CBOX เสรีชน

24 มีนาคม, 2552

ทำให้เครื่อง บุตเร็วขึ้น

ลองดูนี่ครับ หากคุณกำลังประสบปัญหา Windows XP บูตช้ามาก เทคนิคระดับมืออาชีพต่อไปนี้ แม้จะดูซับซ้อนไปบ้างแต่รับรองว่าได้ผลอย่างแน่นอน
1. เปิดโปรแกรม Notepad (Start -> Programs -> Accessories -> Notepad)
2. พิมพ์ข้อความ "del c:windowsprefetchntosboot-*.* /q" (ไม่ต้องพิมพ์ เครื่องหมายคำพูด) แล้ว Save เป็นชื่อไฟล์ ntosboot.bat ไว้ในไดเรกทอรี C:
3. คลิกปุ่ม Start -> Run พิมพ์คำสั่ง gpedit.msc แล้ว Enter
4. คลิกเลือกออปชัน Computer Configuration -> Windows Settings -> Scripts (Startup/Shutdown) จากนั้นดับเบิลคลิกที่คำว่า Shutdown ที่ปรากฏ อยู่ในหน้าต่างด้านขวามือ
5. ที่หน้าต่างที่ปรากฏขึ้น คลิกปุ่ม Add –> Browse ตามด้วยการระบุที่อยู่ของไฟล์ ntosboot.bat ซึ่งก็คือ C: แล้วคลิกปุ่ม Open
6. คลิกปุ่ม OK -> Apply -> OK เพื่อปิดหน้าต่าง
7. คลิกปุ่ม Start -> Run พิมพ์คำสั่ง devmgmt.msc แล้ว Enter
8. ดับเบิลคลิกที่รายการ IDE ATA/ATAPI controllers
9. คลิกขวาที่รายการย่อย "Primary IDE Channel" เลือกคำสั่ง Properties
10. คลิกแท็บ Advanced Settings เปลี่ยนออปชันในหัวข้อ Device Type จาก autodetect ให้เป็น none แล้วคลิก OK
11. คลิกขวาที่รายการย่อย "Secondary IDE channel" เลือกคำสั่ง Propertiesแล้วทำซ้ำขั้นตอนที่ 10
12. รีสตาร์ทเครื่องใหม่อีกครั้ง ซึ่งการบูตเครื่องครั้งใหม่จะเร็วขึ้นกว่าเดิม

ทิปจาก คุณกวาง ขอบคุณครับ

Tips Xp

ตัดปัญหาหน้าต่าง Error ชอบผุดๆโผล่ๆ

คลิกที่ Error reporting เลือก Disable error reporting คลิก O.K.

ตัดปัญหา Restore

เลือก System Restore คลิก O.K.
_________________________________

ปิดการทำงานในส่วนของเอฟแฟ็กต์การแสดงผลภาพ

เลือก Advanced คลิก Settings ในส่วนของ Performance ครับ

จะได้หน้าต่าง Performance Options คลิกเครื่องหมายถูกออกให้หมดเหลือ ๔ ช่องสุดท้ายดังภาพ เพื่อให้ยังดูสวยเหมือนเดิมเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นครับ คลิก O.k.
______________________________________

บู๊ตเร็วขึ้น 30 วินาที ตัดปัญหาชอบรีสตาร์ทเอง

เลือก Advaced คลิกที่ Settings ในส่วนของ Startup and Recovery

จะได้หน้าต่าง Startup and Recovery คลิกเครื่องหมายถูกบนสุด และล่างสุดออก ผมเอาออกหมดเลยครับ คลิก O.K.

_______________________________________

ปิดการทำงานของ Autoupdate และโปรแกรมที่ชอบทำงานเอง ยังไม่ได้สั่งเลยนะ

คลิก Start>Run>พิมพ์ msconfig.exe คลิก O.K.

ที่หน้าต่าง System configuration Utility เลือก Services แล้วคลิกเครื่องหมายถูกออก

คลิก WMI ตัวใหญ่ด้านล่างขี้เกียจพิมพ์เต็ม Automatic Updates และ Wireless Zero คลิก Apply

_________________________________

ลดเวลาการประมวลผลโปรแกรมต่างๆ

คลิก Start>Run พิมพ์ regedit คลิก O.K.

ได้หน้าต่าง Registry Editer คลิกที่ +HKEY_CURRENT_USER > +HKEYญCURRENTญUSER >+Control Panel> แล้วคลิกที่โฟล์เดอร์ Desktop จะปรากฎหน้าต่างทางขวามือขึ้นมา คลิกขวาที่ HungAppTimeout เลือก Modify ได้หน้าต่าง Edit String เปลี่ยนค่าเป็น 1000 คลิก O.K.

ที่หน้าต่าง Edit String เปลี่ยนค่าเป็น 1000 คลิก O.K.

คลิกขวา MenuShowDelay เลือก Modify จะปรากฏหน้าต่าง Edit String เปลี่ยนค่าเป็น 0

หน้าต่าง Edit String เปลี่ยนค่าเป็น 0 คลิก O.K.

_____________________________________________

เร่งสปีด Shutdown เร็วขึ้น 4 เท่า

คลิก+HKEYญLOCALญMACHINE\SYSTEM > CurrentControlSet > คลิกที่โฟล์เดอร์ของ Control >จะได้หน้าต่างทางขวามือ คลิกขวาที่ WaitToKillServiceTimeout เลือก Modify ที่หน้าต่าง Edit String เปลี่ยนค่าเป็น 5000 คลิก O.K.

ที่หน้าต่าง Edit String เปลี่ยนค่าเป็น 5000 คลิก O.K.
______________________________

เพิ่มความเร็วในการเปิดหน้าต่าง

โดยการลบค่าการเข้าไปเช็คไฟล์ต่างๆที่สะสมอยู่ คลิก Start > Run > พิมพ์ regedit คลิก O.K. จะได้หน้าต่าง
Registry Editor คลิก +HKEY_LOCAL_MACHINE > +SOFTWARE > +Microsoft > +Windows >
+CurrentVersion > +Explorer > +RemoteComputer > +NameSpace > คลิกขวาที่ +{D6277990-4C6A-11CF-8D87-00AA0060F5BF}
แล้วเลือกคำสั่ง Delete ลบค่านี้ทิ้งไป จะปรากฏหน้าเล็กๆ คลิก o.k. แล้วรีสตาร์ทขึ้นมาใหม่
คลิกที่+HKEY_LOCAL_MACHINE\SYSTEM > +CurrentControlSet > +Services > +Tcpip >
Parameters คลิกขวาตรงพื้นที่ว่างด้านขวาดังภาพ เลือกคำสั่ง New > DWORD Value ตั้งซื่อว่า MTU
แล้วดับเบิ้ลคลิกเข้าไปที่ DWORD นี้ จะปรากฏหน้าต่าง Edit DWORD Value คลิกเลือก Decimal ที่ช่อง
Value data ใส่ค่า 576 ลงไป แล้วคลิก o.k.

______________________________________

เปิดท่อน้ำปะปา (bandwidth)
คลิกปุ่ม Start > Run พิมพ์ gpedit.msc ลงในช่อง Open คลิก o.k.

จะปรากฏหน้าต่าง Group Policy ขึ้นมา ดับเบิ้ลคลิกไปที่ Administrative Templates

ดับเบิ้ลคลิกที่ Network

ดับเบิ้ลคลิกที่ Qos Packet Scheduler

ดับเบิ้ลคลิกที่คำสั่ง Limit reservable bandwidth

จะได้หน้าต่าง Limit reservable bandwidth Properties คลิกที่แท็บ Setting เลือกช่อง Enabled ที่ช่อง
Bandwidth limit (%) ปรับค่าเป็น 0 แล้วคลิก o.k.

มาร์คลูกแม่

มาร์คลูกแม่แย่แล้วนะลูกจ๋า***แม่คงอ้าแขนอุ้มตุ้มไม่ไหว
อันตัวแม่ก็แย่ร่อแร่ใจ***ต้องเป็นไข้สะท้านหนาวร้าวอุรา
แม่อุ้มมาร์คขึ้นมาแสนลำบาก***คนหมู่มากประณามแม่หลายข้อหา
แม่ดูลูกโดนเขายำในสภา***ถูกตราหน้าน่าอับอายหลายกระทง[big]
มาร์คลูกแม่แย่แล้วนะลูกจ๋า***แม่คงอ้าแขนอุ้มตุ้มไม่ไหว
อันตัวแม่ก็แย่ร่อแร่ใจ***ต้องเป็นไข้สะท้านหนาวร้าวอุรา
แม่อุ้มมาร์คขึ้นมาแสนลำบาก***คนหมู่มากประณามแม่หลายข้อหา
แม่ดูลูกโดนเขายำในสภา***ถูกตราหน้าน่าอับอายหลายกระทง
ลูกของแม่แม่คงไม่เอาไว้***ใครต่อใครรู้กันหมดลดลุ่มหลง
ก่อนที่แม่จะเสียหน้าแลเสื่อมลง***ขอลูกจงไปตามทางอย่างเจ้ามา
ตอนแรกแม่คิดว่าแน่แต่คิดผิด***คนทั่วทิศเขาต่อต้านทั่วทิศา
แม่จะพูดอย่างไรไม่นำพา***คงเพราะว่าเขารู้ทันกับเล่ห์เรา
ขอโบกมือบายบ่ายมาร์คลูกรัก***หมอดูทักประเทศชาติอาจโดนเผา
ประชาชนคนทั้งชาติเขาไม่เอา***ซึ่งตัวเจ้าที่อ่อนหัดพัฒนา
อันตัวแม่แลก็อุ้มตุ้มไม่ได้***จะฉิบหายพังกันสิ้นเขาหมิ่นหนา
แม้ว่าแม่จะรักเจ้าเฝ้ากรุณา**แต่ถึงครามีภัยแล้วแม่ขอแจว(ไปก่อนเอย)

สิบตำลึงทอง --- เว็บไซท์เสรีชน.คอม

22 มีนาคม, 2552

ณัฐวุฒิ ใสเกื้อ

ณัฐ คือยอดแห่งผู้ เป็นปราชญ์ พี่เอย
วุฒิ ใช่ใบประกาศ สิ่งรู้
ใส คือส่วนสะอาด สุดที่ มองแล
เกื้อใส่ใจมอบผู้ ที่ไช้ ความดี


เพื่อ....???



DSIปัดโยนเรื่องเงิน23ล้านปชป.ให้กกต.

ประชาทรรศน์

โฆษกดีเอสไอ ยัน ส่งมอบหลักฐานเงินอุดหนุนกิจการพรรคการเมือง 23 ล้าน ให้กกต.เป็นเรื่องที่ถูกต้อง ไม่ได้ปัดความรับผิดชอบ เมินวิจารณ์ 'สดศรี' เพราะเป็นมารยาทของหน่วยงาน ด้าน 'สารวัตรเหลิม' เล็งยื่นเอกสารเงินบริจาคปชป.ต่อกกต.สัปดาห์หน้า

ภายหลังที่ นางสดศรี สัตยธรรม กรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ออก มาเปิดเผยว่า กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ได้ส่งมอบหลักฐานการสอบสวนการใช้เงินของพรรคประชาธิปัตย์ที่เกี่ยวโยงกับ บริษัท เมซไซอะ และเงินสนับสนุนพรรคการเมืองมาให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง พร้อมตั้งข้อสังเกต ว่า เหตุใดดีเอสไอจึงไม่ดำเนินการสอบสวนต่อให้แล้วเสร็จ

ด้าน พ.ต.อ.ณรัตน์ เศวตนันท์ รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ในฐานะ โฆษก DSI กล่าว ถึงกรณีดังกล่าวว่า การส่งมอบหลักฐานให้กกต.ดำเนินการเป็นสิ่งที่ถูกต้อง เพราะตามกฎหมายกำหนดในทะเบียนพรรคการเมือง จะต้องเป็นหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้งที่จะดำเนินการสอบสวนต่อ ส่วนการที่กกต.บางคนออกมาระบุว่า การส่งเรื่องดังกล่าวให้กกต.เหมือนเป็นการปัดความรับผิดชอบนั้น ตนไม่ขอออกความเห็น เพราะถือว่าเป็นมารยาทของหน่วยงาน นอกจากนี้ ดีเอสไอ ยังแยกส่งเรื่องเงินบริจาค 263 ล้าน กับเงินอุดหนุนกิจการพรรคการเมือง 23 ล้านบาท ของพรรคประชาธิปัตย์ ออกเป็น 2 ส่วน ให้กับคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์รวมไปถึง กกต. เพื่อดำเนินการแล้ว

'พงศ์เทพ'ชี้DSIส่งให้กกต.เพราะเกี่ยวโยงพรรคการเมือง

นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา โฆษกส่วนตัว พ. ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เปิดเผยในฐานะอดีตรมว.ยุติธรรม โดยกล่าวถึงเรื่องเดียวกัน ว่า ดีเอสไอ ถือเป็นเจ้าหน้าที่รัฐส่วนหนึ่ง ดังนั้น ความเห็นหรือข้อกล่าวหา ที่ DSI ส่งให้ทาง กกต.นั้น ต้องถือว่ามีน้ำหนักเพราะผ่านกระบวนการสอบสวนมาแล้ว ส่วนข้อสงสัยที่ คณะกรรมการการเลือกตั้ง ตั้งข้อสังเกตว่า เหตุใด DSI ถึงไม่ดำเนินการต่อให้จบ เหตุผลคงเป็นเพราะเรื่องนี้ เกี่ยวโยงกับพรรคการเมือง และการยุบพรรค ซึ่งถือเป็นอำนาจของ กกต. ที่ต้อง

'เหลิม'เล็งยื่นเอกสารเงินบริจาคปชป.ต่อกกต.สัปดาห์หน้า

ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธาน ส.ส.พรรคเพื่อไทย กล่าว ว่าในสัปดาห์หน้า จะยื่นเอกสารหลักฐานเกี่ยวกับเงินบริจาคพรรคประชาธิปัตย์ ต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. ส่วนเอกสารหลักฐานจะถึงขั้นยุบพรรคประชาธิปัตย์ได้หรือไม่นั้น ไม่ขอให้ความเห็น อย่างไรก็ตามเรื่องนี้ตนไม่ได้คาดหวังกับการทำหน้าที่ของ กกต.มากนัก

"ตนยืนยันว่าข้อมูลที่นำไปยื่นกับ กกต. ไม่ได้เอามาจากดีเอสไอ ตามที่มีการตั้งข้อสังเกต อีกทั้งหากมีการตรวจสอบข้อมูลของตนเองในเชิงลึก จะทราบรายละเอียดข้อเท็จจริงชัดเจนอย่างแน่นอน" ประธาน ส.ส.พรรคเพื่อไทย กล่าว

IMFเผยศก.โลกหดตัวมากที่สุดในรอบ80ปี

ประชาทรรศน์

นายโรเบิร์ต เซลลิค ประธานธนาคารโลก หรือ เวิร์ลแบงค์ เปิด เผยว่า กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) คาดว่าเศรษฐกิจโลกปีนี้จะหดตัวราวร้อยละ 0.7 ซึ่งนับเป็นครั้งแรกในรอบ 64 ปี ขณะที่การค้าโลกจะหดตัวมากสุดในรอบ 80 ปี ดังนั้นปีนี้จึงเป็นปีที่อันตราย ด้วยเหตุนี้ที่ประชุมจี 20 จะต้องพยายามหาทางช่วยเหลือทั้งประเทศพัฒนาแล้วและกำลังพัฒนา

“ชุมพล”ติงงดขายเหล้าสงกรานต์ซ้ำเติมปท.“ไทยเบฟ”ส่ายหัวแก้ไม่ตรงจุดนักดื่มซื้อตุน

ก.ท่องเที่ยว ค้านไม่เห็นด้วย มาตรการห้ามขายเหล้าวันสงกรานต์ หวั่นกระทบการท่องเที่ยว ทำนักท่องเที่ยวหดหายยิ่งซ้ำเติมประเทศ ในสภาวะที่ประเทศต้องการรายได้จากการท่องเที่ยวเพื่อการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ ด้านสาธารณสุขอ้างผลสำรวจนักท่องเที่ยวมาเยือนไทยเพราะต้องการดูวัฒนธรรม ไม่ใช่มาดื่ม ยันไม่ใช่นโยบายสกัดท่องเที่ยว อาจเปิดช่องให้ร้านอาหารโรงแรมขายได้ช่วง 6 โมงเย็นถึงเที่ยงคืน ขณะที่เอกชนค่ายไทยเบฟ ติงแก้ปัญหาไม่ตรงจุด เหตุคนไทยยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ นักดื่มซื้อมากักตุนก่อนล่วงหน้า

นายชุมพล ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวถึงแนวคิดของกระทรวงสาธารณสุขที่จะออกกฎกระทรวงห้ามจำหน่ายเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ โดยระบุว่า อาจส่งผลให้ยอดนักท่องเที่ยวลดลงในสภาวะที่ประเทศต้องการรายได้จากการท่อง เที่ยวเพื่อการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ พร้อมแสดงความเห็นคัดค้านการออกเป็นกฎหมายบังคับ

“ขณะนี้จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องกระตุ้นการท่องเที่ยวเพื่อสร้างรายได้ ไม่สมควรที่จะไปห้าม ขอยกเว้นไว้ก่อนในหนึ่งปีนี้ อย่าไปห้ามไม่ให้นักท่องเที่ยวดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในวันเทศกาลสำคัญ เวลานี้เรามีวิกฤติการท่องเที่ยวมากอยู่แล้ว ถ้าไปห้ามจะทำให้คนไม่มาท่องเที่ยว พอรู้ว่าประเทศไทยจะห้ามจำหน่ายเหล้าเบียร์ก็หนีไปประเทศอื่นดีกว่า เราจะเสียลูกค้าไป”

ส่วนกรณีที่ พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกรัฐมนตรี ได้แสดงความเห็นคัดค้านแนวคิดดังกล่าวในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2552 ที่ผ่านมา ถือว่าถูกต้องแล้ว ในแง่ผู้ที่ดูแลนโยบายเรื่องการท่องเที่ยวที่มีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการ แก้ไขฟื้นฟูวิกฤติเศรษฐกิจ

สำหรับเหตุผลที่กระทรวงสาธารณสุขหยิบยกขึ้นมาสนับสนุนการออกกฎกระทรวงเรื่อง ดังกล่าว เนื่องจากสาเหตุการเสียชีวิตในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 80% มาจากการดื่มสุราแล้วขับขี่รถจักรยานยนต์นั้น มองว่า หากกระทบเรื่องการท่องเที่ยวจะมีผลเสียหายมากกว่า เพราะการท่องเที่ยวคือรายได้ของประเทศชาติที่หาได้รวดเร็ว และสามารถช่วยแก้ภาพลักษณ์ของประเทศได้รวดเร็วด้วยเช่นกัน ดีกว่าจะไปแก้ปัญหาด้านการลงทุนหรือการส่งออก ซึ่งได้ผลช้ากว่า ควรหยิบฉวยอันนี้ก่อนในภาวะประเทศกำลังวิกฤติ

ขณะที่ นายมานิต นพอมรบดี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ยืนยันว่า จากความกังวลของหลายฝ่ายในการห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จะกระทบต่อการ ท่องเที่ยวนั้นจะไม่ส่งผลกระทบ เนื่องจากในการเสนอการห้ามจำหน่าย ได้เสนอไว้ 2 แนวทาง คือ 1.ห้ามจำหน่าย 3 วัน คือวันที่ 12-14 เมษายน 2.ห้ามจำหน่าย 3 วัน เหมือนกัน แต่ผ่อนปรนให้ร้านอาหารสถานบริการและมินิบาร์ให้ห้องพักตามโรงแรมสามารถ จำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้ระหว่างเวลา 18.00 -24.00 น.

จากการสำรวจความคิดเห็นนักท่องเที่ยวต่างระบุชัดว่า การมาเที่ยวเมืองไทยช่วงเทศกาลสงกรานต์ไม่ได้ตั้งใจมาเมืองไทยเพื่อดื่ม เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ แต่ต้องการมาดูวัฒนธรรมและสถานที่ท่องเที่ยวมากกว่า ดังนั้น การห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในเทศกาลสงกรานต์ จึงเป็นการมุ่งหวังสกัดนักดื่มหน้าใหม่ที่ดื่มแล้วขับ ไม่ใช่สกัดการท่องเที่ยวอย่างที่เป็นกังวลกัน

ต่อกรณีที่ พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานนโยบายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แห่งชาติ ออกมาคัดค้านมาตรการดังกล่าว โดยให้เหตุผลว่าเป็นการแก้ปัญหาไม่ตรงจุด ถือเป็นเรื่องของความเห็นต่างที่เกิดขึ้นได้

อย่างไรก็ตาม ตนเองจะรีบรวบรวมข้อมูลทั้งหมดเสนอต่อ พล.ต.สนั่น ซึ่งเชื่อว่าหากได้รับข้อมูลครบทุกด้านอาจจะทำให้เปลี่ยนใจได้ เพราะในแต่ละปีมีผู้เสียชีวิตจากการดื่มแอลกอฮอล์แล้วขับขี่ยานพาหนะเป็น จำนวนมาก ปีละไม่ต่ำกว่า 500 ราย และในทุกๆ 20 นาที มีการเสียชีวิต 1 ราย และบาดเจ็บ 1 คน ทุกๆ 2 นาที

ฝั่งภาคเอกชน นายชาลี จิตจรุงพร รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด ผู้ทำตลาดเบียร์ยี่ห้ออาชา เบียร์ช้าง และเฟดเดอร์บรอย กล่าวว่า นโยบายห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในช่วงเทศกาลสงกรานต์เพื่อลดการเกิด อุบัติเหตุนั้น บริษัทในฐานะผู้ประกอบการยินดีปฏิบัติตามอยู่แล้ว แม้จะมีผลกระทบต่อการทำธุรกิจบ้างก็ตาม

“การห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ช่วงสงกรานต์ส่งผลกระทบแน่นอน แต่ถ้าผู้บริโภคอยากจะดื่มก็จะมีการซื้อตุนไว้เอง ในส่วนของบริษัทไม่ต้องปรับตัวอะไร และยินดีปฏิบัติตามข้อกำหนดของภาครัฐทุกอย่าง แต่โดยส่วนตัวนั้นผมมองว่ามาตรการนี้เป็นการแก้ปัญหาที่ไม่ตรงจุด คนไทยยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ ควรสอนเรื่องการบริโภคอย่างถูกต้องมากกว่า”

‘เยาวลักษณ์ ชินวัตร’เสียชีวิต‘ทักษิณ’มางานศพพี่สาวไม่ได้!!



นายแพทย์อาทิตย์ เจียรนัยศิลาวงศ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์ โรงพยาบาลพระราม 9 แขวงและเขตห้วยขวาง กทม. เปิดเผยว่า นางเยาวลักษณ์ ชินวัตร หรือคล่องคำนวณการ พี่สาวคนโตของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เสียชีวิตแล้วที่ โรงพยาบาล เมื่อเวลาประมาณ 22.00 น.ของวันที่ 21 มีนาคมที่ผ่านมา

หลังเข้ามารักษาตัวเพราะป่วยด้วยโรคไต ตั้งแต่วันที่ 16 เมษายน 2551 โดยมีอาการติดเชื้อในทางเดินกระแสเลือด ซึ่งเชื้อดังกล่าวเป็นเชื้อที่ดื้อยาส่งผลให้อาการของโรคไตทรุดจนทำให้เสีย ชีวิตลงในที่สุด โดยในวันนี้ เวลา 11.00 น. จะมีการแถลงข่าวถึงสาเหตุการเสียชีวิตอย่างเป็นทางการอีกครั้ง

นางเยาวลักษณ์ ชินวัตร เป็นบุตรคนโตจากจำนวน 10 คน ของ นายเลิศ และนางยินดี ชินวัตร สมรสกับ พ.อ.พิเศษ ศุภฤกษ์ คล่องคำนวณการ โดยเป็นคนช่วยดูแลกิจการของครอบครัวชินวัตรมาตั้งแต่ต้น และเป็นนายกเทศมนตรีหญิงคนแรกของจังหวัดเชียงใหม่ อีกด้วย

'เยาวเรศ'เผย'ทักษิณ'ทราบพี่สาวเสียชีวิตแล้ว

นางเยาวเรศ ชินวัตร กล่าว ภายหลังการเสียชีวิตของ นางเยาวลักษณ์ ชินวัตร พี่สาวคนว่า ขณะนี้ได้โทรศัพท์แจ้งกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตรแล้ว และบอกว่ารู้สึกเสียใจแต่ไม่สามารถเดินทางกลับมาร่วมงานศพได้

ก่อนหน้านี้ ทางแพทย์ได้แจ้งว่าพี่สาวยังคงมีชีวิตได้อีกนานจึงไม่ได้คาดฝันว่าจะด่วนจาก ไปเร็วเช่นนี้ ส่วนศพจะตั้งสวดบำเพ็ญกุศลที่วัดไหนนั้นตนยังไม่ทราบต้องรอพูดคุยกับบรรดา ญาติพี่น้องก่อน

โพลล์เผยปชช.เชื่อข้อมูล'เหลิม'ซักฟอกรบ.มากที่สุด

สำนักวิจัยเอแบคโพลล์ เปิดเผยผลสำรวจ เสียงสะท้อนของสาธารณชนต่อควันหลงผลการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลและความนิยม 'มาร์ค'กับ'แม้ว' ระบุ ประชาชนเชื่อถือข้อมูล 'สารวัตรเหลิม'มากที่สุด โดยส่วนใหญ่เห็นว่า ไม่ควรปรับนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีที่ถูกซักฟอกออก ขณะที่หลังเสร็จศึกอภิปราย มีประชาชนกว่าร้อยละ 50 ที่นิยมศรัทธานายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน แต่น้อยกว่าที่เคยศรัทธา 'ทักษิณ'

ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยเอแบคโพลล์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เปิดเผยผลสำรวจ "เอแบคเรียลไทม์โพลล์" (Real-Time Survey) เรื่อง เสียงสะท้อนของสาธารณชนต่อควันหลงผลการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลและแนวโน้ม ความนิยมศรัทธาต่อนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กับ พ.ต.ท.ตร.ทักษิณ ชินวัตร กรณีศึกษาตัวอย่างประชาชนใน 18 จังหวัดทั่วประเทศ พบว่า ประชาชนที่ถูกศึกษาที่ติดตามรับชม/รับฟังการถ่ายทอดสดการอภิปรายไม่ไว้วางใจ รัฐบาลเพิ่มสูงขึ้น จากร้อยละ 6.3 ในวันแรก มาอยู่ที่ร้อยละ 17.7 ในวันที่สอง

นอกจากนี้ ประชาชนได้ให้คะแนนความน่าเชื่อถือในข้อมูลของนักการเมืองที่นำมาใช้ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล จากคะแนนเต็ม 10 คะแนน พบว่า ร.ต.อ.ดร.เฉลิม อยู่บำรุง ได้คะแนนสูงสุดอยู่ที่ 4.89 คะแนน รอง ลงมา คือ ร.ต.ท.เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ ได้คะแนนอันดับรองลงมา คือ 4.80 คะแนน นอกจากนี้ นายสุนัย จุลพงศธร ได้ 4.75 คะแนน นายจตุพร พรหมพันธุ์ ได้ 4.69 คะแนน นายสุรพงษ์ โตวิจักษ์ชัยกุลได้ 4.65 คะแนน นายไพจิต ศรีวรขาน ได้ 4.52 คะแนน และนายสุชาติ สายน้ำเงิน ได้ 4.34 คะแนน

สำหรับประเด็นที่ประชาชนอยากให้มีการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ครั้งต่อไป ได้แก่ ร้อยละ 80.0 ระบุเป็นเรื่องมาตรการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ร้อยละ 70.7 ระบุแนวทางแก้ปัญหายาเสพติด ร้อยละ 70.1 ระบุปัญหาทุจริตคอรัปชั่น ร้อยละ 67.9 ระบุปัญหา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ร้อยละ 61.4 ระบุความไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน และร้อยละ 58.5 ระบุปัญหาชายแดนของประเทศ

ที่น่าพิจารณาคือ ความคิดเห็นของประชาชนต่อรัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจว่าควรถูกปรับออก หรือไม่ควรถูกปรับออกพบว่า อันดับแรก คือ นายกษิต ภิรมย์ ร้อยละ 41.8 เห็นว่าควรปรับออก แต่ร้อยละ 58.4 เห็นว่าไม่ควรปรับออก รองๆลงไป คือ นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ ร้อยละ 27.6 เห็นควรปรับออก แต่ร้อยละ 72.4 เห็นว่าไม่ควรปรับออก นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล ร้อยละ 23.6 เห็นควรปรับออก แต่ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 76.4 เห็นว่าไม่ควรปรับออก นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ ร้อยละ 20.4 เห็นควรปรับออก แต่ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 79.6 เห็นว่าไม่ควรปรับออก นายกรณ์ จาติกวณิช ร้อยละ 18.2 เห็นว่าควรปรับออก แต่ส่วนใหญ่ร้อยละ 81.8 เห็นว่าไม่ควรปรับออก นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ร้อยละ 15.6 เห็นควรปรับออก แต่ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 84.4 เห็นว่าไม่ควรปรับออกและนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ร้อยละ 16.5 เห็นว่าควรปรับออก แต่ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 83.5 เห็นว่าไม่ควรปรับออก

นอกจากนี้ ในการสำรวจครั้งนี้พบแนวโน้มความนิยมศรัทธาของประชาชนต่อ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กับ พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่น่าพิจารณา คือ หลังเข้าสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และหลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจมีประชาชนร้อยละ 50.6 ที่นิยมศรัทธานายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน ซึ่งหลักการสำรวจความนิยมสาธารณชนถือว่าอยู่ในโซน B-เนื่องจากเกินร้อยละ 50 มาเพียง 0.6 เท่านั้น ซึ่งต่ำกว่าความนิยมศรัทธาของประชาชนที่เคยมีให้กับ พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร ในช่วงของการรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในเดือนพฤษภาคม 2544 ที่อยู่ในโซน B+ แต่อย่างไรก็ตาม ผลสำรวจครั้งล่าสุดนี้ พบว่า ความนิยมศรัทธาของประชาชนที่ถูกศึกษาต่อ พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ อยู่ที่ร้อยละ 23.6 หรืออยู่ในโซน D+