นหนังสือต่อทูตประเทศสมาชิกอาเซียนให้รับทราบข้อเท็จจริงที่ เกิดขึ้นกับประเทศไทยว่า ไทยยังไม่เข้าสู่ระบอบประชาธิปไตยอย่างแท้จริง และมีการตั้งคนของพันธมิตรฯ ซึ่งมาจากระบอบเผด็จการเข้ามาทำงานให้กับรัฐบาล อย่างไรก็ตาม การเคลื่อนไหวจะอยู่ในกรอบของกระบวนการยุติธรรม เพราะกลุ่มคนเสื้อแดงไม่มีเส้นสาย

ถึงคราวกษิตอ้อนวอน อย่านำเขาวิหารโยงการเมือง

นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ
กล่าวปาฐกถาพิเศษเรื่อง "ภาพพจน์ไทยในสายตาชาวชาวโลก" จัดโดยโพสต์ฟอรั่ม
2009 วันนี้ (15 ม.ค.)​ ตอนหนึ่งว่า
การส่งเสริมภาพลักษณ์ของประเทศไทยในสายตาชาวโลกเปรียบเสมือนอาหารไทย
ถ้าปรุงจากเชฟมือหนึ่งและมีครัวที่สะอาด
อาหารที่ออกไปก็ต้องยอดเยี่ยมแน่นอน โดยเชฟของเมืองไทยขณะนี้ คือ
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และมีทีมงานที่ยอดเยี่ยม คือ
คณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยมีนโยบายชัดเจนเกี่ยวกับเรื่องโปร่งใส
ไม่มีเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ
กล่าวต่อว่า การเข้ามาอย่างถูกต้องตามกรอบรัฐธรรมนูญ
ถือเป็นจุดขายสำคัญที่กระทรวงการต่างประเทศจะนำไปชี้แจงกับนานาประเทศ
รวมทั้งจะเชิญนายกรัฐมนตรีไปพบปะกับนักลงทุนและนักท่องเที่ยวที่ประเทศ
ญี่ปุ่นด้วย
ขอยืนยันว่ารัฐบาลจะไม่ใช้กฎหมายหรือเครือข่ายใดเล่นงานทางการเมืองกับ
ผู้ที่ไม่เห็นด้วยกับรัฐบาล นอกจากนี้ การออกรายการ
"เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯ อภิสิทธิ์" ของนายกรัฐมนตรีทุกวันอาทิตย์
เวลา 09.00-10.00 น.นั้น
รัฐบาลจะเปิดโอกาสให้ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร
มาแก้ต่างหรือเสนอแนวทางในการแก้ไขปัญหา ของประเทศด้วย

ผู้สื่อข่าว
ถามถึง กรณีข้อพิพาทประเด็นเขาพระวิหาร
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า
ได้โทรศัพท์พูดคุยกับรัฐมนตรีต่างประเทศกัมพูชาแล้ว
เรื่องนี้มีเจ้าหน้าที่ดูแลอยู่
เมื่อไม่มีเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนหรือธุรกิจของนักการเมืองเข้ามา
เกี่ยวข้อง ก็ไม่ควรนำมาเป็นประเด็น การเมือง
รัฐบาลมีหน้าที่สนับสนุนเจ้าหน้าที่ให้ดำเนินการไปตามเทคนิคหรือตามกรอบ
ต่าง ๆ