CBOX เสรีชน

16 มกราคม, 2552

กูเกิลเลิกจ้างพนักงานประจำ 100 คน

ข่าวเก่า กูเกิลเตรียมเลิกจ้างพนักงานชั่วคราว 10,000 ตำแหน่ง ตอนนี้วิกฤตเศรษฐกิจของสหรัฐร้ายแรงเกินคาด ลามมาถึงพนักงานประจำที่ทำงานแบบเต็มเวลาของกูเกิล ซึ่งถือได้ว่าเป็นตำแหน่งงานที่มั่นคงมากเป็นอันดับต้นๆ ของซิลิคอน วัลเลย์

แถมพนักงานชุดแรกที่ปลด 100 คนนี้จะเป็น recruiter หรือฝ่ายที่สรรหาพนักงานใหม่เข้ามาทำงาน ซึ่งเป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่ากูเกิลไม่ต้องการพนักงานใหม่มากเท่าไรนักในช่วง นี้

กูเกิลเตรียมเลิกจ้างพนักงานชั่วคราว 10,000 ตำแหน่ง

ผลกระทบของวิกฤตเศรษฐกิจสหรัฐลามไปถึงกูเกิลแล้ว กูเกิลเตรียมจะปรับลดพนักงานแบบสัญญาจ้างชั่วคราว (contractor) จำนวนประมาณ 10,000 ตำแหน่ง พนักงานส่วนนี้บางส่วนอาจถูกปรับเปลี่ยนมาเป็นพนักงานประจำเต็มเวลา แต่ลดสวัสดิการหลายอย่างลงไป (รวมถึงหุ้น) ซึ่งในภาพรวมจะเสียค่าใช้จ่ายน้อยลง

ปัจจุบันกูเกิลมีพนักงานประจำอยู่ประมาณ 20,000 คน แต่มีพนักงานรวมประมาณ 30,000 คน ผู้ก่อตั้ง Sergey Brin ให้ความเห็นว่าพนักงานชั่วคราวจำนวน 10,000 คนนี้มีจำนวนมากเกินไป มีรายงานว่ากูเกิลวางแผนปรับลดพนักงานกลุ่มนี้มาประมาณ 6 เดือนแล้ว

Seagate ปลดพนักงาน 2,950 คน + ตัดเงินเดือนซีอีโอ

ปัญหาเศรษฐกิจยังซัดเข้าใส่อุตสาหกรรมไอทีอย่างต่อเนื่อง Seagate ซึ่งเป็นผู้ผลิตฮาร์ดดิสก์รายใหญ่ที่สุดของโลกได้ประกาศปลดพนักงาน 6% ของพนักงานทั้งหมดทั่วโลก หรือคิดเป็น 2,950 ตำแหน่ง โดยในจำนวนนี้อยู่ในอเมริกา 800 ตำแหน่ง

นอกจากปลดพนักงานแล้ว Seagate ยังประกาศลดเงินเดือนของพนักงานระดับบริหารด้วย โดยซีอีโอคนใหม่ซิงๆ คือ Stephen Luczo ซึ่งเป็นอดีตซีอีโอกลับมารับตำแหน่งใหม่ (เทร็นด์นี้กำลังฮิต) จะได้รับเงินเดือนน้อยกว่าเดิม 25%

Seagate คาดว่ามาตรการปลดพนักงานรอบนี้จะช่วยลดค่าใช้จ่ายได้ 130 ล้านดอลลาร์ ส่วนการลดเงินเดือนผู้บริหารจะลดได้ 80 ล้าน

บ.ประกันสินเชื่อที่อยู่อาศัยใกล้เป็นจริงธอส.จ่อชงคลังช่วยคนซื้อบ้านกู้ได้100%

แบงก์ชาติหนุนรัฐบาลจัดตั้งบริษัทประกันสินเชื่อที่อยู่อาศัย กระตุ้นสินเชื่อให้ขยายตัวลูกค้าสามารถกู้เงินได้เต็ม 100 % ด้าน ธอส. ของบพันล้านตั้งบริษัทประกันสินเชื่อที่อยู่อาศัย เร่งชงเข้าคลังดันเข้าครม. ระบุถือหุ้นแค่ 20% ที่เหลือ 80 % บริษัทประกันถือหุ้น

นายสรสิทธิ์ สุนทรเกศ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายกำกับสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า การที่รัฐบาลมีนโยบายตั้ง บริษัทประกันสินเชื่อที่อยู่อาศัย (มอร์เกจ อินชัวรันส์) เพื่อทำหน้าที่ค้ำประกันสินเชื่อและดูแลเรื่องเงินดาวน์ให้กับผู้ซื้อบ้าน ถือเป็นเรื่องที่รัฐบาลควรดำเนินการกับภาวะเศรษฐกิจในช่วงนี้ ซึ่งจะทำให้ธนาคารพาณิชย์กล้าปล่อยกู้มากขึ้น เนื่องจากมีการเข้ามาแบ่งเบาความเสี่ยงที่เกิดขึ้น จากเดิมที่ธนาคารต้องแบกรับเองทั้งหมด และยังช่วยกระตุ้นให้สินเชื่อขยายตัวได้เพิ่มขึ้น

ขณะเดียวกันฝ่ายประชาชนหรือลูกค้า ผู้มาขอกู้ โดยเฉพาะกลุ่มที่เป็นคนเงินเดือนน้อย หรือเริ่มต้นทำงานใหม่ หรือผู้ที่มีคุณสมบัติต่ำกว่าเกณฑ์ทั่วไปของธนาคารพาณิชย์ แม้จะมีความเสี่ยงสูง แต่ก็สามารถเข้าถึงสินเชื่อได้ง่ายขึ้น หากมีระบบการจัดการความเสี่ยงที่ดี

ทั้งนี้ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ได้เตรียมเสนอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ตั้งบริษัทประกันสินเชื่อเพื่อให้ลูกค้าสามารถกู้เงินซื้อบ้านได้เต็ม 100% โดยจะมีธนาคารออมสินและบริษัทประกันเข้าร่วมทุน

ด้านนายขรรค์ ประจวบเหมาะ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ เปิดเผยถึงรูปแบบของบริษัทประกันสินเชื่อที่อยู่อาศัย ว่า เบื้องต้นใช้เงินลงทุนจัดตั้งประมาณ 1,000 ล้านบาท โดย ธอส.ถือหุ้น 20% และอีก 80% จะเป็นการถือหุ้นโดยบริษัทประกันเพื่อให้รับประกันต่อ โดยขณะนี้กำลังเจรจากับบริษัทประกันขนาดใหญ่หลายแห่ง

ส่วนรูปแบบการประกันสินเชื่อที่อยู่อาศัยนั้นจะเข้าไปรับประกันเงินดาวน์ให้ กับสินเชื่อบ้าน 20% สินเชื่อสำหรับซื้อห้องชุดหรือคอนโดมิเนียม 30% ครอบคลุมทั้งสินเชื่อสำหรับบ้านหลังแรกและบ้านมือสองด้วย

ทั้งนี้ ทางบริษัทประกันสินเชื่อที่อยู่อาศัย จะเข้าไปรับประกันเงินดาวน์ให้กับธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) และธนาคารทุกแห่งที่สนใจเข้ามาร่วมเป็นสมาชิกของบริษัท ซึ่ง ธอส.จะเร่งดำเนินการเรื่องกฎเกณฑ์ต่างๆ เพื่อให้สามารถดำเนินการได้ภายใน 1 เดือนนับจากนี้ไป

"บริษัทประกันจะมีการวางหลักเกณฑ์เรื่องการปล่อยกู้กับธนาคารสมาชิกอย่าง เข้มงวด โดยให้คำนึงถึงความมั่นคงของรายได้ ความสามารถในการผ่อนชำระค่างวดต่อเดือน เพื่อป้องกันปัญหาหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ "

ส่วนการที่ ธอส.ต้องเข้าไปเป็นผู้ถือหุ้นในการจัดการจัดตั้งบริษัทประกันสินเชื่อที่ อยู่อาศัยขอยืนยันไม่มีอะไรน่าห่วง เพราะบริษัทลักษณะนี้ในต่างประเทศ เช่น ฮ่องกง ประสบความสำเร็จหากมีการบริหารจัดการที่ดี

ทั้งนี้ธอส.เตรียมเสนอให้นายกรณ์ จาติวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ผลักดันพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) จัดตั้งบริษัท ประกันสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยเข้าสู่ ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ซึ่งก่อน หน้านี้คณะกรรมการกฤษฎีกาให้ความเห็นชอบกฎหมายดังกล่าวมาแล้ว

องค์กรสื่อ ต้านรัฐบาลทำสงครามกับสื่ออินเตอร์เน็ตและวิทยุชุมชน !


 วันอังคารที่ 13 มกราคม พ.ศ.2552 เวลา 09.00 น. เครือข่ายพลเมืองเน็ต
คณะกรรมการรณรงค์เพื่อการปฏิรูปสื่อ
เครือข่ายเสรีภาพต่อต้านการเซ็นเซอร์ประเทศไทย นำโดยนายกานต์ ยืนยง
นายไกลก้อง ไวทยากร น.ส.จีรนุช เปรมชัยพร น.ส.สฤณี อาชวานันทกุล  นายสุเทพ
วิไลเลิศ นายสุนิตย์ เชรษฐา  น.ส.สุภิญญา กลางณรงค์ นายอาทิตย์
สุริยะวงศ์กุล  เข้ายื่นหนังสือต่อ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
นายกรัฐมนตรีซึ่งได้มารับหนังสือและเจรจาเป็นเวลา 5
นาทีโดยรับเรื่องและข้อเสนอคัดค้านการจัดตั้งวอร์รูม
หรือการประกาศสงครามกับสื่ออินเตอร์เน็ตและวิทยุชุมชน หลังจากที่ได้เข้าพบ
พบว่ารัฐบาลไม่ได้มีแนวทางการดำเนินการดังกล่าว
ซึ่งอาจจะต้องตั้งคณะทำงานร่วมต่อไป ในหนังสือยื่นต่อนายกฯ
มีรายละเอียดดังนี้



เรียน นายกรัฐมนตรี



     สำเนาถึง รองนายกรัฐมนตรีด้านความมั่งคง
รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีด้านสื่อ รัฐมนตรีว่าการกระทรวง
เทคโนโลยีการสื่อสารและสารสนเทศ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม
ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และ
คณะอนุกรรมาธิการกำกับติดตามการป้องกันและปราบปรามเว็บไซต์และการกระทำหมิ่น
พระบรมเดชานุภาพ คณะกรรมาธิการทหาร สภาผู้แทนราษฎร

เรื่อง ข้อเสนอเกี่ยวกับนโยบายการกำกับดูแลสื่ออินเตอร์เน็ตและวิทยุชุมชน 

       

    
สืบเนื่องจากนโยบายของรัฐบาลที่จะให้มีการปิดกั้นปราบปรามสื่ออินเตอร์เน็ต
และวิทยุชุมชน ด้วยข้อกล่าวหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ
และอ้างเหตุผลเรื่องความมั่นคงของชาติจนมีการแสดงท่าทีที่จะนำ
พระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ.2551
มาใช้ในการควบคุมและปราบปรามวิทยุชุมชนนั้น องค์กรที่มีรายชื่อดังนี้คือ
เครือข่ายพลเมืองเน็ต คณะกรรมการรณรงค์เพื่อการปฏิรูปสื่อ (คปส.)
และเครือข่ายเสรีภาพต่อต้านการเซ็นเซอร์ประเทศไทย (FACT)
มีความเห็นว่าวิธีการและนโยบายดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อสิทธิพลเมือง
สิทธิทางการเมือง
ทั้งยังไม่ได้ช่วยรักษาความมั่นคงของชาติและปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ได้
อย่างมีประสิทธิภาพแต่อย่างใด

            

     การกำกับดูแลสื่อใหม่เช่นอินเตอร์เน็ตและวิทยุชุมชนมีความละเอียดอ่อน
ต้องมีมาตรการที่ชัดเจน
สอดคล้องกับความเป็นจริงและสามารถนำไปปฏิบัติให้เกิดผลโดยแท้จริง
ในขณะที่ต้องคำนึงถึงสิทธิเสรีภาพของพลเมือง โดยพลเมือง
และเพื่อพลเมืองเป็นสำคัญ
ซึ่งหลักการสิทธิเสรีภาพเป็นหลักพื้นฐานและมีกติกาอันเป็นที่ยอมรับโดยสากล
จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่รัฐไทยจักต้องธำรงมาตรฐานอันสอดคล้องกับกติกาสากล
เพื่อธำรงความเป็นประชาธิปไตย และ ความเสมอภาคเท่าเทียมกันในสังคม 

    

     องค์กรข้างต้นมีจุดยืนร่วมกันว่า
แนวทางที่รัฐบาลประกาศจะจัดตั้งวอร์รูม (War room)
หรือการประกาศสงครามกับสื่ออินเตอร์เน็ตและวิทยุชุมชนนั้น
จะไม่นำไปสู่การแก้ปัญหาความมั่นคงของชาติหรือช่วยปกป้องสถาบันพระมหา
กษัตริย์แต่อย่างใด ในทางกลับกันจะยิ่งก่อให้เกิดความขัดแย้งมากขึ้น
และละเมิดพันธะที่รัฐบาลได้ประกาศไว้ในนโยบายว่าด้วยสื่อและการรับรู้ข้อมูล
ข่าวสารในข้อ 8 ซึ่งมีหลักการสำคัญที่เกี่ยวข้องดังนี้ 

    

     8.3.1 ส่งเสริมให้ประชาชนมีโอกาสได้รับรู้
และเข้าถึงข้อมูลข่าวสารสาธารณะจากทางราชการ
และสื่อสาธารณะอื่นได้อย่างกว้างขวาง เป็นธรรม และรวดเร็ว
รวมทั้งให้กลไกภาครัฐเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมในทุกมิติตามบทบัญญัติ
ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย



     8.3.4
จัดให้มีกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองผู้ประกอบวิชาชีพสื่อเพื่อให้สื่อมีเสรี
ปราศจากการแทรกแซง และมีความรับผิดชอบต่อสังคม
รวมทั้งยกเลิกและปรับปรุงกฎหมายที่ขัดต่อสิทธิเสรีภาพของประชาชน
และสื่อมวลชนตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

    

     ด้วยเหตุนี้ เครือข่ายพลเมืองเน็ต
คณะกรรมการรณรงค์เพื่อการปฏิรูปสื่อ (คปส.) และ
เครือข่ายเสรีภาพต่อต้านการเซ็นเซอร์ประเทศไทย (FACT)
จึงขอเรียกร้องต่อนายกรัฐมนตรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดังนี้

     1.ขอให้รัฐบาลหยุดการจัดตั้งวอร์รูมดังกล่าว
และเข้าร่วมกับภาคประชาสังคมเพื่อวางหลักเกณฑ์ที่ชัดเจนร่วมกัน
โดยเฉพาะเรื่องความมั่นคงและกรณีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ
เพื่อสนับสนุนการกำกับดูแลกันเองของทั้งวิทยุชุมชนและกลุ่มประชาชนผู้ใช้
อินเตอร์เน็ต

    
2.ขอให้รัฐบาลทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการตามกฎหมายที่เกี่ยวกับ
สื่อ ได้ดำเนินการโดยโปร่งใส เปิดเผยข้อมูลการดำเนินการ
การใช้งบประมาณต่างๆ
เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบและมีส่วนร่วมในการตรวจสอบข้อมูล
การดำเนินการเพื่อปิดกั้นเนื้อหาในเว็บไซต์ต่างๆ
ทั้งที่มีและไม่มีคำสั่งศาล
ให้มีการเปิดเผยข้อมูลรวมทั้งชี้แจงกระบวนการในการดำเนินงานให้ประชาชน
ผู้ให้บริการเว็บไซต์
และผู้ประกอบการอินเตอร์เน็ตได้รับรู้และเข้าใจในหลักปฏิบัติดังกล่าว
เพื่อที่จะปฏิบัติตามโดยมั่นใจว่าจะได้รับความคุ้มครองจากการปฏิบัติงานตาม
กระบวนการยุติธรรมโดยเคร่งครัด

     3.การปรับแก้กฎหมายที่กระทบกับสื่อ
ต้องเปิดให้ประชาชนได้แสดงความคิดเห็นและมีส่วนร่วมอย่างกว้างขวาง
เป็นระยะเวลาที่เพียงพอ ทั้งการแก้ไข
พระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับดูกิจการกระจายเสียง
กิจการโทรทัศน์ และ กิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2543
พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550
และกฎหรือระเบียบอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น
กฎหมายและระเบียบปฏิบัติที่เกี่ยวกับการหมิ่นประมาทและการหมิ่นพระบรมเดชานุ
ภาพ เพื่อให้รับรองสิทธิเสรีภาพของประชาชน ตามรัฐธรรมนูญ

     4.ขอให้รัฐส่งเสริม ปกป้อง สิทธิพลเมือง ทั้งในและนอกอินเตอร์เน็ต
และ เสรีภาพของสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ทั้งสื่อออนไลน์และวิทยุชุมชน
อีกทั้งปรับปรุงกติกาและกฎหมายที่เกี่ยวข้องให้สอดคล้องกับบทบัญญัติแห่ง
สิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยตามมาตรา 45, 46, 47
รวมทั้งปฏิญญาสากลระหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิมนุษยชนของสหประชาชาติ
(Universal Declaration of Human Rights) และ
กติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (International
Covenant on Civil and Political Rights) ในมาตรา 19 (Article 19)
ที่ประเทศไทยเข้าเป็นภาคีโดยการภาคยานุวัตติ (Accession)
ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ปี พ.ศ.2540

      

       จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณา

       ขอแสดงความนับถือ

       เครือข่ายพลเมืองเน็ต

       คณะกรรมการรณรงค์เพื่อการปฏิรูปสื่อ (คปส.)

        เครือข่ายเสรีภาพต่อต้านการเซ็นเซอร์ประเทศไทย (FACT)



ภัยเทคโนโลยีคุกคามเด็ก (จบ)


4. เด็กติดเกม

ประเทศไทยเป็นแชมป์อันดับ 2 ของเอเชียในการเสพเกมออนไลน์ เหตุการณ์ที่เป็นที่ฮือฮาที่สุดคือ เด็ก ม.6 ฆ่าแท็กซี่โดยอ้างว่าเลียนแบบเกม GTA ถือว่าเป็นการก่ออาชญากรรมที่ร้ายแรงโดยผู้ก่อเหตุนั้นเป็นเด็กชายวัย 18 ปี ทำให้นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาก็มีการพยายามแก้ไขปัญหาของหน่วยงานต่างๆ มาอย่างต่อเนื่อง ความคิดเห็นสะท้อนเรื่องเกม GTA ของเด็กชายวัย 8 ขวบให้ความเห็นว่าอยากทำให้ได้เหมือนในเกมเพราะอยากได้อะไรก็จะได้ตามนั้น ส่วนข่าวอื่นๆ ที่มีมาเป็นระยะก็คือการลักทรัพย์เพื่อนำเงินมาเล่นเกมออนไลน์ โดยเหตุการณ์ที่มีผู้ก่อเหตุอายุน้อยที่สุด คือ เด็ก ป.6 โดนจับคดีลักทรัพย์เพื่อนำเงินที่ได้มาเล่นเกม

ข้อมูลจากโครงการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อการพัฒนา สังคมไทยพบว่าร้านเกมคาเฟ่ที่จดทะเบียนในไทยมี 23,000 ร้าน หากประมาณว่าในแต่ละร้านมี 15 เครื่อง นั่นหมายความว่าในแต่ละชั่วโมงมีโอกาสที่เด็กใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ได้อย่าง น้อย 345,000 เครื่อง เท่ากับว่าโอกาสที่เด็กๆ จะใช้เทคโนโลยีสารสนเทศได้ชั่วโมงละ 345,000 คน แต่ในความเป็นจริงพบว่า เวลาที่เด็กเข้าไปใช้บริการในร้านเกมคาเฟ่ ส่วนใหญ่ร้อยละ 90 เข้าไปเพื่อเล่นเกม และในบรรดาเกมคอมพิวเตอร์ทั้งออนไลน์และออฟไลน์ใน 10 อันดับแรก ส่วนใหญ่เป็นเกมที่เน้นการใช้ความรุนแรง เช่น การยิง การต่อสู้ น้อยมากที่จะพบเกมที่ฝึกทักษะในการวางแผนหรือฝึกด้านทักษะชีวิต รวมไปถึงเกมที่ฝึกความชำนาญในอาชีพต่างๆ

10 อันดับแรกที่ได้รับความนิยมในกลุ่มเกมออนไลน์ คือ
1. Audition
2. Special Force
3. DOT-A
4. Luna Online
5. Pucca Racing
6. Freestyle Casual
7. Cabal Online
8. Ragnarok Online
9. Perfect World
10. Hip Street

5 อันดับแรกที่ได้รับความนิยมในกลุ่มเกมแบบออฟไลน์ คือ
1. Pro Evolution Soccer
2. Need for Speed
3. Prostreet
4. Grand theft auto 2
5. Red alert


(ข้อมูลจาก โครงการวิจัยและพัฒนาระบบการจัดระดับความเหมาะสมของสื่อ)
สถิติคนหายเนื่องจากติดเกมจากศูนย์ข้อมูลคนหายเพื่อต่อต้านการค้ามนุษย์ มูลนิธิกระจกเงา พบว่าในปีที่ผ่านมามีเด็กหายไปจำนวน 9 ราย สามารถติดตามกลับมาได้ 5 ราย และกำลังดำเนินการอยู่ 4 ราย
แนวโน้มของสถานการณ์ภัยเทคโนโลยีในปี 2552

เรื่องที่น่าจับตามองก็คือ คลิปหลุดและคลิปแอบถ่าย Hi5 แชต แชตไลน์ เนื่องจากมีสถิติการใช้งานที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะช่วงหลังพบว่ามีการเปิดให้บริการทางโทรศัพท์หลากหลายรูปแบบ ซึ่งอาจจะเป็นการนำไปสู่การล่อลวงได้เช่นเดียวกับกรณีแชตไลน์ 1900 อีกด้วย

และศูนย์เฝ้าระวังภัยเทคโนโลยี (IT WATCH) มีสิ่งที่อยากจะย้ำเตือนเด็กๆ ในปี 2552 คือ การรู้จักระวังภัยเทคโนโลยีที่จะเข้าถึงตัว แต่ก่อนนั้นภัยอาจจะเข้าถึงตัวเราได้เพราะการเจตนาปองร้ายจากผู้อื่น แต่ปัจจุบันการใช้อินเตอร์เน็ตบางครั้งก็ต้องระบุข้อมูลส่วนตัวลงไปด้วยอีก ทั้งยังมีโอกาสได้พูดคุยกับผู้คนอีกมากมาย ส่วนนี้เป็นส่วนสำคัญที่จะทำให้ภัยเข้าถึงตัวเราได้ง่ายขึ้น ดังนั้นควรรู้จักระมัดระวังการให้ข้อมูลส่วนตัวและอย่าไว้วางใจใครง่ายๆ สำหรับผู้ใหญ่หรือองค์กรต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน อย่าให้เป็นเพียงการแก้ไขสถานการณ์เมื่อเกิดขึ้นแล้วเท่านั้น เพื่อป้องกันไม่ให้เด็กตกเป็นเหยื่ออีก ควรร่วมกันหาแนวทางการป้องกันแก้ไขปัญหาและเฝ้าระวังภัยทางเทคโนโลยีตั้งแต่ เนิ่นๆ และอย่างต่อเนื่อง นอกเหนือจากผู้ใหญ่และหน่วยงานแล้ว เว็บไซต์ต่างๆ ที่มีการให้บริการเกี่ยวกับคลิปหลุดและคลิปแอบถ่ายควรระงับพื้นที่ดังกล่าว ซึ่งมีเด็กตกเป็นเหยื่ออยู่รายหลาย

ภัยเทคโนโลยีคุกคามเด็ก (1)

ศูนย์เฝ้าระวังภัยเทคโนโลยี (IT WATCH) มูลนิธิกระจกเงา โดยการสนับสนุนของ บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด โดยมีบทบาทเป็นศูนย์กลางที่เฝ้าระวังปัญหาภัยเทคโนโลยีอย่างเกาะติด และใช้กิจกรรมของศูนย์ฯ เป็นตัวขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาในระดับนโยบาย และการคุ้มครองสิทธิและสวัสดิภาพเด็กซึ่งตกเป็นผู้เสียหาย ได้ประมวลสถานการณ์ภัยเทคโนโลยีปี 2551 และแนวโน้มสถานการณ์ภัยเทคโนโลยีปี 2552 ดังนี้
1. คลิปหลุดและคลิปแอบถ่าย

เริ่มต้นปี 2551 ด้วยข่าวนักเรียน ม.1 ถูกเรียงคิวข่มขืนยับจนสลบแถมถ่ายวิดีโอคลิปแบล็กเมล์ คลิปหลุดของนักเรียนอมนกเขาบนรถเมล์ ตามมาด้วยการมอมเหล้าเด็กหญิงอายุ 14 ปีแล้วถ่ายคลิปวิดีโอส่งต่อกันในกลุ่มวัยรุ่นโดยผู้ก่อเหตุดังกล่าวเป็นชาย วัย 16 ปีเท่านั้น ข่าวเด็กหญิงวัย 14 ปี ถูกชายวัยรุ่นกว่า 10 คน รุมโทรมและถ่ายคลิปไว้พร้อมทั้งขู่ห้ามแจ้งตำรวจ จากนั้นมีข่าวว่ามีการแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อลวงเด็กหญิงนักเรียน 3 คนขืนใจแล้วถ่ายคลิปวิดีโอไว้แบล็กเมล์ ในช่วงปลายปียิ่งมีข่าวที่เด็กตกเป็นเหยื่ออีกมากมาย เช่น เด็กหนุ่ม 6 คนรุมทึ้งเสื้อผ้าเด็กหญิง ม.2 แล้วถ่ายคลิปวิดีโอ เด็กหญิงวัยเพียง 11 ปีถูกข่มขืนแล้วถ่ายคลิปวิดีโอ ข่มขืนเด็ก ม.6 ถ่ายคลิปแบล็กเมล์ ม.5 ถ่ายรูปโป๊เลียนแบบดารา เป็นต้น

แอบถ่าย เป็นคำที่ใช้ค้นหากว่า 4 ล้านครั้งต่อเดือนในปี 2550 จากการเปิดเผยข้อมูลของทรูฮิต และมีแนวโน้มการค้นคำนี้เติบโตมาอย่างต่อเนื่อง เมื่อรวมกับข้อมูลการสำรวจ "พฤติกรรมและผลกระทบของการใช้อินเตอร์เน็ตจากกลุ่มเยาวชน" ของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับสำนักวิจัยเอแบคโพล โดยพบว่าเด็กและเยาวชนกว่า 53.2% เคยดูสื่อลามกทางอินเตอร์เน็ต จากการเป็นผู้ชมสู่การเป็นนักแสดง ผู้ก่ออาชญากรรม และเหยื่อในที่สุด โดยเหยื่อที่อายุน้อยที่สุดคือ 11 ปี ซึ่งอาจจะเป็นการกระทำที่เกิดจากความคึกคะนอง การรู้เท่าไม่ถึงการณ์หรือการเลียนแบบพฤติกรรม

ปัจจุบันยังมีคลิปหลุดและคลิปแอบถ่ายอีกจำนวนมากที่ถูกเผยแพร่ทางเว็บไซ ต์ต่างๆ กระทู้ในเว็บไซต์กว่า 3,000 กระทู้ ที่โพสไว้ให้ดาวน์โหลด ผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์กว่าแสนรายในแต่ละเดือน ผู้เสียหายบางส่วนที่ปรากฏอยู่ในคลิปวิดีโอยังเป็นเด็ก บางกระทู้หากนำไฟล์ไปฝากไว้ที่เว็บไซต์ที่ให้รายได้ด้วยจำนวนการดาวน์โหลด เช่น ziddu.com มันจะแฝงไปด้วยเพศพาณิชย์เนื่องจากคลิปวิดีโอที่มีการดาวน์โหลดมากที่สุดคือ คลิปวิดีโอลามกโดยคลิปหลุดและคลิปแอบถ่ายก็จัดอยู่ในประเภทนั้นด้วยทำให้ผู้ ฝากไฟล์มีรายได้จากการนี้อยู่พอสมควรตามจำนวนการดาวน์โหลด อีกทั้งการนำมาซึ่งข้อมูลที่ได้จากการกู้คืนข้อมูลและการแอบถ่ายเป็นการ ละเมิดสิทธิส่วนบุคคลอย่างชัดเจนยิ่งมีการนำมาเผยแพร่ทางอินเตอร์เน็ตก็ยิ่ง เป็นการสร้างผลกระทบต่อเหยื่อที่ร้ายแรงและไม่มีวันสิ้นสุด คลิปหลุดและคลิปแอบถ่ายจึงเป็น สื่ออาชญากรรม ไม่ใช่ สื่อบันเทิง แล้วคลิปวิดีโอที่ปรากฏเหยื่อไฮเทคเหล่านี้จะต้องถูกส่งต่อไปอีกกี่ล้าน ครั้ง ??
2. แชต - แชตไลน์
ตามที่ปรากฏข่าวตามสื่อต่างๆ อาทิ เด็กหญิงอายุ 14 ปีถูกแชทล่อลวงมาเพื่อกระทำทางเพศโดยใช้อุบายการซื้อของแพงๆ ให้เหยื่อ หนุ่มอายุ 19 ปีแชตล่อลวงเด็กหญิงวัย 14 ปี ไปมีเพศสัมพันธ์ แชตลวงขืนใจเด็กหญิงอายุ 13 ปี เพียงเพราะได้มีการพูดคุยกันสักระยะหนึ่งจนเกิดความไว้เนื้อเชื่อใจ อาชญากรก็จะมีการนัดพบตามที่ต่างๆ หรือออกอุบายชักชวนให้ไปเที่ยวต่างจังหวัดโดยที่ยังไม่เคยเห็นหน้ากันมาก่อน เพื่อการกระทำทางเพศและการชิงทรัพย์สิน

ข้อมูลสถิติคนหายเนื่องมาจากสาเหตุการแชตทางอินเตอร์เน็ตและทางแชตโทรศัพท์ (แชตไลน์) จากศูนย์ข้อมูลคนหายเพื่อต่อต้านการค้ามนุษย์ มูลนิธิกระจกเงา ในปีที่ผ่านมามีเด็กหายไปกว่า 12 ราย เป็นเพศหญิงทั้งหมด โดยมีจำนวนเพิ่มขึ้นจากปี 2550 ประมาณ 25% และมีอายุน้อยที่สุดเพียง 12 ปีเท่านั้น แม้จะสามารถติดตามกลับมาได้กว่า 8 ราย แต่ก็กำลังดำเนินการอีก 4 ราย บางรายยังไร้วี่แวว
3. Hi5

ในปีที่ผ่านมาประเทศไทยได้ให้ความนิยมเล่น Hi5 เป็นอันดับ 2 ของโลก ข้อมูลเมื่อเดือนมีนาคม 2551 สมาชิกในเมืองไทยมีมากกว่า 1 ล้านคน ในจำนวนผู้เล่นอินเตอร์เน็ตทั้งหมด 13.6 ล้านคน หรือเกือบ 10% มียอดลงทะเบียนสมาชิกราวๆ 8 - 9 พันคนต่อวัน และก็มีทีท่าว่าจะเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ นอกจากนี้ยังติด 1 ใน Top 5 ของเว็บไซต์ยอดนิยมของเด็กวัยรุ่น (สำรวจโดยเอแบคโพล) โดยช่วงอายุที่มีการเล่นมากที่สุดอยู่ระหว่าง 18-24 ปี คิดเป็นสัดส่วนถึง 42.19% และจำนวนของผู้หญิงที่เล่น Hi5 จะมากกว่าผู้ชายอยู่เล็กน้อย

เบรต ฟิงเคลสไตล์ ผู้อำนวยการฝ่ายขายของ Hi5.com ยังได้ให้ข้อมูลว่า ประเทศไทยมีจำนวนสมาชิกมากเป็นอันดับ 12 ของโลก แต่มีอัตราการเติบโตสูงสุดติดอันดับ Top 3 เลยทีเดียว

แต่ Hi5 ก็มีภัยแฝงมาด้วยเพราะถูกบางบุคคลนำไปใช้อย่างผิดวัตถุประสงค์ นำไปใช้ในการล่อลวงเพื่อกระทำทางเพศ ลักษณะนี้จะคล้ายกรณีแชตไลน์ที่มีการนัดพบกันแล้วก็ทำการข่มขืนกระทำชำเรา การใส่ข้อมูลเท็จลงใน Hi5 เช่น การแอบอ้างว่าเป็นนักเรียน ม.3 ขายบริการทางเพศจนนำภัยมาถึงตัวเหยื่อเมื่อผู้ซื้อบริการมาดักพบที่หน้า โรงเรียนแต่สามารถหนีได้ทันและมีผู้เห็นเหตุการณ์มาช่วยไว้

แม้ตัวเลขของภัยที่มาจาก Hi5 อาจจะยังไม่มากนักแต่แนวโน้มของผู้ใช้บริการและภัยที่อาจจะเกิดขึ้นนั้นก็ยังเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ

แอร์บัสยูเอสแอร์เวย์ตก!ลูกเรือ155ชีวิตรอดปาฎิหาริย์


แอร์บัส เอ-320 สายการบินยูเอสแอร์เวย์ พร้อมผู้โดยสาร155 คน ตกลงในแม่น้ำฮัดสัน นิวยอร์ก สันนิษฐานฝูงนกเป็นเหตุพุ่งชนเครื่องบิน ผู้โดยสารรอดปาฎิหาริย์

สถานีโทรทัศน์ซีเอ็นเอ็น รายงานว่า เกิดอุบัติเหตุเครื่องบินโดยสาร ตกลงไปในแม่น้ำฮัดสัน ในนครนิวยอร์ก ของสหรัฐ เบื้องต้นยังไม่ทราบจำนวนผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต เครื่องบินโดยสารแอร์บัส เอ-320 เที่ยวบิน 1549 ของสายการบินยูเอสแอร์เวย์ พร้อมผู้โดยสารประมาณ 155 คน ออกเดินทางจากสนามบินลา กัวเดีย ในนครนิวยอร์ก มุ่งหน้าไปยังเมืองชาร์ลอตต์รัฐนอร์ทแคโรไลนา แต่เครื่องบินเกิดปัญหาหลังขึ้นบินได้ไม่นาน ทำให้เครื่องบินพุ่งตกลงไปในแม่น้ำฮัดสัน หลังเกิดเหตุเรือข้ามฟากและเรือของหน่วยกู้ภัยเร่งเดินทางไปยังเครื่องบิน ที่จมอยู่ในน้ำครึ่งลำ เพื่อช่วยเหลือผู้โดยสารจำนวนมากที่อยู่ในน้ำที่เย็นจัด เบื้องต้น สามารถช่วยผู้โดยสารออกมาได้จำนวนมาก แต่ยังไม่ทราบจำนวนผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต สำหรับสาเหตุที่ทำให้เครื่องบินตกยังไม่ทราบแน่ชัด แต่เบื้องต้นเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่า อาจเกิดจากฝูงนกพุ่งชนเครื่องบิน

ล่าสุด ซีเอ็นเอ็น รายงานโดยอ้างการเปิดเผยของ นางลอร่า บราวน์ โฆษกสถาบันการบินพลเรือนสหรัฐ ที่ระบุว่า ผู้โดยสารและลูกเรือ 155 คน บนเครื่องบินแอร์บัส แอร์ เอ 320 ของสายการบิน ยูเอส แอร์เวย์เที่ยวบินที่ 1549 ที่ประสบเหตุตกลงในแม่น้ำฮัตสัน ใกล้กับถนนสายที่ 48 ในนครแมนฮัตตัน ของนครนิวยอร์ก สหรัฐ ในช่วงบ่ายตามเวลาท้องถิ่น เจ้าหน้าที่สามารถช่วยชีวิตเอาไว้ได้ทั้งหมด หลังเครื่องยนต์ของเครื่องบินไม่ทำงานเพราะกลุ่มนกกลุ่มใหญ่บินเข้าไปทำลาย ระบบการทำงานของเครื่องยนต์ นางบราวน์ ระบุว่า เครื่องบินลำดังกล่าวบินขึ้นจากสนามบินลากูด้า ปลายทางเมืองชาล็อตต์ รัฐนอร์ธ แคโรไลนา ในเวลา 15.26 น. แต่ไม่กี่นาทีต่อมาก็ประสบเหตุดังกล่าว ด้าน ยูเอส แอร์เวย์ ระบุว่า มีการยืนยันรายชื่อลูกเรือและผู้โดยสารทั้งหมดที่มากับเที่ยวบินลำนี้แล้ว และจะแจ้งให้สาธารณชนทราบโดยเร็วที่สุด

บุช เตือน โอบาม่า ระวังภัยคุกคามจากลุ่มอัลกออิดะห์

สำนักข่าวเอพี รายงานว่า ประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู บุช ปกป้องการกระทำตัวเองในการหลีกเลี่ยงของการล่มสลายของระบบเศรษฐฏิจสหรัฐ โดยอ้างว่าได้ปกป้องอเมริกาจากการโจมตีอีกครั้ง ในการกล่าวสุนทรพจน์อำลาตำแหน่งทางโทรทัศน์ เมื่อคืนวันพฤหัสบดี ที่ 15 ม.ค. ที่ผ่านมา 5 วันก่อนจะส่งมอบตำแหน่งอำนาจให้แก่ นายบารัค โอบามา ประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู บุช ปกป้องการบริหารงานของตลอด 2 วาระที่ผ่านมา โดยระบุว่า ประชาชนอาจไม่เห็นด้วยกับการตัดสินใจของตน ในบางอย่างที่ทำลงไป แต่ประชาชนคงเห็นแล้วว่าตนเต็มใจตัดสินใจในเรื่องหนักๆ

ทั้งนี้นายจอร์จ ดับเบิ้ลยู บุช ยังอ้างความสำเร็จในนโยบายต่างประเทศในอิรักและอัฟกานิสถาน แม้ว่าเขาจะก้าวลงตำแหน่งก่อนที่สงครามจะสิ้นสุด มีความขัดแย้งอันขมขื่นในฉนวนกาซา และภาวะเศรษฐกิจถดถอยและภาพลักษณ์อันเลวร้ายในต่างประเทศของสหรัฐฯ สำหรับภาวะเศรษฐกิจ บุชอ้างว่า ได้ใช้มาตรการอันเด็ดขาดจัดการกับเศรษฐกิจแล้ว "เมื่อเผชิญกับภาพความล่มสลายทางการเงิน เราได้ใช้มาตรการอันเด็ดขาดแล้วเพื่อปกป้องระบบเศรษฐกิจ" บุชระบุ โดยอ้างถึงการแทรกแทรงของรัฐบาลที่เขาสั่งการไปเพื่อจัดการกับรากฐานตลาด เสรีของเขา

พร้อมกันนี้ บุชยังเตือนถึงความท้าทายอย่างยิ่งที่ประธานาธิบดีคนใหม่ต้องเผชิญ คือภัยคุกคามในการที่จะเกิดการก่อการร้ายอย่างการโจมตีของกลุ่มอัลกออิดะห์ เมื่อ 11 กันยายน 2001 ขึ้นอีกครั้ง ทั้งนี้บุชมีกำหนดการเข้าร่วมพิธีสาบานตนเข้ารับตำแหน่งของบารัค โอบามาใน วันที่ 20 มกราคมที่จะถึงนี้

'สุเทพ'เมินจับตา"ดีทีวี"ออนแอร์

หลังจากมีการแถลงเปิดตัวสถานีโทรทัศน์ดีทีวี เมื่อวานนี้ โดยจะเริ่มออกอากาศในวันที่ 19 มกราคม นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง กล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า การที่อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทยเป็นส่วนหนึ่งในการบริหารสถานีนั้น ไม่ใช่เป็นการส่งสัญญาณของการสร้างแนวร่วมคนเสื้อแดง และรัฐบาลไม่มีความจำเป็นต้องจับตาการออกอากาศของสถานีโทรทัศน์ดีทีวี เพราะถือว่าเป็นการนำเสนอความคิดเห็นทางการเมือง ดังนั้นหากไม่สร้างความเสียหายให้กับประชาชนและประเทศก็ไม่ต้องกังวล โดยการที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยกำชับให้มีการจับตาการออกอากาศ ก็เป็นการทำหน้าที่ในฐานะที่เป็นรัฐมนตรีที่รับผิดชอบ

ส่วนกรณีที่ประเทศแคนาดาปล่อยตัว นายราเกรซ สักเสนา ผู้ต้องหาคดียักยอกทรัพย์ธนาคารกรุงเทพพณิชยการ หรือ BBC นั้น รองนายกรัฐมนตรี ยอมรับว่า การนำตัวนายราเกรซกลับมาดำเนินคดีในประเทศไทย เป็นเรื่องยาก แต่จะดูตามช่องทางกฎหมายที่เอื้ออำนวยที่ต้องติดตามกันต่อไป โดยประสานกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ให้กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป