CBOX เสรีชน

08 กุมภาพันธ์, 2552

เมื่อสักครู่ได้รับสาย โทรศัพท์บ้าน จาก......? เลยแจ้งบอกข่าว


..............

สวัสดีวันอาทิตย์ ครับ เพื่อนๆทุกท่าน


เมื่อสักครู่มีโพลสอบถามทางโทรศัพท์บ้าน นะครับ จากดุสิตโพล 13.00 น.
ทีแรกว่าจะไม่ตอบก็ไม่ว่างอ่ะ แต่พอบอกหัวข้อ ... เลยเอาซ้า

ข้อ1 เมื่อเช้าดูรายการ นาย ก รึเปล่า เปล่าครับ
ข้อ2 เชื่อมั่นในรัฐบาลนาย ก หรือไม่ ไม่ครับ
ข้อ3 ชอบรัฐบาลนาย ก หรือไม่ เกลียดครับ
ข้อ4 ให้โอกาสรัฐบาลนาย ก ทำงานหรือไม่ ไม่ให้ครับ
ข้อ5 รับชมช่อง 11 ชัดเจนหรือไม่ ชัดเจนแต่ไม่เปิดดูครับ
ข้อ6 รายได้เท่าไหร่ เริ่มชักหน้าไม่ถึงหลังครับ

ข้อ7 รักนายอภิสัตว์ หรือเปล่า กรูโคตระระเกลียดมันเร้ย ครับ
(ข้อนี้ไม่มีครับ แค่คิดในใจเอาเองว่าเขาจะถามเลยเตรียมไว้ตอบล่วงหน้า)


ก็สงสารน้องสาวคนถามเขาเหมือนกันน๊ะ แต่ทำไงได้จาก..ใจกรูจิงจิ๊ง
นี่ถ้าเจ้าตัวเขามาถามฟังเอง คงจะปวดหัวใจนิ .. ผมร้ายกาจไปรึเป่าาา


ประโยชน์ของกระทะที่มากกว่าผัดและทอด

ประโยชน์ของกระทะที่มากกว่าผัดและทอด คือ ....

เอาไว้คั่ว กับ ต้ม ... ... ...

ก่อนอื่น ผมจะขอเกริ่นถึงลุงเหลือ กับสุดยอดสิ่งประดิษฐ์ของลุง นั่นก็คือ จานดาวเทียมที่ทำมาจากกระทะ!!?? ...





จากการที่ลุงเหลือ ใช้กระทะ ประดิษฐ์เป็นจานรับสัญญาณดาวเทียมให้กับโรงเรียนต่างๆ เพื่อใช้รับสัญญาณเพื่อการศึกษา ด้วยความคิดอันสร้างสรรค์อย่างชาญฉลาด และความเสียสละที่ทำประโยชน์ให้กับส่วนรวมโดยไม่หวังผลตอบแทน ทำให้ลุงเหลือเป็นที่รู้จัก และมีรายการโทรทัศน์นำเรื่องราวของดาวเทียมกระทะเหล็กฝีมือลุงเหลือไป ออกรายการ

นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ ยังได้ขอพระราชทานปริญญาครุศาสตร์บัณฑิตกิตติมศักดิ์ แก่ลุงเหลือ ในฐานะเป็นผู้มีมานะ บากบั่น แสวงหาความรู้ คู่คุณธรรม นำปัญญาสู่ชุมชนและสังคม



สำหรับท่านที่สนใจเรื่องราวของลุงเหลือ สามารถเข้าไปอ่านได้ที่บล็อกของคุณ Am: Pimpon ครับ ในentry : ลุงเหลือ กับ จานดาวเทียมกระทะเหล็ก ลองเข้าไปอ่านดูนะครับ ได้ข้อคิดอะไรดีๆนะเออ

... ... ...

เอาล่ะ ... ทีนี้ เรามาไขปริศนากันครับ ,,, ทำไมกระทะซึ่งเป็นอุปกรณ์การทำกับข้าว ถึงกลายมาเป็นอุปกรณ์ชิ้นสำคัญในการสร้างจานรับสัญญาณดาวเทียมของลุงเหลือ ได้?

คำตอบก็คือ ... เพราะเส้นโค้งของกระทะ มีลักษณะคล้ายรูปพาราโบลา(Parabola) ...

หลายคนอาจจะถามหาพาราเซตามอนเมื่อต้องพูดถึงพาราโบลา ถ้างั้น เราไปทำความรู้จักกับมันซักหน่อยดีไหมจ๊ะ

พาราโบลา เป็นภาคตัดกรวยชนิด หนึ่ง ซึ่งมีนิยามว่า เซตของจุดบนเส้นโค้งซึ่งมีระยะห่างจากจุดคงที่จุดหนึ่งและเส้นตรงเส้นหนึ่ง ด้วยระยะทางที่เท่ากัน เราเรียกจุดคงที่จุดนั้นว่า "จุดโฟกัส" และเ้ส้นตรงเส้นนั้นว่า "เส้นไดเร็กตริกซ์"

พูดง่ายๆ เป็นภาษาคนหน่อยก็คือ ทุกๆจุดที่อยู่บนกราฟพาราโบลา จะห่างจากจุดโฟกัสและเส้นไดเร็กตริกซ์ ด้วยระยะห่างที่เท่ากันเสมอ ดังภาพต่อไปนี้



จากภาพ P1 ,P2 ,P3 เป็นจุดบนพาราโบลา ,จุด F เป็นจุดโฟกัสของพาราโบลา และ เส้นตรง L เป็นเส้นไดเร็กตริกซ์ของพาราโบลา

* ถ้าเราวัดระยะจากจุด P1 ไปยังจุด F จะต้องเท่ากันกับระยะจากจุด P1 ไปยังจุด Q1 ซึ่งเป็นจุดบนเส้นไดเร็กตริกซ์
* ถ้าเราวัดระยะจากจุด P2 ไปยังจุด F จะต้องเท่ากันกับระยะจากจุด P2 ไปยังจุด Q2 ซึ่งเป็นจุดบนเส้นไดเร็กตริกซ์
* ถ้าเราวัดระยะจากจุด P3 ไปยังจุด F จะต้องเท่ากันกับระยะจากจุด P3 ไปยังจุด Q3 ซึ่งเป็นจุดบนเส้นไดเร็กตริกซ์

เห็นรึยังครับว่า จุดบน พาราโบลา จะห่างจากจุดโฟกัส เท่ากับที่ห่างจากเส้นไดเร็กตริกซ์

... ... ...

คุณสมบัติอย่างหล่อ ของพาราโบลา ที่ทำให้มันกลายเป็นพระเอก ก็คือ ถ้าอะไรก็ตาม ที่เดินทางเป็นเส้นตรง มาชนส่วนเว้าของพาราโบลา สิ่งนั้น จะกระเด็นไปที่จุดโฟกัสเสมอ!!!



โป๊ะเชะเลยครับ!!! นั่นก็เพราะว่า คลื่นสัญญาณเดินทางเป็นเส้นตรง ถ้าเมื่อไหร่ ที่มันเดินทางมาตกกระทบกระทะ ซึ่งมีส่วนโค้งเว้าคล้ายกับพาราโบลา ก็จะทำให้คลื่นสัญญาณที่ถูกส่งมาไปรวมกันอยู่ที่จุดๆหนึ่ง(จุดโฟกัสของกระทะ ) ทีนี้ ถ้าเอาตัวรับสัญญาณไปติดตั้งตรงจุดนั้น เราก็จะได้ จานดาวเทียมกระทะเหล็กสุดเท่ มารับสัญญาณกันแบบไม่ต้องง้อของแพง

ลุงเหลือ สุดยอดกระทะแห่งพาราโบลารับสัญญาณดาวเทียม \(*w*)/

... ... ...

หมายเห็ด : เอ็นถี่นี้ ผมอธิบายในแง่ของคณิตแสดดด สำหรับมุมมองของเทคนิค และอิเล็กทรอนิกซ์ รวมทั้งโทรคมนาคมผมขอละไว้ในฐานที่ไม่เข้าใจ ถ้าหากท่านที่มีความสันทัดในเรื่องที่ผมไม่ได้อธิบาย จะเอาไปแตกประเด็นในเรื่องดังกล่าว ก็เยี่ยมเลยครับ

ผมกำลังคิดว่า ถ้าเราใช้กระทะรับแสงที่ส่งมามากพอ เราอาจจะปล่อยพลังคลื่นเต้าสะท้านฟ้าได้แบบ ซุนโงกุน ก็ได้เนาะ (*..*") { หลักการมาทั้งเอ็นถี่ ขอไร้สาระหน่อยนึงฮี่ )



บทความ: กษิตสอบตกงานกท.ต่างประเทศ

โดย เสรีชน
ที่ีมา เว็บบอร์ดประชาไท
6 กุมภาพันธ์ 2552

กษิต ดีแต่คุย งานต่างประเทศล้มเหลวห่วยแตกที่สุดที่เคยมีรัฐมนตรีมา

หน้า ก็กังฉิน ปากเสียสุดๆ ไม่เชื่อว่าได้เป็นถึงทูตโตเกียว วอชิงตัน เลยสงสัยคุณภาพนักการทูตไทยยุคปัจจุบันมาก คัดคนมาเป็นทูตได้อย่างไร งานต่างประเทศในยุคนายคนนี้มาเป็นรัฐมนตรี ไม่มีผลงาน นอกจากการทะเลาะกับเพื่อนบ้าน การเจรจาที่ไม่สำเร็จเป็นชิ้นเป็นอัน

1. รัฐมนตรีคนนี้มา ภาพพจน์ของประเทศเสียหาย กรณีปิดสนามบิน ให้สัมภาษณ์ตลกแบบโง่ๆ ว่า หรืออาจจะไม่ตลกแต่แสดงความเขลาออกมา ว่ายึดสนามบินเป็นประสบการณ์ที่ดี อาหารดี ดนตรีเพราะ จนนานาชาตินำไปพาดหัวข่าวแสดงความขี้เท่อของรัฐมนตรี ปชป.

2. กรณีผู้อพยพแขกโรงฮิงญา แทนที่จะมีแทคติคส์ให้เรื่องสงบ กลับด่าสื่อต่างชาติ โหมไฟโดยการโกหกพกลมเพราะเกรงใจทหารที่อุ้มรัฐบาลเข้ามาแทนที่พรรคพปช. จนเจอหลักฐานจากสื่อนอกภาพทหารเรือผลักไสเรือผู้อพยพออกทะเลไปชัดเจน แก้ตัวไม่ได้ และยังมีการตีพิมพ์บทสัมภาษณ์ความทารุณของทหารเรือไทยเป็นเวลาเกือบสอง อาทิตย์แล้ว หนักขึ้นถึงขั้นนางเอกดาวโป๊ฮอลีวู้ดออกข่าวด่าไทยร่วมด้วยช่วยกัน ซึ่งระดับแองเจโลน่า โจลี่ พูด คนก็ฟังเพราะอยากเห็นหุ่นดาวยั่วกับปากที่ยั่วสวาทอยู่แล้ว ไม่รู้จะเอาศักดิ์ศรีเกียรติภูมิของประเทศไปไว้ที่ไหน

3. เจรจาเขาพระวิหาร ด่าคนได้เก่ง พอมาทำจริง ห่วยกว่านายนพดล ปัทมะ ที่ไม่เคยเป็นทูตมาก่อนด้วยซ้ำไป เพราะสมัยรัฐบาลสมัคร การเจรจาเขาพระวิหาร เขมรยอมให้ใช้ชื่อ เขาพระวิหาร ตามที่ศาลโลกเคยตัดสินไว้เมื่อปี 2504 แต่พอรัฐบาลนี้ที่มีนนายกษิต เป็น รมว ต่างประเทศ คิดว่าตนฉลาด ฮุนเซน แกล้งต้อนรับดี เก๋าเกมส์กว่าเพราะเป็นนักการเมืองและนายกเขมรมาร่วมยี่สิบปี นายกษิต เสียค่าโง่ ตายใจว่าเขมรยอมรับตน พอเจรจาจริง เจอของแข็ง แม้แต่ชื่อบริเวณพิพาท ยังไม่อาจจะตกลงกับเขมรได้เลย ไม่ต้องไปคุยเรื่องพื้นที่ทับซ้อน หรือหลักเขตแดนอะไรมากมายแล้ว

4. การประชุมอาเซียนจัดขึ้นไปก็ lifeboy เพราะไม่มีประเทศคู่เจรจาหกประเทศมาร่วมประชุมด้วยเลยแม้เพียงประเทศเดียว ตามแผนการเดิมในสมัยนายสมชายเป็นนายกฯเลย มีแต่คุยกันเองระหว่างอาเซียน แต่หาสารัตถะในแง่เนื้อหาได้น้อยเต็มที

แค่สี่เรื่องก็พอเพียงแล้ว ที่จะชี้ว่า คนเคยเป็นทูตมา พอมาจับงานการเมือง ไม่มีทางทันเล่ห์กลการเมืองระหว่างประเทศเลย เพราะเคยแต่ไปงานดินเนอร์หรูๆ แต่ไม่เคยเจอเกมส์การเมืองของนักการเมืองมืออาชีพ ผลคือ เดือนแรกของรัฐบาลเด็กเวรคนนี้ เราประสบความล้มเหลวทางการทูต การต่างประเทศอย่างรุนแรงที่สุด ในสมัยที่ประเทศไทยมีรัฐมนตรีต่างประเทศขี้โอ่ชื่อว่า นายกษิต ภิรมย์ ส่วนจะมาเสแสร้งแกล้งพูดในสภาอย่างถ่อมตนปลอมๆว่า ตนเป็นน้องใหม่ทางการเมือง ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วย พูดแบบนี้ไม่ได้ เพราะชาติบ้านเมืองไม่ใช่สถานที่ทดลองงานของเด็กอ่อน และพวกก่อการร้ายทำลายประเทศ หากจะมาฝากตัว ก็ควรลาออกไปเป็นที่ปรึกษารัฐมนตรี หรือเลขานุการรัฐมนตรีก่อนจะมาทำงานในฐานะเสนาบดีกระทรวงที่มีเกียรติแห่ง นี้

คู่มือตอบโต้เพื่อเอาชนะวาทกรรมอำพรางของพันธมิตร

โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
7 กุมภาพันธ์ 2552

หมายเหตุไทยอีนิวส์: เนื่องจากพันธมิตรได้โฆษณาชวนเชื่อแบบblack propagandaต่อมวลชนของตนเอง และสาธารณชน เพื่อให้ร้ายทำลายล้างต่อทักษิณ และฝ่ายประชาธิปไตยเสื้อแดงอย่างผิดๆ กลายเป็นว่างานชวนเชื่อที่ผลิตซ้ำบ่อยๆนั้น ทำให้พันธมิตรและมวลชนของตนเองเกิด"เชื่ออย่างสนิทใจ"ขึ้นมาว่าเป็นจริง ขณะที่สาธารณชนเองก็ไขว้เขวตามไม่น้อย ดังนั้นประชาชนฝ่ายประชาธิปไตย จึงควรได้เผยแพร่แนวความคิดที่ถูกต้อง เป็นสัจธรรมตอบโต้การสร้างวาทกรรมอำพราง ที่เต็มไปด้วยการโฆษณาชวนเชื่อ และมากด้วยเล่ห์กระเท่ของพันธมิตรอย่างเท่าทัน

คู่มือการตอบโต้วาท กรรมอำพรางของพันธมิตรฉบับนี้เป็นฉบับประมวลสรุปอย่างย่อ ให้ท่านนำไปตอบโต้และตีแตกข้อโจมตีของพันธมิตร และชี้แจงต่อสาธารณชนได้อย่างกระชับตรงประเด็น ท่านสามารถเผยแพร่ออกไปในแวดวงเครือข่ายของท่าน และในวงกว้างได้โดยที่เราไม่สงวนสิทธิ์ ทั้งนี้ท่านอาจเพิ่มเติมแก้ไขได้ตามที่ท่านเห็นสมควรก่อนการเผยแพร่

Q:ทักษิณต้องกลับมาติดคุก ปัญหาของประเทศจึงจะจบ
A: ผิด! เพราะนายสนธิ ลิ้มทองกุล เคยพูดว่า ทักษิณออกจากตำแหน่งนายกฯ ออกจากประเทศปัญหาทุกอย่างก็จบ แต่ตอนนี้กลับเรียกร้องให้กลับเข้าประเทศมาดำเนินคดีบอกปัญหาจะจบ ความจริงคือไม่จบ

เพราะคนที่สนับสนุนทักษิณเห็นว่าเกิดความไม่ ยุติธรรมในบ้านเมือง ทุกอย่างจะจบก็ต่อเมื่อนายสนธิกับพันธมิตรเลิกผูกขาดความถูกต้อง แล้วต้องฟื้นฟูหลักนิติธรรม นิติรัฐอย่างแท้จริง ถูกผิดว่าไปตามเนื้อผ้าตามกติกาสากลที่นานาอารยะประเทศยึดถือ เช่น หากทักษิณจะถูกดำเนินคดีติดคุก2ปีเพราะเมียทักษิณซื้อที่ดินรัชดา แกนนำพันธมิตรก็ต้องถูกดำเนินคดียึดNBT ยึดสนามบิน ยึดทำเนียบ ด้วยข้อหากบฎ และข้อหาก่อการร้าย ซึ่งมีโทษร้ายแรงถึงประหารชีวิตด้วย

หาก ทักษิณติดคุก2ปีตามคดีที่ดินรัชดา สนธิลิ้มกับแกนนำโดนประหารชีวิตหรือจำคุกตลอดชีวิตฐานกบฎและก่อการร้ายตาม หลักนิติรัฐ นิติธรรม เมื่อมีความยุติธรรมเกิดขึ้นปัญหาก็จะจบ หากไม่มีความยุติธรรม เรื่องก็ไม่จบ บ้านเมืองก็ไม่สงบ(NO JUSTICE, NO PEACE)

Q:เสื้อแดงสู้เพื่อทักษิณเพียงคนเดียว แต่พันธมิตรสู้เพื่อสถาบันกษัตริย์ และประเทศชาติ มันต่างกัน
A: ผิด! ต้องเข้าใจความจริงก่อนว่า คนไทยรักในหลวงและสถาบันทั้งนั้น ในเมื่อไม่มีใครคิดล้มล้างสถาบัน แล้วจะปล่อยให้มีกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งอย่างพันธมิตรมาแอบอ้างว่ารักสถาบันแบบ ผูกขาดได้อย่างไร

ความจริงแล้วใครก็รู้ว่ามวลชนของพันธมิตรถูกหลอก ลวงให้สู้เพื่อนายสนธิลิ้มเพียงคนเดียว กับธุรกิจเครือผู้จัดการASTVเท่านั้น เห็นได้ชัดว่าที่จัดม็อบมา193วันก็เน้นหาทุนหาเงินบริจาคไปต่อลมหายใจหาเงิน เดือนจ่ายให้ลูกน้องสนธิ ให้กับธุรกิจของนายสนธิเท่านั้น เมื่อเลิกม็อบทำให้ขาดรายได้ ก็ต้องเร่ร่อนสัญจรไปรีดไถมวลชนของตนเองตามจังหวัดต่างๆ ต้องจัดคอนเสิร์ตการเมืองหาเงินไปหล่อเลี้ยงธุรกิจของนายสนธิ

จึง เห็นได้ชัดว่า นี่เป็นการต่อสู้เพื่อคนๆเดียว แล้วแอบอ้างสถาบันเป็นเครื่องมือ จนทำความระคายเคืองต่อสถาบันเบื้องสูง นำเอาสถาบันต่างๆในสังคมทั้งตุลาการ อัยการ ศาล ทหาร ตำรวจ ชนชั้นสูง สื่อมวลชน นักวิชาการ เอ็นจีโอ นักธุรกิจพ่อค้าต่างๆพลอยเสื่อมทรามลงไป เพื่อคนๆเดียวคือนายสนธิลิ้มอยู่รอด ทั้งที่นายสนธิลิ้มก่อหนี้สินล้นพ้นตัว จนถูกศาลสั่งล้มละลาย ตอนมีความสุขร่ำรวยเขารวยคนเดียวอวดใหญ่โตเอาหน้า แต่พอล้มละลายก็กลับฉุดเอาคนไทยทั้งประเทศล้มละลายตามเขาไปด้วย การณ์เหล่านี้ย่อมชั่วร้าย และคนที่คิดว่าตนฉลาด ไม่รู้ทันคนอย่างนายสนธิเลยหรือ...

ขณะที่กลุ่มคนเสื้อแดงต่อสู้ เพื่อปกป้องและฟื้นฟูประชาธิปไตยให้เป็นของประชาชน โดยประชาชน และเพื่อประชาชน ต่อสู้เพื่อให้บ้านเมืองมีขื่อแป ให้ว่ากันไปตามผิดตามถูก ต้องการให้รัฐบาลมาจากการเลือกตั้งของประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ ให้รัฐบาลได้บริหารเพื่อประโยชน์สุขของคนทั้งประเทศ คนส่วนใหญ่จะเลือกใครมาเป็นรัฐบาล เสื้อแดงยอมรับได้ ไม่เว้นแม้แต่ประชาธิปัตย์ ขอเพียงให้ผ่านกระบวนการเลือกตั้งโดยคนส่วนใหญ่

ส่วน ทักษิณนั้นเป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งที่เป็นแนวร่วมที่เห็นทิศทางเดียวกันกับคน เสื้อแดงในเรื่องของหลักประชาธิปไตย และหากทักษิณจะได้ประโยชน์จากการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดงนั้นก็เป็นไป ตามหลักนิติรัฐ หลักนิติธรรมที่ถูกต้องชอบธรรม และโดยกลไกปกติของสถาบันต่างๆ ไม่ใช่อำนาจพิเศษใดๆมาบันดลบันดาลให้แบบที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะได้รับ

Q:เสื้อแดงหลงผิดสู้เพื่อทักษิณทำไม ทั้งที่ทักษิณจ้องล้มเบื้องสูง เพื่อจะเป็นประธานาธิบดี
A: ผิด!ในระบอบประชาธิปไตยที่มีกษัตริย์เป็นประมุขนั้น ในประวัติศาสตร์ไม่เคยมีประเทศใดที่นายกรัฐมนตรีจะล้มล้างกษัตริย์ของตน เพื่อเป็นประธานาธิบดีเลย ไม่ว่าจะเป็นอังกฤษ ญี่ปุ่น สวีเดน เดนมาร์ค นอร์เวย์ หรือที่ไหนๆในโลก เพราะตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเป็นตำแหน่งในการบริหารประเทศ ส่วนกษัตริย์ทรงเป็นองค์พระประมุข จึงไม่มีนายกรัฐมนตรีประเทศใดคิดจะพ้นจากตำแหน่งบริหารไปเป็นประมุขของ ประเทศ ที่สำคัญทักษิณผ่านโรงเรียนเตรียมทหารมา ถูกปลูกฝังให้จงรักภักดีมาตลอดชีวิต การจัดงานเฉลิมฉลองครองราชย์60ปีอย่างยิ่งใหญ่ก็จัดโดยทักษิณ แม้จะถูกกล่าวหาในเรื่องไร้สาระเช่นนี้ทักษิณก็ประกาศว่าเป็นผู้จงรักภักดี อย่างไม่เสื่อมคลาย

ข้อกล่าวหาทำนองเดียวกันนี้เคยมีกับอดีตนายก รัฐมนตรีของไทยหลายท่าน เช่น นายปรีดี พนมยงค์ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ แม้แต่พ.อ.ณรงค์ กิตติขจร บุตรของจอมพลถนอม กิตติขจร และได้ทำลายบุคคลเหล่านี้มาแล้ว และถูกพิสูจน์ว่าล้วนเป็นข้อใส่ร้ายเพื่อหวังผลทำลายล้างทางการเมืองทั้ง สิ้น

เสื้อแดงจึงไม่ได้ปกป้องบุคคลใดที่คิดล้มล้างสถาบัน เพราะไม่มีบุคคลใดคิดเช่นนั้นตามข้อกล่าวร้าย แต่หากจะต่อสู้เรียกร้องก็เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม และคืนความเป็นธรรมให้ผู้ถูกกล่าวหาอันเป็นเท็จเท่านั้น

ความจริงควร มีการจัดการขจัดบุคคลหรือกลุ่มบุคคลที่ใส่ร้ายทักษิณด้วยข้อกล่าวหานี้เสีย ที เพราะเป็นการระคายเคืองต่อเบื้องยุคลบาท และทำให้พระเกียรติยศต้องถูกกระทบกระเทือนมามากพอแล้ว

Q:เสื้อแดงมีแต่รากหญ้าทำให้ถูกทักษิณซื้อ ชักจูงได้ง่าย
A: ผิด! แต่เสื้อแดงมีประชาชนไทยทุกภาคส่วนมีส่วนร่วม ทั้งนักการเมืองในระบอบประชาธิปไตย เช่น นายวีระ มุสิกพงษ์ มีไฮโซอย่าง"เจ๊ดา"ดารณี มีนักวิชาการมหาวิทยาลัยที่สนับสนุนทางวิชาการอย่างเปิดเผย มีข้าราชการ ทหารตำรวจทุกหมู่เหล่า แพทย์ พยาบาล วิศวกร ทนายความ นักวิชาชีพอิสระ มีเอ็นจีโอ นักร้อง ดารา ศิลปิน นักกวี นักเรียนนิสิตนักศึกษา มีประชาชนทุกสาขาอาชีพทั้งนักธุรกิจ เจ้าของกิจการในกรุงเทพฯ เขตเมือง และชนบท มีฐานอยู่ทุกภูมิภาคทุกท้องถิ่น ในต่างประเทศทั้งอเมริกา ยุโรป ญี่ปุ่น เอเชีย ออสเตรเลีย และทุกทวีปก็มีประชาชนผู้สนับสนุนฝ่ายเสื้อแดงอยู่กระจายไปหมด

ชน ชั้นกลางคนรุ่นใหม่ที่สนใจทางการเมืองในเวบไซต์ที่เป็นกลางอย่างบอร์ดราช ดำเนิน เวบไซต์พันทิปก็มีคนสนับสนุนฝ่ายเสื้อแดงในสัดส่วนที่มากกว่าอย่างเห็นได้ ชัด ดังนั้นจึงเป็นวาทกรรมผิดๆที่ว่ามีเฉพาะคนรากหญ้าที่เป็นฝ่ายเสื้อแดง

Q:การเมืองใหม่เท่านั้นเป็นทางออกของประเทศ การเมืองเก่าก็คงถูกทักษิณซื้ออยู่ร่ำไป
A: ผิด! หากพันธมิตรเชื่อว่าเป็นทางออก และเห็นว่าคนในประเทศส่วนใหญ่สนับสนุนการเมืองใหม่ ก็ต้องกล้าพิสูจน์ เช่น ชูเป็นนโยบายหาเสียง แล้วพันธมิตรก็ต้องกล้าตั้งพรรคการเมืองลงสมัครรับเลือกตั้ง หากคนส่วนใหญ่เอาด้วยก็ให้นำนโยบายการเมืองใหม่มาใช้ แต่ที่ผ่านมาคนของพันธมิตรที่ลงเลือกตั้งประชาชนไม่ยอมเลือก ทั้งนายสำราญ รอดเพชร นายประพันธ์ คูณมี นายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ นายการุณ ใสงาม นายไทกร พลสุวรรณ นางมาลีรัตน์ แก้วก่า นางสาวอัญชะลี ไพรีรัก นายพิเชษฐ์ พัฒนโชติ ลงเลือกตั้งก็สอบตกหมด จนต้องไปใช้กลุ่มพลังกดดันทางการเมืองยึดทำเนียบ ยึดสภา ยึดสถานีโทรทัศน์ ยึดสนามบิน เอาความเดือดร้อนของคนทั้งประเทศมาบีบบังคับให้ต้องยอมทำตาม

Q:คนกรุงเทพฯอยู่ข้างพันธมิตร ดังนั้นเสียงของประชาชนในชนบทต้องยอมตาม เพราะกรุงเทพฯเจริญที่สุด
A: ผิด! คนกรุงเทพฯกว่าครึ่งหนึ่งที่ไม่เห็นด้วยกับพันธมิตร ในการเลือกตั้งผู้ว่ากทม.ล่าสุด แม้พรรคแนวร่วมของพันธมิตรที่ชนะเลือกตั้งด้วยคะแนน9แสนคะแนน แต่อย่าลืมว่าพรรคเพื่อไทยที่คนเสื้อแดงสนับสนุนได้6แสนกว่าคะแนน คนที่ต่อต้านพันธมิตรอย่างหนักคือคุณปลื้มได้อีก3แสนกว่าคะแนน รวมกันก็เกือบ1ล้านคะแนน นี่คือเสียงของคนกรุงเทพฯที่ไม่เอาพันธมิตร

และ เวลาโพลล์สำรวจก็พบว่า คนกรุงเทพฯผิดหวังพฤติกรรมยึดสนามบินของพันธมิตรที่สุด และเกินกว่า90%ที่เรียกร้องให้เร่งดำเนินคดีต่อพันธมิตร ดังนั้นอย่าเข้าใจผิด และถึงอย่างไรก็ตาม ประเทศประชาธิปไตยที่ทุกคนมี1เสียงเท่ากัน ก็อย่าไปแยกคนกรุงหรือคนบ้านนอกแบบมั่วๆอีกต่อไป เว้นแต่พันธมิตรจะได้อำนาจรัฐและแก้ไขกติกาให้พันธมิตรเท่านั้นที่มีสิทธิ์ ยึดกุมความถูกต้อง ยึดกุมอนาคตประเทศชาติไว้ในกำมือ แต่นั่นไม่ใช่ประชาธิปไตย แต่เป็นเผด็จการ

Q:แล้วทำอย่างไรปัญหาจึงจะจบ
A: ต้องให้เกิดความยุติธรรม บ้านเมืองจึงจะสงบ ต้องยึดกฎหมายขื่อแป ต้องฟื้นฟูนิติธรรม นิติรัฐตามระบบนานาอารยะประเทศทำเท่านั้น ตราบใดที่ไม่มีความยุติธรรม ตราบนั้นก็ไม่มีความสงบสุขในประเทศ

Q:ตกลงว่าทักษิณไม่ต้องติดคุกใช่ไหม ถึงเรียกว่าเกิดความยุติธรรม
A: ผิด! หากทักษิณผ่านกระบวนการพิจารณายุติธรรมตามหลักที่นานาอารยะประเทศยึดถือและ เชื่อถือได้ ไม่มีการแทรกแซงชี้นำสั่งการทั้งทางตรงและอ้อม หากทักษิณจะติดคุกคดีที่ดินรัชดา2ปี ก็สมควรต้องกลับมาติดคุก แต่ก็ต้องจัดการแกนนำพันธมิตรคดีก่อการกบฎ และก่อการร้ายที่มีฐานความผิดจำคุกตลอดชีวิต ถึงประหารชีวิตด้วยเช่นกัน

A: แต่พันธมิตรทำเพื่อประเทศชาติ และเพื่อสถาบันนะจะให้ดำเนินคดีได้อย่างไร ควรนิรโทษกรรมจึงจะถูก ส่วนเสื้อแดงสู้เพื่อทักษิณคนเดียว หากทักษิณกลับมาติดคุกปัญหาจึงจะจบ
Q:ผิด! ที่ปัญหามันไม่จบ เพราะพันธมิตรสร้างวาทกรรมที่ผิดๆเช่นนี้เอง

บทบรรณาธิการนสพ.ญี่ปุ่น 2 ฉบับว่าด้วยการเยือนของนายกฯอภิสิทธิ์

โดย จิ๋ม นางเลิ้ง
ที่มา เว็บบอร์ดพันทิป
7 กุมภาพันธ์ 2552

นสพ.อาซาฮี วันที่ 5 ก.พ.52 ลงบทบรรณาธิการกล่าวถึงการเยือนญี่ปุ่นของนายกฯอภิสิทธิ์
http://www.asahi.com/paper/editorial20090206.html?ref=any#Edit2

อา ซาฮีเขียนไว้ก่อนที่ นายกฯอภิสิทธิ์จะเดินทางไปถึง โดยเริ่มด้วยการเท้าความถึงเหตุการณ์ไม่สงบในปีที่แล้ว โดยเฉพาะเหตุการณ์ยึดสนามบิน บอกว่าชาวญี่ปุ่นจำนวนมากต้องตกค้างไม่สามารถเดินทางกลับได้ บริษัทญี่ปุ่นหลายแห่งได้รับผลกระทบ และยังบอกด้วยว่า นายอภิสิทธิ์ได้เป็นหัวหน้ารัฐบาลครั้งนี้ เพราะได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มต่อต้านทักษิณ

อาซาฮีบอกว่า ตอนนี้กลุ่มสนับสนุนทักษิณได้รวมตัวกันประท้วงเพื่อให้เอาผิดกับผู้ยึดสนาม บิน ดังนั้นรัฐบาลใหม่นี้จะต้องฟื้นความเชื่อมั่นในระบบยุติธรรมให้ได้ ไม่เช่นนั้นก็อย่าได้หวังการลงทุนหรือนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศ

แล้ว ก็เขียนถึงสถานการณ์เศรษฐกิจโลก ว่าส่งผลกระทบต่อภูมิภาคเอเซียอย่างไร ปัญหาเศรษฐกิจครั้งนี้จะหวังพึ่งตลาดสหรัฐอเมริกาเหมือนเมื่อครั้งปี 1997 ไม่ได้ จึงควรขยายการค้าการลงทุนในภูมิภาคเอเซียกันเอง ขอให้ประเทศไทยตระหนักถึงความสำคัญของตำแหน่งประธานอาเซียนด้วย

จบด้วยเรื่องโรฮิงญาว่าการสอบสวนอย่างโปร่งใสจะมีส่วนช่วยฟื้นความเชื่อมั่นให้กับไทย

ฉบับที่สอง เป็นหนังสือยักษ์ใหญ่ด้านเศรษฐกิจ นิฮอน เคไซ ชิมบุน
http://www.nikkei.co.jp/news/shasetsu/20090206AS1K0600106022009.html ตีพิมพ์บทบรรณาธิการในฉบับวันที่ 7 ก.พ.52

เนื้อหา ก็ประมาณว่า นายกฯอภิสิทธิ์เดินทางมาเยือนญี่ปุ่นเป็นประเทศที่สองต่อจากลาว และสรุปสาระของสปีชที่นายกฯมาพูดที่ญี่ปุ่น และบอกว่านายกฯมีแผนที่จะเดินทางไปเยือนไปจีน รัสเซีย ตะวันออกกลาง และยุโรปด้วย มีแซวเล็กน้อยว่า ด้วยวัยเพียง 44 ปี และใช้ภาษาอังกฤษได้คล่องแคล่วอย่างนี้ ถือว่าเป็น ท็อปเซล (เดาว่าคงหมายถึง ขายออกแน่..ประมาณนี้มั้ง)

บทบรรณาธิการกล่าวต่อไป ว่า การเยือนครั้งนี้ของนายกฯอภิสิทธิ์ดูเหมือนว่าต้องการฟื้นความเชื่อมั่น แต่กุญแจสำคัญที่จะฟื้นความเชื่อมั่นได้จริงๆ คือความมีเสถียรภาพของการเมืองในประเทศ ปีที่แล้วการชุมนุมส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มที่ต่อต้านอดีตนายกฯทักษิณ แต่เมื่อนายกฯอภิสทธิ์ขึ้นมาเป็นหัวหน้ารัฐบาล กลับเป็นว่าผู้ชุมนุมเป็นกลุ่มที่สนับสนุนอดีตนายกฯ และยังมีการเรียกร้องให้ยุบสภาด้วย

นายกฯอภิสิทธิ์ได้แถลงนโยบายว่า จะให้ความเป็นธรรมและยึดมั่นในครรลองของกฎหมาย แต่ปรากฎว่าการสอบสวนความรับผิดชอบต่างๆรวมถึงการยึดสนามบินกลับไม่มีความ คืบหน้า คงต้องรอดูความเป็นผู้นำของนายกฯอภิสิทธิ์ว่าจะทำให้เรื่องคืบหน้าได้อย่าง ไร

และก็กล่าวถึงเรื่องโรฮิงญา ว่าประเทศไทยต้องทำความจริงให้กระจ่าง ปิดท้ายด้วยการบอกว่า ความมีเสถียรภาพของไทยส่งผลโดยตรงต่อเศรษฐกิจและนโยบายด้านเอเซียของญี่ปุ่น ความตั้งใจที่จะทำการเมืองให้โปร่งใสของนายกฯอภิสิทธิ์ เป็นเรื่องที่ประเทศในเอเซียให้ความสำคัญ รัฐบาลญี่ปุ่นจึงควรให้ความร่วมมือและให้การสนับสนุน

ยิ่งนานเข้า ก็ยิ่งตาสว่าง....ผมเชื่อแล้วว่า "ทักษิณโคตรโกงจริงๆ" ขอโทษ! ที่ไม่เชื่อตั้งแต่แรกๆ

โดย คุณแท็ก
ที่มา เวบไซต์ talk.mthai
8 กุมภาพันธ์ 2552

แม้ว สุดยอดแห่งคนขี้โกง ...ผู้สร้างความเดือดร้อน และความไม่พอใจให้กับหลายๆ คน ทั้งในและนอกประเทศ ... คนขี้โกง อย่างแม้วคนนี้ สมแล้ว ที่มีคนเกลียดอย่างมากมาย...

เอาในประเทศก่อน

1. โกงอำนาจจากพวกค้ายาเสพติด


ใช้อำนาจแทรกแซงสารพัด ทั้งตำรวจ ศาล ตชด. ปปง. ปปช. ใช้อำนาจกวาดล้างไปทั่วแผ่นดิน

... ซ้ำยังใช้อำนาจ ตั้ง ชุดรักษาความปลอดภัย หมู่บ้าน ตั้งด่านตรวจกันตลอดคืน ช่วงระบาดหนัก ..พ่อผมเองยังใส่ชุด อปพร. ไป อยู่ศาลาหน้าหมู่บ้านเป็นเดือนๆ ลูกหลานขับรถผ่านต้องตรวจหมด

*** ด้วยความขี้โกง อันนี้ สมแล้วที่คนจำนวนมาก เกลียดแม้ว อยากจะเอาชีวิตแม้ว

2. โกงผู้มีอิทธิพล หวยไต้ดิน เงินกู้นอกระบบ

... แม้วเคยปราบปรามซุ้มมือปืน ขนานหนักอยู่พักนึง จัดการวินมอไซต์ เสื้อตัวละหลายพัน จนเดียวนี้ จ่าย ท้องถิ่นแทน คนคุมปากซอย ปราบปราม พวกมีปืนในครอบครอง

...ใครมี เอามาส่งตำรวจไม่มีความผิด ...ใครค้างคา เอาไปขึ้นทะเบียน ...ปราบปรามหวย ปราบไม่ได้ตั้งกฏหมายมาสู้ ได้สองต่อรัฐมารายได้

... พวกเงินกู้นอกระบบ แม้วจัดการไปเยอะ ทั้งปราบปราม ทั้งต่อรองหนี้แล้วโยกเข้าระบบ

...การเป็นหนี้นอกระบบ ทำให้รัฐ ไม่สามารถล่วงรู้ได้ถึงปัญหาการเงินของประเทศ เพราะคำนวณลำบาก

... แม้วจัดเงิน ดอกเบี้ยต่ำออกไปแทน

*** จาก 3 แก๊งข้างต้น มีคนจำนวนมาก เกลียดแม้วยิ่งนัก พวกนายทุน พวกที่มีอิทธิพล ทำธุรกิจ เกลียดเข้าไส้ เข้ามาขัดขวางการทำมาหากิน

3. โกงเงิน พวกทำธุรกิจบางกลุ่ม

แม้ว เคยทำแสบกับพวกนี้ ...พวกล้มบนฟูก ...อย่างศาสดาท่านหนึ่ง การเข้ามาของแม้ว ทำให้นโยบายอุ้มคนรวย นั้นหายไปด้วย กลุ่มนี้เกลียดแม้วมาก และยังหาสมัครพรรคพวก รวมกันมาประท้วงอีก

4. โกง อำนาจรัฐ อำนาจข้าราชการ ในท้องถิ่น

คิด ดู สมัยแม้ว ตะลอนไปทั่วประเทศ ประชุม ครม. ที่ก็คอนเฟอเร้น ไปที่ใหน สร้างแต่ความวุ่นวายให้ ข้าราชการ เช้าชามเย็นชาม ต้องแบกหน้าหาผลงาน สร้างผลงาน แล้วมารายงาน ข้าราชการเหนื่อยมากกว่าแต่ก่อนมาก แต่แม้วยังกำชับ ให้ยิ้มเข้าไว้ แถมจับมาปฎิรูปอีก ...แต่ขึ้นเงินเดือนให้นิดเดียว

*** มีข้าราชการจำนวนมากไม่ชอบแม้ว

5. โกงอำนาจจากสภาทหาร อำมาตยาธิปไตยมาเป็น สภาประชาชน

เขาอยู่กันมาเป็นหลายสิบปี มีทหาร มีอำมาตย์ ดูแล แล้วดันพาประชาชนไปโกงมาซะันี่ สภาที่เคยเป็นโต๊ะบุบเฟ่ หดหายไป..

พวกนายสภาเก่าๆ ใหม่เจ๊บแค้น และหิวโหยมาก พวกนี้น่าจะเกลียดแม้วมากสุด เมื่อแม้วอยู่ ก็กล่าวหาต่างๆนานา ว่าเป็น "เผด็จการรัฐสภา"

อันนี้หลักใหญ่ๆ ที่กลุ่มคนใหญ่ๆ ในประเทศ รุมเกลียดแม้ว กันมาก

ทีนี้มาดูต่างประเทศบ้าง

ด้วยความที่แม้วเป็นพ่อค้า หน้าเหลี่ยม ขี้โกง ค้าขายเอารัดเอาเปรียบทุกวิถีทาง แม้วได้สร้างวีรเวร ดังนี้

1. ตั้งแก๊ง รวมหัวขึ้นราคาสินค้าซะงั้น แถมเป็นแก๊งระดับประเทศ ที่ดังๆ ก็ ยางพารา จากราคาห้าบาทสิบบาท ขึ้นกันเป็นร้อย โกยเงินเป็นกอบเป็นกำ

คนเกลียดมีมาก ก็พวกจ่ายเงินซื้อของนี่แหละ

2. แม้วเป็นพวกจอมฉกฉวยโอกาส หลังจาก ลอยตัวค่าเงินบาท ส่งผลให้ เวลาแลกเงินจากดอลเป็นบาทแล้ว ได้บาทมาก แม้วเลยระดมทุน ส่งออก อย่างไม่ยั้ง ขนเงินเข้าประเทศ โดยการส่งออกถือเป็น งานหลักของแม้วเลยทีเดียว ทำเงินได้มากที่สุด

...ฝรั่งที่เคยโจมตี เงินบาท กลับต้องมาจ่าย กับสินค้า ...ส่งขายมันทุกอย่าง จนฝรั่งงง ฝรั่งเซ็ง เพราะที่เคยโจมตีเงินบาทครั้งโน้น มีแม้วมาย้อนศรซะได้

3. แม้วเป็นพวกต้มตุ๋น หลอกฝรั่งมา ทำงานเมืองไทย แล้วฟันหัวคิว หลอกมา โดยบอกตั้งโรงฟรี แต่ฟันภาษี อื้อซ่า ทั้งสินค้านำเข้าก็เสีย ส่งออกก็เสีย ของตั้งโรงงาน แม้วก็ขายเอง ถ้าฝรั่งเจ๊ง ก็เอาโรงงานออกไปไม่ได้ ไม่รู้จะบบรยายความขี้โกงของแม้วข้อนี้อย่างไรดี

4. แม้วยังเป็นพวกขยายอำนาจทางค้าขาย โดยพาพรรคพวกไปลงทุนต่างประเทศ พาพวกไปตกน้ำมัน พม่ามั่ง ตะวันออกกลางมั่ง

5. แม้วยังบ้าอำนาจไม่เลิก ปราบผู้มีอิทธิพล แต่ดันไปจับมือกับผู้มีอิทธิพล อีกกลุ่ม อย่างจีน เมกา สิงคโปร์ อินโดฯ พาพวกเสื้อเขียวลายพราง มาเดินเล่นเต็มประเทศ พาไปซ้อมยิงปืน พาไปเล่นซ่อนแอบ พาไป ลงเรืออีก แต่ละคนพกปืน ดุ้นเล็กดุ้นใหญ่ พกระเบิดปิงปอง ไม่รู้แม้ว จะไปตีกับใคร

6. แม้วเคยโกง ธนาคารระหว่างประเทศ มาครั้งนึง ตอนนั้น ยึดอำนาจมาจากการเมืองกลุ่มหนึ่งได้ ก็ดันเอาตังไปใช้หนี้ซะหมด ธนาคารพวกนั้น เลยอดได้ดอกเบี้ยที่สมควรจะได้ แถมยังขัดขา ฉีกหน้า พวกที่ไปกู้มากอีก

****คนอย่างแม้ว สมแล้ว ที่คนจำนวนมากเกลียดเข้าไส้

ฝ่ายประชาธิปไตย ปิดประตูแพ้แน่นอน ในยุคสมัยนี้ .. แม้ยืดเยื้อยาวนาน

ประชาไท
8 กุมภาพันธ์ 2552

การ เรียกร้องประชาธิปไตยของประเทศเรา และของพวกเราเที่ยวนี้ ตามความเข้าใจของผมแต่ต้น หลังจากฟังนักต่อสู้รุ่นเก่าๆ ในช่วงหลัง 19 ก.ย. ซึ่งยอมรับกันตรงๆ ก่อนหน้านั้น มีความเข้าใจน้อยมาก ซึ่งเหมือนเหตุการณ์ 11 ก.ย. ผมก็มีความเข้าใจในความเชื่อของมุสลิมน้อยมาก จนมีการใช้เครื่องบินชนตึก ถึงลงมือศึกษาอย่างจริงจัง

-------------------------------------------

สอง เหตุการณ์นี้ ผมมีความเข้าใจมากขึ้น และถึงขั้นมากที่สุด แถมเดาเหตุการณ์ล่วงหน้าได้ด้วยว่า ความน่าจะเป็นไปได้ว่า ต่อไปจะเกิดอะไร

กลับ มาที่การเมืองบ้านเรา หลังจากศึกษาโครงสร้าง ประวัติศาสตร์การปกครอง คุยกับผู้ที่มีความรู้หลากหลาย ถึงได้รู้ว่า เรานี้อยู่มาจนหัวหงอก ไม่เคยรู้รายละเอียดการปกครองของบ้านเมืองเราเลย

ได้แต่มีคำถามว่า
- ทำไมประเทศเรา พัฒนาช้าถึงช้ามาก
- ทำไมประเทศที่กำเนิดมาทีหลังเรา แถมไม่มีทรัพยากรเท่าไร ถึงมั่งคั่ง ประชาชนอยู่ดีมีสุข

คำถามที่ไม่รู้คำตอบ ได้ฝังหัวเหมือนเป็นปมคาไว้ ไม่ได้แก้

บัดนี้โรคหูตาสว่าง คำตอบที่แท้จริง มาจาการเมืองเรานี่เอง เพราะประเทศเราไม่มีความสงบทางการเมือง

กลับมาดู ทำไมไม่สงบ ก็เพราะ มีการปฏิวัติรัฐประหาร บ่อยเกิน

ไล่ต่อไป ทำไมถึงปฏิวัติบ่อย คำตอบที่ได้ เมื่อก่อน กับตอนนี้ไม่เหมือนกัน

คำตอบก่อน 19 ก.ย. เพราะนักการเมืองโกงกิน ทำให้ประชาชนยากจน

หลัง 19 ก.ย. ได้คำตอบใหม่ ที่รับรองไม่ผิดแน่นอน เมื่อประชาชนเริ่มลืมตาอ้าปากจากนโยบาย ไทยรักไทย เริ่มอยู่ดีมีสุขแล้ว ทำไมถึงมีปฏิวัติอีก

คำตอบตอนนี้ อ๋อ มีผู้มีอำนาจที่แท้จริง ต้องการกดหัวประชาชน ไม่ให้มีการอยู่ดีกินดี เพราะหากท้องอิ่ม ก็เริ่มโหยหาเสรีภาพ ผู้มีอำนาจยอมไม่ได้ตรงนี้

นี่ เอง คือกลุ่มตัวเองต้องมีอำนาจการปกครองประเทศนี้กลุ่มเดียว ไม่มีทางที่จะยอมเสียตรงจุดนี้ได้ ไม่ว่าประชาชนจะอดอยาก ยากจน หรือตายไปเท่าไหร่ ก็ให้มันเป็นไป ฉันจะเอาอำนาจไว้กับกลุ่มฉัน เพียงกลุ่มเดียว

-------------------------------------------

มา เดาอนาคตกันเลย ในขณะนี้ ประชาชนลุกฮือขึ้นมา ทวงสิทธิอันชอบธรรมแล้ว และในประวัติศาสตร์ทุกประเทศในโลก ประชาชนจะชนะเสมอ ไม่มีแพ้แน่นอน แต่ต้องแลกด้วยเลือดเนื้อจำนวนมาก

แล้วประเทศเราละ ก็คงไม่ต่างจากนั้น เรื่องชนะไม่ต้องห่วง ชนะแน่นอน 100%

จงเป็นห่วงเรื่อง ทำอย่างไรให้สูญเสียชีวิตเพื่อนๆ ร่วมอุดมการณ์ให้น้อยที่สุด

แต่ทั้งนี้และทั้งนั้น ความสูญเสียทั้งทางเศรษฐกิจ และเลือดเนื้อ หนีไม่พ้นแน่นอน

เพราะไม่มีเผด็จการประเทศไหน คายอำนาจออกมาเอง และไม่มีเผด็จการประเทศไหน ลงจากอำนาจ แบบมือไม่เปื้อนเลือด

เมื่อ เรารู้อนาคตแล้วว่า เผด็จการไม่มีให้ประชาธิปไตยเราแน่นอน แล้วจะร้องขอไปทำไม ต้องต่อสู้เอาเองเท่านั้น เหลือแต่จะต่อสู้อย่างไร ไม่ให้เสียเลือดเนื้อ ปิดประตูแพ้ไปเลย

การต่อสู้ที่จะให้ความสูญ เสียน้อย ต้องลากยาวไปจนกว่า เผด็จการจะอ่อนแอ หรือ รอจนกว่า หัวหน้าใหญ่เผด็จการที่มีบารมีสูง ตายก่อน แล้วผู้ที่ขึ้นต่อ อำนาจบารมียังไม่มี

แต่ในระหว่างรอ เราต้องมีกิจกรรมเป็นประจำ เพื่อไม่ให้กลุ่มแตกหรือเงียบเหงา

อย่ารีบเร่งจนพาคนไปตาย เพื่อให้ได้อำนาจ เพราะเผด็จการมันฆ่าแน่ ไม่ต้องถามว่า กล้าหรือไม่

เมื่อ รู้แล้ว เราต้องปรับจูนความเข้าใจกันในหมู่คณะว่า เกมส์นี้ลากยาว อาจ เป็น 3, 5, 7 ปี แล้วแต่โอกาส รอหัวหน้าใหญ่เผด็จการที่มีอำนาจบารมีมาก ตายไปก่อน การต่อสู้เราถึงรุกตอนนั้น จะสูญเสียน้อยมาก แต่ไม่ต้องห่วงเรื่องแพ้ ชนะ

เพราะพวกประชาธิปไตย ปิดประตูแพ้แน่นอน ในยุคสมัยนี้

เจ้าของม็อบมีเส้นอำมหิตเลือดเย็น ปล่อยอันธพาลการเมืองยั่วยุก่อเหตุนองเลือดอุดรรับวาเลนไทน์




มันมาแล้ว-นักรบศรีวิชัย การ์ดหน้าโจรพธม.ที่ถูกจับตอนบุกยึดโทรทัศน์NBTได้ประกันออกจากคุกหมดทุกคน นายสนธิลิ้มได้เรียกระดมพลเป็นกองกำลังบุกยึดอุดรฯเป็นเมืองขึ้นให้ได้ในวัน ที่14ก.พ.นี้ โดยที่เจ้าของม็อบมีเส้นนั่งรอดูคนในชาติฆ่ากันแตกแยกเป็นเสี่ยงอย่างอำมหิต เลือดเย็น ส่วนผู้ว่าฯทำได้แค่กราบวิงวอน ให้เลิกมายั่วยุก็จะเลี่ยงเหตุนองเลือดได้

โดย ไทยอีนิวส์
8 กุมภาพันธ์ 2552

ผู้ ว่าอุดรฯหนักใจม็อบชั่วพันธมิตรระดมนักรบศรีวิชัย-การ์ดหน้าโจรบุกตีอุดร เป็นเมืองขึ้น ชี้ชัดหากพันธมิตรไม่รนหาที่ยกพวกมายั่งยุก็จะไม่มีเรื่อง วอนกลุ่มคนเสื้อเหลืองเลื่อนจัดงาน แต่ม็อบมีเส้นหยันเพราะทำชั่วขนาดยึดสนามบิน-ทำเนียบโดยไม่ถูกดำเนินคดีก็ ยังลุยมาแล้ว แค่บุกก่อเหตุหยามเสื้อแดงอุดรถือว่าเด็กๆ หากกองกำลังถูกตีแพ้ก็แค่ออกข่าวด่าเสื้อแดงถ่อยทำร้ายพธม.ผู้บริสุทธิ์ หากเสื้อแดงไม่ออกมาก็จะเหยียดหยามว่าใจป๊อด สรุปแล้วการรนหาที่ไปรุกรานเที่ยวนี้มีแต่ได้ เจ้าของม็อบได้เห็นประเทศแตกเป็นเสี่ยงแน่คราวนี้

นายอำนาจ ผการัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี ให้สัมภาษณ์ถึงการเตรียมความพร้อมรักษาความปลอดภัยกรณีที่พันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย จะเดินทางไปทำกิจกรรมที่ จ.อุดรธานีในวันที่ 14 ก.พ.นี้ว่า ได้มีการประชุมในเบื้องต้น พยามที่จะให้ทั้งสองฝ่ายได้เข้าใจกัน ตนเป็นห่วงสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้น โดยได้ขอให้พันธมิตรฯ หลีกเลี่ยงที่จะจัดงาน หรือชะลอเอาไว้ก่อนได้หรือไม่ ในขณะที่กลุ่มเสื้อแดงก็ได้มายื่นหนังสือผ่านไปถึงนายกรัฐมนตรี เพื่อขอให้นายกรัฐมนตรีได้พูดจากับพันธมิตรฯ

นายอำนาจเผยว่า ขณะนี้ต่างฝ่ายต่างก็มีมวลชน มันยากต่อการดูแลที่ผ่านมาหลังจากที่ได้เชิญทั้งสองฝ่ายในพื้นที่ คุยกันในเบื้องต้นแล้วนั้น ส่วนราชการต่างๆ ฝ่ายความมั่นคง ก็ได้มีการประชุมกันเพื่อประเมินสถานการณ์ ซึ่งทางตำรวจได้มีการซ้อมแผนรับมือกับเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 5 ก.พ.ที่ผ่านมา

“ขณะนี้เราได้มีการติดตามสถานการณ์ทั้ง 2 ฝ่ายอย่างใกล้ชิด เป็นเรื่องที่น่าหนักใจ เพราะต่างฝ่ายต่างก็มีการรณรงค์ให้สมาชิกของตนมาร่วมงานกัน ซึ่งทางจังหวัดจะมีการประชุมสรุปกันอีกครั้งในวันที่ 10-11 ก.พ.นี้ ในขณะที่ฝ่ายเจ้าหน้าที่ตำรวจได้วางแผนซักซ้อม จำลองสถานการณ์ เพื่อดูว่าจะมีอะไรเกิดขึ้น ให้เกิดความรอบคอบ เพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมีบทเรียนมาแล้ว เราจะมีการประเมินสถานการณ์เป็นระยะๆ ต่อไป ตัวอย่างเช่น หากแกนนำเดินทางมาทางสนามบิน ถ้าเกิดมีการปิดล้อมขึ้นมาจะทำอย่างไร หรือ เหมือนกรณีที่ จ.ร้อยเอ็ด ที่มีการยึดพื้นที่ได้ก่อน จะต้องทำอย่างไร ซึ่งขณะนี้ได้มีการพูดคุยกันกับฝ่ายความมั่นคง ประสานกำลังกับหน่วยตำรวจดูแลมวลชน ประมาณ 1,500 นาย พร้อมทั้งเตรียมเครื่องมือปราบจลาจล วางแผน ซ้อมแผน ประเมิน สถานการณ์กันตลอด” นายอำนาจ กล่าว

ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดร กล่าวว่า อยากจะขอความร่วมมือกลุ่มผู้ชุมนุมทั้ง 2 ฝ่าย ไม่ให้กระทำการท้าทาย ยั่วยุ เพื่อนำไปสู่สถานการณ์ความรุนแรง บ้านเมืองของเราบอบช้ำมามากแล้ว ควรจะมีสติ ไม่คิดที่จะเอาชนะคะคานกัน พร้อมทั้งวิงวอนสื่อมวลชนให้ช่วยกันด้วยอีกทางหนึ่ง เพราะสถานการณ์ในพื้นที่ขณะนี้ต่างฝ่ายต่างก็ปลุกระดม เอามวลชนมาปลุกให้เกิดการต่อต้านกันมากขึ้น

ผู้สื่อข่าวถามว่ามาตรการปราบปรามหากเกิดความรุนแรงขึ้น จะใช้วิธีการอย่างไร นายอำนาจ กล่าวว่า จะต้องนำบทเรียนจาก กทม.ไปใช้ด้วย ตามที่คณะกรรมการสิทธิ์ให้ข้อแนะนำ ในการสลายการชุมนุม ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เตรียมความพร้อมไว้แล้ว ซึ่งขณะนี้ในส่วนของมวลชนเรายังไม่ทราบแน่ชัด คาดว่าจะสามารถคุมสถานการณ์ได้

“ในเบื้องแรกทางกลุ่มพันธมิตรฯ ได้ขอใช้ทุ่งศรีเมือง แต่พื้นที่บริเวณนั้นยากต่อการรักษาความปลอดภัย หากไปใช้ที่หนองประจักษ์ฯ ก็สามารถที่จะดูแลรักษาความปลอดภัยได้ง่าย เพราะสามารถเข้าออกได้แค่สองประตู เราจะทำการบล๊อกถนน พร้อมกับประสานกับตำรวจ ให้ดูแลความปลอดภัยในเรื่องการตรวจเข้มอาวุธทุกชนิดเป็นพิเศษ รวมทั้งอุปกรณ์ตรวจระเบิด

“นอกจากนี้ก่อนที่จะมีงาน 4-5 วัน ก็จะมีการตั้งด่านสกัดรอบเมือง เพราะทราบข่าวว่ามีการประกาศให้หน่วยรักษาความปลอดภัยของกลุ่มพันธมิตรฯ เข้ามาในพื้นที่เป็นจำนวนมาก เราจึงได้ปรึกษาหารือกับฝ่ายความมั่นคง ให้ตั้งด่านคุมเข้ม สกัดการนำอาวุธเข้ามาในพื้นที่ทุกชนิด รวมทั้ง จะนำกำลังมาอยู่ในพื้นที่หนองประจักษ์ สนามบินอุดรธานี และบริเวณจุดรอบเมือง โดยจะต้องประเมินเพิ่มในระดับหนึ่ง หากมวลชนเพิ่มมากขึ้น ก็จะมีการเพิ่มกำลังเสริม จากจังหวัดใกล้เคียงทั้ง หนองบัวลำภู ขอนแก่น มหาสารคาม หนองคาย ซึ่งผู้บัญชาการภาค 4 ก็จะลงมาดูแลวางแผนระบบอย่างใกล้ชิด” นายอำนาจ กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า ได้มีการรายงานสถานการณ์ดังกล่าวต่อรัฐมนตรีแล้วหรือยัง นายอำนาจ กล่าวว่า ตนได้เข้าพบ นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยเรียบร้อยแล้ว เพื่อเข้ารายงานสถานการณ์ พร้อมกับทำหนังสือ คิดว่าหลังจากวันหยุดยาว นายบุญจง คงนำเรื่องดังกล่าวรายงานสถานการณ์ต่อนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ซึ่งเรื่องนี้ฝ่ายการเมืองก็สั่งมาให้ดูแลว่าจะเจรจากันอย่างไร ซึ่งคำสั่งจากส่วนกลางก็คือการกำชับให้ดูแลพื้นที่ให้ดีที่สุด

“ผมหนักใจ แต่ก็ยังมีเวลาทำความเข้าใจกันอยู่ ต้องมีสติกัน ไม่สร้างให้เกิดความวุ่นวายให้เกิดขึ้นอีกในประเทศของเรา ซึ่งมันเป็นสถานการณ์ล่อแหลม ที่จะเกิดขึ้นอีก” นายอำนาจ กล่าว

นายอำนาจ กล่าวว่า ในส่วนของกลุ่มเสื้อแดงนั้น นายขวัญชัย ไพรพนา ประธานชมรมคนรักอุดร ได้ยืนยันว่า เขาจะอยู่ที่สถานีวิทยุของเขา ถ้าไม่มีการยั่วยุ ท้าทาย สถานการณ์ก็น่าจะผ่านไปด้วยดี

ทั้งนี้ เวบผู้จัการ กระบอกเสียงพันธมิตรรายงานว่า การจัดงานของพันธมิตรฯ ในวันที่ 14 ก.พ. 52 นั้น เป็นงานในลักษณะคอนเสิร์ตการเมือง โดยใช้ชื่องานว่า “14 กุมภาพันธ์ให้รักเราท่วมท้นประเทศไทย : ร่วมสร้างการเมืองใหม่ที่อุดรธานี” มีการปราศรัยของแกนนำพันธมิตรฯ สลับกับการแสดงดนตรี เริ่มงานตั้งแต่ 16.00 น. ไปจนสว่าง โดยไม่ได้เคลื่อนย้ายมวลชนไปไหน

แต่ภายหลังจากพันธมิตรฯ ประกาศจัดงานดังกล่าว นายขวัญชัย ไพรพนา แกนนำกลุ่มคนรักอุดรฯ ซึ่งเป็น 1 ในกลุ่มคนเสื้อแดงได้ประกาศว่าจะระดมคนเสื้อแดง 2 แสนคนออกมาต่อต้านพันธมิตรฯ ไม่ให้จัดงานดังกล่าว แต่ถ้าหากยังไปจัดงาน ก็จะเกิดความรุนแรงเหมือนวันที่ 24 ก.ค.2551 ที่ กลุ่มของนายขวัญชัยทำร้ายพันธมิตรฯ อุดรธานีที่สวนสาธารณะหนองประจักษ์ จนมีผู้บาดเจ็บสาหัสหลายราย ซึ่งขณะนี้ศาลจังหวัดอุดรธานีได้รับฟ้องคดีไว้แล้ว

เมื่อวันที่ 3 ก.พ.ที่ผ่านมา นายอำนาจ ในฐานะ ผู้ว่าฯ อุดรธานีได้เรียกประชุมแกนนำพันธมิตรฯ อุดรธานีและนายขวัญชัย แทนที่นายอำนาจจะขอร้องไม่ให้นายขวัญชัยเข้าไปก่อกวนการจัดกิจกรรมของ พันธมิตรฯ ซึ่งเป็นการใช้สิทธิขั้นพื้นฐานตามปกติและไม่ได้มีการเคลื่อนย้ายมวลชนไปที่ ใด แต่นายอำนาจกลับขอร้องฝ่ายพันธมิตรฯ ให้เลื่อนการจัดงาน โดยอ้างว่าการจัดงานดังกล่าวจะทำให้เกิดความขัดแย้ง อย่างไรก็ตามเมื่อนายเจริญ หมู่ขจรพันธุ์ แกนนำพันธมิตรฯ อุดรธานียืนยันว่าไม่สามารถเลื่อนได้ เพราะได้มีการเตรียมงานไว้แล้ว นายอำนาจจึงรับปากว่าจะจัดกำลังตำรวจทหารมารักษาความปลอดภัยให้

นอกจากนี้ นายขวัญชัยยังได้กล่าวในที่ประชุมเมื่อวันที่ 3 ก.พ.ว่า แม้ว่ากลุ่มคนรักอุดรจะรักประชาธิปไตยและรักความสงบแต่ตนไม่สามารถควบคุม สมาชิกที่มีอยู่ทั้งหมดได้ ซึ่งเป็นการข่มขู่กลายๆ ว่าจะปล่อยให้สมาชิกคนรักอุดรฯ ใช้ความรุนแรงกับพันธมิตรฯ แต่ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานีกลับไม่ได้ปรามนายขวัญชัยเรื่องนี้แต่อย่าง ใด ทั้งที่สามารถบอกให้นายขวัญชัยใช้เครือข่ายวิทยุชุมชนของกลุ่มคนรักอุดรทำ ความเข้าใจกับสมาชิกได้

กระบอกเสียงพันธมิตรแจ้งว่า การที่กลุ่มของนายขวัญชัยมีท่าทีข่มขู่การจัดงานพันธมิตรฯ ทำให้พันธมิตรฯ จากจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศประกาศจะเดินทางมาร่วมงานที่จังหวัดอุดรธานีจำนวนมาก โดยเฉพาะกลุ่มการ์ดพันธมิตรฯ จากจังหวัดในภาคใต้ เช่น ภูเก็ต จะเดินทางมาเพื่อรักษาความปลอดภัยให้กับงานครั้งนี้ด้วย

มีรายงานว่าเมื่อวันที่ 4 ก.พ.ที่ผ่านมา นายสนธิ ลิ้มทองกุล ได้จัดประชุมซักซ้อมนักรบศรีวิชัย และการ์ดฮาร์ดคอร์ ที่บ้านพระอาทิตย์
มี การส่งโทรสาร โทรศัพท์ จดหมายเรียก ให้เหล่านักรบมารายงานตัว การเตรียมการยกกำลังไปตีอุดรให้เป็นเมืองขึ้นของพันธมิตรให้ได้ เพื่อหยามว่าสามารถไปทุกจังหวัดในประเทศ โดยหากกองกำลังของนายสนธิสู้ไม่ไหวถูกทำร้ายก็จะออกข่าวว่าเสื้อแดงถ่อยทำ ร้ายพธม.ผู้รักสงบ แต่หากกลุ่มเสื้อแดงไม่ออกมาทำร้ายก็จะออกข่าวว่า พวกเสื้อแดงใจไม่ถึง และประกาศปักธงยึดอุดรไว้ได้ ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นพฤติกรรมยั่วยุอย่างไม่เห็นบ้านเมืองมีขื่อแป ก็เพราะว่าไม่มีการจัดการดำเนินคดีใดๆกับพันธมิตรเลยในช่วงที่ผ่านมา แม้มีพฤติการณ์ทั้งยึดเอ็นบีที ทำเนียบรัฐบาล และสนามบินมาแล้วก็ตาม

สะบ้าย้อยปะทะเดือดปลิดชีพ 2 แนวร่วมก่อความไม่สงบ

ประชาไท
โต๊ะข่าวภาคใต้ สถาบันอิศรา



วันศุกร์ที่ 6 กุมภาพันธ์ 2009 07:57น.



สะบ้าย้อยปะทะเดือดปลิดชีพ 2 แนวร่วมก่อความไม่สงบ

สถานการณ์ ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ยังคงตึงเครียดหนัก และมีการใช้ความรุนแรงรายวัน โดยเมื่อเวลา 13.00 น.วันที่ 5 ก.พ.2552 กองกำลังผสมระหว่างตำรวจ ทหาร และตชด.นำโดย พล.ต.ต.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ จากศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติส่วนหน้า (ศปก.ตร.สน.) พล.ต.เดชา กิ่งวงษา ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจสงขลา และ พ.ต.ท.สมชาย ศรีศรยุทธ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจ ตชด.43 ได้เข้าปิดล้อมตรวจค้นบ้านเลขที่ 7 หมู่ 2 บ้านควนหรัน ต.เปียน อ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา ภายหลังสืบทราบว่ามีแกนนำผู้ก่อความไม่สงบเข้าไปพักอาศัย



อย่าง ไรก็ดี ขณะแสดงตัวเข้าตรวจค้น ปรากฏว่าผู้ต้องสงสัย 2 คนที่อยู่ภายในบ้านได้พยายามหนีออกทางประตูหลังบ้าน และใช้อาวุธปืนยิงเปิดทาง ทำให้เกิดการยิงปะทะกันขึ้น เมื่อเสียงปืนสงบลงพบศพ นายอับดุลเล๊าะ แส้เด็น หรือ มะกรี อายุ 25 ปี อยู่บ้านเลขที่ 20 หมู่ 1 ต.ทุ่งพอ อ.สะบ้าย้อย และนายตูวันมูฮัมมัด สาหมะ หรือ มะ แกแดะ อายุ 32 ปี อยู่บ้านเลขที่ 39 หมู่ 2 ต.เปียน อ.สะบ้าย้อย พร้อมอาวุธปืนเอ็ม 16 จำนวน 2 กระบอก ซึ่งตรวจสอบทะเบียนปืนแล้วปรากฏว่าเป็นปืนที่ปล้นมาจากกองพันพัฒนาที่ 4 ค่ายกรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส เมื่อวันที่ 4 ม.ค.2547



จาก การตรวจสอบประวัติของทั้งสองคน พบว่ามีชื่ออยู่ในบัญชีแกนนำแนวร่วมผู้ก่อความไม่สงบของ ศปก.ตร.สน โดยนายอับดุลเล๊าะ มีหมายจับคดีฆ่าคนตายของ สภ.สะบ้าย้อย 3 คดี ส่วนนายตูวันมูฮัมมัด มีหมายจับในคดีฆ่าคนตายของ สภ.สะบ้าย้อย 4 คดี ขณะนี้กำลังสอบสวนขยายผลเพื่อหาตัวเครือข่ายรายอื่นๆ ในพื้นที่ต่อไป



ผบ.ทบ.ลงพื้นที่ดูงานพัฒนาระดับหมู่บ้าน

วัน เดียวกัน พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ได้เดินทางลงพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และได้ไปที่มัสยิดบาโงสาเรง หมู่ 1 บ้านสาเก ต.กรงปินัง อ.กรงปินัง จ.ยะลา พร้อมด้วย พล.ท.พิเชษฐ์ วิสัยจร แม่ทัพภาคที่ 4 พล.ท.กสิกร คีรีศรี ผู้บัญชาการกองบัญชาการผสมพลเรือน ตำรวจ ทหาร (ผบ.พตท.) แพทย์หญิงคุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ ผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม และข้าราชการระดับสูงในพื้นที่ เพื่อพบปะเยี่ยมเยียนผู้นำศาสนา ผู้นำท้องถิ่น และกลุ่มแม่บ้าน โดยมี นายหะยีดาโอ๊ะ ดีลาตานา อิหม่ามประจำมัสยิดและคณะกรรมการมัสยิดให้การต้อนรับ



หลัง จากนั้น ผบ.ทบ.พร้อมคณะได้เดินทางไปรับฟังบรรยายสรุปสถานการณ์ที่ฐานปฏิบัติการหน่วย เฉพาะกิจยะลา 13 และเยี่ยมเยียนให้กำลังใจกำลังพลที่หน่วยพัฒนาสันติ (นพส.13-7) ร้อย ร.711 หน่วยเฉพาะกิจยะลา 13 ที่หมู่ 2 บ้านบือแนลาแล ต.สะเอะ อ.กรงปินัง พร้อมติดตามผลการดำเนินงานของศูนย์เรียนรู้ชุมชน ต.สะเอะ ตามแนวพระราชดำริปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง



พล. อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นการติดตามการปฏิบัติงานโดยรวมของหน่วยกำลัง และได้พูดคุยกับแม่ทัพภาคที่ 4 รวมทั้งได้ลงไปดูกิจกรรมแบบส่วนเล็กๆ ภายในหมู่บ้าน ซึ่งหน่วยกำลังที่อยู่ใกล้ชิดกับประชาชนจัดทำขึ้นเพื่อสร้างความเข้าใจอันดี กับประชาชน เพื่อหาแนวทางให้สถานการณ์ในพื้นที่เกิดความสงบสุข ซึ่งก็พบว่าได้รับการตอบรับจากพี่น้องประชาชนเป็นอย่างดี เจ้าหน้าที่ได้รับทราบถึงความต้องการของประชาชนในพื้นที่ว่าต้องการอะไร สามารถประสานต่อไปยังศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) เพื่อให้มาดูแลเรื่องการพัฒนาที่ตรงตามความต้องการของประชาชนในพื้นที่อย่าง แท้จริง



รองผู้ว่านราฯ ปลื้มชาวบ้านแจ้งเบาะแสวิสามัญฯ คนร้ายได้หลายราย

ที่ จ.นราธิวาส นายธนน เวชกรกานนท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส เป็นประธานในพิธีมอบเงินช่วยเหลือเยียวยาแก่ข้าราชการตำรวจ ทหาร และประชาชน รวมถึงทายาทของผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ความไม่สงบที่อาศัย หรือปฏิบัติหน้าที่อยู่ในพื้นที่ 7 อำเภอของ จ.นราธิวาส ได้แก่ อ.รือเสาะ ศรีสาคร จะแนะ ระแงะ สุไหงปาดี สุคิริน และ อ.เมือง รวมทั้งสิ้น 53 ราย เป็นเงิน 3,838,400 บาท



โอกาส นี้ นายธนน ได้กล่าวขอบคุณพี่น้องประชาชนที่ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ในการชี้ เบาะแสของกลุ่มผู้ไม่หวังดี ทำให้ในเดือน ม.ค.2552 เพียงเดือนเดียว เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมและวิสามัญฆาตกรรมกลุ่มแกนนำคนสำคัญไปได้หลายราย พร้อมทั้งตรวจยึดอาวุธปืนสงครามของเจ้าหน้าที่ที่คนร้ายชิงไปกลับคืนมา กระทั่งเหตุการณ์ต่างๆ คลี่คลายลงพอสมควรในเดือน จึงขอให้พี่น้องประชาชนให้ความร่วมมือเช่นนี้ต่อไป เชื่อว่าคงอีกไม่นานเกินรอจังหวัดชายแดนภาคใต้จะมีแนวโน้มเกิดความสันติ สุขอย่างยั่งยืนอีกครั้ง



ด้าน นายศิริชัย ลีวรรณนภาใส นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนราธิวาส เปิดเผยว่า จะจัดโครงการดูแลสุขภาพผู้แสวงบุญที่เดินทางกลับจากการไปประกอบพิธีฮัจญ์ ที่นครเมกกะ ประเทศซาอุดิอาระเบีย โดยกำหนดให้สถานบริการสาธารณสุขทุกแห่งในสังกัด จัดให้มีบริการเชิงรุกในชุมชน ออกเยี่ยมบ้านประชาชนเพื่อให้บริการตรวจสุขภาพทั่วไป ได้แก่ การวัดความดันโลหิต การเจาะเลือดตรวจหาโรคเบาหวาน คัดกรองโรคติดต่อระหว่างประเทศ เช่น ไข้กาฬหลังแอ่น โรคซาร์ส และโรคติดต่ออื่นๆ พร้อมให้คำแนะนำเรื่องการปฏิบัติตัวเพื่อการมีสุขภาพที่ดี ระหว่างวันที่ 10-13 ก.พ.นี้

“สาทิตย์” ตั้งกก.ปฏิรูปสื่อรัฐ พร้อมดันช่อง 11 ให้พื้นที่สาธารณะ-ประชาสัมพันธ์รัฐ

ประชาไท

มติชนออนไลน์ รายงานว่า เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 6 ก.พ.52 หลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาสื่อสารมวลชน กลุ่มวิชาการสื่อสารทางการเมือง คณะวารสารศาสตร์ และสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จัดสัมมนา “รัฐบาลกับการปฏิรูปสื่อไทย” โดยมีนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวในการสัมมนาว่า แนวทางการปฏิรูปสื่อรัฐของรัฐบาลชุดนี้ จะเริ่มที่กรมประชาสัมพันธ์ (กปส.) ที่กำหนดแนวทางไว้ 2 ระยะ คือ ระยะสั้น ภายในเดือนกุมภาพันธ์นี้ จะเปลี่ยนโลโก้สถานีวิทยุโทรทัศน์เอ็นบีที



ส่วนระยะยาวในช่วง 7-8 เดือนข้างหน้า เป็นการเปลี่ยนเนื้อหารายการช่อง 11 โดยกำหนดสัดส่วน 50% จะ เปิดพื้นที่สาธารณะให้กับผู้ผลิตคุณภาพและภาคประชาชน ที่ต้องการแสดงความคิดเห็นสร้างสรรค์สังคม แต่จะไม่ใช่ “ทีวีสาธารณะ” เหมือนทีวีไทย สำหรับสัดส่วนอีก 50% จะเป็นพื้นที่ประชาสัมพันธ์ของภาครัฐ เพื่อสร้างความเข้าใจที่ดี ระหว่างภาครัฐ และประชาชน


นายสาทิตย์ กล่าวด้วยว่า ช่วง 8 ปีที่ผ่านมา กรมประชาสัมพันธ์ อ่อนแอมากในเรื่องกำลังคน ส่วนช่อง 11 เรียกว่าอยู่ในฐานะติดลบจากการดำเนินงาน เพราะไม่มีรายได้จากการขายโฆษณาเอง ขณะที่หน่วยงานรัฐมักขอใช้พื้นที่ฟรี โดยมีบุคลากรกว่า 100 คนที่บริษัทเอกชนร่วมผลิตดูแล และจ่ายเงินเดือนให้



“วันนี้ช่อง 11 ไม่สามารถผลิตรายการเองได้ทั้งหมด ถือเป็นโจทย์ใหญ่ในการปฏิรูปสื่อรัฐ” นายสาทิตย์กล่าว พร้อมเสริมว่าอย่าง ไรก็ตาม การให้ช่อง 11 เป็นสื่อนำเสนอเนื้อหาสาธารณะ และประชาสัมพันธ์ภาครัฐ เป็นเรื่องที่มีความยากลำบาก ในการหารายได้เลี้ยงตัวเอง ดังนั้น แนวทางที่รัฐจะต้องดำเนินการ คือ ให้งบประมาณสนับสนุน ซึ่งขณะนี้ อยู่ระหว่างการศึกษาว่าหากช่อง 11 จะต้องปฏิรูปตามแนวคิดของรัฐบาล จะต้องใช้งบประมาณสนับสนุนเป็นจำนวนเท่าไร ซึ่งอาจจะนำเสนอของบประมาณเพิ่มเติมให้ช่อง 11 ในการจัดทำงบประมาณปี 2553


นายสาทิตย์ กล่าวอีกว่า ในสัปดาห์หน้า รัฐบาลจะแต่งตั้งคณะกรรมการปฏิรูปสื่อภาครัฐ ทำหน้าที่ศึกษาโครงสร้างการปฏิรูปสื่อรัฐใน 3 ประเด็น คือ 1.ศึกษาโครงสร้างกรมประชาสัมพันธ์ว่า ควรจะเป็นแบบใดและการนำสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย (ช่อง 11) และสถานีวิทยุแห่งประเทศไทย ออกมาจัดตั้งเป็นองค์การมหาชน ที่ปลอดจากการแทรกแซงของรัฐ 2.ศึกษา โครงสร้างการบริหารคลื่นความถี่ของ อสมท.ในอนาคต และแนวทางการจัดสรรคลื่นความถี่ของหน่วยงานต่างๆ หลังประกาศใช้ พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ ฉบับแก้ไขปี 2543 และ 3.ทำให้เกิดคณะกรรมการจัดสรรคลื่นความถี่ กสทช.ว่าจะดำเนินการจัดสรรคลื่นความถี่ฯ ของหน่วยงานต่างๆ อย่างไร


“คณะกรรมการชุดนี้ จะมีคุณหญิงสุพัตรา มาศดิตถ์ และผม เป็นที่ปรึกษา และมีคณะกรรมการอีกกว่า 10 คน จากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เช่น นักวิชาการด้านนิเทศศาสตร์, นักวิชาชีพสื่อ, องค์กรภาคประชาชน ฯลฯ โดยมีบุคคลทาบทามแล้ว เช่น ดร.สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ จากทีดีอาร์ไอ, นายภัทระ คำพิทักษ์, ดร.วรากรณ์ สามโกเศศ, ดร.พิรงรอง รามสูตร รณะนันท์, ดร.วิลาสินี พิพิธกุล, นายวัลลภ ตังคณานุรักษ์” นายสาทิตย์ กล่าว