CBOX เสรีชน

23 มกราคม, 2552

'เหลิม'เดินหน้าซักฟอกรัฐบาล!!นำฝ่ายค้านถล่มสปก.4-01



ปชป. ไม่หวั่นฝ่ายค้าน เตรียมโจมตี เดินหน้าแจก สปก. 4-01 ด้าน 'เหลิม' อาสานำทัพซักฟอก โฆษกพรรคเพื่อไทย ปูด มีสปก.แปลงร่างแถบอันดามัน

ที่พรรคประชาธิปัตย์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้(20 ม.ค.) นายบัญญัติ บรรทัดฐาน รองประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีการจัดสรรที่ดิน สปก. 4-01 ว่าจะเป็นประเด็นให้ฝ่ายค้านนำมาโจมตีในการประชุมรัฐสภาหรือไม่ โดยนายบัญญัติกล่าวว่า แนวทางการจัดสรรไม่น่าจะมีปัญหาอะไร จึงไม่จำเป็นที่จะต้องกลัวฝ่ายค้านว่าจะหยิบยกเรื่องนี้มาโจมตี และตนก็ยังไม่เข้าใจเหมือนกันว่าเรื่องดังกล่าวกลายมาเป็นประเด็นสำคัญได้ อย่างไร

นอกจากนี้ ยังใช้พื้นที่ผิดประเภท เพราะที่ ส.ป.ก.มีจุดประสงค์ให้ใช้เพื่อการเกษตร แต่กลับมีการปลูกบ้าน ปลูกรีสอร์ท ซึ่งเจ้าของเป็นคนและเครือข่ายของรัฐบาลนี้ทั้งสิ้น

ส่วนกรณีที่สมัยรัฐบาลของนายชวน หลีกภัย ได้ยกว่าเป็นความผิดของเจ้าหน้าที่ขณะนั้น นายบัญญัติ กล่าวว่า ในเวลานั้นยังไม่มีคำนิยาม คำว่าเกษตรกรที่ชัดเจอย่างแท้จริงจริง หลังจากนั้นก็ได้ดำเนินการในสิ่งที่ควรจะเป็นและนำมาปรับปรุงใหม่แล้ว

'อภิสิทธิ์'เดินหน้าแจกนโยบายสปก.4-01

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ กล่าวถึงการแจกสปก.4-01 ว่า วันนี้ยังไม่ได้ดูรายละเอียดแต่ที่ยืนยันนโยบายเพราะเป็นนโยบายที่ต้อง ดำเนินการตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งมีกฎหมายรองรับอยู่แล้ว และตนคิดว่าทุกฝ่ายได้เข้าใจในปัญหาที่เกิดขึ้นในอดีตและต้องมีการปรับแก้ บรรทัดฐานที่เกิดขึ้นตามคำวินิจฉัยตามกฎหมาุ�.นั้นจะต้องมีการประเมินและติดตามว่าผู้ได้รับสปก.เป็น ใครใช้ประโยชน์เรื่องไหนอย่างไร และถ้าใช้ไม่เป็นไปตามเจตนารมย์ของกม.ก็ต้องเอาคืนมา


'เหลิม' อาสานำทัพถล่มสปก.4-01

ขณะที่ร.ต.อ. เฉลิม อยู่บำรุง สส.สัดส่วนพรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่าพร้อมรับเป็นหัวหน้าทีมในการตรวจสอบรัฐบาลกรณีการจัดสรรที่ดินทำ กินให้กับประชาชนหรือ สปก 4-01 เพราะเมื่อปี 2538 ตนเคยเป็นผู้อภิปรายเรื่องดังกล่าวมาแล้วครั้งหนึ่ง ซึ่งหากทางพรรคเสนอให้ตนอภิปรายตนก็พร้อม ทั้งนี้การจัดสรรที่ดินทำกินให้กับประชาชนที่มีฐานะยากจนเป็นนโยบายที่ดีตน ก็พร้อมสนับสนุน แต่ผู้ที่ได้รับที่ดินทำกินดังกล่าวต้องมีคุณสมบัติครบตามที่กำหนดคือ ต้องเป็นเกษตรกร รายได้น้อย ด้อยโอกาส และขณะที่รับที่ดินต้องประกอบอาชีพเกษตรกร

อย่างไรก็ตามหากรัฐบาลจะมีการแจกที่ดินดังกล่าวกับประชาชนที่ ขาดคุณสมบัติ โดยนำไปแจกคนที่มีผลประโยชน์อยู่กับพรรคประชาธิปปัตย์ อาทิ สามี ส.ส.อย่างที่เคยปรากฏเมื่อปี 2538 สมัยนายชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรี ตนก็จะขอตรวจสอบ แต่เชื่อว่ารัฐบาลชุดนี้คงไม่กล้าที่จะนำที่ดินไปแจกเหมือนครั้งที่แล้ว

โฆษกพท.ปูดสปก.แปลงร่างพื้นที่แถบอันดามัน

ด้าน นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า ได้เดินทางลงพื้นที่จังหวัดระนอง เพื่อเก็บข้อมูล ส.ป.ก.4-01 ในพื้นที่แถบอันดามัน และได้รับข้อมูลว่ามี ส.ป.ก.แปลงร่าง ในรูปแบบการสวมสิทธิ์ในพื้น�อไทย เปิดเผยว่า ได้เดินทางลงพื้นที่จังหวัดระนอง เพื่อเก็บข้อมูล ส.ป.ก.4-01 ในพื้นที่แถบอันดามัน และได้รับข้อมูลว่ามี ส.ป.ก.แปลงร่าง ในรูปแบบการสวมสิทธิ์ในพื้นที่ดังกล่าวกว่า 100,000 ไร่ เช่น นายทุนที่เป็นเจ้าของใส่ชื่อลูกน้องเป็นเจ้าของ 2-3 ทอด เพื่อไม่ให้สืบหาได้ และยังมีความพยายามเปลี่ยนประเภทเอกสารสิทธิ์จาก ส.ป.ก.ให้เป็นเอกสารสิทธิ์ประเภทอื่นที่เปลี่ยนมือได้

นอกจากนี้ ยังใช้พื้นที่ผิดประเภท เพราะที่ ส.ป.ก.มีจุดประสงค์ให้ใช้เพื่อการเกษตร แต่กลับมีการปลูกบ้าน ปลูกรีสอร์ท ซึ่งเจ้าของเป็นคนและเครือข่ายของรัฐบาลนี้ทั้งสิ้น

โพลชี้ปชช.ชูเพลงปลุกใจ'เกิดเป็นไทยตายเพื่อไทย-ใกล้รุ่ง'ช่วยชาติสมานฉันท์

โพลล์ชี้ประชาชนส่วนใหญ่ร้อยละ 71.0 ปลาบปลื้มปิติบทเพลงพระราชนิพนธ์'ใกล้รุ่ง' ส่วนร้อยละ 41.0 เชื่อว่าเพลง'เกิดเป็นไทย ตายเพื่อไทย'สามารถทำให้คนไทยรักชาติบ้านเมือง-ประเทศสงบสุข มีความรักสามัคคีกัน พร้อมแนะ'อภิสิทธิ์'อันเชิญบทเพลงพระราชนิพนธ์มาจัดรายการ'เชื่อมั่นประเทศ ไทยกับนายกฯอภิสิทธิ์'ที่ออกอากาศทุกวันอาทิตย์

ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการศูนย์เครือข่าววิชาการเพื่อสังเกตการณ์และวิจัยความสุขชุมชน (ศูนย์วิจัยความสุขชุมชน) มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เปิดเผยผลวิจัยเรื่อง บทเพลงพระราชนิพนธ์ในความทรงจำและความปลาบปลื้มปิติของคนไทยกับความสามัคคี ของคนในชาติ ซึ่งจากการศึกษาประชาชนในเขตกรุงเทพมหานคร จำนวนทั้งสิ้น 1,209 ตัวอย่าง โดยดำเนินการระหว่างวันที่ 10-22 ม.ค. ที่ผ่านมา พบว่าส่วนใหญ่ร้อยละ 84.4 เคยฟังบทเพลงพระราชนิพนธ์ ในขณะที่ร้อละ 15.6 ไม่แน่ใจ

นอกจากนี้ผลสำรวจยังพบอีกด้วยว่า แหล่งหรือสถานที่ที่เคยฟังบทเพลงพระราชนิพนธ์อันดับแรก คือร้อยละ 68.4 ได้ฟังจากรายการโทรทัศน์ รองลงมาร้อยละ 42.1 ได้ฟังจากสถานีวิทยุ คลื่นเอฟเอ็ม และร้อยละ 16.5 ได้ฟังจากเทป ซีดี วีซีดี เอ็มพี3 และรองลงไปได้แก่ จากเวทีวงดนตรีร้องเพลง จากสถานีวิทยุเอเอ็ม จากอินเตอร์เน็ต จากร้านอาหารและอื่นๆ เช่น สถานศึกษา สถานที่ราชการ และเสียงตามสายชุมชนเป็นต้น

เมื่อสอบถามถึงบทเพลงพระราชนิพนธ์ในความทรงจำและความปลาบปลื้ม ของประชาชน พบว่าส่วนใหญ่ร้อยละ 71.0 ระบุบทเพลงพระราชนิพนธ์'ใกล้รุ่ง' ในขณะที่ร้อยละ ระบุบทเพลง'ความฝันอันสูงสุด' ร้อยละ 42.2 ระบุบทเพลง'เราสู้' ร้อยละ 33.3 ระบุเพลง'ชะตาชีวิต' และร้อยละ 31.7 ระบุเพลง 'แผ่นดินเรา'

ดร.นพดล กล่าวต่อว่า เมื่อถามถึงบทเพลงพระราชนิพนธ์ที่ประชาชนสามารถร้องได้จนจบ พบว่า ร้อยละ 24.8 ระบุร้องเพลงพระราชนิพนธ์'ใกล้รุ่ง'ได้จนจบ ร้อยละ21.8 ระบุบทเพลง'พรปีใหม่' ร้อยละ 20.7 ระบุบทเพลง'แสงเทียน' ร้อยละ 17.9 ระบุบทเพลง'เกิดเป็นไทย ตายเพื่อไทย' ร้อยละ 17.1 ระบุบทเพลง'สายฝน' ร้อยละ 16.5 ระบุบทเพลง'ความฝันอันสูงสุด ร้อยละ 16.0 ระบุบทเพลง'ชะตาชีวิต' ร้อยละ 14.8 ระบุบทเพลง'เราสู้' ร้อยละ 13.2 ระบุบทเพลง'ยามเย็น' และร้อยละ 21.3 ระบุบทเพลงอื่นๆ เช่นบทเพลงแผ่นดินของเรา ลมหนาส อาทิตย์อับแสง ยิ้มสู้ ราชนาวิกโยธิน เป็นต้น

และที่น่าพิจารณา คือ ประชาชนเชื่อว่ามีบทเพลงพระราชนิพนธ์ที่น่าจะนำมาเพื่อสร้างบรรยากาศให้คน ไทยรักชาติบ้านเมือง ทำให้ประเทศสงบสุข มีความรักสามัคคีกันในหมู่ประชาชน โดยผลสำรวจพบว่า ร้อยละ 41.0 ระบุบทเพลง 'เกิดเป็นไทย ตายเพื่อไทย' ในขณะที่ร้อยละ 31.0 ระบุบทเพลง'แผ่นดินของเรา' ร้อยละ 22.1 ระบุบทเพลง'เราสู้' ร้อยละ 16.2 ระบุบทเพลง'ความฝันอันสูงสุด' ร้อยละ 11.4 ระบุบทเพลง'ใกล้รุ่ง' ร้อยละ 10.9 ระบุบทเพลง'แสงเทียน' ร้อยละ 7.4 ระบุบทเ�พลง'แผ่นดินของเรา' ร้อยละ 22.1 ระบุบทเพลง'เราสู้' ร้อยละ 16.2 ระบุบทเพลง'ความฝันอันสูงสุด' ร้อยละ 11.4 ระบุบทเพลง'ใกล้รุ่ง' ร้อยละ 10.9 ระบุบทเพลง'แสงเทียน' ร้อยละ 7.4 ระบุบทเพลง'ยิ้มสู้' ร้อยละ 1.7 ระบุบทเพลง'ชะตาชีวิต' ร้อยละ 5.6 ระบุบทเพลง'ยามเย็น' และที่เหลือระบุอื่นๆ เช่น บทเพลงสายฝน พรปีใหม่ เตือนใจ รักไกลกังวล และดวงใจกับความรัก เป็นต้น

ผอ.ศูนย์วิจัยความสุขชุมชน กล่าวอีกว่า สิ่งที่ค้นพบในการศึกษาครั้งนี้ชี้ให้เห็นว่า บทเพลงพระราชนิพนธ์อยู่ในความทรงจำและความปลื้มปิติของประชาชนทุกหมู่เหล่า โดยประชาชนทั่วไปได้เล็งเห็นว่าบทเพลงพระราชนิพนธ์มีบทบาทสำคัญที่จะสร้าง บรรยากาศให้คนไทยรักชาติ บ้านเมือง ทำให้ประเทศสงบสุข ประชาชนคนไทยมีความรักสามัคคีกันและกัน ดังนั้นรัฐบาล หน่วยงานและสถาบันสื่อสารมวลชนที่เกี่ยวข้องอาจจะนำผลการศึกษาครั้งนี้ไป ประกอบการพิจารณาตัดสินใจใช้บทเพลงพระราชนิพนธ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ หัวเชื่อมประสานความรักและไมตรีจิต ความช่วยเหลือเกื้อกูลกันให้เกิดขึ้นในสังคมไทย

อย่างไรก็ตาม การช่วยเหลือเกื้อกูลกันนั้นต้องอยู่บนพื้นฐานของกฎกติกาของสังคมและเป็นไป ตามเวรกรรมของแต่ละคนที่ทำกันไว้เหมือนกับเนื้อสาระบางตอนในบทเพลงพระราช นิพนธ์'แสงเทียน' และสิ่งที่เป็นข้อเสนอแนะอีกประการหนึ่งคือ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี น่าจะอันเชิญบทเพลงพระราชนิพนธ์มาในโอกาสจัดรายการ'เชื่อมั่นประเทศไทยกับ นายกฯอภิสิทธิ์'ที่ออกอากาศทุกวันอาทิตย์ เพราะความจงรักภักดีต่อสถาบันและความรักความสามัคคีของคนในชาติ สามารถถูกแสดงออกได้ตลอดเวลา ไม่ใช่เฉพาะโอกาสใดโอกาสหนึ่งของแต่ละปีเท่านั้น' ดร.นพดลกล่าว

บิ๊ก'ก'เคาะ 300 ล้าน!รีดสินบนบอลออนไลน์




แฉ บิ๊ก'ก'เบื้องหลังจำอวดฉากใหญ่รวบตัวมาเฟียกำมะลอ'อาบูบาก้า'เอี่ยวพนันบอล ออนไลน์ สะพัด! เคาะ 300 ล้าน รีดสินบนเข้ากระเป๋า ลือหึ่งคนระดับบิ๊กในสตช.รู้ทันเริ่มชิ่งหนี'อดีตสนช.'จวกอายัดบัญชีมั่วทำ เศรษฐกิจชาติพัง แบงก์รวงข้าวลอยแพนักพนัน

หลังจากที่ “สำนักข่าวประชาทรรศน์” ได้นำเสนอข่าวกรณีที่ตำรวจกองปราบปราม ปฏิบัติการจู่โจมกวาดล้างแก๊งอาชญากรข้ามชาติที่มีหัวหน้าแก๊งชื่อ “อาบูบาก้า บิน สุไลมาน” ลูกครึ่งมาเลเซีย-สิงคโปร์ ซึ่งพบว่ามีส่วนพัวพันกับคดีฆ่า นายวีระพงษ์ การกิจโอฬาร หรือ "เสี่ยวี-ขอนแก่น” เศรษฐีพันล้าน นายทุนวงการม้าแข่งและรับพนันบอลออนไลน์รายใหญ่ เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2551 ที่ผ่านมาเนื่องจากขัดแย้งเรื่องผลประโยชน์พนันบอลและส่งกำลังปูพรมตรวจค้น ทั่วประเทศ 16 จังหวัด รวม 58 จุด เมื่อวันที่ 10 ม.ค.2552 ที่ผ่านมาได้ของกลางจำนวนมากเป็นเงินสดสกุลต่าง ๆ กว่า 30 ล้านบาท และอายัดบัญชีกว่าร้อยบัญชีวงเงินนับพันล้านบาทพร้อมเร่งขยายผลเนื่องจาก เชื่อว่าโยงใยกับคดีอาชญากรรมสำคัญ ๆ ด้วย

โดยการตายของ "เสี่ยวี" มีเบื้องหน้าเบื้องหลังพุ่งเป้าไปที่ผู้ต้องสงสัยรายหนึ่งชื่อย่อ "เสี่ยถ." ซึ่งอดีตเคยเป็นผู้กว้างขวางอยู่ในวงการพนันและเป็นผู้มีบุญคุณต่อ “เสี่ยวี” แต่ในช่วงหลัง “เสี่ยถ.”ชีวิตหักเหจับอะไรเป็นเจ๊ง ชีวิตตกต่ำอย่างหนัก และในช่วงที่ “เสี่ยถ.”ประสบมรสุมรุมเร้าได้ติดต่อขอยืมเงิน”เสี่ยวี” แต่กลับได้รับการปฏิเสธจาก “เสี่ยวี” อย่างไม่มีเยื้อใยซ้ำยังพูดจาดูหมิ่นดูแคลน ด้วยความแค้นที่ถูกหักหน้า เสี่ย ถ. จึงร่วมวางแผนกับ นายตำรวจใหญ่นายหนึ่งที่มีความสัมพันธ์แน่นแฟ้นกับ “เ� อย่างแรก คือ การกำจัดเสี่ยนหนามธุรกิจพนันออนไลน์ และเป็นการเขย่าธุรกิจมืดเพื่อเรียกเก็บค่าคุ้มครองภายใต้บารมีของ “เสี่ยถ.” และนายตำรวจใหญ่ ซึ่งมีความสัมพันธ์ที่ดีกับเพื่อนตำรวจกองปราบปราม

อย่างไรก็ดี การจับกุมครั้งนี้ ที่มีการอายัดบัญชีจำนวนมาก ได้สร้างความเดือดร้อนให้กับพ่อค้าแม่ค้าย่านสำเพ็งเป็นอย่างมาก เนื่องจากคนกลุ่มนี้ที่มีอาชีพทำมาค้าขาย ไม่สามารถเดินบัญชีเพื่อประกอบธุรกิจและดูแลครอบครัวของตนเองได้ ส่วนการจับกุม นายอาบูบาก้า ผู้ต้องหาชาวมาเลเซีย ก็ทราบภายหลังว่าเป็นเพียงคนขับรถผู้มีอิทธิพลในมาเลเซียเท่านั้น ไม่ได้เป็นผู้ต้องหาระดับอินเตอร์ตามที่กองปราบแถลงข่าว

ล่าสุด วันนี้ (23 ม.ค.) มีรายงานข่าวว่า เรื่องดังกล่าวทางผู้ใหญ่ในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) เริ่มรู้ตัวและถอยห่างออกจากพฤติกรรมอำพรางดังกล่าวแล้ว โดยมีเพียงนายตำรวจนอกแถวชื่อย่อ “ก” ที่ยังคงเดินหน้าต่อรองเรื่องดังกล่าว ทั้งนี้ แหล่งข่าวในวงการพนันบอลออนไลน์ เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้มีการเรียกเจ้ามือรายใหญ่เข้าไปต่อรองเรื่องผลประโยชน์ในการเปิด ธุรกิจพนันบอลออนไลน์ต่อไป โดยมีการเรียกรับเงินสินบนเป็นจำนวนถึง๸�น์ เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้มีการเรียกเจ้ามือรายใหญ่เข้าไปต่อรองเรื่องผลประโยชน์ในการเปิด ธุรกิจพนันบอลออนไลน์ต่อไป โดยมีการเรียกรับเงินสินบนเป็นจำนวนถึงเดือนละ 300 ล้านบาท แต่เรื่องดังกล่าวยังไม่ได้ข้อยุติ เนื่องจากบรรดาเจ้ามือสู้ราคาได้เพียง 100 ล้านบาท ส่วนกรณีที่พยายามโยงว่าการจับพนันบอลออนไลน์เป็นเครือข่ายผู้ก่อการร้าย ก็เพื่อจะเบี่ยงเบนประเด็น และจะได้ใช้กฎหมายฟอกเงินเข้ามาจัดการเรื่องดังกล่าว เนื่องจากลำพังเพียงแค่การจับพนันบอลออนไลน์ กฎหมายฟอกเงินไม่สามารถครอบคลุมถึง

ขณะเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้มีผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนจากการอายัดบัญชีเป็นจำนวนมาก มีข้อมูลที่น่าสนใจพบว่าบัญชีที่ถูกอายัดส่วนใหญ่จะเป็นบัญชีเงินฝากของ ธนาคารกสิกรไทย การตรวจสอบบัญชีมากมายส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจเอสเอ็มอีเป็นวงกว้าง อีกทั้ง ยังมีแก๊งมิจฉาชีพอ้างว่าสามารถติดต่อเจรจากับเจ้าหน้าที่ตำรวจให้เพิกถอน การอายัดบัญชีได้ โดยมีเงื่อนไขต่อรองเกี่ยวกับผลประโยชน์ ที่ผ่านมามีผู้หลงเชื่อ แต่ก็ต้องสูญเงินก้อนโตไปโดยเปล่าประโยชน์ในขณะที่ธุรกิจตกอยู่ในภาวะวิกฤติ ขาดสภาพคล่อง โดยที่ไม่รู้ว่าเมื่อใดบัญชีของเขาจะกลับมาเดินธุรกิจได้

ด้าน นายชาติชาย พยุหนาวีชัย รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ปกติในกรณีที่บัญชีเงินฝากมีปัญหาเกี่ยวกับคดี ทางธนาคารจะไม่สามารถดำเนินการอายัดเงินฝากได้เอง และที่สั่งอายัด ก็ไม่ได้เป็นการอายัดโดยทันที ส่วนใหญ่จะต้องมีคำสั่งมาจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และมีอำนาจ ซึ่งทางเจ้าของบัญชีจะต้องพิสูจน์ ว่าตนเองไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับธุรกิจทางการเงินที่ผิดกฎหมาย หากพิสูจน์ได้ต้องถอนอายัดทันที

“ประเด็นอยู่ที่ว่า การอายัดจะมีผลต่อลูกค้าหรือไม่ ถ้าเป็นบัญชีที่มีเงินในบัญชีมาก ก็จะต้องได้รับความเดือดร้อน และมีความเสี่ยงต่อการขอเครดิตหรือการทำธุรกิจกรรมอื่นๆ ซึ่งในกรณีถ้าเกิดอายัดบัญชีโดยข้อหาที่มีผลต่อความเสี่ยง ยกตัวอย่าง การฟอกเงิน ยาเสพติด หรือไม่เสียภาษี อันนี้แบงค์ก็จำเป็นจะต้องเข้าไปดูในรายละเอียด ถ้าเป็นจริงเครดิตมีความเสี่ยง แบงค์ก็คงต้องชะลอไว้ก่อน” นายชาติชาย กล่าว

ขณะที่ รศ.ดร.สังศิต พิริยะรังสรรค์ นักวิชาการและอดีตประธานคณะกรรมาธิการการคลังการธนาคารและสถาบันการเงิน สภานิติบัญญัติแห่งชาติ กล่าวว่า กรณีการอายัดบัญชีนับร้อยบัญชี เป็นการอายัดแบบเหมารวม ยิ่งต้องดูข้อเท็จจริงว่าบัญชีที่อายัดมีความเกี่ยวพันกันอย่างไร หากเป็นเพียงกลุ่มนักพนัน ที่เป็นเพียงผู้เล่น ไม่ใช่เจ้ามือ จะไปอายัดคงไม่เหมาะสม ซึ่งการอายัดแบบเหมารวมที่เกิดขึ้นต้องแยกเป็นกรณี ไม่ควรไปเหมารวม เพราะจะเป็นการสร้างความเสียหายให้กับเจ้าของบัญชี และระบบการเงินในธุรกิจของเจ้าของบัญชี และเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศได้

'ป๋าเปรม'เมิน'ทักษิณ'พล่าม!สื่อนอกโจมตีชักใยจัดตั้ง'มาร์ค1'

คน สนิท'ป๋าเปรม'เดือด!ออกโรงโต้'ทักษิณ'ป้ายสี'องคมนตรี-ศาล-กองทัพ'อยู่ เบื้องการจัดตั้งรัฐบาล'มาร์ค1' ยันไม่หวั่นไหว เชื่อหมดตัวคงหยุดพล่าม ขณะที่'บิ๊กป๊อก'ไม่สะท้าน!โดนอัดเป็นหุ่นเชิด'บังธิ' ย้ำชัดยึดประโยชน์ชาติ-ความถูกต้องเป็นหลัก เพื่อไทยยอมเป่าสาก ไม่ขอแจง'ท่อน้ำเลี้ยง' ย้ำรอนายโฟนอินดีทีวี

จากกรณีที่พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์อาซาฮี ของญี่ปุ่นตีพิมพ์เมื่อวันที่ 17 ม.ค.ที่ผ่านมา โดยพ.ต.ท.ทักษิณ ระบุว่า องคมนตรี ศาล และกองทหาร สนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์จนทำให้จัดตั้งรัฐบาลได้ พร้อมเรียกร้องให้ตนเลิกยุ่งกับการเมืองไทย เพราะไม่มั่นใจว่าจะกุมอำนาจได้ ซึ่งหากตนยังยุ่งเกี่ยวกับการเมือง แต่จริงๆแล้วกองทัพและประธานองคมนตรีนั่นแหละที่ต้องเลิกยุ่งกับการเมือง เพราะขณะนี้ตนไม่มีเงินสนับสนุนพรรคเพื่อไทยตามที่ถูกกล่าวหาแต่อย่างใด

นอกจากนี้ อดีตนายกฯ ยังระบุอีกด้วยว่าเป็นเรื่องผิดพลาดอย่างยิ่งที่มอบตำแหน่งผู้บัญชาการทหาร บกให้กับพล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน อดีตประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) ผู้นำในการรัฐประหารในปี พ.ศ.2549 รวมทั้งพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบกคนปัจจุบัน ก็เป็นหุ่นเชิดเหมือนกับพล.อ.สนธิ

วันนี้ (23 ม.ค.) พล.ร.ท.พะจุณณ์ ตามประทีป หัวหน้าสำนักงานมูลนิธิพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ กล่าวว่า พล.อ.เปรม ไม่รู้สึกหวั่นไหวกับการโจมตีของพ.ต.ท.ทักษิณ ยืนยันองคมนตรีไม่มีใครเกี่ยวข้อง และไม่คิดให้ความสำคัญกับคำพูดของ พ.ต.ท.ทักษิณ คงจะปล่อยให้พูดไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะหมลประโยชน์ชาติเป็นหลัก บนความถูกต้องตามกรอบหน้าที่ที่ควรทำ และไม่เคยทำเพื่อผลประโยชน์ของใครบางคน ซึ่งไม่รู้สึกอะไรที่ พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวหาเช่นนี้

'มาร์ค'ไม่สน'ทักษิณ'จ้อผ่านสื่อยุ่น

ขณะที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่ พ.ต.ท.ทักษิณให้สัมภาษณ์สื่อญี่ปุ่นโจมตีศาล กองทัพ และองคมนตรี พร้อมทั้งระบุว่าการเมืองต้องเป็นงานที่ปล่อยให้โดเรมอนจัดการ ไม่ใช่ โนบิตะ ว่า ไม่เข้าใจความหมายกรณีที่อดีตนายกรัฐมนตรีหยิบยกตัวการ์ตูนขึ้นมาเปรียบ เทียบ แต่รัฐบาลขอเดินหน้าทำงาน และเสนอแนะให้อดีตนายกฯกลับมาต่อสู้คดีในประเทศไทย

"ต้องไปถามท่านดีกว่าว่าแปลว่าอะไร วันนี้ผมเดินหน้า รัฐบาลพร้อมรับการตรวจสอบ ผมจะไม่ดึงรัฐบาลไปขัดแย้งกับใคร อดีตนายกฯ ควรกลับมาต่อสู้คดีและยอมรับผลของกฎหมาย" นายอภิสิทธิ์ กล่าว

'ชวน'โต้'ทักษิณ'ยัน3สถาบันไม่จุ้นจัดตั้งรัฐบาล

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงเรื่องเดียวกันนี้ว่า ตนไม่ทราบในรายละเอียดแต่มองว่าสถาบันศาลปฏิบัติหน้าที่อย่างเที่ยงตรงที่ สุด ซึ่งเป็นสถาบันหลักที่ต้องช่วยกันปกป้อง ขณะที่ศาลไทยคนไทยสา�งเดียวกันนี้ว่า ตนไม่ทราบในรายละเอียดแต่มองว่าสถาบันศาลปฏิบัติหน้าที่อย่างเที่ยงตรงที่ สุด ซึ่งเป็นสถาบันหลักที่ต้องช่วยกันปกป้อง ขณะที่ศาลไทยคนไทยสามารถเชื่อถือได้ เนื่องจากจะไม่เป็นเครื่องมือของพรรคการเมืองใด แต่จะเป็นเครื่องมือของความยุติธรรมอีกทั้งหากพรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาล โดยความไม่ชอบธรรมก็สามารถดำเนินการตามกฎหมายได้อยู่แล้ว ทั้งนี้อยากจะปกป้องสถาบันทั้งหลายที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องว่าต้องให้มีความ ระมัดระวังว่าประเทศต้องมีสถาบันเหล่านี้อีกต่อไป อย่าให้สถาบันเหล่านี้ต้องเสียหาย

นอกจากนี้ นายชวน ยังกล่าวอีกด้วยว่า เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นประชาชนส่วนใหญ่ก็อยากเห็นการเปลี่ยนแปลงที่ ดี แต่อีกฝ่ายตั้งหลักไม่ทันจึงเกิดอาการทางอารมณ์และอาการทางความรู้สึกต่างๆ อาทิ ความโกรธแค้น จึงทำให้มีปฏิกิริยาทั้งในและนอกสภาเกิดขึ้น

โฆษกปชป.เชื่อ'ทักษิณ'สัมภาษณ์สื่อประชาชนไม่ตอบรับ

น.พ.บุรณัชย์ สมุทรักษ์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงความเคลื่อนไหวของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ให้สัมภาษณ์กับสื่อต่างประเทศต่อสถานการณ์ทางการเมืองว่า พรรคประชาธิปัตย์เชื่อว่าประชาชนจะไม่ให้การตอบรับกับการกระทำดังกล่าว เนื่องจากประชาชนและสังคมปฏิเสธที่มีการดึงสถาบันตุลาการและสถาบันองคมนตรี มาสู่การเมืองที่มีความขัดแย้ง รวมทั้งการให้สัมภาษณ์ของ พ.ต.ท.ทักษิณ แสดงให้เห็นถึงความต้องการให้ตนพ้นผิด ตลอดจนเกรงว่าจะถูกรื้อฟื้นคดีที่เกิดขึ้นในสมัยที่ตนเป็นนายกรัฐมนตรี

น.พ.บุรณัชย์ กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์เป็นห่วงเรื่องการให้สัมภาษณ์ที่พาดพิงถึงสถาบันตุลาการและ สถาบันองคมนตรี เพราะเป็นเรื่องที่ไม่สมควรที่จะดึงสถาบันดังกล่าวเข้ามายุ่งเกี่ยวกับการ เมือง พร้อมกันนี้อยากเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งดำเนินการกับเว็บไซต์หมิ่นพระบรมเด ชานุภาพ ขณะเดียวกันได้ขอความร่วมมือจากประชาชนที่มีความรู้ความสามารถด้าน คอมพิวเตอร์มาเป็นอาสาสมัครช่วยรัฐบาลสืบค้นต้นตอรวมทั้งสกัดกั้นและป้องกัน การกระทำดังกล่าว

ส่วนการเคลื่อนไหวของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการ แห่งชาติ (นปช.) ที่นายจักรภพ เพ็ญแข, นายจตุพร พรหมพันธ์ และนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ยื่นหนังสือแสดงการคัดค้านและไม่เห็นด้วยที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี จะเป็นประธานจัดการประชุมผู้นำอาเซียนฯ นั้น โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เจตนารมย์ดังกล่าวเป็นความต้องการที่จะลดความเชื่อมั่นของรัฐบาลต่อกระบวน การยุติธรรมในประเทศไทย ซึ่งรัฐบาลมีหน้าที่ในการยืนยันความเป็นกลางเพื่อแสดงให้ต่างชาติเห็นว่า ประเทศไทยใช้หลักกฎหมายอย่างเท่าเทียมกัน

โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวต่อว่า การชุมนุมของ นปช. ในวันที่ 31 ม.ค. นี้ การให้สัมภาษณ์ของ พ.ต.ท.ทักษิณ อาจจะมีเนื้อหาสาระเป็นเรื่องการสร้างความขัดแย้งในบ้านเมือง หรือพาดพิงสถาบันองคมนตรี ก็ขอให้ผู้เกี่ยวข้องยุติการกระทำดังกล่าว ขณะเดียวกันก็ขอถามไปยังพรรคเพื่อไทยว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการเดินสายของ นายจักรภพหรือไม่ ทั้งนี้ การเดินสายไปยังสถานทูตประเทศต่างๆ ของนายจักรภพ เพื่อพูดถึงความไม่ถูกต้องชอบธรรมของรัฐบาล อาจเป็นการเปิดโอกาสให้ต่างชาติมาแทรกแซงอธิปไตยภายในประเทศ ขณะที่ในวันน� น.พ.บุรณัชย์ กล่าวว่า การโฟนอินของ พ.ต.ท.ทักษิณ สามารถทำได้ตามสิทธิ รัฐบาลคงไม่สามารถไปสกัดกั้น แต่หากมีการพูดจาพาดพิงสถาบันก็จะมีบทลงโทษตามมาตรฐานสากล ส่วนจะมีการบล็อกสัญญาณหรือไม่นั้น ผู้จัดจะต้องใช้วิจารญาณในการพิจารณาเอง

พท.รูดซิปย้ำรอนายโฟนอินก่อน

เมื่อผู้สื่อข่าวได้ทำการสอบถามไปยัง นายพร้อมพงษ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย ในประเด็นท�ช้วิจารญาณในการพิจารณาเอง

พท.รูดซิปย้ำรอนายโฟนอินก่อน

เมื่อผู้สื่อข่าวได้ทำการสอบถามไปยัง นายพร้อมพงษ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย ในประเด็นที่พ.ต.ท.ทักษิณ ระบุผ่านสื่อมวลชนว่า สถานการณ์ทางการเงินของตนเกิดปัญหา ทำให้ไม่สามารถจะให้การสนับสนุนทางการเงินกับผู้สนับสนุนตนและพรรคเพื่อไทย ไม่ได้ โดยโฆษกพรรคเพื่อไทยกล่าวให้สัมภาษณ์ว่า ตนยังไม่ขอให้สัมภาษณ์ใดๆ เนื่องจากยังไม่มีความชัดเจนในข้อมูล และเข้าใจว่าอาจมีการนำเสนอข่าวที่คลาดเคลื่อนจากที่กำลังมีการนำเสนออยู่

ทั้งนี้ตนอยากจะขอร้องให้รอการต่อสายโทรศัพท์(โฟนอิน) ของพ.ต.ท.ทักษิณ ทางสถานีโทรทัศน์ดีทีวีในวันอาทิตย์ที่ 25 ม.ค.นี้ก่อน ว่าอดีตนายกรัฐมนตรีจะทำการชี้แจงและพูดคุยกับประชาชนผ่านทางรายการอย่างไร และทางพรรคเพื่อไทยจะทำการแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนพร้อมกับส.ส.ในสังกัด อาทิ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง เพื่อร่วมกันชี้แจงข้อเท็จจริง หลังจากที่พ.ต.ท.ทักษิณ โฟนอินในรายการดังกล่าวเสร็จสิน ที่พรรคเพื่อไทย ในเวลาประมาณ 13.30 น.

เมื่อถามว่าได้มีการพูดคุยกันกับผู้ใหญ่ภายในพรรคหรือไม่ นายพร้อมพงษ์กล่าวว่า ได้มีการพูดคุยกันบ้างเแล้วในเบื้องต้น แต่ยังไม่มีความชัดเจนในรายละเอียดอย่างที่ได้เรียนไป พร้อมกันนี้ยังปฏิเสธว่าได้มีการต่อสายโทรศัพท์พูดคุยกับพ.ต.ท.ทักษิณแล้ว หรือไม่ โดยกล่าวเพียงว่าตนไม่ขอให้คำตอบในเรื่องนี้

สถาบันนิติฯพังยับ'ปทุมวัน-อุเทน'ยกพวกตะลุมบอน


รับศพเพื่อนทำพิษ!ช่างกล 2 สถาบัน ร่วม 100 อัดกันหน้าสถาบันนิติฯ ทรัพย์สินพังยับ ชาวบ้านหนีอลหมานกลัวลูกหลง ตร.สั่งแยกตรวจค้นอาวุธวอนให้ยุติวีรกรรมเถื่อน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าวันนี้(23 ม.ค.) เมื่อเวลา ที่สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มนักศึกษาสถาบันเทคโนโลราชมงคล วิทยาเขตอุเทนถวาย ประมาณ 40 คนเดินทางมารอรับศพ นายพรพจน์ โสภณเจริญ นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาโยธา ชั้นปีที่3 ที่ถูกยิงเสียชีวิตบริเวณหน้าร้านเซเว่นอีเลฟเว่น แยกเกษตรเมื่อคืนที่ผ่านมา โดยผลการชันสูตรศพนายพรพจน์ ทางสถาบันนิติเวชระบุว่าเสียชีวิต เนื่องจากบาดแผลถูกกระสุนปืนทำลายปอดขวา ทะลุไขสันหลังส่วนคอ และเอว

โดยระหว่างที่นักศึกษากลุ่มดังกล่าวรอรับศพอยู่บริเวณด้านหน้า สถาบันนิติเวชนั้น ได้มีนักศึกษาสถาบันเทคโนโลยีปทุมวันประมาณ 30 คนก็เดินทางมารับศพนายนันทศักดิ์ แก้วเขียว อายุ 22 ปี นักศึกษาสถาบันเทคโนโลยีปทุมวันที่ประสบอุบัติเหตุรถชน เสียชีวิตโดยเกิดเหตุที่จ.สมุทรปราการ ทันใดนั้นเมื่อกลุ่มนักศึกษาทั้ง 2 สถาบันมาเผชิญหน้ากันก็เกิดการเขม่นขึ้นทันที ต่อด้วยนักศึกษาทั้ง2 สถาบันได้วิ่งเข้าใส่กันอย่างชุลมุน โดยต่างฝ่ายพยายามหาสิ่งของที่อยู่ในบริเวณที่เกิดเหตุมาเป็นอาวุธ แม้กระทั่งตะเกียงที่จุดไว้เพื่อให้จุดธูปเทียนบูชาพระพุทธรูป เข้าขว้างปาทุบตีกันชุลมุน จนทำให้ทรัพย์สินของราชการกระจกประตูสถาบันนิติเวชแตกเสียหาย ประชาชนหลายคนที่มารอรับศพพากันแตกตื่นตกใจกลัวโดนลูกหลง โดยมีนักศึกษาสถาบันเทคโนโลราชมงคล วิทยาเขตอุเทนถวายบาดเจ็บศีรษะแตกเล็กน้อย 1คน

จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ และสายสืบสน.ปทุมวัน ได้เข้ามาแยกนักศึกษาทั้งสองกลุ่มออกจากกันโดยให้นักศึกษาเทคโนโลยีปทุมวัน เข้าไปอยู่ภายในสถาบันนิติเวช และทำการตรวจค้นอาวุธแต่ไม่พบอาวุธร้ายแรงแต่อย่างใด จึงรอรับศพเพื่อนและจัดรถตู้ไปส่งยังสถาบันโดยออกทางด้านหลัง ส่วนกลุ่มนักศึกษาสถาบันเทคโนโลราชมงคลให้อยู่บริเวณฟุตบาทด้านหน้า

ด้านพ.ต.อ.ไพศาล ลือสมบูรณ์ ผกก.สน.ปทุมวันได้เดินทางมาเจรจาด้วยตนเอง โดยแจ้งกับกลุ่มนักศึกษาว่า ให้แยกย้ายกันกลับด้วยความสงบ ขออย่าให้มีเรื่อง เนื่องจากผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องจะได้รับความเดือดร้อน นักศึกษาบางส่วนจึงเดินทางกลับ ส่วนที่เหลืออีกประมาณ 10 คนก็ยังรอรับศพด้วยความสงบ โดยมีตำรวจคอยดูแลสถานการณ์

ผู้สื่อข่าวรานงานว่าด้านนายสง่า โสณเจริญ พ่อของนายพรพจน์ พร้อมญาติ ได้เดินทางมาติดต่อรับศพ และกล่าวว่า ลูกชายมีความใฝ่ฝันที่จะเข้าที่ที่สถาบันนี้ และก่อนมาเรียนลูกก็บอกกับตนว่าไม่ได้เข้ามาเรียนพื่อจะมีเรื่องจะตั้งใจ ศึกษาเล่าเรียนให้จบ ซึ่งตั้งแต่ที่ลูกเรียนมาก็สอบได้ไม่เกินที่ 10 เลย และอยากบอกทุกคนเป็นอุทธาหรณ์ว่าขออย่าให้เกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้นอีก ทั้งนี้ศพของนายพรจน์ ญาติจะนำไปบำเพ็ญกุศล ที่วัดลาดปลาเค้าต่อไป

22 มกราคม, 2552

'จงรัก'ออกหมายเรียก3เสี่ย'ซานติกา'- สั่งควานหาตัวอีก1ผู้ต้องหา

'รองผบ.ตร.'ยันออกหมายเรียกผู้บริหาร ผับมรณะเพิ่ม 3 ราย ขีดเส้นรายงานตัวพรุ่งนี้ เตรียมกำลังตาล่าตัวอีก 1 'จงรัก' รอหลักฐาน'คุณหญิงหมอ'มัดตัว เล็งเอาผิดมือบอนจุดพลุกลางผับ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้(22 ม.ค.) ความคืบหน้าคดี เพลิงไหม้สถานบันเทิงชื่อดัง "แซนติก้าผับ" หลังจากที่พนักงานสอบสวนได้ดำเนินคดีกับนายวิสุข เสร็จสวัสดิ์ เจ้าของแซนติก้าผับ ไปแล้วในความผิดฐานกระทำการโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายและได้รับบาดเจ็บ รวมทั้งความผิดฐานปล่อยปละละเลยให้ผู้มีอายุต่ำกว่า 20 ปี เข้าไปในสถานบริการ ส่วนนายสุริยา ฤทธิ์ระบือ ผู้ต้องหาอีกคนในคดีนี้ที่ได้หลบหนีไปหลังเกิดเหตุ ซึ่งนายสุริยานั้นเจ้าหน้าที่กำลังอยู่ระหว่างติดตามตัว

ด้านพล.ต.อ.จงรัก จุฑานนท์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รองผบ.ตร.) กล่าวถึงความคืบหน้าคดีดังกล่าวว่า จากการรวบรวมพยานหลักฐานพบว่า ยังมีผู้มีส่วนเกี่ยวข้องที่จะต้องถูกดำเนินคดีเพิ่มอีก 3 คน คือ นายธวัชชัย ศรีทุมมา ผู้จัดการสถานที่นายวุฒิพงษ์ ไวยลักรี ผู้จัดการฝ่ายการตลาด และนายพงษ์เทพ จินดา ผู้จัดการฝ่ายบันเทิง ซึ่งบุคคลทั้ง 3 ได้ถูกพนักงานสอบสวนออกหมายเรียกให้มารับทราบข้อกล่าวในความผิดฐาน กระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายและได้รับบาดเจ็บ ในวันพรุ่งนี้ที่ 23 ม.ค. ที่ สน.ทองหล่อ ซึ่งหากบุคคลทั้ง 3 ไม่มาตามนัดหมายก็จะเป็นเหตุให้พนักงานสอบสวนต้องดำเนินตามขั้นตอนทางกฎหมายคือการออกหมายจับต่อไป

ทั้งนี้รองผบ.ตร.กล่าวเสริมว่าว่า หลังจากนี้พนักงานสอบสวนยังจะต้องดำเนินการทางกฎหมายกับบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการจุดพลุอีกจำนวนหนึ่ง แต่ในส่วนนี้จะต้องรอผลการตรวจจากกองพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) และจากกระทรวงยุติธรรม เนื่องจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้มอบหมายให้ พญ.คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนนันท์ ผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ เข้ามาร่วมตรวจหาพยานหลักฐานในสถานที่เกิดเหตุ เพื่อช่วยเหลือพนักงานสอบสวนอีกทาง ซึ่งตำรวจก็จะได้ประสานขอรับผลการตรวจมาประกอบสำนวนการสอบสวนด้วย ส่วนนายสุริยา นั้นเจ้าหน้าที่กำลังอยู่ระหว่างติดตามตัว

สต๊อกน้ำมันล่วงหน้าราคาแพงหูฉี่ทำ'บินไทย'ถังแตก!คนในจี้'กรณ์'สางปมหวั่นทุจริตแฉกัดฟันยื้อได้แค่มี.ค.

"บินไทย"คับขัน! สะพัดกัดฟันยื้อได้แค่เดือนมี.ค. หากไม่มีงบประมาณเข้ามาพยุงสถานการณ์ คนในแฉผู้บริหารปากมันสต๊อกน้ำมันล่วงหน้าราคาแพงหูฉี่ถึง 150 ดอลล่าต่อบาร์เรล ทั้งที่ราคาตลาดโลกลดฮวบเหลือแค่ 39 ดอลล่าต่อบาร์เรล พร้อมจี้ "ขุนคลัง"ตรวจสอบที่มาที่ไป หวั่นมีวาระซ่อนเร้น ปูดอีกเตรียมปลดพนักงาน-ลดเที่ยวบินล็อตใหญ่หวังลดต้นทุน "กรณ์"สั่ง "บิ๊กเอื้องหลวง" ทำแผนแก้ปัญหาส่งก่อนสิ้นม.ค.นี้

วันนี้ (22 ม.ค.) นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง เปิดเผยว่า ได้รับรายงานปัญหาทางการเงินของ บมจ. การบินไทย (THAI) และ แจ้งกลับไปยังผู้บริหารให้จัดทำแผนงานเพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในเชิงบุรณาการ และนำกลับมาเสนอภายใน 1-2 สัปดาห์ พร้อมจะได้หารือกับ รมว.คมนาคมในฐานะกระทรวงต้นสังกัด เพื่อรับทราบแนวทางการแก้ปัญหาของการบินไทยด้วย

"กระทรวงการคลังในฐานะผู้ถือหุ้นต้องการแผนปฏิบิติการที่สะท้อนถึงต้นตอของปัญหา รวมถึงปัญหาอื่นๆ การเข้ามาแก้ไขปัญหาจะต้องมองในระยะยาว ไม่ใช้การแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าอย่างไรก็ตาม ปัญหาของการบินไทย ยอมรับว่า เกิดจากทั้งปัญหาเศรษฐกิจในประเทศ และเศรษฐกิจต่างประเทศ และราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงก่อนหน้านี้ ที่ส่งผลต่อการเดินทางผู้โดยสารลดลงเช่นเดียวกับสายการบินอื่นทั่วโลก ดังนั้น การบินไทยจะต้องวางแผนรับมือว่าจะแก้ไขปัญหาอย่างไร" นายกรณ์ กล่าว

นอกจากนี้ รมว.คลัง ยังเปิดเผยอีกว่า การบินไทยยังไม่ได้เสนอขอสนับสนุนเงินเสริมสภาพคล่องหรือเงินเพิ่มทุน ซึ่งกระทรวงการคลังในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่ต้องการเห็นแผนแก้ไขปัญหาของการบินไทยในประเด็นต่างๆ ทั้งในเรื่องการลดต้นทุนค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นรวมถึงแผนการปรับปรุงการดำเนินงาน ซึ่งต้องเป็นแผนที่จะต้องชี้แจงผู้ถือหุ้นและประชาชนได้

ขณะเดียวกัน แหล่งข่าวระดับสูงภายในการบินไทย เปิดเผยว่า ขณะนี้การบินไทยกำลังประสบปัญหาเรื่องสภาพคล่องอย่างรุนแรง โดยงบประมาณที่มีอยู่ ณ ปัจจุบันทั้งหมด จะสามารถผยุงบริษัทไปได้ถึงแค่เดือนมีนาคมนี้ โดยหนึ่งในสาเหตุที่การบินไทยประสบปัญหาเรื่องสภาพคล่องเนื่องมาจากก่อนหน้านี้ การบินไทยได้มีการสต๊อกน้ำมันล่วงเป็นเวลาหลายเดือนในราคา 150 บาทต่อบาร์เรล ซึ่งเป็นช่วงที่ตลาดน้ำมันโลกคาดการณ์ว่าราคาน้ำมันจะพุ่งไปแตะที่ 170 ดอลล่าต่อบาร์เรล แต่เหตุการณ์กลับตรงกันข้ามเพราะราคาน้ำมันโลดกลับดิ่งลงมาอยู่ที่ประมาณ 39 ดอลล่าต่อบาร์เรล ส่งผลให้การบินไทยยังคงต้องซื้อน้ำมันในราคา 150 ดอลล่าต่อบาร์เรลต่อไป

"เรื่องนี้เป็นเรื่องที่น่าผิดสังเกตุมาก เพราะการบินไทยเป็นสายการบินไม่ใช่ผู้ผลิตน้ำมันภายในประเทศอย่าง ปตท. แต่ทำไมการบินไทยถึงต้องสต็อกน้ำมันล่วงหน้าในจำนวนมากมายขนาดนี้ ซึ่งไม่ทราบว่า การซื้อขายในจำนวนมากขนาดนี้มีความโปร่งใสหรือไม่ ซึ่งเรื่องนี้ต้องมีการตรวจสอบที่มาที่ไปของการซื้อขายครั้งนี้ว่า มีการทำสัญญากับกองทุนน้ำมันใด และเอื้อประโยชน์ให้กับใครบ้าง รัฐบาลโดยเฉพาะกระทรวงการคลังในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่ต้องทำเรื่องนี้ให้กระจ่าง" แหล่งข่าว ระบุ

นอกจากนี้ แหล่งข่าวคนเดิม ยังเปิดเผยอีกว่า ขณะนี้การบินไทยกำลังปรับในเรื่องการลดต้นทุน โดยมีแนวโน้มว่าจะมีการปลดพนักงานที่มีความอาวุโสสูงและมีเพดานเงินเดือนสูงออกจากตำแหน่ง ขณะเดียวกันก็จะมีการลดจำนวนเที่ยวบินลงไป ซึ่งเรื่องนี้สร้างความไม่พอใจให้กับแอร์ โฮสเตทและกัปตันมาก เนื่องจากพนักงานในส่วนนี้จะมีรายได้ส่วนใหญ่จากการขึ้นบินต่อครั้งต่อไฟลท์ และหากไม่มีเที่ยวบิน พนักงานก็จะเสียรายได้ส่วนนี้ไป

ด้าน น.ต.ธนิต พรหมสถิตย์ กัปตันการบินไทยอาวุโส เปิดเผยว่า การที่การบินไทยต้องประสบปัญหาขาดสภาพคล่องหนักถึงขนาดนี้ เกิดจากระบบอุปถัมภ์ในองค์กร มีเด็กเส้นในบริษัทมาก ส่งผลให้คนเก่ง คนมีฝีมือ ไม่ได้เข้ามาบริหารการบินไทย แต่กลับได้เด็กเส้นที่ไม่มีความสามารถในการบริหารองค์กรเข้ามาทำหน้าที่แทน ซึ่งตรงนี้ตนมองว่า ควรจะหมดไปจากการบินไทยได้แล้ว โดยเฉพาะในยามที่สถานการณ์ของการบินไทยกำลังย่ำแย่อย่างทุกวันนี้ การบินไทยต้องคัดสรรคนดีมีฝีมือเข้ามาทำงาน รื้อระบบเส้นสายให้หมด ไม่เช่นนั้นองค์กรจะผ่านวิกฤติครั้งนี้ไปได้ลำบาก

19 มกราคม, 2552

สื่อนอกตีข่าวทหารไทยผลักไสชาวโรฮิงยาสู่ทะเลอย่างทารุณ ส่วนทางการไทยโต้ข่าวพัลวัน



ภาพที่ BBC รายงานว่าทหารไทยได้ทำการจับกุมอพยพเข้าเมืองผิดกฎหมายจากบังกลาเทศและพม่า ก่อนผลักดันออกนอกประเทศ ด้วยที่เรือไม่มีเครื่องยนต์ ปล่อยให้ลอยอยู่กลางทะเลด้วยอาหารและน้ำประทังชีวิตเพียงน้อยนิด



ผู้อพยพที่รอดตาย จากการช่วยเหลือของ ยามชายฝั่งอินเดีย ที่เกาะอันดามัน (ภาพจาก: BBC)



เมื่อวันที่ 15 ม.ค. 51 ที่ผ่านมา สำนักข่าว BBC รายงาน ว่า ทหารไทยได้ควบคุมตัวผู้อพยพเข้าเมืองผิดกฎหมายจากบังกลาเทศและพม่า แล้วบังคับให้ขึ้นเรือกลับประเทศของตนทั้งที่เรือไม่มีเครื่องยนต์ ปล่อยให้ลอยอยู่กลางทะเลด้วยอาหารและน้ำประทังชีวิตเพียงน้อยนิด เชื่อว่าต้องการปล่อยให้ตายกลางทะเล

รายงาน ของบีบีซีอ้างการเปิดเผยของผู้รอดชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าวระบุว่า กลุ่มผู้อพยพได้จ่ายเงินให้กับนายหน้าเพื่อให้พาขึ้นเรือมาที่ประเทศไทย เพราะต้องการมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น แต่กลับมาถูกทหารไทยควบคุมตัวไว้ที่เกาะทรายแดง แล้วจับมัดมือพาขึ้นเรือออกทะเลไปโดยมีอาหารและน้ำเพียงน้อยนิดเท่านั้น ผู้รอดชีวิตที่ได้รับการช่วยเหลือจากยามชายฝั่งอินเดีย ที่เกาะอันดามัน เปิดเผยว่า ยังมีผู้ที่ต้องการขอลี้ภัยอีกหลายร้อยคนหายสาบสูญ หลังจากเดินทางออกจากบังกลาเทศและพม่าตั้งแต่ปลายเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา

นายซอว์ วิน หนึ่งในผู้รอดชีวิตที่ได้รับการช่วยเหลือจากยามชายฝั่งอินเดีย เปิดเผยหลังจากถูกปล่อยให้�อยู่กลางทะเล ทั้งๆ ที่ไม่มีอาหารและน้ำ โดยนายวินเชื่อว่าทหารไทยต้องการให้พวกผู้อพยพเหล่านี้ตายบนเรือ

ส่วนผู้รอดชีวิตคนอื่นๆ เปิดเผยว่า มีผู้อพยพราว 400 คน ถูกทหารนำตัวขึ้นเรือลำใหญ่ ที่มีเพียงข้าว 2 ถุง และน้ำอีก 2 ถัง สำหรับดื่ม หลังจากผ่านไป 2 วัน อาหารและน้ำก็หมดลง ผู้อพยพบนเรือต้องอยู่โดยไม่มีอาหารและน้ำนานเกือบ 15 วัน ก่อนจะเห็นประภาคารจึงได้พากันกระโดดลงทะเลแล้วว่ายน้ำขึ้นฝั่ง และได้รับการช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ชายฝั่งของอินเดียพาไปพักยังที่พักชั่ว คราว

นายออน โรฮิงยา หนึ่งในชาวพม่าที่อพยพครั้งนี้ เปิดเผยว่า ตนและลูกชายพร้อมเพื่อนๆ อีก 7 คน ถูกทหารไทยจับตัวและบังคับให้ขึ้นเรือลำใหญ่ที่ไม่มีเครื่องยนต์ แต่ปรากฏว่าลูกชายและเพื่อนของตนอีก 3 คน รอดชีวิตมาได้ ส่วนอีก 4 คน เสียชีวิต เนื่องจากขาดน้ำและอาหาร หลายคนได้กระโดดลงทะเลเพื่อไปตายเอาดาบหน้า เมื่อเรือลอยไปใกล้กับเกาะอันดามันแล้ว เหลือคนอยู่บนเรือเพียงกว่าร้อยคนเท่านั้น

ด้าน เจ้าหน้าที่ของเกาะอันดามันที่ช่วยเหลือกลุ่มคนเหล่านี้เอาไว้ เปิดเผยว่า แต่ละคนอยู่ในสภาพขาดน้ำอย่างรุนแรง และสามารถช่วยเหลือได้เกือบทั้งหมด ขณะที่กลุ่มสิ�หน้าที่ของเกาะอันดามันที่ช่วยเหลือกลุ่มคนเหล่านี้เอาไว้ เปิดเผยว่า แต่ละคนอยู่ในสภาพขาดน้ำอย่างรุนแรง และสามารถช่วยเหลือได้เกือบทั้งหมด ขณะที่กลุ่มสิทธิมนุษยชนได้ออกมาประณามไทยต่อการกระทำอันไร้ซึ่งมนุษยธรรม ต่อผู้อพยพผิดกฎหมายในครั้งนี้

"อภิสิทธิ์" ระบุกำลังตรวจสอบข้อเท็จจริงข่าวทหารไทยทารุณผู้ลี้ภัย

จากนั้นเมื่อวันที่ 17 ม.ค. 51 นาย อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ กล่าวกรณีที่บีบีซีเสนอข่าว ทหารเรือทารุณกรรมผู้หลบหนีเข้าเมืองผิด กม. ว่า เรื่องนี้กระทรวงการต่างประเทศ ได้ออกแถลงการณ์ไปแล้ว เราพยายามดูว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร และก็ยินดีจะร่วมมือกับต่างประเทศในการแก้ปัญหาคนเข้าเมืองที่ผิดกฎหมาย เพราะว่าเรื่องนี้กระทบความมั่นคงของเรา แต่หลักของเราก็ชัดเจนว่า การทำอะไร ต้องยึดหลักสิทธิมนุษยชน และเรื่องนี้ก็เป็นเหตุผลที่ทำให้ตนได้นัดกลุ่มสิทธิมนุษยชนต่างๆมาคุยด้วย โดยกำลังประสานเวลากันอยู่ ซึ่งขณะนี้ได้ตัวผู้ประสานงานและบุคคลที่จะมาคุยแล้วและรอเวลาที่สะดวก โดยจะพยายามให้เร็วที่สุดเพื่อจะได้ทราบว่า มีข้อเท็จจริงที่ลักลั่นกันอยู่อย่างไรและมีอะไรที่เขาสงสัย ก็จะได้ช่วยกันแก้

เขา กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตามในส่วนนโยบายของเรื่องนี้ชัดเจนอยู่แล้วซึ่งเรื่องผู้ลักลอบ เข้าเมืองผิด กม. ได้มีการประชุม ไปตั้งแต่รัฐบาลชุดก่อนและในนโยบายก็เขียนชัดว่า ต้องยึดหลักสิทธิมนุษยชน

ทหารยืนยันไม่ทรมาน แต่ชาว “โรฮิงยา” ถือเป็นปัญหาความมั่นคงของประเทศ

ด้าน พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวว่า ทหารไทยกระทำทารุณกับผู้ลักลอบหลบหนีเข้าเมืองชาวโรฮิงยาว่า ยืนยันว่า ไม่มีการทรมาน ซึ่งขณะนี้กำลังตรวจสอบอยู่ ทั้งนี้ในการจับกุมผู้หลบหนีเข้าเมืองนั้น เรามีมาตรการอยู่แล้ว และการดำเนินการจะเป็นไปตามลำดับตั้งแต่การสกัดกั้นและการจับกุม ซึ่งยืนยันว่า มีการดำเนินการอยู่แล้วในเรื่องนี้

อย่าง ไรก็ตามตนมีแนวความคิดที่จะหารือกับประเทศพม่า เพื่อประสานในการแก้ไขปัญหาผู้หลบหนีเข้าเมือง แต่ต้องให้กระทรวงการต่างประเทศเป็นผู้หารือและดำเนินการ

พล. ร.อกำธร พุ่มหิรัญ ผู้บัญชาการทหารเรือ ยืนยันว่า ข่าวทหารเรือไทยกระทำการทารุณโหดร้ายกับผู้ลักลอบหลบหนีเข้าเมืองชาวโรฮิงยา ด้วยการปล่อยลอยลำกลางทะเลให้เสียชีวิต ถือเป็นข่าวที่ไม่เป็นความจริง และเรื่องนี้ไม่จำเป็นต้องตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบ เพราะตนมีหลักฐานว่า ทหารเรือได้ดำเนินการอย่างมีมนุษยธรรม และเราไม่ใช่ทหารที่ป่าเถื่อน ส่วนภาพถ่ายที่สื่อมวลชนต่างประเทศนำมาแสดง อาจเป็นภาพจากนักท่องเที่ยวที่ไม่รู้ขั้นตอนการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่

“ภาพ ตอนที่เราจับกุม คงนึกภาพออกว่า คน 200 คนหลบหนีเข้าเมืองมา ผิดกฎหมาย กำลังทหารเรามีเพียง 18 คน เราจำเป็นจะต้องให้เขาถอดเสื้อออก เพื่อดูว่ามีอาวุธหรือไม่ จำเป็นต้องให้เขานอนคว่ำแล้วเอามือไว้บนศีรษะ มิเช่นนั้น คน 18 คน จะคุมคน 200 คนได้อย่างไร อันนี้เป็นวิธีปฏิบัติของเรา เป็นการป้องกันตัวไม่ให้คน 200 คนมาทำร้ายคนของเรา 18 คน” พล.ร.อกำธร กล่าว

ผู้บัญชาการทหารเรือ กล่าวด้วยว่า ปัจจุบันผู้หลบหนีเข้าเมืองชาวโรฮิงยาถือเป็นปัญหาความมั่นคงของประเทศ

เพราะ เข้ามาครั้งละ 100-200 คน ทำให้เกิดปัญหาด้านสังคมและสาธารณสุขตามมา ดังนั้น เชื่อว่าคงไม่มีคนไทยคนไหน ต้องการให้ผู้หลบหนีเข้าเมือง 200 คนบุกเข้ามาในประเทศไทยอย่างเสรีทุกวัน

ผู้ สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ผู้บัญชาการทหารเรือ ได้นำภาพถ่ายการจับกุมชาวโรฮิงยามาแสดงให้สื่อมวลชนดูด้วยว่าทหารเรือได้มี การดูแลผู้ลักลอบหลบหนีเข้าเมืองตามหลักมนุษยธรรม มีการเลี้ยงข้าวและจัดให้อยู่ในที่ร่มไม้ ก่อนที่จะส่งตัวให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องผลักดันออกนอกประเทศ เพราะทหารเรือได้รักษากฎหมายตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมืองด้วย

“สุริยะใส” โต้ “พระพยอม” ยัน พันธมิตรฯ ไม่เคยทวงบุญคุณรัฐบาล

17 ม.ค. 52 - นาย สุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย กล่าวว่า ไม่ใช่เรื่องแปลกที่พระพิศาลธรรมพาที หรือ พระพยอม กัลยาโณ เจ้าอาวาสวัดสวนแก้ว ไปจัดรายการสนทนาธรรมทางดีทีวี เพราะความสัมพันธ์ของพระพยอมกับขบวนการเสื้อแดงเครือข่ายระบอบทักษิณมีความ ใกล้ชิดกันมาก่อน มาถึงวันนี้ก็ชัดเจนดีถือว่าเป็นการเปิดหน้าไม่ต้องลับลวงพรางทำให้ประชาชน เห็นว่าใครเป็นใครและคิดอะไร

ส่วน ที่พระพยอมระบุว่ารัฐบาลเป็นลูกหนี้พันธมิตรฯ นั้น ไม่เป็นความจริงเพราะพันธมิตรฯ ไม่เคยไปทวงบุญทวงคุณจากรัฐบาล พวกเราต่อสู้อย่างยืดเยื้อเพื่อเอาการเมืองออกมาจากระบอบทักษิณคืนสู่ ประชาชน ไม่มีผลประโยชน์ส่วนตัว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเขาพระวิหาร เรื่องการทวงคืนรัฐวิสาหกิจ ทรัพย์สินของแผ่นดินที่ถูกโกงไป การคัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญหรือแม้แต่การเมืองใหม่ ฯลฯ

"ผม อยากเรียนถามพระพยอมกลับว่า ประเด็นเหล่านี้เป็นผลประโยชน์ส่วนตัวของพันธมิตรหรืออย่างไร ในทางตรงกันข้ามนี่กลับเป็นผลประโยชน์ของคนไทยทั้งประเทศด้วยซ้ำไป" นายสุริยะใส กล่าว

นาย สุริยะใส กล่าวว่า ส่วนการพูดจาพาดพิงพระพยอมในเวทีพันธมิตรฯ นั้นก็เป็นการวิพากษ์วิจารณ์บทบาทของท่านเป็นบางครั้งเท่านั้น ซึ่งท่านก็ต้องกลับไปไตร่ตรองดูว่าการวางบทบาทในบางสถานการณ์ทำให้สังคมเข้า ใจผิดและเป็นเรื่องที่เหมาะสมหรือไม่ และที่ผ่านมาท่านก็ใช้สิทธิชี้แจงผ่านสื่อเป็นระยะๆ อยู่แล้ว ซึ่งประชาชนจะเป็นผู้ตัดสินว่าจะเชื่อใครดี เว้นแต่ท่านชี้แจงแล้วสังคมอาจจะไม่เห็นด้วยหรือฟังไม่ขึ้นเท่านั้นเอง

เมื่อ ท่านเลือกเข้ามาคลุกคลีการเมืองท่านก็ต้องยอมรับสัจธรรมพร้อมถูกวิพากษ์ วิจารณ์ได้ตลอดเวลา ส่วนการ เชิญท่าน ว.วชิรเมธี หลวงปู่พุทธะอิสระ หรือท่านจันทร์มาร่วมรายการทางเอเอสทีวีนั้น อยากให้พระพยอมไปดูเนื้อหาการเทศนาธรรมของพระเหล่านี้ด้วยว่าไม่ได้บิดเบือน หรือมุ่งโจมตีเสื้อแดง แต่เป็นความพยายามเตือนสติสังคมหรือแม้แต่คนเสื้อเหลืองของพันธมิตรฯ เองก็ตาม

"ผม เป็นห่วงพระพยอมท่านเป็นพระผู้ใหญ่ ท่านมีสิทธิที่จะพูดเรื่องการเมือง แต่ท่านต้องไม่พูดเท็จหรือพูดความจริงเพียงครึ่งเดียว เพราะท่านเป็นพระห่มผ้าเหลือง และท่านก็คงทราบดีว่าผู้ที่ครองตนในเพศบรรพชิตพูดจาสองแง่สองง่ามก็ผิดศีล หรือเข้าข่ายมุสาได้เช่นกัน" ผู้ประสานงานพันธมิตรฯ กล่าว

ที่มา: เว็บไซต์แนวหน้า, เว็บไซต์โพสต์ทูเดย์

ข่าวดีสำหรับผู้ใช้งาน Google Chrome!!



Google Chrome ในเวอร์ชั่น 2.0 นี้มีอะไรบ้าง ลองมาดูเลยครับ

1. A new version for WebKit (an open source code which Chrome uses to present webpages (HTML & CSS) alongwith some bugfixes and some CSS Features like CSS Gradients, CSS Canvas Drawings, CSS Reflections and CSS Masks. (ผมไม่รู้นะว่าอะไร แต่สิ่งที่ตามมาก็คือ การพิมพ์ภาษาไทยของเราจะดีขึ้นมากกว่าเดิม ไม่ลบสองตัวรวดเหมือนแต่ก่อน)

2. สามารถซูมเข้า-ซูมออกได้โดยใช้ Ctrl + + และ Ctrl + -

3. Autoscroll ก็คือสามารถใช้ Midde-Click (กดค้างไว้) ในการเลื่อนขึ้น-เลื่อนลง

4.Form Autocomplete ดูรูปภาพเองนะ



และอย่างอื่น ติดตามได้ที่ http://www.chromeplugins.org/

วิธีอัพเดทนะ
1.ในเลือกที่ Wrench menu (ที่เป็นรูปเครื่องมือ)
2.เลือกที่ เกี่ยวกับ Google Chrome
3.จะมีปุ่มอัพเดทอยู่ในคลิกเลย

ข้อมูลจาก http://www.chromeplugins.org/